ค้นหา รถยนต์ใหม่ car
รีวิวรถยนต์ใหม่ : รีวิว เปรียบเทียบ รถอเนกประสงค์ (PPV) ค่ายไหนคุ้มค่า เหมาะที่จะครอบครองมากที่สุด?

รีวิว เปรียบเทียบ รถอเนกประสงค์ (PPV) ค่ายไหนคุ้มค่า เหมาะที่จะครอบครองมากที่สุด?

วันที่ : 7 พ.ย. 62
เข้าดูทั้งหมด: 4,886 คน

รีวิว เปรียบเทียบ รถอเนกประสงค์ (PPV) ค่ายไหนคุ้มค่า เหมาะที่จะครอบครองมากที่สุด?

กลุ่มรถยนต์อเนกประสงค์ หรือ PPV กำลังขยายตัวค่อนข้างดีในตลาดรถยนต์ เนื่องจากความอเนกประสงค์ของการใช้งาน ประกอบกับระบบต่างๆ ที่ให้มาเมื่อเทียบกับราคาแล้วใครโดนใจลูกค้ามากกว่ากัน ในครั้งนี้จะขอนำเอารถในราคาใกล้เคียงกัน 6 รุ่น ที่ครองส่วนแบ่งในตลาด ประกอบด้วย New Mitsubishi Pajero Sport (1.29 - 1.59 ล้านบาท), Toyota Fortuner (1.29 - 1.72 ล้านบาท), Isuzu MU-X (1.09 - 1.47 ล้านบาท), Ford Everest (1.29 - 1.79 ล้านบาท), Chevrolet Trailblazer (1.244 - 1.499 ล้านบาท) และ Nissan Terra (1.316 - 1.475 ล้านบาท) มาเทียบกันว่าใครคุ้มค่า เหมาะจะเป็นรถอเนกประสงค์สำหรับคุณมากที่สุด โดยทางเช็คราคาจะเน้นที่เฉพาะรุ่นท็อป ออฟชั่นเต็มที่สุด เป็นตัวเปรียบเทียบ 

