ค้นหา รถยนต์ใหม่ car
รีวิวรถยนต์ใหม่ : ซูบารุ - รีวิว Subaru Levorg 1.6 Turbo AWD แหกทุกกฏรถสเตชั่นแวกอน กับ 1.6 ลิตร เทอร์โบ ขับเคลื่อน 4 ล้อ

รีวิว Subaru Levorg 1.6 Turbo AWD แหกทุกกฏรถสเตชั่นแวกอน กับ 1.6 ลิตร เทอร์โบ ขับเคลื่อน 4 ล้อ

วันที่ : 26 พ.ย. 62
เข้าดูทั้งหมด: 3,585 คน

รีวิว Subaru Levorg 1.6 Turbo AWD แหกทุกกฏรถสเตชั่นแวกอน กับ 1.6 ลิตร เทอร์โบ ขับเคลื่อน 4 ล้อ
Subaru Levorg 1.6 GT-S รถยนต์สเตชั่นแวกอนที่ได้รับ DNA มาจาก "WRX" ยัดใส่ไว้ในรถ "พ่อบ้าน" ปรับความจุเป็น 1.6 ลิตร เทอร์โบ ขับเคลื่อน 4 ล้อ ให้ขับสนุกสไตล์รถบ้านๆ เรียกว่าเป็นน้องชายคนเล็กสุดหล่อของ WRX ก็ว่าได้ ในราคาแบบนำเข้าโดนภาษีนิดหน่อยอยู่ที่ 1,890,000 บาท แล้วมีดีอะไรต้องดู... 
จุดเด่นโดนใจแม้แพงก็คุ้ม!

Subaru Levorg 1.6 GT-S เห็นรถแบบแวนสไตล์พ่อบ้านอย่างนี้อาจคิดว่าทำไมๆ ราคาจึงสูงระดับเทียบเท่ารถพรีเมี่ยมบ้างรุ่นด้วยซ้ำไป แต่มองแค่ภายนอกไม่ได้ครับ!!!

เจ้าเลอวอร์คนั้นมีความพิเศษคือ การออกแบบเพื่อการขับขี่แบบสนุก เกาะถนน เร้าใจและปลอดภัยให้มาอยู่ในรถ "ครอบครัว" ที่สามารถพาครอบครัวเดินทางไปได้ทุกๆ ที่และทุกสถานการณ์อย่างปลอดภัยและควบคุมได้ดั่งใจแบบใกล้เคียง "WRC" 

หากใครที่พอทราบว่า WRC นับเป็นรถ Hi Performance รุ่นหนึ่งของค่ายซูบารุ ที่มีชื่อเสียงมานานตั้งแต่สมัยตัวแข่งแรลลี่โลกมาแล้วหลายยุคหลายสมัย ดังนั้น Levorg ก็มีความคล้ายกับ WRX อยู่ไม่น้อย 

เริ่มที่ขนาดตัวรถยาว 4,690 มม. x กว้าง 1,780 มม. x สูง 1,490 มม. ฐานล้อ 2,665 มม. และน้ำหนักที่มีท้ายแถมมาด้วย 1,605 กก. เครื่องยนต์สำหรับรถพ่อบ้านวัยรุ่นเป็นแบบ FB16 เบนซิน 4 สูบนอน (Boxer) ที่มีจุดศูนย์ถ่วงต่ำ 1,599 ซีซี DOHC 16 วาล์ว AVCS Direct Injection Turbo กำลังสูงสุด 170 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตร ระบบเกียร์ CVT ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ Full Time (Symmetrical AWD) ความจุถังน้ำมัน 60 ลิตร

นับเป็นรุ่นที่แหกทุกกฏของรถระดับเดียวกัน (ถ้าไม่นับระดับราคา) ในความจุ 1.6 ถึง 2.0 ลิตร ที่เหนือกว่าด้วยเครื่องยนต์เทอร์โบและระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ นับว่าไม่มีใครให้ได้เท่ากับ levorg แล้วในปัจจุบันนี้ นอกจากนี้ยังมีระบบ SI-DRIVE การขับขี่ในแบบทั่วไป (I) และพ่อบ้านสายซิ่ง (S) ที่เพิ่มความมันได้เพียงกด "ปุ่ม" บนพวงมาลัย และระบบ Smart Entry และ Push Start  

