ประเมินวงเงินรู้ผลใน 3 นาที

กับ กรุงศรี ออโต้ พร้อมสตาร์ท

เริ่มประเมินวงเงินพร้อมสตาร์ท
ผ่านมือถือ สแกนเลย

ดูวงเงินพร้อมสตาร์ทที่ได้รับ

x
icon-filter ค้นหารถยนต์
product filter
product filter
product filter
product filter
product filter

Mercedes-Benz เปิด The new E-Class: Launch Edition ในงาน Motor Show 2024 ชูรถไฮไลท์ 5 รุ่น พร้อมโปรโมชั่นจองรถในงานลุ้นรับ C-Class หรือชิงทองคำ มูลค่ารวม 4 ล้านบาท

ข่าว icon 27 มี.ค. 67 icon 254
เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) สะท้อนการเป็น ICON OF INSPIRATION. ยกทัพยนตรกรรมกว่า 20 รุ่น จัดแสดงในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 45 (Motor Show 2024) เปิดตัวยนตรกรรมล่าสุด 5 รุ่น นำโดย
 
 

The new E-Class: Launch Edition 

Business Saloon ที่มาเซอร์ไพรส์กลางงานพร้อมเปิดจองเป็นครั้งแรก มาด้วยกัน 2 รุ่นย่อย ได้แก่ E 220 d AMG Line ราคาจำหน่าย 3,990,000 บาท และ E 350 e AMG Dynamic ราคาจำหน่าย 4,250,000 บาท โดยเป็นยนตรกรรมระดับไอคอนของแบรนด์ที่ผสานความเป็นเลิศในทุกด้าน ทั้งการออกแบบ เทคนิคที่ล้ำสมัย และความสะดวกสบายชั้นเยี่ยม มาพร้อมรหัสตัวถัง W214 ชูความเป็นเลิศของ Business Saloon สุดหรูที่มาพร้อมรูปลักษณ์ที่แตกต่างจากเดิมในทุกองศา และขนาดตัวถังที่ใหญ่ขึ้นในทุกมิติ เพื่อตอบโจทย์ทุกความทันสมัยภายใต้คอนเซ็ปต์ “EVOLVES WITH YOU” 
 
 
ในด้านสมรรถนะ E 220 d AMG Line ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ 2.0 ลิตร 1,993 ซีซี มอบกำลังแรงม้าสูงสุด 197 แรงม้า ที่ 3,600 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 440 นิวตันเมตร ที่ 1,800 – 2,800 รอบต่อนาที สามารถทำอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง เพียง 7.6 วินาที ทำงานร่วมกับ 48V electrical system (ISG2) 23 แรงม้า 205 นิวตันเมตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 9 จังหวะ (9G-TRONIC) ส่วน E 350 e AMG Dynamic ผสานขุมพลังการขับเคลื่อนในรูปแบบรถปลั๊กอินไฮบริดผ่านเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร เทอร์โบ แบบ 4 สูบแถวเรียง เมื่อเครื่องยนต์ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าทั้งระบบ มอบกำลังแรงม้ารวมสูงสุด 313 แรงม้า แรงบิดรวมสูงสุด 550 นิวตันเมตร มาพร้อมระบบส่งกำลังแบบ 9G-TRONIC สามารถทำอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง เพียง 6.5 วินาที ในด้านของแหล่งพลังงาน ติดตั้งแบตเตอรี่แรงดันสูงที่มีความจุ 25.4 kWh ช่วยให้สามารถขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้าได้ไกลมากกว่า 100  กิโลเมตรต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง ตามมาตรฐาน WLTP รองรับการชาร์จพลังงานไฟฟ้าแบบกระแสตรง (DC Charge) สูงสุด 55 kWh ใช้เวลาชาร์จจาก 0 – 100% เพียง 30 นาที ส่วนการชาร์จแบบกระแสสลับ (AC Charge) รองรับสูงสุด 11 kWh ใช้เวลาชาร์จจาก 0 – 100% ในระยะเวลา 2 ชั่วโมง 30 นาที
 
 
ทั้งคู่มาพร้อมดีไซน์การออกแบบรอบคันด้วย AMG Bodystyling ที่มอบความดุดันตามแบบฉบับของ AMG พร้อมระบบปิดประตูแบบ Soft Close ทางด้านของ E 220 d AMG Line มาพร้อมไฟหน้า LED high-performance ทำงานร่วมกับระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ Adaptive Highbeam Assist มอบความสะดวกสบายด้วย KEYLESS-GO Comfort Package ที่สามารถควบคุมด้วยระบบดิจิทัลผ่านสมาร์ทโฟน ช่วงล่างติดตั้งล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ต ขนาด 19 นิ้ว ผสานการทำงานร่วมกับระบบกันสะเทือนแบบ AGILITY CONTROL ช่วยซับแรงกระแทกและทำให้การขับขี่มีความนุ่มนวลยิ่งขึ้น
 
 
ส่วน E 350 e AMG Dynamic โดดเด่นด้วยกระจังหน้าแบบเรืองแสง ติดตั้งไฟหน้า DIGITAL LIGHT และระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ Adaptive Highbeam Assist Plus ช่วยเสริมความปลอดภัยในการขับขี่และการโดยสารในทุกเส้นทาง ด้านบนมีการติดตั้งหลังคาพาโนรามิคซันรูฟเลื่อนเปิด-ปิด ด้วยระบบไฟฟ้า และยกระดับเทคโนโลยีด้วย Heat and noise-insulting acoustic glass ช่วยสะท้อนความร้อน ป้องกันรังสีอินฟาเรดและเสียงสะท้อนจากภายนอก ปิดท้ายด้วยล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตจาก AMG ขนาด 20 นิ้ว ที่ออกแบบให้มีการลดอากาศหมุนวนบริเวณด้านข้างล้อ เพื่อทุกการขับขี่ที่เต็มไปด้วยสุนทรียภาพและความปลอดภัยขั้นสูง
 
