• รถยนต์ใหม่
  • รถยนต์ใหม่
  • ค้นหาแบบละเอียด
  • รีวิว Ford Ranger Raptor พิสูจน์ของจริง ตะลุยออฟโรดสายโหด (Test Drive Review)

    27 เม.ย. 63 12,358
    รีวิว Ford Ranger Raptor พิสูจน์ของจริง ตะลุยออฟโรดสายโหด (Test Drive Review)
    ฟอร์ด ประเทศไทย เชิญทีมงาน คาร์กูรู ไทยแลนด์ โดยเว็บไซต์ เช็คราคา.คอมเข้าร่วมทดสอบและพิสูจน์สมรรถนะรถกระบะ ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ (Ford Ranger Raptor) เพื่อสัมผัสสมรรถนะจริงของฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ซึ่งอัดแน่นด้วยดีเอ็นเอของฟอร์ด เพอร์ฟอร์แมนซ์ (Ford Performance) เด่นด้วยนวัตกรรมเครื่องยนต์ดีเซล Bi-Turbo (เทอร์โบคู่) ขนาด 2.0 ลิตร ซึ่งให้ความแรงถึง 213 แรงม้า แรงบิด 500 นิวตันเมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด พร้อมระบบ Terrain Management System 6 โหมดที่มีโหมดเด่นอย่าง บาฮา ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากรายการแข่งออฟโรด Baja 1000 สุดโหด โหมดบาฮา เน้นขับลุยเร็วไปกับเส้นทางออฟโรดด้วยการลด Traction Control แต่เพิ่มการการตอบสนองของเครื่องยนต์ การเปลี่ยนเกียร์ที่ฉับไวเหมาะสมกับสภาพพื้นผิว ท้าทายกับการขับออฟโรดแบบโหดๆ ตามนิยาม เกิดมาแกร่ง
    ทริปทดสอบและพิสูจน์สมรรถนะ ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ (Ford Ranger Raptor) ในเส้นทางและสนามออฟโรดอันท้าทาย ณ จังหวัดนครราชสีมา เริ่มต้นที่โรงแรมอิสติน แกรนด์ สาทร เพื่อรับฟังรายละเอียดของทริปและออกเดินทางตอน 9.30 น. ผู้เขียนได้ขับฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ หมายเลข 3 สีน้ำเงิน พร้อมกับเพื่อนสื่อมวลชนอีก 2 ท่าน โดยได้ขับเป็นไม้แรก และได้เลือกใช้รูปการขับแบบ 2L พร้อมโหมดปกติ ขบวนฯ ทยอยปล่อยตัวออกตัวจากโรงแรม ใช้เส้นทางด่วนมุ่งหน้าไปอำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ช่วงที่ขับบนทางด่วนและไปเชื่อมต่อถนนกาญจนาภิเษกได้ลองปรับเป็นโหมดสปอร์ตกำลังของเครื่องยนต์ตอบสนองได้ดีขึ้นรอบยาวขึ้นในแต่ละเกียร์ จนมาตัดออกช่วงเส้นรังสิต-นครนายก แวะสลับเปลี่ยนผู้ขับยาวไปขึ้นเขาใหญ่ที่ด่านปราจีนบุรีตลอดเส้นทางการขับเป็นถนนปกติ ช่วงผ่านด่านได้สลับคนขับ ผู้เขียนเปลี่ยนไปนั่งเบาะข้าง ขบวนฯ ทยอยขึ้นไปบนเขาใหญ่ เส้นทางเริ่มมีเนินขึ้น-ลง โค้งซ้าย-ขวา สลับเป็นระยะ โหมดการขับยังคงใช้สปอร์ตกับ 2L ขับเคลื่อน 2 ล้อ ซึ่งให้กำลังและแรงบิดกว้างขับง่าย
