รู้จักเช็คราคา|ติดต่อเรา

รีวิว-ทดลองขับ Toyota Corolla CROSS ลองใช้จริงกับรุ่นท็อปไฮบริดประหยัดแค่ไหน ขับเป็นอย่างไร พร้อมจุดเด่น-จุดด้อย!

22 มิ.ย. 64 10,892
รีวิว-ทดลองขับ Toyota Corolla CROSS ลองใช้จริงกับรุ่นท็อปไฮบริดประหยัดแค่ไหน ขับเป็นอย่างไร พร้อมจุดเด่น-จุดด้อย!

รีวิว-ทดลองขับ Toyota Corolla CROSS ลองใช้จริงกับรุ่นท็อปไฮบริดประหยัดแค่ไหน ขับเป็นอย่างไร พร้อมจุดเด่น-จุดด้อย!
All-New Toyota Corolla Cross รถยนต์อเนกประสงต์ในระดับ C-SUV ที่ตอบสนองการใช้งานมากขึ้น สะดวกสบายขึ้นจาก Corolla ซีดาน ในครั้งนี้ใด้รับรถทดสอบรุ่น Hybrid Premium Safety ท็อปสุดออปชันเยอะสุดในรุ่น ราคา 1,199,000 บาท 

โดยทีมงานเช็คราคาได้นำมาทดลองใช้งานจริงทั้งในชีวิตประจำวันในเมืองและการเดินทางออกนอกเมือง อยู่กันมา 6 วันเต็มๆ มีทั้งจุดเด่นที่คอยตอบสนองการใช้งานได้จริงและบางอย่างที่ขาดหายไป! ดูกันว่าจุดเด่นจุดด้อยของเจ้า Corolla Cross มีอะไรบ้าง     

Corolla Cross - สวยแปลกตา โปร่งสบาย 

ภายนอกแปลกตา + ดูใหญ่แต่กลับคล่องตัวกว่าที่คิด
จุดเด่นที่ทำให้ลบความหน้าบึ้งตึงของโคโรลล่า ครอสได้โดยเฉพาะในรุ่นไฮบริด พรีเมียม เซฟตี้ นั่นก็คือ ไฟหน้า LED พร้อมเส้นสีฟ้า โลโก้โตโยต้าสีฟ้า ซันรูฟ ราวหลังคา ฝากระโปรงท้ายเปิด-ปิด ด้วยไฟฟ้าพร้อมระบบ Kick Activated และความปลอดภัย Toyota Safety Sense เช่น กล้องมองรอบคันแบบ 3 มิติ, เตือนการชนด้านหน้า, เตือนออกนอกเลนพร้อมดึงกลับ และไดนามิก เรดาร์ ครุซคอนโทรล เป็นต้น  








ในมุมความสวยหรือไม่สวยแล้วแต่ความชอบ บางมุมอาจดูสวยลงตัว บางมุมอาจดูแล้วเหมือนรถลอยๆ จากพื้นไม่สมส่วนและกระหน้าที่ถูกวิจารณ์ว่า "หน้าบึ้ง" ซึ่งผมคงไม่ฟันธงว่าสวยหรือไม่ แต่มุมมองส่วนตัวนั้นดูสปอร์ตคล้ายพวก Lexus ส่วนท้ายไม่ถึงกับสวยแต่ไฟท้ายขนาดใหญ่ทำให้สมส่วนที่เป็นทรงแฮทช์แบ็ก ราวหลังคาอาจถูกออกแบบให้เป็นชุดตกแต่งเสียมากกว่า หากต้องการยึดจับอะไร เช่น แร็ค คงต้องเลือกให้สามารถจับกับราวแบบนี้ได้    


ไฟหน้านับว่าสวยกำลังดีพร้อมเส้นสีฟ้าและโลโก้สีฟ้าตามสไตล์รถยนต์ไฮบริดของโตโยต้า แถบสีดำใต้การชนด้านล่าง และซุ้มล้อให้ความดุดัน มาถึงล้อแม็ก 18 นิ้วลายนี้ถือว่าสวยใช้ได้ทีเดียวครับ กระจกมองข้างขนาดใหญ่โตเกือบจะเท่ารีโว่เลยทีเดียว แต่ก็มองชัดเจนดี โดยรวมถือว่ารูปทรงสวยแปลกตาแก่ผู้พบเห็นบนท้องถนนอยู่ไม่น้อยครับ   