ภายในห้องโดยสารของทั้งสองรุ่นมีการตกแต่งแบบ AMG Interior Package ที่เน้นความสปอร์ตแต่ยังคงความหรูหราตามแบบฉบับของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ควบคุมทิศทางการขับขี่ด้วยพวงมาลัย Multifunction sports steering เสริมความลักชัวรี่ด้วยเบาะหนังสีดำ มาพร้อมระบบปฏิบัติการ MBUX เจเนอเรชั่นที่ 3 พร้อมกล้อง Selfie สำหรับการประชุมงานหรือเพิ่มความบันเทิง ติดตั้งจอ MBUX Superscreen ขนาดใหญ่พิเศษ 14.4 นิ้ว บริเวณแผงคอนโซลกลาง และจอขนาด 12.3 นิ้ว บริเวณผู้โดยสารตอนหน้า ให้ตอบโจทย์ทุกการใช้งานอย่างครบครัน โดยมีการปรับปรุงให้สามารถรับ-ส่งข้อมูลออนไลน์ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น พร้อมระบบ AI ที่จะเรียนรู้และปรับฟังก์ชั่นต่าง ๆ ของรถยนต์ให้เข้ากับพฤติกรรมและรสนิยมของผู้ขับขี่ ทั้งยังติดตั้งระบบปรับอากาศ ENERGIZING AIR CONTROL ที่สามารถปรับทิศทางลมได้อย่างอิสระ และฟังก์ชั่นอื่น ๆ ที่พร้อมจะมอบความสะดวกสบายอันเหนือระดับไว้อย่างเต็มพิกัด
 
 
ส่วนในด้านเทคโนโลยีและความบันเทิง E 220 d AMG Line โดดเด่นด้วยไฟเรืองแสง Ambient Lightning Plus กว่า 64 เฉดสี ที่จะเปลี่ยนบรรยากาศของห้องโดยสารได้อย่างรื่นรมย์ ทั้งยังมีการติดตั้งระบบ MBUX Augmented Reality สําหรับแผนที่นําทาง ทางด้าน E 350 e AMG Dynamic มาพร้อม Digital Vent Control ช่องแอร์ที่ปรับการทำงานด้วยระบบไฟฟ้า เพื่อให้มีการหมุนเวียนอากาศเสมือนมีลมธรรมชาติภายในห้องโดยสาร พร้อมเทคโนโลยี Head-up display ให้ผู้ขับขี่สามารถเห็นข้อมูลการขับขี่โดยไม่ต้องละสายตาจากท้องถนน ทั้งยังมอบความพิเศษด้วยระบบเสียงรอบทิศทาง Burmester® 4D Surround Sound System พร้อมลำโพง 21 ตัว ผสานการทำงานร่วมกับเทคโนโลยี Dolby Atmos ให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารได้ฟังเสียงอย่างคมชัดสมจริงราวกับนั่งอยู่ในโรงภาพยนตร์ และไฟรอบห้องโดยสารแบบ Active Ambient Lighting ที่สามารถปรับแสงสีในห้องโดยสารให้เป็นไปตามจังหวะเพลง ให้ทุกการเดินทางเต็มไปด้วยความเพลิดเพลินในทุกอารมณ์
นอกจากนี้ ยังมีการติดตั้งระบบความปลอดภัย Driving Assistance Package Plus ในรถยนต์ทั้งสองรุ่นอย่างครบครันตามมาตรฐานของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ทั้งระบบรักษาระยะห่างจากรถด้านหน้าและควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (Active Distance Assist DISTRONIC) ระบบช่วยเบรกอัตโนมัติ (Active Brake Assist) ระบบพวงมาลัยช่วยผ่อนแรงหักหลบสิ่งกีดขวางระยะกระชั้นชิด (Evasive Steering Assist) ระบบรักษารถให้อยู่ในช่องทางจราจร (Active Lane Keeping Assist) และระบบช่วยเตือนเมื่อมีรถอยู่ในจุดอับสายตา (Active Blind Spot Assist) เป็นต้น 
 
 

GLC 350 e 4MATIC Coupe AMG Dynamic

ต่อด้วยรถตระกูลเอสยูวีเกือบทุกเซกเมนต์ตั้งแต่ GLC 350 e 4MATIC Coupe AMG Dynamic ราคาจำหน่าย 4,340,000 บาท เป็นรถเอสยูวีทรงสปอร์ตคูเป้รุ่นที่สองหลังจากเอสยูวี Mid-size อย่าง GLE Coupé โดยเปิดตัวเจเนเรชั่นแรกเมื่อปี 2016 ต่อมามีการปรับโฉมในปี 2019 จนเดินทางมาถึงเจเนเรชั่นที่ 2 ภายใต้รหัสตัวถัง C254 มาพร้อมการผสมผสานอย่างลงตัวระหว่างสมรรถนะแบบสปอร์ตและเทคโนโลยีล้ำสมัย ภายใต้คอนเซปต์ “PACKED WITH PASSION” ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังรูปแบบปลั๊กอินไฮบริดผ่านเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร เทอร์โบ ที่ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า มอบกำลังแรงม้ารวมสูงสุด 313 แรงม้า แรงบิดรวมสูงสุด 550 นิวตันเมตร สามารถทำอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง เพียง 6.7 วินาที โดดเด่นด้วยระยะทางการขับขี่ด้วยไฟฟ้าที่ไกลถึง 120 กิโลเมตร ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง ตามมาตรฐาน WLTP รองรับการชาร์จพลังงานไฟฟ้าแบบกระแสตรง (DC Charge) สูงสุด 60 kWh ใช้เวลาชาร์จจาก 0 – 80% เพียง 20 นาที สะดวกสบายด้วยพื้นที่บรรทุกสัมภาระที่สามารถจุได้มากถึง 390 – 1,335 ลิตร (เพิ่มขึ้น +40L. และ +85L.)
 