ภายนอก


New Mitsubishi Pajero Sport
สำหรับการออกแบบ New Mitsubishi Pajero Sport ปรับดีไซน์ด้านหน้าใหม่ สไตล์สปอร์ต ทั้งกระจังหน้า และไฟหน้าแบบ Combination Lamps เพิ่มไฟส่องสว่างขณะเลี้ยวมาให้ด้วย นับเป็นเจ้าเดียวในรถระดับเดียวกัน แนวฝากระโปรงก็ปรับทรงยกให้สูงขึ้น ได้ทัศนวิสัยที่ดีขึ้นไว้หนีน้ำท่วมได้ ไฟท้ายถูกออกแบบใหม่ให้สั้นลง แต่เพิ่มส่วนของ Reflector บริเวณกันชนท้ายแทน ประตูท้ายเปิด-ปิดด้วยไฟฟ้า พร้อม Hand Free ล้อแม็ก 18 นิ้วลายใหม่ สปอยเลอร์ทรงใหม่ ใช้ชุดซ่อมยางฉุกเฉิน แทนยางอะไหล่ในรุ่นก่อนหน้าเพื่อลดความสิ้นเปลืองในการขับขี่แทน ดูเหมือนจะปรับนิดเดียวแต่เมื่อมาไล่ดูมีจุดที่ปรับค่อนข้างเยอะ เพิ่มระบบประตูท้ายเปิด-ปิดด้วยไฟฟ้า พร้อมระบบแฮนด์ฟรี ก็มีมาให้ในรุ่นไมเนอร์เชนจ์นี้ด้วย
Toyota Fortuner 
โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ รถอเนกประสงค์ที่ได้รับความนิยม โดดเด่นในเรื่องภาพลักษณ์ การบริการ โดยภายนอกนั้นได้ระบบไฟหน้า Bi-LED ที่นับว่าสว่างมากที่สุดในรถระดับเดียวกัน ไฟตัดหมอก LED ที่ให้มาครบตั้งแต่รุ่นเริ่มต้น โดดเด่นด้วยประตูท้ายไฟฟ้า และรุ่นปัจจุบันใส่ดิสก์เบรกหลังมาให้แล้ว แม้จะมาช้าแต่ของมันต้องมี เบาะแถวสามที่พับแบบยกขึ้นไปแขวนไว้ทั้ง 2 ด้านไม่เหมือนใคร ส่วนล้อแม็กเป็นขนาด 18 นิ้ว 
Isuzu MU-X
ภายนอกปรับโฉมมาใหม่ล่าสุด ด้วยการปรับทรงไฟหน้าใส่เดย์ไลท์ใหม่ กระจังใหม่ กันชนใช้สีดำตัดกับสีตัวถังรถ โดยรวมแล้วรูปลักษณ์ยังคงไม่ต่างจากรุ่นก่อนหน้ามากนัก มีเพียงส่วนที่ตกแต่งเพิ่มเติมเล็กน้อยและมีการเพิ่มรุ่นย่อมเข้ามาใหม่คือ "THE ONYX" ที่ดูดีขึ้นอีกระดับ มาพร้อมไฟ Ambient Light ภายในห้องโดยสารสร้างบรรยากาศได้ดี ระบบความบันเทิงครบทั้งจอหน้าและหลัง เบาะหุ้มหนังแท้ลายสวยหรูหรา พร้อมล้อแม็กขนาด 18 นิ้ว และนับเป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่ได้รับความนิยมด้วย จุดเด่นในเรื่องประหยัดน้ำมันและมีรุ่นเครื่องยนต์สุดประหยัด 1.9 Ddi ให้เลือกอีกด้วย 
Ford Everest
ภายดูดุดันพันธุ์แกร่งมาพร้อมไฟหน้า HID ปรับสูง-ต่ำอัตโนมัติ ไฟเดย์ไลท์แบบ LED ล้อแม็ก 20 นิ้ว ไฟท้าย LED ประตูท้ายเปิด-ปิดไฟฟ้าพร้อม Hand Free และสิ่งที่โดดเด่นก็คือหลังคา Panoramic Moonroof แบบปรับไฟฟ้ากับ เครื่องยนต์ที่ใช้ระบบเทอร์โบคู่เจ้าแรกๆ พร้อมกับระบบเกียร์ 10 จังหวะที่ใช้รุ่นเดียวกับใน "มาสแตง" ที่มีด้วยโหมดการขับขี่มากมาย นับเป็นรุ่นเดียวในเซกเมนต์นี้ นอกจากนี้ยังมีเบาะแถวสามพับเก็บด้วยไฟฟ้า  
Chevrolet Trailblazer
เชฟโรเลต เทรลเบลเซอร์ ภายนอกดูเรียบๆ รูปทรงที่ใช้แชร์กับค่ายเจ้าตลาดอย่าง "อีซูซุ" แต่ภายในนั้นออกแบบสไตล์อเมริกันชัดเจน เน้นความเหลี่ยมคมตามสไตล์รถยุโรป เป็นเจ้าเดียวที่คงใช้ไฟหน้าและตัดหมอกแบบฮาโลเจน โดยรวมแล้วภายนอกไม่มีอะไรที่โดดเด่นนักเพราะโฉมนี้ปรับมานานแล้ว ส่วนความบันเทิงรองรับ APPLE CARPLAY ที่นับว่าต่อง่ายมากที่สุดรุ่นหนึ่ง และโดดเด่นด้วยระบบ "รีโมทสตาร์ท" เจ้าแรกในไทยสำหรับรถ PPV ส่วนล้อแม็กได้ขนาด 18 นิ้วเท่ากับรุ่นอื่นๆ   
Nissan Terra
ภายนอกบึกบึนเน้นเส้นสายที่เหลี่ยมและหน้าจากซุ้มล้อที่ดูหนาแน่นเพิ่มความแกร่ง ไฟหน้าแบบ Bi-LED ไฟตัดหมอกแบบฮาโลเจน ภายในคอนโซลคล้ายในรุ่นนาวาร่า จุดเด่นคือ เบาแถวสองสามารถกดสวิตช์พับเบาะไฟฟ้าได้จากคอนโซลกลางเพิ่มความสะดวกมากขึ้น เครื่องยนต์ปรับความจุลงเป็น 2.3 ลิตร แต่ใช้เทอร์โบคู่ที่ให้กำลังเท่ียบเท่าเดิม พร้อมกล้องมองรอบคันบนกระจกมองหลัง ล้อแม็ก 18 นิ้ว 
ภายใน

