ไอคอนข่าว

ข่าวและอีเว้นท์รถยนต์

icon-filter ค้นหารถยนต์แบบละเอียด
product filter
product filter
product filter
product filter
product filter

Ford หวนคืนสู่ F1 ตอกย้ำการผสาน DNA การแข่งขันสู่ท้องถนน

เวลา ยอดอ่าน 31
Share
Ford หวนคืนสู่ F1 ตอกย้ำการผสาน DNA การแข่งขันสู่ท้องถนน
สำหรับสาวกมอเตอร์สปอร์ตทางเรียบระดับโลกอย่าง การแข่งรถสูตรหนึ่ง หรือ ฟอร์มูล่าวัน (F1) การรอคอยใกล้จะสิ้นสุดลงแล้ว เมื่อนัดเปิดฤดูกาลปี 2569 จะเริ่มขึ้นในวันที่ 8 มีนาคมนี้ ที่สนามอัลเบิร์ต พาร์ค สตรีท เซอร์กิต ในนครเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย โดย ฟอร์ด เตรียมประกาศศักดากลับสู่จุดสูงสุดของการแข่งขันรถอย่างยิ่งใหญ่ แสดงถึงมรดกตกทอดด้านการแข่งขันที่มีมายาวนานนับศตวรรษ อีกทั้งยังตอกย้ำความมุ่งมั่นในการพัฒนารถยนต์ที่แฝงไปด้วยสปิริตรถแข่งให้ลูกค้าฟอร์ดขับขี่บนท้องถนนในชีวิตประจำวัน
สานต่อจากเรื่องราวการแข่งขันของครอบครัวฟอร์ด
สำหรับฟอร์ด การแข่งขันฟอร์มูล่าวันในฤดูกาล 2026 ที่กำลังจะมาถึงนี้ นับเป็นการเดินทางที่เต็มไปด้วยความหมายบนเส้นทางตั้งแต่จุดกำเนิดของบริษัท โดย เฮนรี่ ฟอร์ด ผู้ต่อสู้เพื่อการอยู่รอดของบริษัทเมื่อ 125 ปีที่แล้ว ผ่านชัยชนะครั้งสำคัญด้วยรถแข่ง ‘สวีปสเทค (Sweepstakes)’ ในเดือนตุลาคม ปี 1901 ฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนี จึงถือกำเนิดขึ้น เหตุการณ์ในอดีตครั้งนั้นได้สร้างจิตวิญญาณแห่งการแข่งขันและแรงบันดาลใจให้กับฟอร์ดตลอดมา
หลังห่างหายจากการแข่งขันฟอร์มูลาวันไปนานถึง 22 ปี วิล ฟอร์ด ผู้จัดการทั่วไปของ ฟอร์ด เรซซิ่ง และทายาทของ เฮนรี่ ฟอร์ด ได้พาฟอร์ดกลับมาทวงคืนตำแหน่งในสนามอีกครั้ง ตอกย้ำตัวตนของ ‘แบรนด์ฟอร์ด’ ที่ทรงพลังในสนามแข่งระดับโลก ผ่านความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับเรด บูล พาวเวอร์เทรนส์ ซึ่งเป็นพันธมิตรที่เกิดขึ้นจากความมุ่งมั่นอันแรงกล้าและเป้าหมายที่มีร่วมกันบนกริดสตาร์ทตลอดฤดูกาลปีนี้ อย่างไรก็ตาม สำหรับฟอร์ด การหวนคืนสู่สนามแข่งรถอันดับหนึ่งอย่างฟอร์มูล่าวัน ยังพาให้ระลึกถึงต้นกำเนิดของบริษัทบนสนามแข่งเมื่อ 125 ปีก่อนด้วย
"การได้เห็นโลโก้ฟอร์ดบลูโอวอลผสานอยู่ในลวดลายของรถ นับเป็นเครื่องย้ำเตือนถึงความรับผิดชอบอันยิ่งใหญ่ของพวกเรา และเป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงความทุ่มเทของทั้งทีมวิศวกรฟอร์ดและวิศวกรทีม เรด บูลที่ได้ทุ่มเทเวลาทำงานหนักเพื่อพัฒนารถ" วิล ฟอร์ด กล่าว "พูดได้เลยว่า ระบบไฟฟ้าแรงสูงและซอฟต์แวร์แบตเตอรี่ที่เราพัฒนาสำหรับการแข่งในปีนี้ คือแบบพิมพ์เขียวที่ใช้พัฒนารถกระบะ และรถยนต์ที่ลูกค้าของเราจะได้ขับขี่ในอนาคต"
 