 
ดีไซน์ภายนอกของ GLC 350 e 4MATIC Coupé AMG Dynamic ตกแต่งด้วยชุดแต่ง AMG Line ติดตั้งไฟหน้าแบบ DIGITAL LIGHT พร้อม Adaptive Highbeam Assist ที่ส่องสว่างได้ไกลถึง 650 เมตร ด้านบนเพิ่มหลังคาพาโนรามิคซันรูฟ เลื่อนเปิด-ปิด ได้ด้วยระบบไฟฟ้า
 
 
ส่วนช่วงล่างติดตั้งล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตจาก AMG ขนาด 20 นิ้ว ผสานการทำงานของ Air comfort suspension in rear เสริมความปลอดภัยขณะขับขี่ไปอีกขั้นด้วยระบบเตือนให้ขับอยู่ในเส้นทาง (Lane Tracking Package) นอกจากนี้ ยังตอบโจทย์การขับขี่แบบ Off-Road ด้วยการติดตั้ง Off-Road Engineering Package ที่มีการเสริมเหล็กใต้ท้องรถแบบ Underbody protection พร้อมกล้องรอบคัน 360° ที่ให้การแสดงผลใหม่แบบ Transparent bonnet ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถมองเห็นภาพจริงที่บริเวณพื้นด้านหน้ารถและใต้ท้องรถในขณะขับขี่ อีกทั้งยังมีความปลอดภัยที่มีการติดตั้งมาอย่างเต็มระบบ
 
 

GLE 300 d 4MATIC AMG Line 

GLE 300 d 4MATIC AMG Line ราคาจำหน่าย 4,980,000 บาท ตัวแทนด้านขุมพลังแห่งสมรรถนะและความสะดวกสบายอันเหนือระดับ สะท้อนตัวตนความเป็นรถยนต์สไตล์ออฟโรดดีไซน์เฉียบคมได้อย่างลงตัว ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ดีเซลแบบ 4 สูบเรียงขนาด 1,993 ซีซี พร้อม 2-stage เทอร์โบชาร์จเจอร์ และอินเตอร์คูลเลอร์ ทำงานคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้าแบบ ISG (Integrated starter generator) พร้อมแบตเตอรี่แบบ 48V on-board electrical system ให้พละกำลังสูงถึง 15 กิโลวัตต์ ทำให้รถยนต์คันนี้มีกำลังแรงม้ารวมสูงสุดถึง 269 แรงม้า ที่ 4,200 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 550 นิวตันเมตร ที่ 1,800-2,200 รอบต่อนาที สามารถสร้างอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงในเวลาเพียง 6.9 วินาที ผสานการทำงานกับระบบส่งกำลังแบบ 9G-TRONIC ช่วยให้การขับขี่นุ่มนวลแต่ยังทรงพลังในทุกโมเมนต์
 
GLE 300 d 4MATIC AMG Line ถูกออกแบบตามปรัชญา Sensual Purity ที่ให้ความโฉบเฉี่ยวและโมเดิร์นในทุกองศา มาพร้อมการตกแต่งแบบ AMG Body Styling สไตล์สปอร์ตแต่ยังคงความหรูหราตามแบบฉบับของเมอร์เซเดส-เบนซ์ โดดเด่นด้วยกระจังหน้า star pattern มอบความปลอดภัยในการขับขี่อย่างเหนือระดับด้วยการติดตั้งไฟหน้าแบบ LED High Performance ที่เสริมความดุดันให้กับรถยนต์คันนี้ได้ทั้งขณะเปิดไฟและปิดไฟ พร้อมระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ Adaptive Highbeam Assist ที่สามารถส่องสว่างได้ไกลถึง 650 เมตร ช่วงล่างมาพร้อมล้ออัลลอยจาก AMG 5 ก้านคู่ ขนาด 20 นิ้ว ผสานการทำงานกับระบบช่วงล่างสปริงแบบ Lowered suspension ให้ทุกองศาของการขับขี่เป็นไปอย่างราบรื่นไร้รอยต่อ ทั้งยังมอบความสะดวกสบายด้วยระบบเปิด-ปิดฝากระโปรงท้ายอัตโนมัติโดยไม่ต้องใช้มือ (HANDS-FREE ACCESS) และระบบกุญแจแบบ KEYLESS-GO
 