ระบบช่วงล่างด้านแม็คเฟอร์สันสตรัทด้านหลังดับเบิ้ลวิชบอน พวงมาลัยเพาเวอร์ไฟฟ้า และสิ่งสำคัญที่ทำให้เหนือกว่าใครคือ ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ Full Time (Symmetrical AWD)






หน้าจอตรงคอนโซลกลางสามารถเลือกให้แสดงผลได้หลายรูปแบบ เช่น ข้อมูลระบบการขับขี่การใช้คันเร่ง ระบบบูสต์เทอร์โบที่อยู่ราวๆ 0.4 - 0.6 บาร์ อุณหภูมิน้ำมันเครื่อง ที่จำเป็นต่อเครื่องยนต์เทอร์โบ การทำงานระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ และสำหรับคุณแม่บ้านที่อาจดูค่าแปลกๆ ไม่เป็นก็มีรูปนาฬิกา อัตราสิ้นเปลือง ระยะทางที่วิ่งได้จากน้ำมันในถัง เป็นต้น   




ภายสปอร์ตมากกว่าหรูหรา กว้างขวางสะดวกสบายด้วยตัวถังรถแบบแวกอนที่ให้ความอเนกประสงค์ ระบบอำนวยความสะดวกในทุกมิติที่ให้มาทั้ง แป้นเหยียบอะลูมิเนียม หลังคาซันูฟ ระบบเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน Apple CarPlay และ Android Auto จอสัมผัสไหลลื่นขนาด 7.0 นิ้ว หน้าจอแสดงผลบอกสถานะการทำงานของรถยนต์อย่างละเอียด กระจกมองหลังระบบหรี่แสงอัตโนมัติ ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบ Dual Zone เบรกมือไฟฟ้า ระบบดับเครื่องยนต์อัตโนมัติ (ISS) 

มาตรวัดแบบอนาล็อคให้ความสปอร์ตเต็มขั้นพร้อมจอแสดงผลตรงกลาง พวงมาลัยท้ายตัด "D-Shape" มัลติฟังก์ชั่นจัดเต็มแบบไม่ตัดทิ้งจากญี่ปุ่นทั้งควบคุมความเร็วครุซคอนโทรล, แพดเดิ้ลชิฟ, โหมด I/S, สวิตช์ควบคุมเครื่องเสียง, รับ/วางสาย และมีฟังก์ชั่นคำสั่งเสียงด้วย ระบบเสียงกระหึ่มหนักแน่นและเชื่อมต่อบลูทูธง่ายมากและทำได้โดยไม่ต้องจอดรถ แต่ว่าก้านไฟเลี้ยวอยู่ซ้ายและระบบปัดน้ำฝนอยู่ขวา! จะมีงงในงงหน่อยเพราะเป็นรถญี่ปุ่นแต่สลับฝั่งซะด้วย    





เบาะคนขับแบบปรับด้วยไฟฟ้า 8 ทิศทาง แบบกึ่งบักเก็ตซีทนั่งได้กระชับทั้งคนขับและผู้โดยสารตอนหน้า ส่วนตอนหลังก็นั่งสบายมีพื้นที่วางขาเยอะและหลังคาสูงโปร่งไม่อึดอัด เบาะหลังแบบปรับเอนได้และพับได้ในอัตราส่วน 40/20/40




ระบบกระจกไฟฟ้าเป็นแบบ Auto ทั้ง 4 บานหลังคาซันรูฟสามารถเปิดได้ทั้งแบบกระดกขึ้น และเลื่อนเปิดทั้งบานได้ แต่การเปิดแผ่นบังแสงใช้มืออยู่ครับ  


ระบบไฟส่องสว่างไฟหน้า LED แบบปรับระดับอัตโนมัติพร้อมที่ฉีดน้ำล้างไฟหน้ามีโหมด Auto ที่ขยันฉับไว พร้อมไฟ Daytime Running light แบบฮาโลเจนที่อาจจะล้าหลังไปบ้างเพราะออกจำหน่ายมานานแล้ว ส่วนไฟสูงแบบฮาโลเจนแต่สว่างเวอร์มากๆ แต่ให้ไฟตัดหมอกหน้าและหลังมาให้เปิดกันซะใจไปเลย และส่วนท้ายดุดันด้วยท่อไอเสียคู่    

