• รถยนต์ใหม่
  • รถยนต์ใหม่
  • ค้นหาแบบละเอียด
  • รีวิว-ทดลองขับ Toyota Corolla CROSS ลองใช้จริงกับรุ่นท็อปไฮบริดประหยัดแค่ไหน ขับเป็นอย่างไร พร้อมจุดเด่น-จุดด้อย!

    25 ส.ค. 63 5,718
    รีวิว-ทดลองขับ Toyota Corolla CROSS ลองใช้จริงกับรุ่นท็อปไฮบริดประหยัดแค่ไหน ขับเป็นอย่างไร พร้อมจุดเด่น-จุดด้อย!
    All-New Toyota Corolla Cross รถยนต์อเนกประสงต์ในระดับ C-SUV ที่ตอบสนองการใช้งานมากขึ้น สะดวกสบายขึ้นจาก Corolla ซีดาน ในครั้งนี้ใด้รับรถทดสอบรุ่น Hybrid Premium Safety ท็อปสุดออปชันเยอะสุดในรุ่น ราคา 1,199,000 บาท 
    โดยทีมงานเช็คราคาได้นำมาทดลองใช้งานจริงทั้งในชีวิตประจำวันในเมืองและการเดินทางออกนอกเมือง อยู่กันมา 6 วันเต็มๆ มีทั้งจุดเด่นที่คอยตอบสนองการใช้งานได้จริงและบางอย่างที่ขาดหายไป! ดูกันว่าจุดเด่นจุดด้อยของเจ้า Corolla Cross มีอะไรบ้าง     
    Corolla Cross - สวยแปลกตา โปร่งสบาย 
    ภายนอกแปลกตา + ดูใหญ่แต่กลับคล่องตัวกว่าที่คิด
    จุดเด่นที่ทำให้ลบความหน้าบึ้งตึงของโคโรลล่า ครอสได้โดยเฉพาะในรุ่นไฮบริด พรีเมียม เซฟตี้ นั่นก็คือ ไฟหน้า LED พร้อมเส้นสีฟ้า โลโก้โตโยต้าสีฟ้า ซันรูฟ ราวหลังคา ฝากระโปรงท้ายเปิด-ปิด ด้วยไฟฟ้าพร้อมระบบ Kick Activated และความปลอดภัย Toyota Safety Sense เช่น กล้องมองรอบคันแบบ 3 มิติ, เตือนการชนด้านหน้า, เตือนออกนอกเลนพร้อมดึงกลับ และไดนามิก เรดาร์ ครุซคอนโทรล เป็นต้น  
    ในมุมความสวยหรือไม่สวยแล้วแต่ความชอบ บางมุมอาจดูสวยลงตัว บางมุมอาจดูแล้วเหมือนรถลอยๆ จากพื้นไม่สมส่วนและกระหน้าที่ถูกวิจารณ์ว่า "หน้าบึ้ง" ซึ่งผมคงไม่ฟันธงว่าสวยหรือไม่ แต่มุมมองส่วนตัวนั้นดูสปอร์ตคล้ายพวก Lexus ส่วนท้ายไม่ถึงกับสวยแต่ไฟท้ายขนาดใหญ่ทำให้สมส่วนที่เป็นทรงแฮทช์แบ็ก ราวหลังคาอาจถูกออกแบบให้เป็นชุดตกแต่งเสียมากกว่า หากต้องการยึดจับอะไร เช่น แร็ค คงต้องเลือกให้สามารถจับกับราวแบบนี้ได้    
    ไฟหน้านับว่าสวยกำลังดีพร้อมเส้นสีฟ้าและโลโก้สีฟ้าตามสไตล์รถยนต์ไฮบริดของโตโยต้า แถบสีดำใต้การชนด้านล่าง และซุ้มล้อให้ความดุดัน มาถึงล้อแม็ก 18 นิ้วลายนี้ถือว่าสวยใช้ได้ทีเดียวครับ กระจกมองข้างขนาดใหญ่โตเกือบจะเท่ารีโว่เลยทีเดียว แต่ก็มองชัดเจนดี โดยรวมถือว่ารูปทรงสวยแปลกตาแก่ผู้พบเห็นบนท้องถนนอยู่ไม่น้อยครับ   
    ระยะความสูงใต้ท้อง 161 มม. นั้นดูเหมือนจะสูงกว่ารุ่นซีดานไม่มากนัก แค่พอขับผ่านเนินสูงๆ อย่างสบายใจ แต่โดยรวมแล้วทำให้ขับในเส้นทางทุรกันดารได้อย่างดี และระบบช่วงล่างที่ถูกออกแบบให้พร้อมลุยได้มากขึ้น 
    ในส่วนของมิติตัวรถที่ใหญ่ขึ้นจากการ "เบ่ง" กระดองโดยโคโรลล่า ครอส ยาวxกว้างxสูง 4,460 x 1,825 x 1,620 มม. ระยะฐานล้อหน้า-หลัง 2,640 มม. เมื่อเทียบกับ C-HR คือ ยาวxกว้างxสูง 4,360 x 1,795 x 1,565 มม. ทำให้โคโรล่าครอส ยาวกว่าซีเอช-อาร์เพียง 100 มม. กว้างกว่า 30 มม. และสูงกว่า 55 มม.        