 
ภายในห้องโดยสารมีการตกแต่งด้วยวัสดุ Anthracite open-pore oak wood ที่ให้ความหรูหราและสง่างาม ด้านบนของคอนโซลหน้า (dashboard) และด้านบนของแผงประตูหุ้มด้วยหนัง ARTICO โดดเด่นด้วยแผงจอแสดงผลความละเอียดสูงแบบ Digital widescreen cockpit ขนาดใหญ่พิเศษ 12.3 นิ้ว จำนวน 2 จอต่อเนื่องกัน มาพร้อมการติดตั้งพวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นแบบใหม่ Generation 5 ออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ หุ้มด้วยหนัง Nappa ควบคุมได้อย่างนุ่มถนัดมือ พร้อมปุ่มควบคุมแบบ Touch Control และเบาะนั่งหุ้มหนัง Nappa เบาะคู่หน้าปรับด้วยไฟฟ้า นอกจากนี้ ยังมอบความใส่ใจในสุขภาพและโลกด้วยเทคโนโลยี HEPA ช่วยกรองอากาศและดักจับสิ่งสกปรกต่าง ๆ ทำให้อากาศภายในห้องโดยสารสะอาดมากที่สุด ทั้งยังติดตั้งระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบ THERMOTRONIC ระบบฟอกอากาศแบบ ENERGIZING AIR CONTROL Plus พร้อมระบบวัดระดับฝุ่นละอองขนาด PM 2.5 ทำงานคู่กับระบบ Ionization ที่จะปล่อยประจุไฟฟ้าเพื่อฆ่าเชื้อแบคทีเรียภายในห้องโดยสาร ให้ทุกการขับขี่และการโดยสารปลอดภัยอย่างเต็มระดับ
 
ในด้านระบบความบันเทิงและการสื่อสาร มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ MBUX7 รุ่นล่าสุด ที่สามารถเรียนรู้ผู้ใช้งานด้วยระบบ AI ผสานการทำงานอย่างลงตัวกับ Mercedes me connect รองรับการสั่งงานด้วยเสียงเจเนอเรชั่นใหม่ 27 ภาษา เพียงเริ่มใช้งานด้วยการพูดคำว่า “Hey Mercedes” หรือ “สวัสดี เมอร์เซเดส” ทั้งยังสะดวกสบายในการเดินทางด้วยระบบแสดงภาพหน้ารถขณะใช้แผนที่นำทาง MBUX augmented reality for navigation นอกจากนี้ ยังเพลิดเพลินไปกับระบบเสียงรอบทิศทาง Burmester® 3D surround sound system ที่สามารถเชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือทั้ง iOS และ Android (Apple CarPlay™ & Android Auto) ให้การฟังเพลงเป็นไปอย่างรื่นรมย์ และไฟเรืองแสงล้อมรอบห้องโดยสารปรับเปลี่ยนสีได้ 64 เฉดสี ที่จะช่วยเปลี่ยนบรรยากาศห้องโดยสารได้ในทุกมิติ
 
 
GLE 300 d 4MATIC AMG Line มีการติดตั้งระบบความปลอดภัยที่เหนือระดับมากมาย เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ขับขี่ในทุกเส้นทาง โดยนอกจากระบบความปลอดภัยตามมาตรฐานต่าง ๆ ของเมอร์เซเดส-เบนซ์แล้ว ยังได้เสริมระบบความปลอดภัยขั้นสูง ไม่ว่าจะเป็น ระบบควบคุมการทรงตัวอัตโนมัติ ESP® (Electronic Stability Program) ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก ABS (Anti-lock braking system) ระบบเบรก ADAPTIVE BRAKE พร้อมฟังก์ชั่น HOLD และ Hill-Start Assist ระบบช่วยเบรกแบบแอคทีฟ (Active Brake Light) ระบบช่วยเตือนอาการเหนื่อยล้าขณะขับขี่ (ATTENTION ASSIST) ระบบช่วยเตือนเมื่อรถอยู่ในจุดอับสายตา (Blind Spot Assist) ระบบช่วยการนำรถเข้าจอดอัตโนมัติ (Active Parking Assist with PARKTRONIC) ทั้งยังติดตั้งกล้องรอบคันแบบ 360 ° camera พร้อมการแสดงผลแบบ Transparent bonnet ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถมองเห็นภาพจริงในจุดอับสายตาบริเวณหน้ารถ เปรียบเสมือนผู้ช่วยส่วนตัวสำหรับใช้ขณะขับขี่แบบ off-road 
 
 

GLS 450 d 4MATIC AMG Dynamic

GLS 450 d 4MATIC AMG Dynamic ราคาจำหน่าย 6,980,000 บาท ยนตรกรรมที่รวมความเป็นที่สุดในทุกด้านของเอสยูวีขนาด Full-size จากเมอร์เซเดส-เบนซ์ รังสรรค์ขึ้นด้วยเทคโนโลยีอันล้ำสมัยภายใต้คอนเซปต์ “COMMITTED TO GREATNESS” ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบอันทรงพลังสูงสุดจากเมอร์เซเดส-เบนซ์ แบบ 6 สูบเรียง ขนาด 2,989 ซีซี 2-stage turbocharger ทำงานคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้าแบบ ISG (Integrated starter generator) พร้อมแบตเตอรี่แบบ 48V electrical system โดยมอบพละกำลังได้สูงถึง 15 กิโลวัตต์ ทำให้รถยนต์คันนี้มีกำลังแรงม้าสูงสุด 367 แรงม้า ที่ 4,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 750 นิวตันเมตร ที่ 1,350 – 2,800 รอบต่อนาที ใช้เกียร์อัตโนมัติเดินหน้า 9 จังหวะ (9G-TRONIC) สามารถทำอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในเวลาเพียง 6.1 วินาที 
 
