ไอคอนบทความ

บทความบ้านโครงการใหม่

icon-filter ค้นหาบ้านแบบละเอียด
product filter
product filter
product filter
product filter
product filter
product filter
product filter
product filter
product filter
product filter

อยาก "ขายบ้าน" เสียค่าใช้จ่ายและภาษีอะไรบ้าง?

Share
อยาก "ขายบ้าน" เสียค่าใช้จ่ายและภาษีอะไรบ้าง?
 

อยาก "ขายบ้าน" เสียค่าใช้จ่ายและภาษีอะไรบ้าง?

เจอบ้านใหม่ที่โดนใจกว่า, ผ่อนไม่ไหว, มีลูกเพิ่มหลายคน, ถูกหวยมีเงินซื้อบ้านใหม่ มีหลายปัจจัยที่ทำให้เราอยากขายบ้าน แต่ขึ้นชื่อว่า "ขาย" ก็ใช่ว่าจะได้ตังค์เพียงอย่างเดียว เพราะรัฐบาลก็มีการเก็บค่าธรรมเนียม และภาษีจากการขายบ้านจากคนขายไม่น้อยเหมือนกัน (รวมๆ แล้วมักจะขึ้นหลักแสนเหมือนกัน) เพราะฉะนั้นก่อนขายบ้านแล้วเอาเงินไปทำอย่างอื่น อย่าลืมคำนวณเงินตัวเลขเผื่อไว้จ่ายค่าธรรมเนียมและภาษีต่างๆ เวลาขายบ้านด้วยนะครับ หลักๆ ที่ต้องจ่ายเมื่อเราขายบ้านมี 3 ประเภท คือ ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย, ภาษีธุรกิจเฉพาะ หรืออากรแสตมป์ (เสียอย่างใดอย่างหนึ่ง) และค่าธรรมเนียมการโอน
เมื่อเกิดการซื้อ-ขายทรัพย์สินที่เป็นอสังหาริมทรัพย์ เงินที่ได้จากการขายจะต้องนำมาเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหัก ณ ที่จ่าย โดยกรมที่ดินจะใช้ราคาประเมินจากกรมธนารักษ์เป็นเกณฑ์ในการคำนวณ โดยสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้จาก http://www.treasury.go.th/ ในหมวดของการประเมินราคาทรัพย์สิน โดยเมื่อได้ราคาประเมินมาแล้ว ให้นำราคาประเมินนั้น ไปหักค่าใช้จ่ายตามจำนวนปีที่ถือครอง แล้วหารด้วยจำนวนปีที่ผู้ขายได้ถือครอง ก่อนนำไปคำนวณภาษีตามฐานภาษี โดยการหักค่าใช้จ่ายจะหักได้ตามตาราง ดังนี้
 จำนวนปีที่ถือครอง  1  2  3  4  5  6  8 ปีขึ้นไป
 ร้อยละของเงินได้  92 84 77  71 65 60 55 50
วิธีนับจำนวนปีที่ถือครองนั้น  ยึดหลักตามปี พ.ศ. ยกตัวอย่างเช่น ซื้อบ้านวันที่ 1 ธันวาคม 2562 และขายวันที่ 10 มกราคม 2564 เท่ากับ จำนวนปีที่ถือครองคือ 3 ปี สามารถหักค่าใช้จ่ายได้ร้อยละ 77 เป็นต้น
ตัวอย่างวิธีคำนวณ
นายปวีณ ซื้อบ้านพร้อมที่ดินในปี 2562 และต้องการขายบ้านในปี 2564 ในราคาขายเท่ากับ 10 ล้านบาท โดยมีราคาประเมินอยู่ที่ 9 ล้านบาท นายปวีณจะต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหัก ณ ที่จ่าย ดังนี้
1. ราคาประเมิน  9,000,000 บาท
2. หักค่าใช้จ่ายเหมา (ถือครอง 3 ปี 77%)  6,930,000 บาท
3. คงเหลือ 2,070,000 บาท
4. หารด้วยปีที่ถือครอง 2,070,000/3 690,000 บาท
5. คำนวณภาษี
(100,000 x 5%) + (400,000 x 10%) + (190,000 x 20%)
83,000 บาท
6. ภาษี ณ ที่จ่าย (ภาษี x จำนวนปีที่ถือครอง) 249,000 บาท
จากตัวอย่างข้างต้น นายปวีณต้องเสียภาษีหัก ณ ที่จ่ายจำนวน 249,000 บาท  ซึ่งข้อแตกต่างจากการคำนวณภาษีเงินได้ทั่วไปคือ การคำนวณภาษีจากการขายบ้านนั้น จะไม่มีการยกเว้นภาษีจากเงินได้สุทธิ 150,000 บาทแรก  เนื่องจากไม่ใช่การคำนวณภาษีจากเงินได้สุทธิ ส่งผลให้เงินได้ 1 แสนบาทแรก ต้องเสียภาษีเงินได้ที่ 5% โดยเท่ากับ 5,000 บาท ส่วนเงินได้ตั้งแต่ 2-5 แสนบาท เสียภาษี 10% เงินได้ตั้งแต่ 5 แสน - 1 ล้านบาท เสียภาษี 20% โดยเมื่อถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายที่สำนักงานที่ดินแล้ว ก็ไม่ต้องยื่นเสียภาษีรวมตอนสิ้นปีอีกครั้งหนึ่ง แต่หากกรณีที่เป็นบริษัท หรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลเป็นผู้ขาย ให้นำส่งภาษีเงินได้ในอัตรา 1% ของราคาขายจริง หรือราคาประเมินแล้วแต่ราคาใดจะสูงกว่า ให้ใช้ราคานั้นแทนการคำนวณภาษีที่กล่าวไปแล้วข้างต้น