New Mitsubishi Pajero Sport
ภายในปาเจโร่ใหม่คอนโซลหน้าโดยรวมทรงเดิมแต่ปรับรายละเอียดของมาตรวัดหรือเรือนไมล์เป็นแบบ LCD ขนาด 8 นิ้ว เลือกรูปแบบการแสดงหน้าจอได้ 3 แบบ นอกจากนี้ยังมีสัญลักษณ์เตือนต่างๆ มากมาย ส่วนของเครื่องเสียงจอใหญ่ขึ้นเป็น 8 นิ้ว และยังมีจอสำหรับผู้โดยสารด้านหลังแบบ Wide Screen ที่กว้างขึ้นกว่ารุ่นก่อนหน้าขนาด 12.1 นิ้ว พร้อมชุดหูฟังอีก 2 ชุด แยกต่างหากจากระบบเครื่องเสียงด้านหน้า 
Toyota Fortuner
ภายในคอนโซลหน้าทรงเปียโนตรงและเน้นความเหลี่ยมมาตรวัดเร่งแสงแบบออฟติตรอน แสดงข้อมูลแบบเข็มวัดรอบเครื่องยนต์และความเร็ว ตรงกลางมีจอแสดงผลแบบ LCD พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น แอร์อัตโนมัติ เครื่องเสียงจอสัมผัสขนาดใหญ่ ใต้ปุ่มปรับแอร์มีสวิตช์ปรับโหมดขับเคลื่อน เบรกมือยังเป็นคันโยกดึงด้วยมืออยู่
Isuzu MU-X
ภายในนับว่ายังให้ความดิบๆ เพราะยังมีความคล้ายกับรถยนต์ปิคอัพอยู่บ้าง มาตรวัดแบบเรื่องแสงแสดงวัดรอบเครื่องยนต์และความเร็ว ตรงกลางมีจอแสดงผลข้อมูลการขับขี่ต่างๆ เครื่องเสียงจอสัมผัส 8 นิ้ว และจอสำหรับผู้โดยสารหลัง 10.5 นิ้ว เหมือน Pajero Sport และมีไฟ Ambient Light สร้างบรรยากาศยามค่ำคืนเพิ่มขึ้นอีกด้วย 
Ford Everest
ภายในคอนโซลคงความแกร่งสไตล์เรนเจอร์ ต่างเพียงมาตรวัดและรายละเอียดเล็กน้อย เครื่องเสียงจอสัมผัส 8 นิ้ว พร้อมระบบ SYN3 รองรับ Apple Carplay และ Android Auto เบาะแถว 3 พับไฟฟ้า
Chevrolet Trailblazer
ภายในเน้นเรียบง่ายใช้งานสะดวกไม่มีระบบซับซ้อนนัก มีเพียงระบบเครื่องเสียงที่รองรับ รองรับ Apple Carplay ที่เชื่อมต่อได้ทันใจ ระบบแอร์อัตโนมัติ แต่มีทีเด็ดคือ รีโมทสตาร์ท (REMOTE START) ซึ่งใช้กดสั่งสตาร์ทเครื่องยนต์ได้จากระยะไกลเพื่อเปิดระบบปรับอากาศให้เย็นฉ่ำเมื่อจอดรถตากแดดนี่ก็นับเป็นเจ้าแรกในรถ SUV/PPV ที่ให้ระบบนี้มาด้วย
Nissan Terra
ภายในเรียกว่าเกือบจะยกจาก "นาวาร่า" มาใส่ แต่ยังมีความไฮเทคของหน้าปัดที่แสดงข้อมุลการขับขี่แบบครบๆ เครื่องเสียงจอสัมผัส 7 นิ้ว พร้อมจอ TV ตอนหลังขนาด 11 นิ้ว กระจกมองหลังมรภาพจากกล้องมองรอบคัน ตรงคอนโซลกลางมีสวิตช์พับเบาะแถว 2 แบบเด้งอัตโนมัติ


ขุมพลังและสมรรถนะ
สำหรับขุมพลังรถยนต์ประเภทนี้มาแต่ละคันนั้นจัดเต็ม ทั้งแรงม้า และแรงบิด ระบบเกียร์ที่ทันสมัย และระบบขับเคลื่อ 4 ล้อซึ่งแต่ละรุ่นก็มีจุดเด่นแตกต่างกันไปอีกด้วย