ระบบกุญแจรีโมทก็นับเป็นอีกฟังก์ชั่นที่ไม่บอกไม่ได้! ด้วยระบบ Smart Entry เพียงมือสัมผัส โดยมีระบบเซฟตี้หากเปิดด้วยการสัมผัสหรือกดรีโมท 1 ครั้ง จะปลอดล็อกเพียงฝั่งคนขับ หากต้องการเปิดทั้งคันก็กดเพิ่มอีก 1 ครั้ง เพื่อความปลอดภัยสำหรับคุณแม่บ้านเอาไปซิ่งและจอดในห้างเปลี่ยวๆ ป้องกันคนร้อยเปิดขึ้นมานั่งโดยในรถได้ด้วย และหากพกกุญแจติดตัวเพียงแค่เดินเฉี่ยวๆ ไฟในรถก็จะสว่างขึ้นต้อนรับอัตโนมัติ นอกจากนี้ยังมีที่ปัดน้ำฝนอัตโนมัติมาให้ด้วย  




สมรรถนะที่หาได้ยากในรถระดับเดียวกัน

สำหรับรถที่หน้าตาบ้านๆ หากไม่มีสคูปดักอากาศให้ใครรู้ว่าว่ามี "อินเตอร์คูลเลอร์" ก็คงคิดว่าไร้พิษสง แต่ขอโทษครับถ้าเห็นรุ่นนี้ไม่แน่จริงอย่าลองของ!



Subaru Levorg เหนือกว่ารถในระดับเดียวกันหรือใกล้ทั้งเครื่องยนต์เทอร์โบ 170 แรงม้า แรงบิด 250 นิวตันเมตร เทียบเท่ารถเครื่องยนต์ 2.5 ลิตร แน่นอนว่า แรงสะใจเกินตัวทั้งอัตราเร่งออกตัวหรือจะเร่งแซงทันใจทุกสถานการณ์ ยิ่งใช้โหมดสปอร์ต (S) ยิ่งมัน ตอนสนองไว้มากขึ้น แม้จะให้ฟิลลิ่งดึงแบบนุ่นนวลในสไตล์เกียร์ CVT แต่ก็ใด้ความมันเร้าใจจากแรงฉุดของเทอร์โบอยู่ไม่น้อย

นอกจากเครื่องจะมีกำลังที่ดีแล้ว ช่วงล่างก็นับว่ารองรับได้อย่างสบายๆ ด้วยพื้นฐานระบบช่วงล่างอิสระ 4 ล้อ ขับเคลื่อน AWD และตัวถังเดียวกับ WRX นี่เองที่ทำให้การขับขี่สนุกมากขึ้นและให้ความปลอดภัยขึ้นเยอะ เข้าโค้งยาวๆ ที่ความเร็ว 120 กม./ชม.ได้อย่างชิลๆ พวงมาลัยไฟฟ้าควบคุมได้แม่นยำ วงเลี้ยวแคบคล่องตัวเหมาะสำหรับใช้ง่ายแแบทุกๆ วัน น้ำหนักกลางๆ คือ ไม่เบาจนหวิวเกินไป ในความเร็วสูงๆ ยังพอควบคุมได้ไม่ต้องเกร็งมากนัก ระบบเบรกดีจากตัวรถที่ลงตัวทั้งน้ำหนักบานลาซน์หน้า/หลัง จุดศูนย์ถ่วงต่ำจากเครื่องยนต์สูบนอน ทำให้การขับขี่สั่งได้ตามใจ "เลี้ยวเป็นเลี้ยว" เลยครับ