    โคโรล่าครอสมีระยะความกว้างช่วงล้อ หน้า/หลัง 1,559 / 1,571 มม. ซีเอช-อาร์มีความกว้างช่วงล้อ หน้า/หลัง 1,550/1,570 มม. ซึ่งต่างกันเพียง 9 มม. และ 1 มม. เท่านั้น และระยะฐานล้อเท่ากันคือ 2,640 มม. 
    Toyota Corolla Cross แม้จะดูคันใหญ่โตแต่ในการใช้งานจริงกลับคล่องตัวไม่แพ้ C-HR เลย เมื่อดูจากตัวเลขขนาดตัวรถแล้วไม่ใหญ่โตกว่ากันสักเท่าไหร่ ทั้งการขับในซอย ถอยจอด หรือหักเลี้ยวในที่แคบก็สามารถทำได้อย่างสบาย 
    ภายในโปร่งสบายขึ้นแต่ก็ยังแคบกว่าที่คิดไว้!
    ในเรื่องของความใหญ่ขึ้นของตัวรถนั้นแทบไม่ผลใดๆ ต่อสมรรถนะการขับขี่มากนัก เพราะเห็นได้จากตัวเลขมิติรถไม่ได้ใหญ่กว่าพื้นฐานของ C-HR เท่าไหร่นัก การขับขี่ยังคงคล่องตัวไม่แพ้กัน แต่ภายในนั้นกลับให้ความโปร่งสบายกว่า โดยเฉพาะพื้นที่เหนือศีรษะที่เหลือเยอะและไม่อึดอัดนัก 
    ภายในก็อัลติสนั่นเอง โดยใช้คอนโซลหน้า มาพวงมาลัย แผงควบคุมระบบแอร์ มาตรวัดแบบเดียวกัน ต่างที่ชุดเครื่องเสียงเป็นแบบจอสัมผัสไม่มีปุ่มหมุนเหมือนในอัลติส ส่วนตรงด้านล่างแผงแอร์กับฐานเกียร์จะมีกรอบสีเงิน 2 ฝั่ง หรือจะเรียกว่าที่กันเข่าก็ได้ เพราะเมื่อนั่งขับทีไรติดทุกที โดยใช้ดีไซน์คล้ายในฟอร์จูนเเนอร์   
    ในส่วนของคอนโซลกลางจะคล้าย C-HR แต่มีการสลับตำแหน่งของสวิตช์ "โหมดเลือกการขับขี่" ไว้ด้านหน้าคันเกียร์แทนและ "ตัด" สวิตช์ระบบเบรกมือไฟฟ้าออกซะ เหลือเพียงที่วางแก้วน้ำ 2 ช่องไว้ดูต่างหน้าแทน..