    หลังจากแวะพักทานอาหารกลางวัน ขบวนฯ ก็เดินทางมายังสนาม 8 Speed เขาใหญ่ ที่จัดเตรียมไว้เป็นสนามทดสอบออฟโรดสุดท้าทาย เพื่อให้ได้ลองใช้ระบบ Terrain Management System (TMS) กันหลากหลายโหมด โดยจัดมีหลายสเตชันไว้ให้ทดสอบ การขับช่วงทดสอบพิเศษนอกจากตัวรถที่เปี่ยมด้วยสมรรถนะและระบบช่วยเหลือที่ดีแล้ว ยางที่ใช้ก็ต้องดีเช่นกัน ใน ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ยางที่ให้มาเป็น BFGoodrich All-Terrain 33 นิ้ว มีดอกยางใหญ่ แก้มยางแข็งแรงกว่ายางทั่วไป 20% 
    เมื่อถึงคิวทดสอบ ซึ่งมีผู้ฝึกสอนนั่งไปด้วย ผู้เขียนปรับโหมดไปที่ Baja แต่ยังคงใช้ระบบขับเคลื่อน 2 ล้อ ทีมงานระบุวิ่งเพียง 1 รอบ หลังวิ่งผ่านทางดินผสมหญ้ามาสักพักก็ถึงสเตชันไต่ขึ้น-ลงหน้าผาหิน เลยปรับการขับเคลื่อนเป็น 4L และใช้โหมดหิน ซึ่งเน้นการควบคุมรถให้ขับเคลื่อนอย่างช้าๆ ต่อจากนั้นปรับระบบเป็น 4H ขับเข้าทางดินมีโค้งรอรับพร้อมมุมยกเอียงไว้ให้ไต่ และเนินดินสูงไว้ให้ไต่ขึ้นและลงด้วยการใช้ระบบ HDC ซึ่งไม่ต้องใช้เบรก จากนั้นก็ปรับโหมดลุยโคลน-ทราย เพื่อขับผ่านบ่อโคลน ซึ่งก็ผ่านไปได้แบบสบายๆ จากนั้นวนกลับมาเจอสถานีไต่ทางเอียงต่างระดับซ้าย-ขวา ช่วงนี้ปรับเป็นการขับแบบ 4L อีกครั้ง พร้อมเดินคันเร่งนุ่มๆ ผ่านอุปสรรคได้ง่ายๆ จากนั้นผ่านขับผ่านขอนไม้วนกลับมาทางหญ้า เปลี่ยนระบบขับเคลื่อนเป็น 4H พร้อมโหมดหญ้า/กรวด/หิมะ การออกตัวในโหมดนี้ใช้เกียร์สอง ช่วยเพิ่มความปลอดภัยและลดการลื่นไถลของล้อ การขับเข้าโค้งทางหญ้าด้วยความเร็มระดับ 60 กม./ชม. เป็นสิ่งที่ต้องคำนึงถึงจุดหักเลี้ยวไว้ก่อนล่วงหน้า ยิ่งใช้ความเร็วมาก ตัวรถยิ่งไถลหลุดการยึดเกาะไกลขึ้น นับเป็นประสบการณ์ที่ให้ผู้เขียนได้ทราบถึงอาการต่างๆ เวลาที่รถสูญเสียการยึดเกาะ แต่ด้วยระบบ TMS ที่ออกแบบครอบคลุมหลายสถานการณ์ทำให้เลือกใช้ได้อย่างมั่นใจ 
    และมาถึงสถานีไฮไลท์ของวันนี้ เป็นการขับเหินขึ้นจากเนินด้วยความเร็วเพื่อให้รถลอยจากพื้น พร้อมสังเกตจังหวะที่กลับลงมา โหมดถูกปรับกลับมาใช้ Baja สถานีนี้มีเนินให้โดด 2 เนิน โดยถูกกำหนดความเร็วไม่เกิน 80 กม./ชม. ซึ่งถ้าขับมาด้วยความเร็วระดับ 70 - 80 กม./ชม. ก็สามารถเหินเนินจนลอยได้แน่นอน ผู้เขียนสังเกตเวลาเหินและดิ่งลงมา ระบบกันสะเทือนของตัวรถ ที่ใช้โช้ก FOX ขนาด 2.5 นิ้ว ให้ระยะช่วงยุบเพิ่มมากขึ้น 30% เอาอยู่แบบสบาย จังหวะ Compression และ Rebound ตอบสนองได้อย่างนิ่มนวลและไม่เสียอาการ พร้อมไปต่อได้สบาย หลังจากโดดผ่านไป 2 เนินก็ขับกลับไปที่จุดสตาร์ตเพื่อรอขับต่อรอบใหม่ ซึ่งรอบหลังผู้เขียนมาเน้นการโดดด้วยความเร็วที่สูงกว่าเดิม การตอบสนองก็ยังทำได้ดีอยู่ นับเป็นรถสแตนดาร์ดโรงงานที่ให้สมรรถนะใกล้เคียงรถแข่งไม่น้อย จากนั้นคณะสื่อมวลชนจึงเดินทางเข้าพักผ่อนที่ แรนโช ชาญวีร์ รีสอร์ต เขาใหญ่ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการขับในโหมด Baja อันเข้มข้นในวันรุ่งขึ้น