อัตราเร่งออกตัวนั้นช่วงแรกๆ จะมีอาการ "หน่วง" เล็กน้อยจากการที่ต้องส่งกำลังไปยังล้อทั้ง 4 และระบบเกียร์ CVT ที่กำลังขยับอัตราทด แต่ก็ใช้เวลาไม่เกิน 1 วินาที รถก็พุ่งตัวอกไปไต่ระดับความเร็วจนเตะ 140 กม./ชม.อย่างรวดเร็ว ในจังหวะเร่งแซงในช่วงความเร็ว 100 กม./ชม. ก็เช่นกันมีอาการรอให้คิดนิดนึงและหลังจากนั้นก็กระชากรถให้พุ่งไปแบบไหลยาวๆ รอบกวาดไปราวๆ 5,000 กว่าๆ รอบต่อนาที ดึงได้ยาวเนียนและสนุก เรียกว่าตั้งแต่นำมาทดลองขับนั้น ไม่มีตอนไหนที่อยากขับประหยัดแบบทั่วๆ ไปเลยว่างเป็นกดเอ๊ะอ๊ะก็แซงตลอด!!.. 



ส่วนเรื่องความประหยัด อยากได้รถแรง แต่อยากประหยัด "ไม่มีในโลก" เพียงแต่ว่า! Levorg อาจทำอัตราสิ้นเปลืองได้น่าประทับใจ โดยให้อัตรากินน้ำมันเฉลี่ยราวๆ 11.9 กม./ลิตร (8.4 ลิตร/100 กม.) ที่นับว่ากินมากกว่ารถระดับ 1.8 ลิตรไม่มาก แต่ประหยัดกว่ารถระดับ 2.0 - 2.5 ลิตร นับว่าอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันสำหรับการขับขี่แบบซิ่งๆ กับรถขับเคลื่อน 4 ล้อตลอดเวลาผ่านอยู่ในเกณฑ์ที่รับได้สบายๆ ครับ 


ความปลอดภัยเยอะพอตัว แต่ขาด EyeSight 
ระบบความปลอดภัยที่ให้ติดตัวมาไม่น้อย แต่ก็มีบางอย่างที่ควรมี! เช่น ระบบควบคุมการทรงตัว (VDC) ระบบช่วยออกตัวทางลาดชัน ระบบควบคุมแรงบิดอัตโนมัติขณะเข้าโค้ง ถุงลมนิรภัยด้านหน้า ด้านข้าง และม่านถุงลม SRS ถุงลมนิรภัยป้องกันเข่า ระบบป้องกันคันเร่งค้างก็มีนะ (ที่ใครๆ ก็ชอบโทษเป็นตัวผิดเวลาชนตลอด) เซ็นเซอร์ถอยหลัง กล้องมองหลัง ระบบเตือนมุมอับสายตา น่าจะพอ เพียงแต่ว่าซูบารุเค้าเด่นระบบ EyeSight ที่มีใน Forester น่าจะใส่มาให้เลย  




สรุปความคุ้มค่า

Subaru Levorg 1.6 GT-S รถยนต์ครอบครัวอเนกประสงค์ตัวถังแวกอนที่หาได้อยากแล้วในรถระดับนี้ ที่ให้ทั้งสมรรถนะสนุกเร้าใจสไตล์ "WRX" สะดวกสบายในทุกการเดินทาง ออปชั่นเต็มคัน แม้จะทำตลาดในไทยมานานก็ยังทันสมัย เรียกว่าได้ทั้ง เครื่องสูบนอนเทอร์โบ ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ หลังคาซันรูฟ ที่แหกกฏทุกๆ ข้อจำกัดของรถพ่อบ้าน ในราคาต่ำลงกว่าช่วงเปิดตัวแรกๆ อยู่ 1,890,000 บาท และหากใครเล็งๆ อยู่มีงบประมาณนี้ต้องการรถครอบครัวที่ขับไปไหนใครก็มอง การควบคุมที่เร้าใจ เทคโนโลยีการขับเคลื่อนที่เกินตัว อย่ารอช้า! เพราะว่าทางซูบารุประเทศไทยแอบแจ้งข่าวว่า "อาจไม่นำเข้ามาขายอีกแล้ว" ก็เป็นได้ รีบซื้อซะรถขับดีขนาดนี้ไม่ต้องรอแล้ว!!

แก้ไขล่าสุด : 26 พ.ย. 62
โดย
:
สินธนุ จำปีศรี
กองบรรณาธิการ เช็คราคา.คอม

รีวิวรถยนต์ล่าสุด