นวัตกรรมระบบไฟฟ้าแรงสูง ขุมพลังที่พัฒนาโดยฟอร์ด
คริสเตียน เฮิร์ทริช หัวหน้าวิศวกรระบบส่งกำลังของ ฟอร์ด เรซซิ่ง และหนึ่งในผู้นำทีมวิศวกรสำหรับฤดูกาลฟอร์มูล่าวัน 2026 ให้ความสำคัญกับความเร็วและนวัตกรรมรถแข่งอย่างไม่หยุดยั้ง ซึ่งเขาต้องผสานมรดกแห่งชัยชนะที่มีมา 125 ปีของฟอร์ด เข้ากับการทำงานของทีมเรด บูล ที่มีความคล่องแคล่ว และประสบการณ์จากความสำเร็จที่สั่งสมมาตลอด 20 ปี โดยฟอร์ดได้พัฒนาขุมพลังเครื่องยนต์ฟอร์มูล่าวัน หรือ F1 ตั้งแต่ต้น คริสเตียนเผยว่า ทีมงานวิศวกรของฟอร์ด เรซซิ่ง ทั้งจากโรงงานในเมืองเดียร์บอร์น รัฐมิชิแกน สหรัฐอเมริกา และวิศวกร เรด บูลที่สำนักงานใหญ่ในเมืองมิลตัน คีนส์ สหราชอาณาจักร กำลังร่วมกันคิดค้นและออกแบบชิ้นส่วนอะไหล่ที่มีความซับซ้อนสำหรับส่วนต่าง ๆ ของรถแข่ง ไม่ว่าจะเป็น เครื่องยนต์สันดาป ระบบระบายความร้อน และระบบกู้คืนพลังงาน รวมถึงการปรับแต่งอย่างพิถีพิถัน
ในฐานะทีมพัฒนาขุมพลังรถแข่งหน้าใหม่ที่ต้องปฏิบัติตามระเบียบการแข่งขันของปี 2026 ฟอร์ดต้องไล่ตามคู่แข่งที่คร่ำหวอดในสนามมานานหลายสิบปีให้ทัน ด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ล้ำหน้า โดย เควิน รุยบัล วิศวกรด้านการจำลองสภาพแวดล้อมการแข่งจริงของฟอร์ด เรซซิ่ง ได้ไปทำงานร่วมกับทีมเรด บูลถึงเมืองมิลตัน คีนส์ พัฒนาโมเดลการควบคุมรูปแบบเฉพาะที่ทำงานเร็วกว่าเวลาจริงถึง 1,000 เท่า และได้กลายมาเป็นกลยุทธ์หลักในการปรับจูนและควบคุมรถแข่ง ช่วยให้นักแข่งได้สัมผัสและปรับตัวเข้ากับคาแร็กเตอร์ของเครื่องยนต์ระหว่างที่จำลองการขับ และให้ความคิดเห็นเพื่อปรับปรุงก่อนที่จะผลิตตัวเครื่องยนต์ขึ้นจริง 
ด้านการจัดการพลังงานแบตเตอรี่ก็ได้แสดงให้เห็นถึงความเป็นเลิศทางดิจิทัลของทีมพัฒนารถ วิศวกรฟอร์ดและวิศกวกรของทีมเรด บูล ร่วมกันทำงานที่สำนักงานใหญ่ของเรด บูล พาวเวอร์เทรนส์ เพื่อหาวิธีการให้พลังงานไฟฟ้าทำงานอย่างมีประสิทธิภาพร่วมกับเครื่องยนต์สันดาป โดยไมค์ หวง วิศวกรฟอร์ด ได้พัฒนาโปรแกรมดิจิทัลขั้นสูงที่บริหารจัดการพลังงานได้แบบเรียลไทม์ สามารถวิเคราะห์ว่าช่วงไหนควรใช้หรือกักตุนพลังงานไว้ เพื่อหาวิธีที่เร็วที่สุดในสนาม ซึ่งจะอาศัยกลไกการปรับใช้พลังงาน และประสิทธิภาพในการขับ ส่วนการจัดการความร้อน และการคำนวณสถานะการชาร์จจะใช้รากฐานเดียวกันกับการพัฒนารถกระบะไฟฟ้าของฟอร์ดในอนาคตให้สามารถลากจูงได้ไกล และชาร์จได้ไวขึ้น
“สนามแข่งรถฟอร์มูล่าวัน เปรียบเสมือนสนามทดสอบรถที่เปี่ยมนวัตกรรมที่สุดในโลก และการนำนวัตกรรมของเรามาลงแข่งในรายการแข่งนี้ ก็เพื่อให้มั่นใจว่าลูกค้าของเราจะได้รับนวัตกรรมที่พวกเขาสมควรได้รับในอนาคต" คริสเตียนกล่าว

