เมื่อปอร์เช่ได้เปิดตัวคาเยนน์ในปี 2002 ซึ่งเป็นการท้าทายกรอบแนวคิดเดิมของอุตสาหกรรมรถยนต์ รถยนต์เอสยูวี 4 ประตูจากผู้ผลิตที่มีภาพจำจากรถสปอร์ตระดับตำนานอย่าง 911 อาจจะดูเป็นเรื่องที่คาดไม่ถึงสำหรับหลายคน อย่างไรก็ตาม ปอร์เช่ไม่ได้ตอบข้อสงสัยเหล่านั้นด้วยคำพูด แต่ได้พิสูจน์ผ่านการออกแบบ วิศวกรรม และสมรรถนะที่สะท้อนตัวตนของปอร์เช่

คาเยนน์ เป็นรถยนต์รุ่นแรกที่ปอร์เช่ได้นำตำนานของรถสปอร์ตเข้าสู่เซกเมนต์ใหม่อย่างเต็มรูปแบบ โดยตลอดเวลากว่า 20 ปีได้มีการพัฒนาต่อเนื่องผ่านหลายเจเนอเรชัน และได้รับการยอมรับและประสบความสำเร็จในระดับโลก ซึ่งสำหรับประเทศไทย เส้นทางความสำเร็จนี้ได้ก้าวสู่บทใหม่ผ่านคาเยนน์ เอส อี-ไฮบริด คูเป้ (Cayenne S E-Hybrid Coupé) รุ่นประกอบในภูมิภาค เปิดโอกาสให้แฟนปอร์เช่ในประเทศไทยเป็นส่วนหนึ่งของคอมมูนิตี้ปอร์เช่ได้ใกล้ชิดยิ่งขึ้น
ความสำเร็จดังกล่าวได้สะท้อนผ่านกิจกรรม Drive Your Love. Drive Your Prosperity. ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 14–15 กุมภาพันธ์ 2569 ที่โชว์รูมปอร์เช่อย่างเป็นทางการทุกสาขา โดยมีการจัดแสดงคาเยนน์เป็นไฮไลต์ร่วมกับมาคันน์ (Macan) และไทคานน์ (Taycan) เปิดโอกาสให้ลูกค้าได้สัมผัสยนตรกรรมอย่างใกล้ชิด พร้อมกิจกรรมระดับพรีเมียม และข้อเสนอสุดพิเศษ เพื่อร่วมเฉลิมฉลองช่วงเทศกาลวาเลนไทน์และตรุษจีน
ความกล้าที่ก้าวข้ามกรอบเดิม ด้วยเอสยูวีที่สะท้อน DNA ของปอร์เช่
ท่ามกลางหลายปัจจัยด้านเศรษฐกิจในช่วงปี 1986 ปอร์เช่ ได้เผชิญความท้าทายครั้งสำคัญ จึงทำให้เกิดโครงการโคโลราโด (Colorado) ร่วมกับโฟล์คสวาเกน (Volkswagen) เพื่อพัฒนารถยนต์ที่ตอบโจทย์สมรรถนะการขับขี่แบบไดนามิก รองรับทุกสภาพเส้นทาง และใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน ภายใต้แนวคิดรถยนต์ 5 ที่นั่งสำหรับครอบครัวที่ยังคงดีเอ็นเอของปอร์เช่

แนวคิดดังกล่าวนำไปสู่การเริ่มต้นของคาเยนน์ พร้อมความตั้งใจในการสร้างความแตกต่างให้กับรถยนต์เอสยูวีรุ่นนี้ โดยเมื่อเปิดตัวในปี 2002 คาเยนน์ได้รับกระแสตอบรับที่หลากหลาย แต่สำหรับผู้ที่ชื่นชอบปอร์เช่บางกลุ่ม รถยนต์ 4 ประตูรุ่นนี้อาจจะดูขัดแย้งกับภาพจำของรถยนต์สปอร์ตอย่างปอร์เช่ 911
, 2002.jpg.webp)
อย่างไรก็ตาม แทนที่จะโต้แย้งด้วยคำพูด ปอร์เช่ได้เลือกพิสูจน์แนวคิดนี้ผ่านวิศวกรรม สมรรถนะ และด้วยประสิทธิภาพที่หลากหลาย คาเยนน์จึงสามารถผสานบทบาทของรถที่ใช้เดินทางสำหรับครอบครัว รถลุยเส้นทางออฟโรด และรถสปอร์ตสมรรถนะสูงไว้ในคันเดียว จึงทำให้คาเยนน์มีบทบาทสำคัญในการกำหนดทิศทางตลาดรถยนต์เอสยูวีสมรรถนะสูงในตลอดระยะเวลากว่า 20 ปี