    มาตรวัดแบบจอสีสามารถเลือกการแสดงผลได้ 2 รูปแบบ แต่แบบที่แสดงความเร็วขนาดใหญ่ดูสวยและชัดเจนดี และระบบแจ้งเตือนจะดูง่ายกว่า ในส่วนของการแสดงผลการทำงานต่างๆ อยู่ตรงกลาง กดเลือกดูได้หลายฟังก์ชันทั้งแสดงสถานะการขับเคลื่อนระหว่างเครื่องยนต์และระบบไฟฟ้า, ระบบเตือนออกนอกเลน, เรดาร์ครุซคอนโทรล เป็นต้น 
    เบาะนั่งกระชับรับสัดส่วน พร้อมปรับไฟฟ้าฝั่งคนขับได้ 8 ทิศทางแต่ไม่มีดันหลัง พวงมาลัยก็ปรับได้ 4 ทิศทาง ซึ่งตำแหน่งคนขับนี้อาจดูเหมือนคอนโซลและแผงประตุจะโอบรัดเข้ามาทำให้ดูแคบ แต่เมื่อลองนั่งขับจริงก็ไม่แคบมากนัก มีเพียงส่วนหัวเข่าที่มักจะติดกับคอนโซลกลางตรงหรือว่าที่กันเข่านี่เอง แต่ด้วยความโปร่งของหลังคาจึงทำให้ไม่รู้สึกอีดอัด 
    เบาะนั่งตอนหลังมีขนาดไม่ใหญ่มากนักตามขนาดมิติรถที่ไม่ต่างจาก C-HR นั่นเอง จึงทำให้มีพื้นที่วางขากว้างกว่า C-HR แต่ยังเล็กกว่า ALTIS ส่วนเบาะรองนั่งถือว่าใหญ่นั่งสบายและเบาะพิงปรับระดับเอนได้หนึ่งระดับ และด้วยช่วงของประตูหลังที่ยาวทำให้นั่งได้สบาย ติดเพียงตรงกลางเบาะเป็นเนินสูงเมื่อต้องนั่งข้างหลัง 3 คน ตรงกลางจะนั่งไม่ถนัดนัก เบาะหลังพับได้แต่พื้นจะไม่เรียบเสมอกับพื้นด้านหลังเนื่องจากติดชุดระบบไฮบริด   
    การเข้าออกของประตูคนขับนับว่าดีกว้างขวาง ก้าวขึ้น-ลงสบายไม่ต้องย่อตัวหรือเขย่ง และไม่ต้องระวังศีรษะติดขอบบนหลังคาอีกด้วย ส่วนการเข้า-ออกผู้โดยสารตอนหลังก็สะดวกเช่นกัน ประตูที่เปิดได้กว้างก้าวขึ้น-ลงโดยไม่ต้องย่อและเขย่งเหมาะกับครอบครัวที่มีผู้ใหญ่ผู้สูงอายุมากๆ และปิดท้ายด้วยไฟสร้างบรรยากาศให้ความรู้สึกผ่อนคลาย
    ประตูท้ายไฟฟ้าออปชันเด็ดมีในรุ่นท็อปเท่านั้น แถมด้วยฟังก์ชัน "กวาดเท้า" นับว่าตอบสนองดี ใช้งานง่าย เซ็นเวอร์จับไว้มาก แต่อย่าลืมพกกุญแจรถติดตัวด้วยนะครับ 
    สมรรถนะ
    All-New Toyota Corolla Cross มีความใหญ่โตของตัวรถและชิ้นส่วนต่างๆ ทั้งภายนอกภายในที่เพิ่มขึ้น แน่นอนว่ามีส่วนทำให้สมรรถนะะจากเครื่องยนต์ระบบไฮบริดเจนเนอร์เรชั่นที่ 4 แบบเดียวกันในอัลติส ลดลงไปบ้างแม้จะมีการปรับปรุงระบบส่งกำลัง ฯลฯ ให้เหมาะสมกับรถ และตัวเลขพลังกำลังรวมทั้งระบบอันน้อยนิดเพียง 122 แรงม้า แต่ว่าเวลาขับจริงมันช่างแตกต่างกับตัวเลขเกินคาด!  