ระยะความสูงใต้ท้อง 161 มม. นั้นดูเหมือนจะสูงกว่ารุ่นซีดานไม่มากนัก แค่พอขับผ่านเนินสูงๆ อย่างสบายใจ แต่โดยรวมแล้วทำให้ขับในเส้นทางทุรกันดารได้อย่างดี และระบบช่วงล่างที่ถูกออกแบบให้พร้อมลุยได้มากขึ้น 

ในส่วนของมิติตัวรถที่ใหญ่ขึ้นจากการ "เบ่ง" กระดองโดยโคโรลล่า ครอส ยาวxกว้างxสูง 4,460 x 1,825 x 1,620 มม. ระยะฐานล้อหน้า-หลัง 2,640 มม. เมื่อเทียบกับ C-HR คือ ยาวxกว้างxสูง 4,360 x 1,795 x 1,565 มม. ทำให้โคโรล่าครอส ยาวกว่าซีเอช-อาร์เพียง 100 มม. กว้างกว่า 30 มม. และสูงกว่า 55 มม.        

โคโรล่าครอสมีระยะความกว้างช่วงล้อ หน้า/หลัง 1,559 / 1,571 มม. ซีเอช-อาร์มีความกว้างช่วงล้อ หน้า/หลัง 1,550/1,570 มม. ซึ่งต่างกันเพียง 9 มม. และ 1 มม. เท่านั้น และระยะฐานล้อเท่ากันคือ 2,640 มม. 

Toyota Corolla Cross แม้จะดูคันใหญ่โตแต่ในการใช้งานจริงกลับคล่องตัวไม่แพ้ C-HR เลย เมื่อดูจากตัวเลขขนาดตัวรถแล้วไม่ใหญ่โตกว่ากันสักเท่าไหร่ ทั้งการขับในซอย ถอยจอด หรือหักเลี้ยวในที่แคบก็สามารถทำได้อย่างสบาย 

ภายในโปร่งสบายขึ้นแต่ก็ยังแคบกว่าที่คิดไว้!
ในเรื่องของความใหญ่ขึ้นของตัวรถนั้นแทบไม่ผลใดๆ ต่อสมรรถนะการขับขี่มากนัก เพราะเห็นได้จากตัวเลขมิติรถไม่ได้ใหญ่กว่าพื้นฐานของ C-HR เท่าไหร่นัก การขับขี่ยังคงคล่องตัวไม่แพ้กัน แต่ภายในนั้นกลับให้ความโปร่งสบายกว่า โดยเฉพาะพื้นที่เหนือศีรษะที่เหลือเยอะและไม่อึดอัดนัก 



ภายในก็อัลติสนั่นเอง โดยใช้คอนโซลหน้า มาพวงมาลัย แผงควบคุมระบบแอร์ มาตรวัดแบบเดียวกัน ต่างที่ชุดเครื่องเสียงเป็นแบบจอสัมผัสไม่มีปุ่มหมุนเหมือนในอัลติส ส่วนตรงด้านล่างแผงแอร์กับฐานเกียร์จะมีกรอบสีเงิน 2 ฝั่ง หรือจะเรียกว่าที่กันเข่าก็ได้ เพราะเมื่อนั่งขับทีไรติดทุกที โดยใช้ดีไซน์คล้ายในฟอร์จูนเเนอร์   






ในส่วนของคอนโซลกลางจะคล้าย C-HR แต่มีการสลับตำแหน่งของสวิตช์ "โหมดเลือกการขับขี่" ไว้ด้านหน้าคันเกียร์แทนและ "ตัด" สวิตช์ระบบเบรกมือไฟฟ้าออกซะ เหลือเพียงที่วางแก้วน้ำ 2 ช่องไว้ดูต่างหน้าแทน..

มาตรวัดแบบจอสีสามารถเลือกการแสดงผลได้ 2 รูปแบบ แต่แบบที่แสดงความเร็วขนาดใหญ่ดูสวยและชัดเจนดี และระบบแจ้งเตือนจะดูง่ายกว่า ในส่วนของการแสดงผลการทำงานต่างๆ อยู่ตรงกลาง กดเลือกดูได้หลายฟังก์ชันทั้งแสดงสถานะการขับเคลื่อนระหว่างเครื่องยนต์และระบบไฟฟ้า, ระบบเตือนออกนอกเลน, เรดาร์ครุซคอนโทรล เป็นต้น 


