• บ้านโครงการใหม่
  • บ้านโครงการใหม่
  • ค้นหาแบบละเอียด
  • ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ ประกาศแผนงานปี 64 ขยายธุรกิจต่อเนื่อง เตรียมเปิดโครงการใหม่เพิ่มเติม 10-12 โครงการ

    1 มี.ค. 64 192
    ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ ประกาศแผนงานปี 64 ขยายธุรกิจต่อเนื่อง  เตรียมเปิดโครงการใหม่เพิ่มเติม 10-12 โครงการ
    ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ลลิล พร็อพเพอร์ตี้  มีผลการดำเนินงานที่เติบโตโดดเด่นกว่าภาพรวมของอุตสาหกรรม ต่อเนื่องมาโดยตลอด สำหรับในปี 2564 นี้ แม้จะเป็นอีกปีที่ภาวะแวดล้อมไม่เอื้ออำนวย แต่บริษัทยังคงเชื่อมั่น และวางเป้าหมายเติบโตอย่างต่อเนื่อง พร้อมเดินหน้าขยายธุรกิจ มุ่งสู่การเป็น National Housing Company และเป็นผู้นำของตลาดแนวราบในช่วงราคา 2-8 ล้าน ครอบคลุมในทุกทำเลศักยภาพ โดยตั้งเป้าเป็นแบรนด์ในสามลำดับแรก ที่ผู้บริโภคจะต้องนึกถึงเมื่อมองหาที่อยู่อาศัยแนวราบในช่วงราคาดังกล่าว 
    สำหรับผลประกอบการปี 2563 เป็นอีกปีที่บริษัทสามารถทำผลงานได้ดีกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ และเติบโตได้สูงกว่าภาวะอุตสาหกรรมโดยรวมอย่างต่อเนื่อง แม้จะเป็นปีที่เศรษฐกิจทั่วโลกและไทยได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง จากการระบาดของ COVID-19   แต่สำหรับ ลลิลฯ ซึ่งเน้นกลุ่มลูกค้าที่เป็น Real Demand ตลอดจนมีการทำการวิจัย และตลาดเชิงลีก เพื่อหา Customer Insights  โดยพัฒนาและนำเสนอสินค้าในทำเลศักยภาพ เพื่อตอบสนองความต้องการที่แท้จริงของลูกค้า จึงช่วยให้บริษัทเป็นเพียงไม่กี่บริษัทที่ยังคงมีทั้งยอดขาย ยอดรับรู้รายได้ และกำไร ที่เติบโตในปี 2563 โดยบริษัทสามารถทำยอดรับรู้รายได้ได้สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ โดยมียอดรับรู้ทั้งปีที่ 5,765 ล้านบาท เติบโตขึ้น 24.2% ในขณะที่มีกำไรสุทธิที่ 1,333.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 49.5%
    ในส่วนของเป้าหมายธุรกิจในปี 2564 บริษัทตั้งเป้าเปิดโครงการใหม่ทั้งสิ้น 10-12 โครงการ มูลค่าโครงการรวม 6,000- 7,000 ล้านบาท  และตั้งเป้ายอดขายที่ 7,000 ล้านบาท  ยอดรับรู้รายได้ที่ 6,000 ล้านบาท โดยวางงบซื้อที่ดินไว้ที่ 1,000-1,200 ล้านบาท