    อัตราเร่งออกตัวทำได้ดีไม่อืดอย่างคิด การเร่งแซงในช่วงความเร็วต่างๆ ก็ทำได้ดีไม่ต้องลุ้น การทำงานของระบบไฮบริดนั้นตอบสนองค่อนข้างฉับไว โดยในช่วงที่ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าอย่างเดียวยังสามารถขับได้ที่ความเร็วสูงๆ ราว 80 กิโลเมตร แต่เมื่อต้องการอัตราเร่งแซงเครื่องยนต์ติดขึ้นเพียงเสี้ยววินาที นับว่าราบรื่นไม่มีอาการกระตุกแต่อย่างใด
    ระบบช่วงล่างด้วยความเป็นรถยกสูงขึ้นตัวถังอ้วนและหลังคาสูง ย่อมทำให้อาการโคลงมีมากกว่ารถโคโรลล่าซีดาน แม้จะใช้แพลตฟอร์ม TNGA ก็ตาม แต่เมื่อเทียบกับรถระดับเดียวกันนั้น โคโรลล่า ครอสนับว่ายังมีความหนึบแน่นและเกาะทางโค้งได้ดีกว่าหลายรุ่น และให้ความมั่นใจใกล้เคียงรถที่มีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ เพราะความสูงใต้ท้องไม่มากเกินไปนัก กลายเป็นข้อดีที่ทำให้โคโรล่า ครอส ไม่โยนเวลาเข้าโค้งหรือเปลี่ยนเลน  
    สำหรับระบบไฮบริดมีโหลดให้เลือกขับขี่ 3 รูปแบบคือ ปกติคือ เป็นการใช้เครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าผสานกันในสัดส่วนพอเหมาะตามลักษณะของการขับขี่         
    Eco เป็นการช่วยประหยัดพลังงานลดการใช้เครื่องยนต์ลง เน้นกำลังจากมอเตอร์ไฟฟ้ามากขึ้น พร้อมทั้งระบบแอร์ก็จะถูกควบคุมให้ใช้พลังงานอย่างคุ้มค่าที่สุดด้วย
    โหมดเพาเวอร์ ชื่อก็บอกแล้วว่าเป็นการเพิ่มกำลังสูงสุดในทุกอย่างความเร็วเมื่อต้องการอัตราเร่งแบบ "สปอร์ต" เน้นการผสานพลังงานทั้ง 2 แบบอย่างสูงสุดนั่นเอง และทำให้การตอบสนองของคันเร่งมาไว้ขึ้น  
    ประหยัดแบบไฮบริดเติม 500 กว่าก็เกือบเต็มถัง!
    ในการขับทดสอบใช้ระยะทางรวมทั้งหมดราวๆ 400 กิโลเมตร เติมน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 91 ไป 550 บาท เต็มระดับ "F" ดีต่อใจมาในเรื่องความประหยัดแม้ตัวเลขบนมาตรวัดที่ 14.5 กิโลเมตรต่อลิตร อาจจะดูประหยัดไม่มากนักก็ตาม ซึ่งโรงงานเคลมไว้ 23.3 กิโลเมตรต่อลิตร! 
    ความสะดวกสบาย
    โตโยต้า โคโรล่า ครอส ให้ความสะดวกสบายที่พอเหมาะพอดีกับค่าตัว เบาะไฟฟ้าฝั่งคนขับ พวงมาลัยปรับได้ 4 ทิศทาง กระจกมองหลังตัดแสง ท่านั่งขับขี่ที่คล้ายๆ รถ MPV ลดอาการเมื่อยล้า ประตูท้ายไฟฟ้าแบบแฮนด์ฟรี และระบบเชื่อมต่อความบันเทิงต่างๆ ที่ให้มาครบถ้วน หลังคาซันรูฟ และที่วางแก้วน้ำของผู้โดยสารตอนหลังอยู่แผงประตูด้านบนนับว่าสะดวกสบายหยิบง่าย   
    ส่วนความสบายในการขับขี่ที่แคบหรือการจอดรถก็ได้กล้องมอง 3 มิติ 360 องศา ซึ่งทำกราฟได้น่ามอง และชัดแจ๋ว ทำให้ช่วยมองเห็นวัตถุรอบรถได้ดีขึ้นเมื่อเจอทางแคบๆ และแม้เวลากลางคืนก็ชัดเจน