ความสำเร็จของคาเยนน์สะท้อนผ่านผลลัพธ์ที่ชัดเจน คาเยนน์สามารถสร้างยอดขายได้สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ตั้งแต่ในช่วงแรก และกลายเป็นหนึ่งในรุ่นที่สร้างยอดส่งมอบให้กับปอร์เช่ทั่วโลก โดยในปี 2024 คาเยนน์ได้มียอดการผลิตสะสมมากกว่า 1.5 ล้านคัน รวมไปถึงสมรรถนะที่ได้ผ่านการทดสอบในสนามแข่งระดับสูงยิ่งตอกย้ำความเป็นปอร์เช่ที่พร้อมขยายความนิยมสู่การใช้ชีวิตที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น

คาเยนน์ไม่ได้เป็นเพียงรถยนต์ที่ประสบความสำเร็จทางด้านยอดขายเท่านั้น แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงพัฒนาการสำคัญของปอร์เช่ที่พิสูจน์ได้ว่าสมรรถนะ ความหรูหรา และการใช้งานในชีวิตประจำวันสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างลงตัว
บทบาทของคาเยนน์ในประเทศไทยที่ขยายเส้นทางความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง
ในประเทศไทย คาเยนน์ได้ก้าวสู่บทบาทใหม่ผ่าน คาเยนน์ เอส อี-ไฮบริด คูเป้ รุ่นประกอบในภูมิภาค ที่ได้พัฒนาขึ้นสำหรับตลาดประเทศไทยโดยเฉพาะ ก้าวเชิงกลยุทธ์นี้ได้สะท้อนถึงความเชื่อมั่นระยะยาวของปอร์เช่ในประเทศไทย พร้อมคงมาตรฐานคุณภาพระดับโลกและการควบคุมดูแลด้านวิศวกรรมตามแบบฉบับของปอร์เช่ ลูกค้าจึงยังคงได้รับสมรรถนะ การประกอบ และความประณีตในระดับเดียวกับปอร์เช่ทั่วโลก ซึ่งยังคงสามารถรักษาเอกลักษณ์ของปอร์เช่ไว้ได้อย่างครบถ้วน
ในประเทศไทย คาเยนน์ได้ก้าวสู่บทบาทใหม่ผ่าน คาเยนน์ เอส อี-ไฮบริด คูเป้ รุ่นประกอบในภูมิภาค ที่ได้พัฒนาขึ้นสำหรับตลาดประเทศไทยโดยเฉพาะ ก้าวเชิงกลยุทธ์นี้ได้สะท้อนถึงความเชื่อมั่นระยะยาวของปอร์เช่ในประเทศไทย พร้อมคงมาตรฐานคุณภาพระดับโลกและการควบคุมดูแลด้านวิศวกรรมตามแบบฉบับของปอร์เช่ ลูกค้าจึงยังคงได้รับสมรรถนะ การประกอบ และความประณีตในระดับเดียวกับปอร์เช่ทั่วโลก ซึ่งยังคงสามารถรักษาเอกลักษณ์ของปอร์เช่ไว้ได้อย่างครบถ้วน
.jpg.webp)
ในปี 2025 ปอร์เช่ ประเทศไทยยังคงรักษาการเติบโตที่แข็งแกร่งในกลุ่มรถสปอร์ตพลังงานไฟฟ้าและปลั๊กอินไฮบริด โดยรถยนต์กลุ่มนี้คิดเป็น 89% ของยอดขายรวมในประเทศไทย ซึ่งคาเยนน์ เอส อี-ไฮบริด คูเป้ รุ่นประกอบในภูมิภาค ได้มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อความสำเร็จดังกล่าวและได้รับกระแสตอบรับที่ดีจากกลุ่มลูกค้าชาวไทยเป็นจำนวนมาก โดยล่าสุด คาเยนน์ เอส อี-ไฮบริด คูเป้ รุ่นปี 2026 ได้รับการปรับอุปกรณ์มาตรฐานให้ครบครันมากยิ่งขึ้น เพื่อมอบความคุ้มค่าและประสบการณ์การขับขี่ที่ตอบโจทย์ลูกค้าในประเทศไทย