2.1 ภาษีธุรกิจเฉพาะ 
สำหรับภาษีธุรกิจเฉพาะนั้นจะต้องเสีย หากถือครองบ้านหรือที่ดินเป็นระยะเวลาน้อยกว่า 5 ปี โดยสามารถดูวันที่รับโอนบ้านได้จากหลังโฉนด ซึ่งระบุวันที่รับโอนมา กรณีจากตัวอย่าง นายปวีณ ขายบ้านภายใน 5 ปี  นับแต่วันได้มา ก็จะต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ โดยอัตราภาษีธุรกิจเฉพาะ จะคิดที่ร้อยละ 3.3 ของราคาขายจริงหรือราคาประเมินแล้วแต่ราคาใดจะสูงกว่าให้ใช้ราคานั้น ดังนั้นการคำนวณภาษีธุรกิจเฉพาะ กรณีนายปวีณขายบ้าน คิดเป็นภาษีธุรกิจเฉพาะเท่ากับ 330,000 บาท  (3.3 x 10,000,000)
กรณีได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ คือ  
  • อสังหาริมทรัพย์ที่ได้มาเกินกว่า 5 ปี  
  • มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านเกินกว่า 1 ปี นับแต่วันที่ได้บ้านหลังนั้นมา 
  • ถูกเวนคืนบ้านหรือที่ดิน
  • ซื้อ-ขายบ้านหรือที่ดินที่ได้มาโดยมรดก
2.2 อากรแสตมป์ 
กรณีที่ผู้ขายอสังหาริมทรัพย์  ไม่มีหน้าที่ (หรือได้รับยกเว้น) ไม่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ ให้เสียอากรแสตมป์ในอัตรา 1 บาท  ต่อทุกจำนวนเงิน 200 บาท (ราคาประเมินทุนทรัพย์) ในกรณีมีเศษไม่ถึง 200 บาท ให้คิดที่ 200 บาท คือเสียอากรแสตมป์ในอัตรา 1 บาทนั่นเอง การเสียอากรแสตมป์จะคิดจากราคาประเมิน เช่น ราคาประเมิน 9,000,000 บาท จะต้องเสียค่าอากรแสตมป์ 45,000 บาท (9,000,000/200)  เป็นต้น
อัตราการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการโอนจากกรมที่ดินจะเท่ากับ 2% ของราคาประเมิน ดังนั้นจากตัวอย่างนายปวีณจะต้องเสียค่าธรรมเนียมการโอนเท่ากับ 180,000 บาท (9,000,000 x 2%)
จากตัวอย่าง หากนายปวีณต้องการขายบ้าน จำนวน 10 ล้านบาท เมื่อรวมค่าใช้จ่ายต่างๆ ทั้งภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย  ภาษีธุรกิจเฉพาะ และค่าธรรมเนียมการโอนแล้ว จะมีค่าใช้จ่ายรวมทั้งสิ้น 759,000 บาท ซึ่งในกรณีนี้คิดเป็นค่าใช้จ่าย 7.59% จากราคาขาย ซึ่งโดยปกติค่าใช้จ่ายในส่วนของค่าธรรมเนียมการโอนจะขึ้นอยู่กับการตกลงกับผู้ซื้อว่าใครจะเป็นคนจ่าย ซึ่งส่วนใหญ่จะช่วยกันจ่ายคนละครึ่ง กรณีนี้มีข้อสังเกตว่าหากเลือกลงทุนในบ้านหรือที่ดิน ที่เจ้าของเดิมถือครองมานานมากกว่า 5 ปี ก็จะสามารถประหยัดภาษีธุรกิจเฉพาะจากเดิม 3.3% มาเสียเพียงค่าอากรแสตมป์ในอัตรา 1 บาท ต่อราคาประเมินทุก 200 บาทเท่านั้น จะเห็นได้ว่าค่าใช้จ่ายภาษีจากการซื้อ-ขายอสังหาริมทรัพย์นั้น หากศึกษาถึงรายละเอียดอย่างถี่ถ้วนแล้วจะช่วยลดค่าใช้จ่ายได้มากทีเดียว
ทั้งนี้ ผู้ลงทุนสามารถเลือกใช้โปรแกรมคำนวณภาษีต่าง ๆ ที่เกียวข้องกับการขายอสังหาริมทรัพย์ ได้จาก http://rdsrv2.rd.go.th/landwht/landwht06.asp ของกรมสรรพากรเพื่อประกอบการคิดค่าใช้จ่ายในการซื้อ-ขายอสังหาริมทรัพย์
แท็กที่เกี่ยวข้อง ขายบ้าน
เขียนโดย เช็คราคา.คอม Property Guru

Line กูรู
พูดคุยกับกูรูได้ที่

แนะนำบ้านล่าสุด

ลลิลพร็อพเพอร์ตี้ | ลลิลพร็อพเพอร์ตี้ |
แลนซีโอ คริป วงแหวนฯ รังสิต-คลอง 4 (Lanceo Crib Wongwan Rangsit-Khlong4) 4,000,000 บาท
ศุภาลัย | ศุภาลัย |
ศุภาลัย วิลล์ เพชรเกษม-พุทธสาคร (Supalai Ville Phetkasem-Phutthasakorn) 3,890,000 บาท
เอพี (ไทยแลนด์) | เอพี (ไทยแลนด์) |
เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao) 30,000,000 บาท
สถาพร เอสเตท | สถาพร เอสเตท |

บทความบ้านโครงการใหม่ล่าสุด

ดูทั้งหมด