    นายไชยยันต์ ชาครกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) (LALIN) (Mr.Chaiyan Chakarakul (Chairman of Executive Board, Lalin Property Plc.) ผู้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์มากว่า 30 ปี กล่าวถึงภาพรวมของเศรษฐกิจโลก และเศรษฐกิจไทย ในปี 2563 ที่ผ่านมาว่าเป็นปีที่ภาคธุรกิจต้องเผชิญกับความยากลำบากอย่างมากในการดำเนินธุรกิจ จากการแพร่ระบาดของ COVID-19  ซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในวงกว้าง  โดยภาพรวมเศรษฐกิจโลกหดตัวราว 3.5%  ในขณะที่ประเทศไทย GDP ทั้งปีหดตัวไปที่ 6.1% ตลาดอสังหาริมทรัพย์เพื่อที่อยู่อาศัยของไทยก็ได้รับผลกระทบตามภาวะเศรษฐกิจ  ซึ่งเป็นการหดตัวที่ต่อเนื่องจากที่มีการชะลอตัวมาตั้งแต่ปี 2562 ในแง่ของบริษัทเน้นกลยุทธ์การทำตลาดแนวราบที่เน้นลูกค้า Real Demand อย่างชัดเจน จึงได้รับผลกระทบที่น้อยกว่า  ตลอดจนบริษัทได้พยายามคัดสรรทำเลที่มีศักยภาพ   ตลอดจนพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบสนอง Customer Insights อย่างแท้จริง  จึงทำให้บริษัทยังคงสามารถบริหารงานผ่านปีที่ยากลำบากไปได้ โดยยังมีผลประกอบการที่เติบโต แม้ในภาวะตลาดอสังหาฯ โดยรวมที่ซบเซา
    สำหรับในปี 2564 นี้ คาดว่าเศรษฐกิจโดยรวมของไทยจะขยายตัวได้ราว 3% บวกลบ ทั้งนี้ขึ้นกับการกระจายวัคซีนให้ประชาชนในวงกว้างทำได้รวดเร็วเพียงใด แม้ภาคอสังหาฯ ในปี 2564 จะต้องเผชิญปัจจัยลบหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็น กำลังซื้อภายในประเทศที่ยังอ่อนตัวตามภาวะเศรษฐกิจ  ระดับหนี้ครัวเรือนที่ปรับสูงขึ้น ความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ อย่างไรก็ดีภาคอสังหาฯ มีปัจจัยสนับสนุนจากมาตรการภาครัฐที่ได้มีการต่ออายุมาตรการลดค่าธรรมเนียมการโอน และค่าธรรมเนียมจำนอง สำหรับที่อยู่อาศัยที่ราคาไม่เกิน 3 ล้านบาทออกไปจนถึงสิ้นปี 2564 รวมถึงสินค้าแนวราบยังได้รับปัจจัยหนุนจาก New Normal ที่ผู้บริโภคบางส่วนปรับเปลี่ยนพฤติกรรมจากที่เคยต้องการซื้อที่อยู่อาศัยแนวสูง มาซื้อที่อยู่อาศัยแนวราบซึ่งมีพื้นที่ใช้สอยมากกว่า สามารถตอบโจทย์การอยู่อาศัยได้จริงกว่า ทั้งนี้แม้สภาวะตลาดจะไม่เอื้อมากนัก แต่บริษัทยังมีความเชื่อมั่นว่าจะสามารถดำเนินธุรกิจให้เติบโตได้ต่อเนื่อง โดยตั้งเป้าหมายยอดขายไว้ที่ 7,000 ล้านบาท และยอดรับรู้รายได้ที่ 6,000 ล้านบาท
    นายชูรัชฏ์ ชาครกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) (LALIN) (Mr. Churat Chakarakul, Managing Director, Lalin Plc.) กล่าวถึงทิศทางการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ในปี 2564 นี้ จะยังคงให้ความสำคัญกับตลาดที่อยู่อาศัยในกลุ่มแนวราบ ที่เป็น Real Demand โดยมีแผนขยายโครงการใหม่ทั้งในทำเลใหม่ๆ ที่มีศักยภาพ ตลอดจนเป็นการเปิดโครงการใหม่เพื่อทดแทนโครงการเดิมของบริษัทที่กำลังจะปิดโครงการลง โดยในปี 2564 นี้ มีแผนเปิดโครงการใหม่ทั้งสิ้น 10-12 โครงการ มูลค่ารวมประมาณ 6,000-7,000 ล้านบาท โดยตั้งเป้าหมายยอดขายไว้ที่ 7,000 ล้านบาท และยอดรับรู้รายได้ที่ 6,000 ล้านบาท ซึ่งเติบโตขึ้นราว 7% จากในปี 2563 ทั้งนี้เตรียมที่จะเปิดโครงการบ้านเดี่ยวหรู รูปแบบใหม่ ภายใต้แบรนด์ บ้านลลิล The Prestige ซึ่งเป็นออกแบบในสไตล์ French Colonial ระดับราคาจะอยู่ในช่วง 5-8 ล้านบาท ซึ่งเป็นการขยายตลาดให้กว้างขึ้น จากที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก ภายใต้แบรนด์ Lanceo ซึ่งจะเน้นกลุ่มลูกค้าในช่วง 3-6 ล้านบาท
    ในปีนี้ จะเป็นการต่อยอดการใช้กลยุทธ์ Lifestyle Marketing โดยมุ่งเน้นการใช้สื่อ Digital Marketing เพิ่มมากขึ้น จากที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากในปีที่ผ่านมา โดยบริษัทมีการยกระดับการจัดการข้อมูลสารสนเทศสู่ Digital Company อย่างเต็มรูปแบบ  มีการนำ Big Data มาใช้ในการวิเคราะห์หา Customer Insights เพื่อเข้าถึง และตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างแม่นยำ นอกจากนี้ในปีนี้ทางบริษัทจะมีการต่อยอดมาตรฐาน Lalin's Quality of Living  มีการนำเสนอนวัตกรรมใหม่ๆ (Innovation Lalin, IL) ภายในบ้าน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของการอยู่อาศัย ไม่ว่าจะเป็น ระบบ IL- Smart & Security,  IL-Ecosystem, และ IL-Lively & Healthy เป็นต้น  ทั้งนี้ได้ตั้งงบด้านการตลาดในปีนี้ไว้ที่ประมาณ 3% -4%
    ในส่วนของทางด้านการเงิน บริษัทฯ มีความแข็งแกร่งทางด้านการเงินอย่างมาก โดยบริษัทมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) ที่ลดลงจาก 0.75 เท่า ณ สิ้นปี 2562 มาอยู่ที่ระดับเพียง 0.67 เท่า ณ สิ้นปี 2563  ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยโดยรวมของอุตสาหกรรมซึ่งอยู่ราว 1.4-1.5 เท่า อย่างมาก และมีเงินสดสำรองเพื่อใช้ในการขยายธุรกิจอีกราว 1,000 ล้านบาท  ตลอดจนมีวงเงินสนับสนุนทางการเงิน (Committed Line) ที่ยังไม่ได้เบิกใช้ จากธนาคารพาณิชย์พันธมิตรต่างๆ อีกมากกว่า 2,000 ล้านบาท  ซึ่งสะท้อนความแข็งแกร่งทางด้านการเงินของบริษัท และความสามารถในการขยายธุรกิจได้อีกมาก โดยไม่มีปัญหาด้านสภาพคล่อง  โดยในปี 2564 นี้บริษัทวางงบซื้อที่ดินไว้ที่ประมาณ 1,000-1,200 ล้านบาท  โดยแหล่งเงินทุนจะมาจากกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน และกำไรสะสมของบริษัท ตลอดจนมีการใช้หุ้นกู้ และแหล่งเงินกู้ระยะสั้นจากสถาบันการเงิน  โดยมีการพิจารณาออกในจำนวนและช่วงเวลาที่เหมาะสม เพื่อให้สอดรับกับการขยายธุรกิจ และการเติบโตในระยะยาวของบริษัท

    ข่าว-โปรโมชั่นล่าสุดอื่นๆ