 
ดีไซน์ภายนอกถูกออกแบบภายใต้ปรัชญา Sensual Purity ที่ผสานความหรูหราและความแข็งแกร่งอย่างเต็มพิกัด เริ่มต้นด้วยการตกแต่งแบบ AMG Exterior Bodystyling พร้อมการติดตั้งไฟหน้าอัจฉริยะแบบ MULTIBEAM LED สามารถส่องพื้นถนนข้างหน้ารถได้โดยอัตโนมัติ ทั้งยังมีระดับความเข้มของแสงที่สว่างและเหมาะสมกับทุกสภาพแวดล้อม ผสานการทำงานร่วมกับระบบไฟสูง Adaptive Highbeam Assist Plus มอบความปลอดภัยขณะขับขี่ได้อย่างมั่นใจในทุกเส้นทาง ช่วงล่างติดตั้งล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตจาก AMG ขนาด 22 นิ้ว พร้อมระบบกันสะเทือนขั้นสูงแบบถุงลม (AIRMATIC) และระบบควบคุมระดับอัตโนมัติ ที่จะช่วยเพิ่มความมั่นคงในการขับขี่ตลอดเส้นทาง ทั้งยังมอบความสะดวกสบายด้วยระบบช่วยปิดประตูแบบ Power closing door ระบบเปิด-ปิด บานประตูท้ายอัตโนมัติโดยไม่ต้องใช้มือ (HANDS-FREE ACCESS) หลังคาพาโนรามิคซันรูฟ เลื่อนเปิด-ปิดได้ด้วยระบบไฟฟ้า และระบบกุญแจแบบ KEYLESS-GO
 
 
ภายในห้องโดยสารมีการตกแต่งแบบ AMG interior package ที่ถอดแบบความลักชัวรี่มาจากรุ่น S-Class ไม่ว่าจะเป็น หน้าจอขนาด 12.3 นิ้ว จำนวน 2 จอเชื่อมต่อกัน พร้อมจอแสดงผลแบบ Head-up display ให้การแสดงผลที่คมชัดในทุกสภาพแสง พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นแบบสปอร์ตหุ้มหนัง Nappa และเบาะหนังที่ติดตั้งระบบนวดแบบ MULTI CONTOUR SEAT ช่วยให้ค้นหาตำแหน่งการนั่งได้อย่างเหมาะสมตามหลักสรีรศาสตร์ ให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารผ่อนคลายจากความเมื่อยล้าขณะเดินทาง นอกจากนี้ ยังมาพร้อมเทคโนโลยีที่ติดตั้งมาอย่างครบครัน อาทิ ระบบชาร์จโทรศัพท์มือถือแบบไร้สาย ระบบฟอกอากาศแบบ ENERGIZING AIR CONTROL with ENERGIZING Package แอร์อัตโนมัติ THERMOTRONIC 5 โซน พร้อมระบบปรับสมดุลอากาศแบบ AIR BALANCE package ฯลฯ 
 
 
ความโดดเด่นอีกด้านหนึ่งของ GLS 450 d 4MATIC AMG Dynamic คือการก้าวสู่ยุคใหม่แห่งความบันเทิงระดับไฮเอนด์ โดยการส่งมอบประสบการณ์สุดเพลิดเพลินให้กับผู้โดยสารด้านหลังโดยเฉพาะ มาพร้อมระบบปฏิบัติการ MBUX7 หน้าจอระบบสัมผัสขนาด 11.6 นิ้ว จำนวน 2 จอ หูฟังแบบไร้สาย 2 ชุด และแท็บเล็ตบริเวณเบาะโดยสารตอนหลัง ให้ผู้โดยสารด้านหลังสามารถท่องโลกอินเทอร์เน็ตได้อย่างไร้รอยต่อ ทั้งยังสามารถรับชมภาพยนตร์ความละเอียดสูง และฟังเพลงด้วยระบบเสียงรอบทิศทางแบบ Burmester® 3D surround sound system ทรงพลังด้วยลำโพงคุณภาพสูง 13 ตัว รอบห้องโดยสารที่มีกำลังขับขนาด 590 วัตต์ และเทคโนโลยี Dolby Atmos® ให้ความรื่นรมย์ราวกับนั่งฟังเพลงในสตูดิโอระดับเฟิร์สคลาส โดยสามารถปรับให้เหมาะสมกับผู้โดยสารด้านหน้าและด้านหลังอย่างลงตัว 
 
GLS 450 d 4MATIC AMG Dynamic มีการติดตั้งเทคโนโลยีและระบบความปลอดภัยอย่างครบครันตามมาตรฐานของเมอร์เซเดส-เบนซ์ อาทิ ระบบช่วยเหลือการขับขี่อัจฉริยะ (Driving Assistance Plus Package) ระบบช่วยเตือนอาการเหนื่อยล้าขณะขับขี่ (ATTENTION ASSIST) ระบบเบรกอัตโนมัติ (Active Brake Assist) ระบบช่วยรักษารถให้อยู่ในช่องทางจราจร (Active  Lane Keeping Assist) ระบบช่วยการนำรถเข้าจอดอัตโนมัติ พร้อมกล้องแสดงภาพรอบทิศทาง (Parking with reversing camera) และระบบช่วยหยุดรถอัตโนมัติในกรณีฉุกเฉิน (Active Emergency Stop) เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีการติดตั้ง Transparent bonnet ที่จะช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถมองเห็นภาพจริงในจุดอับสายตาบริเวณหน้ารถและใต้ท้องรถ พร้อมให้ทุกการขับขี่แบบ Off-Road ไปสู่จุดหมายอย่างสะดวกและปลอดภัยขั้นสุด
 
 

EQS 450+ AMG Dynamic

รวมถึง EQS 450+ AMG Dynamic รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% รุ่นนำเข้าแบบ CBU ในราคาที่ดีที่สุด 5,950,000 บาท ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังไฟฟ้าจากมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยว พร้อมความจุของแบตเตอรี่ขนาด 108.4 kWh ให้กำลังสูงสุด 360 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 568 นิวตันเมตร ให้อัตราเร่งที่ยอดเยี่ยมจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ในเวลา 6.1 วินาที พร้อมทำความเร็วสูงสุดได้ 210 กิโลเมตร/ชั่วโมง ซึ่งด้วยความจุของแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ทำให้รถยนต์คันนี้สามารถวิ่งได้ไกลสูงสุด 770 กิโลเมตร (WLTP) ต่อการชาร์จแบตเตอรี่จนเต็ม 1 ครั้ง โดยยังรองรับการชาร์จไฟฟ้ากระแสตรง (DC charging) สูงถึง 200 kWh และใช้เวลาชาร์จเพียง 31 นาทีจาก 10-80% 
 
 
ด้วยความตั้งใจในการออกแบบรถยนต์ระดับลักชัวรีบนแพลตฟอร์มรถยนต์ไฟฟ้าตั้งแต่เริ่มต้น EQS 450+ AMG Dynamic จึงผสานทั้งในเรื่องเทคโนโลยี ฟังก์ชันการใช้งาน และการเชื่อมต่อเข้าด้วยกันอย่างลงตัวในทุกรายละเอียด ดีไซน์ภายนอกโดดเด่นด้วยกระจังหน้าสีดำ ไฟหน้าสองฝั่งเชื่อมต่อกันด้วยเส้น light band ด้านบน ตามด้วยเส้นโค้งที่ต่อกันเป็นเส้นเดียวจากส่วนหน้าของตัวรถไปจรดส่วนท้ายที่ออกแบบมาในสไตล์รถยนต์ฟาสต์แบ็ก มาพร้อมไฟท้ายแบบ LED ในดีไซน์ 3D helix เมื่อเข้ามายังภายในห้องโดยสารจะพบหน้าจอ MBUX Hyperscreen รูปทรงโค้งมนที่ยาวต่อเนื่องกันกินพื้นที่จากเสา A-pillar ฝั่งหนึ่งไปยังอีกฝั่งหนึ่ง โดยซ่อนไว้ด้วยหน้าจอ 3 หน้าจอ เป็นหน้าจอ OLED ขนาด 12.3 นิ้ว 17.7 นิ้ว และ 12.3 นิ้วสามารถตอบโจทย์ทุกการใช้งานอย่างครบครัน ทั้งยังมาพร้อมระบบเสียงรอบทิศทางแบบ Burmester® 3D surround sound system และระบบความปลอดภัยตามมาตรฐานของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ที่จะช่วยยกระดับการขับขี่และการโดยสารให้เต็มเปี่ยมไปด้วยสุนทรียภาพในทุกเส้นทาง 
 
 

G 63 Grand Edition

นอกจากนี้ยังเผยโฉมรถยนต์ระดับ Iconic ของแบรนด์อย่าง G 63 Grand Edition 1 ใน 1,000 คันทั่วโลก ที่นำมาจำหน่ายเพียง 10 คันในไทย ในราคา 23,400,000 บาท ยนตรกรรมสุดคลาสสิคในรูปแบบเอสยูวีขนาดใหญ่ ภายใต้แบรนด์ Mercedes-AMG โดดเด่นด้วยดีไซน์ที่ดุดันในสไตล์ G-Class มาพร้อมชุดอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษ “Grand Edition” ทรงพลังด้วยสมรรถนะจากเครื่องยนต์เบนซินรหัส M177 V8 สูบ 4.0 ลิตร 3,982 ซีซี พร้อมระบบจ่ายน้ำมันแบบ Direct-Injection พ่วงระบบอัดอากาศ Bi-Turbo ให้กำลังสูงสุด 585 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 850 นิวตันเมตร ที่ 2,500 – 3,500 รอบต่อนาที ติดตั้งเกียร์ AMG SPEEDSHIFT TCT อัตโนมัติแบบ 9 จังหวะ มีอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. เพียง 4.5 วินาที ความเร็วสูงสุด 220 กม./ชม. พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ AMG PERFORMANCE 4MATIC all-wheel drive ที่ทำให้รถยนต์คันนี้เป็นสุดยอดยนตรกรรมสำหรับการตะลุยเส้นทางแบบออฟโรดได้อย่างไร้ที่ติ
 
 
ดีไซน์ภายนอกโดดเด่นด้วยสีตัวถังพิเศษ สีดำ MANUFAKTUR night black mango ตกแต่งเพิ่มเติมบริเวณกันชนหน้าและหลังด้วยสีทอง และตราดาวที่กระจังหน้า เสริมความลักชัวรี่ด้วยโลโก้ดาวสามแฉกที่ฝาครอบยางอะไหล่ ลวดลายกราฟิกสีทอง Kalaharigold รวมถึงโลโก้ AMG และ Mercedes บริเวณรอบคันรถ ช่วงล่างติดตั้งล้ออัลลอยขนาด 22 นิ้ว สีทอง Tech Gold พร้อมฝาครอบดุมล้อสีดำด้านและตราดาวสามแฉกสีทองด้านในที่ตัดด้วยคาร์ลิปเปอร์สีแดงจาก AMG
 