เบาะนั่งกระชับรับสัดส่วน พร้อมปรับไฟฟ้าฝั่งคนขับได้ 8 ทิศทางแต่ไม่มีดันหลัง พวงมาลัยก็ปรับได้ 4 ทิศทาง ซึ่งตำแหน่งคนขับนี้อาจดูเหมือนคอนโซลและแผงประตุจะโอบรัดเข้ามาทำให้ดูแคบ แต่เมื่อลองนั่งขับจริงก็ไม่แคบมากนัก มีเพียงส่วนหัวเข่าที่มักจะติดกับคอนโซลกลางตรงหรือว่าที่กันเข่านี่เอง แต่ด้วยความโปร่งของหลังคาจึงทำให้ไม่รู้สึกอีดอัด 
เบาะนั่งตอนหลังมีขนาดไม่ใหญ่มากนักตามขนาดมิติรถที่ไม่ต่างจาก C-HR นั่นเอง จึงทำให้มีพื้นที่วางขากว้างกว่า C-HR แต่ยังเล็กกว่า ALTIS ส่วนเบาะรองนั่งถือว่าใหญ่นั่งสบายและเบาะพิงปรับระดับเอนได้หนึ่งระดับ และด้วยช่วงของประตูหลังที่ยาวทำให้นั่งได้สบาย ติดเพียงตรงกลางเบาะเป็นเนินสูงเมื่อต้องนั่งข้างหลัง 3 คน ตรงกลางจะนั่งไม่ถนัดนัก เบาะหลังพับได้แต่พื้นจะไม่เรียบเสมอกับพื้นด้านหลังเนื่องจากติดชุดระบบไฮบริด   

การเข้าออกของประตูคนขับนับว่าดีกว้างขวาง ก้าวขึ้น-ลงสบายไม่ต้องย่อตัวหรือเขย่ง และไม่ต้องระวังศีรษะติดขอบบนหลังคาอีกด้วย ส่วนการเข้า-ออกผู้โดยสารตอนหลังก็สะดวกเช่นกัน ประตูที่เปิดได้กว้างก้าวขึ้น-ลงโดยไม่ต้องย่อและเขย่งเหมาะกับครอบครัวที่มีผู้ใหญ่ผู้สูงอายุมากๆ และปิดท้ายด้วยไฟสร้างบรรยากาศให้ความรู้สึกผ่อนคลาย


ประตูท้ายไฟฟ้าออปชันเด็ดมีในรุ่นท็อปเท่านั้น แถมด้วยฟังก์ชัน "กวาดเท้า" นับว่าตอบสนองดี ใช้งานง่าย เซ็นเวอร์จับไว้มาก แต่อย่าลืมพกกุญแจรถติดตัวด้วยนะครับ 

สมรรถนะ

All-New Toyota Corolla Cross มีความใหญ่โตของตัวรถและชิ้นส่วนต่างๆ ทั้งภายนอกภายในที่เพิ่มขึ้น แน่นอนว่ามีส่วนทำให้สมรรถนะะจากเครื่องยนต์ระบบไฮบริดเจนเนอร์เรชั่นที่ 4 แบบเดียวกันในอัลติส ลดลงไปบ้างแม้จะมีการปรับปรุงระบบส่งกำลัง ฯลฯ ให้เหมาะสมกับรถ และตัวเลขพลังกำลังรวมทั้งระบบอันน้อยนิดเพียง 122 แรงม้า แต่ว่าเวลาขับจริงมันช่างแตกต่างกับตัวเลขเกินคาด!  



อัตราเร่งออกตัวทำได้ดีไม่อืดอย่างคิด การเร่งแซงในช่วงความเร็วต่างๆ ก็ทำได้ดีไม่ต้องลุ้น การทำงานของระบบไฮบริดนั้นตอบสนองค่อนข้างฉับไว โดยในช่วงที่ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าอย่างเดียวยังสามารถขับได้ที่ความเร็วสูงๆ ราว 80 กิโลเมตร แต่เมื่อต้องการอัตราเร่งแซงเครื่องยนต์ติดขึ้นเพียงเสี้ยววินาที นับว่าราบรื่นไม่มีอาการกระตุกแต่อย่างใด