    วันที่สอง ขบวนฯ ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ของสื่อมวลชน เดินทางสู่ทุ่งกังหันลมห้วยบง ซึ่งมีการจำลองพื้นที่ให้เป็นเหมาะสมกับการขับด้วยโหมด Baja วิ่งเสมือนครอสคันทรีด้วยความเร็ว เพื่อพิสูจน์การขับสไตล์ออฟโรดที่เน้นทำความเร็ว บนเส้นทางทรายและทางกรวดหินแสนทรหดที่มีพื้นผิวที่ลื่น เป็นหลุมเป็นบ่อ ทั้งยังมีแอ่งโคลน เลน เป็นบางช่วงด้วย สำหรับโหมด Baja นั้น ได้รับแรงบันดาลใจจากรายการแข่งแรลลี่กลางทะเลทราย Baja 1000 อันเลื่องชื่อ โหมดนี้ระบบได้ปรับการตอบสนองของเครื่องยนต์ให้เหมาะกับการขับทางออฟโรดด้วยความเร็วสูง โดยระบบป้องกันล้อหมุนฟรีจะถูกตัดการทำงาน เพื่อไม่ให้แทรกแซงการทำงานของเครื่องยนต์ รวมทั้งเกียร์ถูกปรับให้มีประสิทธิภาพการทำงานสูงสุด ระบบจะค้างรอบเครื่องไว้นานขึ้นและเปลี่ยนเกียร์ลงได้อย่างรวดเร็วยิ่งกว่าเดิม พิสูจน์ประสิทธิภาพเหนือชั้นของฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ที่มาพร้อมโช้กอัพคู่ด้านหน้าและหลังของ Fox Racing Shox เพื่อซับแรงกระแทกเมื่อขับขี่ออฟโรดด้วยความเร็วสูง มั่นใจด้วยยาง All-terrain BF Goodrich 285/70 R17 ที่แกร่งกว่ายางระดับเดียวกัน 
    ผู้เขียนมีโอกาสขับอยู่ 2 รอบ โดยแต่ละรอบมีผู้ฝึกสอนนั่งพร้อมแนะนำการขับให้ก็พบว่า เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ตอบสนองการขับสไตล์ Baja ได้ดีเยี่ยมการเข้าโค้งทางดินที่ผิวต่างระดับ อีกทั้งมีโคลนเลนผสมในหลายจุด ไม่ได้เป็นอุปสรรคในการพุ่งทะยานไปข้างหน้า เครื่องยนต์ดีเซลไบเทอร์โบขนาด 2.0 ลิตร ให้แรงบิดที่กว้างและดันได้ดีอย่างต่อเนื่อง จากเข้าโค้งแบบสไลด์ท้ายเข้าทำได้เยี่ยม แก้อาการได้ง่ายและพร้อมไปต่ออย่างฉับไว การทำความเร็วในช่วงทางตรงมีแตะระดับ 140 กม./ชม. การชะลอเบาเบรกจากการทำงานผสานของดิสก์ทั้ง 4 ล้อ ให้ความรู้สึกตอบกลับที่ดีมาก 
    บทสรุปสำหรับ ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ใหม่ ! คือ รถกระบะที่ผสาน DNA ของ Ford Performance เปี่ยมไปด้วยคุณสมบัติและสมรรถนะที่ดีเกินหน้าทุกรุ่นในตลาด พร้อมรับมือความโหดของทุกสภาพถนน เอาใจสายลุยที่ต้องการรถกระบะสายลุยสมบูรณ์แบบจากโรงงาน และพร้อมแลกทุกราคาอย่างแท้จริง 
    • ชลัคร ช่วยชู
    • ชลัคร ช่วยชู
      Car GURU Thailand

    รีวิวล่าสุดอื่นๆ

      • รีวิว Audi e-tron sportback เอสยูวีพรีเมียมพลังไฟฟ้า 100 %