และเมื่อเข้ามายังภายในรถยนต์ ยังคงความลักชัวรี่ด้วยการตกแต่งที่เน้นสีดำและสีทองเป็นหลัก รังสรรค์ด้วยวัสดุโครเมียมแบบด้าน และตกแต่งด้วยทริมลวดลายคาร์บอนไฟเบอร์ที่ผสานเส้นใยสีทองแดง มาพร้อมเบาะนั่งหุ้มหนังแท้สีดำ MANUFAKTUR  black Nappa เดินตะเข็บด้ายสีทองรอบตัวเบาะ ทั้งยังมีการติดตั้งเทคโนโลยี ระบบความบันเทิง และระบบความปลอดภัยอย่างครบครัน พร้อมส่งมอบประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟแก่ผู้ขับขี่และผู้โดยสารให้เดินทางด้วยความประทับใจในทุกโมเมนต์
 
 

Vision One-Eleven

และจัดแสดงรถยนต์ต้นแบบ Vision One-Eleven รถยนต์สปอร์ตพลังงานไฟฟ้า 100% ที่ได้รับแรงบันดาลใจโดยตรงจาก C 111 โมเดลในตำนานของยุคปี 1969 มาพร้อมความโดดเด่นเหนือจินตนาการด้วยการออกแบบสุดล้ำสมัย แสดงถึงดีไซน์อันเหนือระดับแบบ one-bow concept เน้นความสง่างามของเส้นสายตัวรถและความโค้งมน เกิดเป็นนิยามใหม่ของศิลปะแห่งการออกแบบ พร้อมดึงดูดสายตาผู้คนบนท้องถนนด้วยการกลับมาของประตูปีกนกสีส้มทองแดงอันเป็นเอกลักษณ์ สื่อถึงการเปิดประตูสู่อนาคตแห่งความหรูหราที่แฝงไปด้วยความสปอร์ต โดดเด่นด้วยกระจังหน้ารูปตัว U และการติดตั้งไฟหน้าและไฟท้ายอันตระการตา
 
 
ผสานการทำงานเข้ากับนวัตกรรมการขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าแบบทรงพลังพิเศษในชุดมอเตอร์ Axial-flux ที่สร้างโดยบริษัท YASA ผู้ผลิตมอเตอร์ไฟฟ้าสัญชาติอังกฤษ ที่อยู่เบื้องหลังมอเตอร์พละกำลังสูงใน Mercedes-AMG พร้อมนำเสนออีกระดับของประสิทธิภาพและการประหยัดพลังงานในการขับเคลื่อนยานยนต์
 
 
ดีไซน์ภายในเน้นความเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยความทันสมัย เริ่มต้นด้วยจอแสดงผลที่ยาวพาดไปกับคอนโซลหน้า แสดงผลข้อมูลรถยนต์ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดตามความต้องการด้วยความละเอียดสูง ติดตั้งเบาะนั่งสีเงินตัดกับสีส้ม สามารถเลือกได้ทั้งโหมด Race mode และโหมด Lounge mode ที่จะปรับองศาการนั่งไปตามสถานการณ์ในการขับขี่ และพวงมาลัยทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าหุ้มหนังที่ติดตั้งระบบควบคุมการทำงานต่าง ๆ ไว้อย่างครบครัน เมื่อผสมผสานระหว่างสมรรถนะ ดีไซน์ และเทคโนโลยี ทำให้รถยนต์คันนี้สามารถสะท้อนแนวคิดของยนตรกรรมที่เปิดรับทุกความเป็นไปได้ของอนาคต จนกลายเป็นสัญลักษณ์ของนวัตกรรมในตำนานและการขับขี่ที่สง่างาม

โดยรถยนต์ทุกรุ่นมาพร้อมข้อเสนอที่ดีที่สุดที่ลูกค้าจะได้รับไม่ว่าจะซื้อรถในงานหรือที่ตัวแทนจำหน่ายฯ ทั่วประเทศ

มร. มาร์ทิน ชเวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “สำหรับงาน Motor Show ในปีนี้ เราต้องการยกเรื่องแรงบันดาลใจมาเป็นคอนเซปต์หลักของการนำเสนอแบรนด์และบูธจัดแสดงรถยนต์ ภายใต้การเป็น “ICON OF INSPIRATION.” ของคนไทย และแบรนด์รถยนต์ที่อยู่คู่กับลูกค้าชาวไทยมาเป็นเวลานาน เราต้องการสะท้อนเรื่องราวแห่งแรงบันดาลใจผ่านการร่วมมือกับศิลปิน 2 คน หนึ่งในนั้นคือ “เบนซ์ - ธนชาติ” ผู้กำกับชื่อดังจาก Salmon House ที่มาร่วมหาคำตอบเบื้องหลังชื่อเล่นยอดฮิตของคนไทยผ่านสารคดีสั้น “The Meaning of Benz” และอีกหนึ่งศิลปินในนาม Bloody Hell Big Head “เบนซ์ - ธนวัต” ที่มาร่วมเติมสีสันแห่งแรงบันดาลใจให้กับบูธเมอร์เซเดส-เบนซ์” 
ภายในบูธเมอร์เซเดส-เบนซ์ ทุกคนจะได้พบกับมิติใหม่และสีสันแห่งแรงบันดาลใจ ผ่านการออกแบบบูธในคอนเซปต์ “ICON OF INSPIRATION.” ซึ่งศิลปิน Bloody Hell Big Head ได้นำแรงบันดาลใจจากเรื่องราวและองค์ประกอบต่างๆ ของแบรนด์เมอร์เซเดส-เบนซ์ มาผสานเข้ากับสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์ โดยหนึ่งในยนตรกรรมรุ่นล่าสุดอย่าง GLC 350 e 4MATIC Coupé AMG Dynamic ก็ถูกนำมาจัดแสดงพร้อมการตกแต่งสุดเอ็กซ์คลูซีฟจากศิลปิน Bloody Hell Big Head ด้วยเช่นกัน และที่พิเศษไปกว่านั้น สำหรับลูกค้าที่จอง GLC Coupé ภายในงาน จะได้รับ Exclusive Box Set Design by Bloody Hell Big Head จำนวนจำกัดเพียง 50 กล่อง
 