      • ศุภาลัย เออร์บานา บางนา - วงแหวน (Supalai Urbana  Bangna Ring Road ) ... Live your life and having Fun
      • ให้คุณได้ใช้ชีวิตสนุกทุกวัน อิสระบนพื้นที่ความสุขกว้าง กับทาวน์โฮม และบ้านแฝด 3 ชั้น ที่สรรสร้างมาอย่างลงตัว เพื่อให้คุณได้ใช้ทุกพื้นที่ได้อย่างคุ้มค่า บนทำเลศักยภาพโซนบางนา-ตราด เชื่อมต่อทั้ง ถ.กิ่งแก้ว และ ถ.วงแหวนรอบนอก สะดวกทุกการเดินทางสู่ใจกลางแหล่งธุรกิจ ใกล้ทางด่วน ใกล้รถไฟฟ้า Airport Rail Link และ LRT บางนา-สุวรรณภูมิ (ในอนาคต) รายล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก และแหล่งช้อปปิ้งครบครัน
        20 ก.ค. 63 1,742
      • ควอลิเทีย ลิฟวิ่ง ควอลิเทีย สุขุมวิท 62 (Qualitia Sukhumvit 62)
      • ควอลิเทีย ลิฟวิ่ง เปิดตัวทาวน์โฮมโครงการใหม่ ควอลิเทีย สุขุมวิท 62 (Qualitia Sukhumvit 62) พรีเมี่ยม ทาวน์โฮม 3.5 ชั้น หน้ากว้าง 6 เมตร พื้นที่ใช้สอยกว่า 280 ตารางเมตร ขนาด 3 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ พร้อม Extra Space ที่จอดรถ 2-5 คัน บนทำเลที่ดีที่สุดของสุขุมวิท เพียง 200 เมตร จากรถไฟฟ้า สถานีบางจาก
        31 มี.ค. 63 1,668
      • บ้านพันนา เอกมัย - รามอินทรา เฟส 2 (Baan Panna Ekkamai-Ramindra Phase 2) โฮมออฟฟิศ 5 ชั้น ติด Central Festival East Ville
      • บ้านพันนา เอกมัย-รามอินทรา เฟส 2 โฮมออฟฟิศ 5 ชั้นโครงการใหม่จาก พันนาลิฟวิ่ง ตั้งอยู่บนทำเลดี ใจกลางเมือง เพียง 0 เมตรจาก Central Festival East Ville Home Office 5 ชั้น หน้ากว้าง 12.5 เมตร ที่ดินมาตรฐาน 130.80-137.90 ตร.ว. พื้นที่ใช้สอย 679 ตร.ม. รองรับพื้นที่จอดรถสูงสุด 11 คัน เดินทางสะดวก เข้า - ออกได้หลายช่องทาง ใกล้ทางด่วน รามอินทรา-อาจณรงค์ สัมผัสความเป็นส่วนตัวทุกยูนิต ระบบรักษาความปลอดภัยได้มาตรฐานผ่านระบบ Home Automation สามารถปรับออกแบบอาคารได้อย่างยืดหยุ่น
        11 มี.ค. 63 1,787
      • อัลติจูด พรูฟ สาทร (Altitude Prove Sathorn) โฮมออฟฟิศติดถนน บนแยก สาทร-สุรศักดิ์
      • อัลติจูด ดีเวลลอปเม้นท์ เปิดตัวโฮมออฟฟิศโครงการใหม่ "อัลติจูด พรูฟ สาทร (Altitude Prove Sathorn)" โฮมออฟฟิศติดถนน บนแยกสาทร-สุรศักดิ์ มีพื้นที่ใช้สอย 849.56 - 956.74 ตร.ม. เนื้อที่บ้าน 55 - 61 ตร.ว. บนพื้นที่โครงการ 235.5 ตร.ว. ใกล้รถไฟฟ้าบีทีเอส สถานีสุรศักดิ์ และทางด่วนบนทำเลสาทร พร้อมเทคโนโลยีรองรับแผ่นดินไหว ระบบท่อน้ำสุขาภิบาล ระบบกันขโมย ที่มี Access Control Face Recognize ระบบไฟฟ้า สื่อสาร ออกแบบรองรับการใช้งานสำหรับสำนักงานในอนาคต พร้อมกระจกนิรภัย ลดความร้อน และUV
        1 ก.ย. 63 1,789