ระบบช่วงล่างด้วยความเป็นรถยกสูงขึ้นตัวถังอ้วนและหลังคาสูง ย่อมทำให้อาการโคลงมีมากกว่ารถโคโรลล่าซีดาน แม้จะใช้แพลตฟอร์ม TNGA ก็ตาม แต่เมื่อเทียบกับรถระดับเดียวกันนั้น โคโรลล่า ครอสนับว่ายังมีความหนึบแน่นและเกาะทางโค้งได้ดีกว่าหลายรุ่น และให้ความมั่นใจใกล้เคียงรถที่มีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ เพราะความสูงใต้ท้องไม่มากเกินไปนัก กลายเป็นข้อดีที่ทำให้โคโรล่า ครอส ไม่โยนเวลาเข้าโค้งหรือเปลี่ยนเลน  

สำหรับระบบไฮบริดมีโหลดให้เลือกขับขี่ 3 รูปแบบคือ ปกติคือ เป็นการใช้เครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าผสานกันในสัดส่วนพอเหมาะตามลักษณะของการขับขี่         

Eco เป็นการช่วยประหยัดพลังงานลดการใช้เครื่องยนต์ลง เน้นกำลังจากมอเตอร์ไฟฟ้ามากขึ้น พร้อมทั้งระบบแอร์ก็จะถูกควบคุมให้ใช้พลังงานอย่างคุ้มค่าที่สุดด้วย
โหมดเพาเวอร์ ชื่อก็บอกแล้วว่าเป็นการเพิ่มกำลังสูงสุดในทุกอย่างความเร็วเมื่อต้องการอัตราเร่งแบบ "สปอร์ต" เน้นการผสานพลังงานทั้ง 2 แบบอย่างสูงสุดนั่นเอง และทำให้การตอบสนองของคันเร่งมาไว้ขึ้น  

ประหยัดแบบไฮบริดเติม 500 กว่าก็เกือบเต็มถัง!
ในการขับทดสอบใช้ระยะทางรวมทั้งหมดราวๆ 400 กิโลเมตร เติมน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 91 ไป 550 บาท เต็มระดับ "F" ดีต่อใจมาในเรื่องความประหยัดแม้ตัวเลขบนมาตรวัดที่ 14.5 กิโลเมตรต่อลิตร อาจจะดูประหยัดไม่มากนักก็ตาม ซึ่งโรงงานเคลมไว้ 23.3 กิโลเมตรต่อลิตร! 

ความสะดวกสบาย


โตโยต้า โคโรล่า ครอส ให้ความสะดวกสบายที่พอเหมาะพอดีกับค่าตัว เบาะไฟฟ้าฝั่งคนขับ พวงมาลัยปรับได้ 4 ทิศทาง กระจกมองหลังตัดแสง ท่านั่งขับขี่ที่คล้ายๆ รถ MPV ลดอาการเมื่อยล้า ประตูท้ายไฟฟ้าแบบแฮนด์ฟรี และระบบเชื่อมต่อความบันเทิงต่างๆ ที่ให้มาครบถ้วน หลังคาซันรูฟ และที่วางแก้วน้ำของผู้โดยสารตอนหลังอยู่แผงประตูด้านบนนับว่าสะดวกสบายหยิบง่าย   
ส่วนความสบายในการขับขี่ที่แคบหรือการจอดรถก็ได้กล้องมอง 3 มิติ 360 องศา ซึ่งทำกราฟได้น่ามอง และชัดแจ๋ว ทำให้ช่วยมองเห็นวัตถุรอบรถได้ดีขึ้นเมื่อเจอทางแคบๆ และแม้เวลากลางคืนก็ชัดเจน



แต่!..ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกสบายบางอย่างที่ถูกปรับเปลี่ยนไปตามโจทย์ของโคโรล่า ครอส นั่นคือ "ต้องเป็น SUV พรีเมียมที่ราคาเข้าถึงง่าย" ย่อมมีการ "ปรับลด" ออกไปบ้างเช่น 
  1. เบรกมือไฟฟ้า อันนี้น่าเสียดายมาก เพราะเมื่อเป็นรุ่นท็อปสุดและมีระบบไฮบริด เบรกมือไฟฟ้าจะช่วยให้สะดวกสบายมากขึ้น
  2. Wireless Charger ออปชันนี้ก็น่าจะมีในรุ่นท็อป
  3. ที่วางแก้วน้ำคอนโซลหน้า น่าจะมีไว้ตรงคอนโซลด้านแต่ฝั่งเหมือนกับรีโว่หรือรุ่นอื่นๆ การหยิบแก้วจากคอนโซลกลางค่อนข่อนลำบากและอาจติดพักแขน ทำให้เสียสมาธิในการขับรถไปจิบกาแฟไป
  4. จุดเชื่อมต่อ USB ด้านหน้ามีน้อยเพียง 1 ช่อง และอยู่ตรงหน้าจอเครื่องเสียง ควรจะอยู่ตรงช่องใต้แผงควบคุมแอร์จะสะดวกกว่า
จุดที่น่าจะมีเพิ่มให้มานี่อาจมีการปรับราคาให้เหมาะสมขึ้นตามไปด้วยซึ่งคาดว่า ผู้ซื้อจะรับได้หากมีของมาแบบครบๆ และรู้สึกว่าคุ้มกับที่จ่ายไป