.jpg.webp)
การขยายความพร้อมในประเทศไทยช่วยยกระดับประสบการณ์ของลูกค้าในหลายมิติ ช่วยให้กลุ่มลูกค้าในประเทศไทยสัมผัสคาเยนน์ได้มากยิ่งขึ้น และสะท้อนความมุ่งมั่นของปอร์เช่ในการดูแลลูกค้าในประเทศไทยอย่างใกล้ชิด และมีความเชื่อมโยงกับลูกค้ามากยิ่งขึ้น
ร่วมเดินหน้าสู่ความสำเร็จไปพร้อมกัน
จิตวิญญาณแห่งความก้าวหน้าและความผูกพันได้สะท้อนผ่านกิจกรรม Drive Your Love. Drive Your Prosperity ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 14–15 กุมภาพันธ์ 2569 ที่โชว์รูมปอร์เช่อย่างเป็นทางการทุกสาขา โดยมีคาเยนน์ เอส อี-ไฮบริด คูเป้ เป็นไฮไลต์สำคัญ พร้อมจัดแสดงร่วมกับมาคันน์ ไทคานน์ และรุ่นอื่น ๆ ภายใต้บรรยากาศที่สะท้อนนิมิตหมายในการเริ่มต้นใหม่และความสัมพันธ์ที่มีความหมาย ผู้ร่วมงานสามารถสัมผัสคาเยนน์และยนตรกรรมรุ่นอื่น ๆ ผ่านกิจกรรมทดลองขับที่ออกแบบมาเพื่อสะท้อนสมดุลระหว่างสมรรถนะและความอเนกประสงค์ในการใช้งานจริงและยังมีกิจกรรมเวิร์กช็อปสุดพิเศษเพื่อสร้างช่วงเวลาแห่งความประทับใจในบรรยากาศสุดพรีเมียมในแบบฉบับของปอร์เช่ รวมทั้งพร้อมมอบสิทธิพิเศษสำหรับรถรุ่นที่ร่วมรายการ
จิตวิญญาณแห่งความก้าวหน้าและความผูกพันได้สะท้อนผ่านกิจกรรม Drive Your Love. Drive Your Prosperity ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 14–15 กุมภาพันธ์ 2569 ที่โชว์รูมปอร์เช่อย่างเป็นทางการทุกสาขา โดยมีคาเยนน์ เอส อี-ไฮบริด คูเป้ เป็นไฮไลต์สำคัญ พร้อมจัดแสดงร่วมกับมาคันน์ ไทคานน์ และรุ่นอื่น ๆ ภายใต้บรรยากาศที่สะท้อนนิมิตหมายในการเริ่มต้นใหม่และความสัมพันธ์ที่มีความหมาย ผู้ร่วมงานสามารถสัมผัสคาเยนน์และยนตรกรรมรุ่นอื่น ๆ ผ่านกิจกรรมทดลองขับที่ออกแบบมาเพื่อสะท้อนสมดุลระหว่างสมรรถนะและความอเนกประสงค์ในการใช้งานจริงและยังมีกิจกรรมเวิร์กช็อปสุดพิเศษเพื่อสร้างช่วงเวลาแห่งความประทับใจในบรรยากาศสุดพรีเมียมในแบบฉบับของปอร์เช่ รวมทั้งพร้อมมอบสิทธิพิเศษสำหรับรถรุ่นที่ร่วมรายการ

สัมผัสกิจกรรม Drive your love. Drive your Prosperity. ได้ที่ตัวแทนจำแหน่ายปอร์เช่อย่างเป็นทางการทุกแห่ง ได้แก่ Porsche Centre Bangkok, Porsche Centre Pattanakarn, Porsche Centre Bangna, Porsche Centre Pattaya, Porsche Store Bangkok ที่ศูนย์การค้า Emsphere และ Porsche Studio Siam Paragon ชั้น 2