จากสนามแข่ง สู่ความเชื่อมั่นบนท้องถนนจริง
ก่อนที่การแข่งขันฟอร์มูล่าวัน 2026 จะเริ่มขึ้นในเร็ว ๆ นี้ ฟอร์ดได้เริ่มทดสอบรถอย่างเต็มรูปแบบตั้งแต่ปีที่แล้ว โดยประยุกต์ใช้วิธีการเดียวกับอุตสาหกรรมการบินและอวกาศ วิศวกรนักพัฒนารถได้เร่งผลิตชิ้นส่วนอะไหล่กว่า 1,000 ชิ้น ที่ทำจากเครื่องพิมพ์สามมิติให้ทีมแข่งใช้ทดสอบ 
คริสเตียน เฮิร์ทริช เผยว่า “ชิ้นส่วนเหล่านี้ไม่ได้เป็นชิ้นส่วนธรรมดาทั่วไป แต่เป็นชิ้นส่วนอะไหล่โลหะและโพลีเมอร์ที่มีคุณสมบัติทนทาน ผ่านการทดสอบในสภาวะแวดล้อมหฤโหด เพื่อให้สามารถทนต่อการแข่งขันด้วยความเร็วเฉลี่ย 200 ไมล์ต่อชั่วโมง”
 
ฟอร์ดได้นำความเชี่ยวชาญจากโรงงานกว่า 100 ปี มาใช้ในการผลิตชิ้นส่วนและองค์ประกอบต่าง ๆ สำหรับระบบส่งกำลัง ไม่ว่าจะเป็นเครื่องยนต์สันดาปภายใน รวมถึงระบบไฮบริด ขณะที่ชิ้นส่วนอะไหล่ทุกชิ้น จะต้องผ่านการตรวจสอบตามเกณฑ์ที่สำคัญ ได้แก่ การทดสอบความแข็งแรงทนทาน การตรวจสอบความถูกต้องทางเรขาคณิตผ่านการสแกนสามมิติ และการสแกนด้วยเครื่องเอ็กซเรย์และซีทีสแกน ก่อนที่จะเข้าสู่ห้องทดลองวัดผลขั้นสุดท้ายที่ศูนย์พัฒนาผลิตภัณฑ์ของฟอร์ด
คีธ เฟอร์เรลล์ ผู้เชี่ยวชาญทีมพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตของฟอร์ด และดูงานในส่วนการผลิตแบบพิมพ์สามมิติ เล่าว่า ทั้งหมดนี้เป็นขั้นตอนที่ทีมวิศวกรฟอร์ดนำไปใช้กับการพัฒนารถยนต์สำหรับลูกค้า ยกตัวอย่างเช่น โปรแกรมการพัฒนาฟอร์ด F-150 ที่ทีมวิศวกรได้นำนวัตกรรมการสแกนแบบเดียวกับการทดสอบรถ F1 ไปใช้ ทำให้ตรวจพบข้อบกพร่องได้ในวันเดียว ขณะที่การตรวจสอบทั่วไปอาจใช้เวลาหลายเดือน นับเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ฟอร์ดขยายกระบวนการตรวจสอบคุณภาพนี้ สู่รถรุ่นอื่น ๆ ที่จะส่งมอบให้ลูกค้าเพื่อความมั่นใจในคุณภาพบนท้องถนนทั่วโลก
 
แท็กที่เกี่ยวข้อง ข่าวฟอร์ด ford f1

รถยนต์เปิดตัวล่าสุด

ดูทั้งหมด

บทความรถยนต์ล่าสุด

ดูทั้งหมด