 
ภายใต้โมเดลธุรกิจ Retail of the Future รถยนต์ทุกรุ่นจะมาพร้อมราคาและข้อเสนอที่ดีที่สุดจากทุกตัวแทนจำหน่ายฯ ทั่วประเทศ โดยนอกจากรถยนต์รุ่นใหม่ที่เปิดตัวภายในงาน เมอร์เซเดส-เบนซ์ได้เปิดเผยแคมเปญสำหรับรถยนต์รุ่นปัจจุบันที่มาพร้อมส่วนลดและประกันชั้น 1 เป็นระยะเวลา 1 ปี 
  • E 300 e AMG Dynamic ราคาเริ่มต้น 3,190,000 บาท (ส่วนลด 830,000 บาท)
  • E 220 d AMG Sport ราคาเริ่มต้น 3,190,000 บาท (ส่วนลด 460,000 บาท
  • E 300 e Avantgarde ราคาเริ่มต้น 2,790,000 บาท (ส่วนลด 610,000 บาท)
  • C 220 d Avantgarde ราคาเริ่มต้น 2,580,000 บาท (ส่วนลด 150,000 บาท)
 
 
และข้อเสนอสุดยิ่งใหญ่จากเมอร์เซเดส-เบนซ์ โมบิลิตี้ ลุ้นรับรถเมอร์เซเดส-เบนซ์ C 220 d AMG Line มูลค่า 2,880,000 บาท พร้อมชิงทองคำหนักรวม 30 บาท มูลค่ารวมทั้งสิ้น 4 ล้านบาท เมื่อจองรถยนต์ใหม่เมอร์เซเดส-เบนซ์ และทำสัญญาทางการเงินกับเมอร์เซเดส-เบนซ์ โมบิลิตี้ ระหว่างวันที่ 18 มีนาคม – 30 เมษายน 2567 พร้อมเริ่มต้นสัญญาทางการเงินภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2567
 
พบกับทัพยนตรกรรมกว่า 20 รุ่นจากเมอร์เซเดส-เบนซ์ พร้อมรับข้อเสนอพิเศษมากมายได้ที่งาน บางกอกอินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 45 ณ อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 2 เมืองทองธานี ตั้งแต่วันที่ 27 มีนาคม – 7 เมษายน 2567
 
สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับรถยนต์รุ่นต่าง ๆ ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ได้ที่ www.mercedes-benz.co.th หรือที่ศูนย์บริการเมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการทุกสาขาทั่วประเทศ หรือติดตามข่าวสารอัพเดทผ่านทาง Facebook: Mercedes-Benz Thailand, IG: @MercedesBenzThailand และ LINE: @mercedesbenzth 

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวเมอร์เซเดส-เบนซ์ mercedes-benz The new E-Class: Launch Edition มอเตอร์โชว์ 2024 บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2024 Vision One-Eleven

ข่าวและอีเว้นท์รถยนต์ล่าสุด




เว็บไซต์นี้มีการเก็บคุกกี้เพื่อเพิ่มความพึงพอใจในการใช้งานเว็บไซต์ และช่วยให้เราปรับปรุง และนำเสนอเนื้อหาตรงตามความสนใจของท่าน ท่านสามารถดู Privacy Notice และ ดู Cookies Policy ของเราได้ ที่นี่ ทั้งนี้ ท่านจะยินยอมให้เราเก็บคุกกี้ทั้งหมด หรือให้เก็บแค่บางส่วนโดยการคลิกเลือก ตั้งค่า

ท่านสามารถเลือกให้ความยินยอมการเก็บคุกกี้เป็นเรื่องๆ ได้ที่นี่

เมื่อคุณเข้าชมเว็บไซต์ หรือแอปพลิเคชั่น checkraka เราอาจจัดเก็บ หรือดึงข้อมูลจากเบราว์เซอร์ของคุณในรูปแบบของคุกกี้ และเทคโนโลยีอื่นที่คล้ายคลึง เช่น tag และ pixel (เรียกรวมกันว่า “คุกกี้”) ซึ่งมักเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้โดยตรง แต่ช่วยให้คุณใช้งานเว็บไซต์ได้ปลอดภัย และตรงตามความต้องการมากขึ้น คุณอาจไม่ยินยอมให้เราเก็บคุกกี้บางประเภทได้ โดยการคลิกตามหัวข้อข้างล่างนี้

ประเภทคุกกี้
อ่านเพิ่มเติม ที่นี่
ยินยอม / ไม่ยินยอม
คุกกี้ที่จำเป็นต้องมีเสมอ
(Strictly Necessary)
คุกกี้สำหรับการใช้งานเว็บไซต์
(Functionality)
คุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและวิเคราะห์
(Performance & Analytics)
คุกกี้เพื่อการตลาด
(Marketing)