ความปลอดภัย

ระบบความปลอดภัยใน Toyota Corolla Cross Hybrid Premium Safety มีให้ครบเยอะมาก แต่อันที่โดดเด่นก็คือ 3 สิ่งนี้
Lane Departure Alert With Steering Assist ระบบเตือนเมื่อออกนอกเลน พร้อมพวงมาลัยหน่วงอัตโนมัติ ซึ่งทำงานได้แม่นยำ แม้เส้นถนนจะจางก็ยังพอตรวจจับได้ แต่ก็อาจต้องคอยดูด้วยว่าเส้นถนนบางช่วงอาจจางมากจนมองไม่เห็น 
Dynamic Radar Cruise Control With Lane Tracing Assist ระบบควบคุมและปรับลดความเร็วอัตโนมัติ พร้อมช่วยควบคุมรถให้อยู่กลางเลน ระบบนี้ดีงามเหมาะการขับขี่ทางไกล แก้อาการหลับใน ลดความเมื่อยล้า ไม่ต้องออกแรงประคองพวงมาลัยตลอดทาง เพียงแค่จับพวงมาลัยและค่อยพยุงเบาๆ ระบบจะช่วยบังคับทิศทางตามเส้นของถนนอัตโนมัติ 

แต่ระบบนี้ไม่เหมาะกับการใช้งานในเขตจราจรหนาแน่นนัก ไม่ค่อยแม่นยำเท่าที่ควรเพราะมีรถเยอะและมอเตอร์ไซค์ที่คอยตัดไปมา ระบบอาจจะตรวจจับไม่ทัน และในระบบนี้จะเว้นระยะห่างจากรถคันหน้าพอสมควร ดังนั้นจึงเป็นการเปิดช่องให้รถเข้ามาเบียดได้ง่าย ระบบจะเบรกค่อนข้างรุนแรง ซึ่งอาจทำให้รถคันด้านหลังเบรกไม่ทัน 

สรุปความคุ้มค่ากับราคา

Toyota Corolla Cross Hybrid Premium Safety รถอเนกประสงค์ที่ผู้ชื่นชอบในแบรนด์นี้ต่างรอคอยมานานว่าจะมี SUV รุ่นไหนมาเสียบแทน RAV4 ที่หายไปนานกว่าทศวรรต วันนี้เอง Corolla Cross จึงเกิดขึ้นและแน่นอนว่าสามารถตอบสนองได้ทั้งความสะดวกสบาย การใช้งานที่คุ้มค่า ประหยัดด้วยเทคโนโลยี Hybrid Gen4 ฉลาดเรียนรู้ไว แต่สุดท้ายแล้วต้องไปลองขับดูว่ารถ SUV แท้ๆ กับระบบไฮบริดขนาดใหญ่กว่าคอมแพ็คคาร์เล็กน้อย ความปลอดภัยเต็มคันจะตอบสนองความต้องการได้แค่ไหน ที่แน่ๆ จ่ายแค่ราคา 1,199,000 บาท จะได้ออปชันที่เยอะกว่า SUV บางรุ่นในระดับเดียวกัน

แท็กที่เกี่ยวข้อง รีวิวรถยนต์โตโยต้า 2020 รีวิวรถยนต์ 2020 โคโรลล่า โคโรลล่า ครอส toyota corolla cross รีวิวรถยนต์โตโยต้า 2020 รีวิวรถยนต์ 2020 โคโรลล่า โคโรลล่า ครอส toyota corolla cross รีวิวรถยนต์โตโยต้า 2020 รีวิวรถยนต์ 2020 โคโรลล่า โคโรลล่า ครอส toyota corolla cross
เขียนโดย เช็คราคา.คอม CAR GURU

ช่องทางติดตาม CAR GURU