    แต่!..ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกสบายบางอย่างที่ถูกปรับเปลี่ยนไปตามโจทย์ของโคโรล่า ครอส นั่นคือ "ต้องเป็น SUV พรีเมียมที่ราคาเข้าถึงง่าย" ย่อมมีการ "ปรับลด" ออกไปบ้างเช่น 
    1. เบรกมือไฟฟ้า อันนี้น่าเสียดายมาก เพราะเมื่อเป็นรุ่นท็อปสุดและมีระบบไฮบริด เบรกมือไฟฟ้าจะช่วยให้สะดวกสบายมากขึ้น
    2. Wireless Charger ออปชันนี้ก็น่าจะมีในรุ่นท็อป
    3. ที่วางแก้วน้ำคอนโซลหน้า น่าจะมีไว้ตรงคอนโซลด้านแต่ฝั่งเหมือนกับรีโว่หรือรุ่นอื่นๆ การหยิบแก้วจากคอนโซลกลางค่อนข่อนลำบากและอาจติดพักแขน ทำให้เสียสมาธิในการขับรถไปจิบกาแฟไป
    4. จุดเชื่อมต่อ USB ด้านหน้ามีน้อยเพียง 1 ช่อง และอยู่ตรงหน้าจอเครื่องเสียง ควรจะอยู่ตรงช่องใต้แผงควบคุมแอร์จะสะดวกกว่า
    จุดที่น่าจะมีเพิ่มให้มานี่อาจมีการปรับราคาให้เหมาะสมขึ้นตามไปด้วยซึ่งคาดว่า ผู้ซื้อจะรับได้หากมีของมาแบบครบๆ และรู้สึกว่าคุ้มกับที่จ่ายไป
    ความปลอดภัย
    ระบบความปลอดภัยใน Toyota Corolla Cross Hybrid Premium Safety มีให้ครบเยอะมาก แต่อันที่โดดเด่นก็คือ 3 สิ่งนี้
    Lane Departure Alert With Steering Assist ระบบเตือนเมื่อออกนอกเลน พร้อมพวงมาลัยหน่วงอัตโนมัติ ซึ่งทำงานได้แม่นยำ แม้เส้นถนนจะจางก็ยังพอตรวจจับได้ แต่ก็อาจต้องคอยดูด้วยว่าเส้นถนนบางช่วงอาจจางมากจนมองไม่เห็น 
    Dynamic Radar Cruise Control With Lane Tracing Assist ระบบควบคุมและปรับลดความเร็วอัตโนมัติ พร้อมช่วยควบคุมรถให้อยู่กลางเลน ระบบนี้ดีงามเหมาะการขับขี่ทางไกล แก้อาการหลับใน ลดความเมื่อยล้า ไม่ต้องออกแรงประคองพวงมาลัยตลอดทาง เพียงแค่จับพวงมาลัยและค่อยพยุงเบาๆ ระบบจะช่วยบังคับทิศทางตามเส้นของถนนอัตโนมัติ 
    แต่ระบบนี้ไม่เหมาะกับการใช้งานในเขตจราจรหนาแน่นนัก ไม่ค่อยแม่นยำเท่าที่ควรเพราะมีรถเยอะและมอเตอร์ไซค์ที่คอยตัดไปมา ระบบอาจจะตรวจจับไม่ทัน และในระบบนี้จะเว้นระยะห่างจากรถคันหน้าพอสมควร ดังนั้นจึงเป็นการเปิดช่องให้รถเข้ามาเบียดได้ง่าย ระบบจะเบรกค่อนข้างรุนแรง ซึ่งอาจทำให้รถคันด้านหลังเบรกไม่ทัน 
    สรุปความคุ้มค่ากับราคา
    Toyota Corolla Cross Hybrid Premium Safety รถอเนกประสงค์ที่ผู้ชื่นชอบในแบรนด์นี้ต่างรอคอยมานานว่าจะมี SUV รุ่นไหนมาเสียบแทน RAV4 ที่หายไปนานกว่าทศวรรต วันนี้เอง Corolla Cross จึงเกิดขึ้นและแน่นอนว่าสามารถตอบสนองได้ทั้งความสะดวกสบาย การใช้งานที่คุ้มค่า ประหยัดด้วยเทคโนโลยี Hybrid Gen4 ฉลาดเรียนรู้ไว แต่สุดท้ายแล้วต้องไปลองขับดูว่ารถ SUV แท้ๆ กับระบบไฮบริดขนาดใหญ่กว่าคอมแพ็คคาร์เล็กน้อย ความปลอดภัยเต็มคันจะตอบสนองความต้องการได้แค่ไหน ที่แน่ๆ จ่ายแค่ราคา 1,199,000 บาท จะได้ออปชันที่เยอะกว่า SUV บางรุ่นในระดับเดียวกัน

    สนใจทดลองขับ

    รีวิวรถยนต์ล่าสุด

    รีวิวล่าสุดอื่นๆ