      • Audi e-tron Sportback 55 quattro S line ยนตรกรรมเอสยูวีทรงสปอร์ตคูเป้ สมรรถนะสูง ทรงพลัง ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% รุ่นใหม่ มาพร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้ออัจฉริยะแบบไฟฟ้า (electric quattro) มอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตำแหน่ง ให้พละกำลังสูงสุดถึง 408 แรงม้า ระยะทางวิ่งสูงสุด 463 กิโลเมตรต่อการชาร์จไฟ หนึ่งครั้ง (อ้างอิงตามผลการทดสอบโดยใช้มาตรฐาน NEDC) การขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตำแหน่งผสมผสานกับระบบขับเคลื่อน quattro ไฟฟ้าทำให้ตอบสนองฉับไว ให้ประสบการณ์การขับขี่ที่สมบูรณ์แบบ ตื่นเต้น เร้าใจ และสนุกสนาน ขณะที่ความเงียบภายในห้องโดยสารให้ความรู้สึกที่ยอดเยี่ยม รื่นรมย์ เพลิดเพลิน ทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ในราคา 5,299,000 บาท
        31 ก.ค. 64 113
      • พรีวิว ฮุนได ฮุนได สตาร์เรีย รถอเนกประสงค์มาตรฐานใหม่ กับราคาเริ่มต้น 1.7 ล้านบาท
      • ฮุนได สตาร์เรีย ออกแบบด้วยการใช้นวัตกรรมการใช้พื้นที่ภายในห้องโดยสารอย่างชาญฉลาด ใช้ฐานล้อขนาดยาวที่สุดของรถยนต์อเนกประสงค์ 3,273 มม. ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายเมื่อต้องเข้าและออกจากรถ ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังเครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.2 ลิตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด ให้กำลังสูงสุด 177 แรงม้า แรงบิด 431 นิวตันเมตร และมีการปรับปรุงระบบระบายความร้อนอินเตอร์คูลเลอร์และเทอร์โบชาร์จเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของแรงบิดในรอบเครื่องยนต์ต่ำ . นอกจากนี้ได้ใช้ช่วงล่างแบบมัลติ-ลิงค์ด้านหลัง ปรับองศาและระดับของ shock absorber เพื่อเพิ่มความนุ่มนวล พร้อมอัพเกรดคาลิปเปอร์เบรกและจานดิสค์เบรกเพื่อรองรับภาระโหลด และเบรกได้ ปลอดภัยยิ่งขึ้นด้วย
        15 ก.ค. 64 1,048
      • เฟิร์สทไดรฟ์ HAVAL H6 Hybrid เอสยูวีที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีสุดล้ำ
      • เมื่อวันที่ 15 มิถุนายนที่ผ่านมา เกรท วอลล์ มอเตอร์ จัดทดสอบ All New HAVAL H6 Hybrid SUV ครั้งแรกให้กับสื่อมวลชน นับเป็นการเตรียมพร้อมก่อนการเปิดราคาจริงในวันที่ 28 มิถุนายนนี้ ด้วยการทดสอบขับทางไกลและลองระบบช่วยเหลือที่โดดเด่นของ HAVAL H6 Hybrid ภายใต้แนวคิด DRIVE TO A NEW xEV WORLD เส้นทางกรุงเทพฯ ? ชลบุรี พร้อมเตรียมสถานีทดสอบระบบช่วยเหลือต่างๆ เสมือนการจำลองใช้งานจริงให้สื่อมวลชนได้ลองเพื่อเห็นภาพที่ชัดเจน
        29 มิ.ย. 64 2,378

    สนใจทดลองขับ