New Mitsubishi Pajero Sport เครื่องยนต์ MIVEC VG Turbo ขนาด 2.5 ลิตร พร้อมเสื้อสูบและฝาสูบ อลูมินัม อัลลอย น้ำหนักเบา ทนทาน ระบายความร้อนได้ดี ให้กำลัง 181 แรงม้าที่ 3,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 430 นิวตันเมตรที่ 2,500 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด พร้อมระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์แบบไฟฟ้า ควบคู่กับระบบ INC พร้อมระบบ Super Select 4WD-II เปลี่ยนโหมดจากระบบขับเคลื่อน 2 ล้อ เป็นขับเคลื่อน 4 ล้อ แบบ Full-Time All Wheel Control และเมื่อต้องเจอกับเส้นทาง Off-Road ยังสามารถเปลี่ยนเป็น 4HLc หรือ 4LLc ได้ตามต้องการ และมีระบบล็อกเฟืองท้าย (Rear Differential Lock)
Toyota Fortuner เครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ 16 วาล์ว DOHC VN Turbo Intercooler 2.8 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 177 แรงม้า ที่ 3,400 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 450 นิวตัน-เมตร ที่ 1,600 - 2,400 รอบ/นาที เกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ พร้อม Sequential Shift และ Paddle Shift พิเศษด้วยการเลือกใช้งานโหมด Power หรือ Eco พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ซิกมาร์โฟร์ (Sigma4) ปรับรูปแบบการขับเคลื่อนได้ 3 แบบคือ H2/H4/L4
Isuzu MU-X เครื่องยนต์ดีเซล 3.0 Ddi Blue Power 177 แรงม้า ที่ 3,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 380 นิวตัน-เมตร ที่ 1,800-2,800 รอบ/นาที เกียร์ 6 สปีด ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ 3 รูปแบบ ช่วงล่าง 5 ลิงค์
Ford Everest เครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบคู่ ขนาด 2.0 ลิตร ให้พลังขับเคลื่อน 213 แรงม้า และแรงบิดสูงสุดที่ 500 นิวตันเมตร เกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ที่มีให้เลือก 4 โหมด ลุยได้ทั้งทางเรียบ และทางออฟโรด เพียงแค่เปลี่ยนโหมดการขับขี่ให้เหมาะกับถนนนั้นๆ ไม่ว่าทางจะเต็มไปด้วยทราย หิน หรือโคลน
Chevrolet Trailblazer เครื่องยนต์ดีเซลดูราแมกซ์ 2.5 ลิตร แบบ 4 สูบ 16 วาล์ว DOHC พร้อมเทอร์โบแปรผัน (VGT -Variable Geometry Turbocharger) และอินเตอร์คูลเลอร์ ผลิตกำลังสูงสุด 180 แรงม้า ที่ 3,600 รอบ / นาที แรงบิดสูงสุด 440 นิวตัน - เมตร ที่ 2,000 รอบ / นาที เกียร์ 6 สปีด พร้อมระบบขับเคลื่อ 4 ล้อให้เลืก 3 โหมด H2/H4/L4
Nissan Terra เครื่องยนต์ YS23DDTT ขนาด 2.3 ลิตร ใหม่ ทวินเทอร์โบ ระบบส่งกำลังแบบอัตโนมัติ 7 สปีด ให้กำลังสูงสุดที่ 190 แรงม้า และมีแรงบิดมหาศาลที่ 450 นิวตัน-เมตร ผ่านระบบขับเคลื่อนที่มีให้เลือก 4 ล้อ พร้อมโหมดให้เลือก 3 รูปแบบ และช่วงล่าง 5 ลิงค์ แต่ระบบเบรกหน้าดิสก์หลังยังเป็นดรัมอยู่  

ความปลอดภัย

ระบบความปลอดภัยของรถอเนกประสงค์ที่จำหน่ายในไทยนั้นปัจจุบันมีระบบช่วยเหลือขั้นพื้นฐานมากมายอยู่แล้ว เช่น ระบบเบรก ABS กล้องแสดงภาพด้านหลังขณะถอยรถ (Rear Vision Camera) ระบบช่วยการออกตัว ขณะรถอยู่บนทางลาดชัน (HSA - Hill Start Assist) ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ ขณะรถลงทางลาดชัน (HDC - Hill Descent Control) ระบบควบคุมการทรงตัวอัตโนมัติ เป็นต้น แต่ที่ให้เพิ่มขึ้นมากกว่านี้จะมีรุ่นไหนให้มาคุ้มสุดกันบ้างมาดูกันเลย

New Mitsubishi Pajero Sport
มาพร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัย ที่เพิ่มมา เช่น ระบบสัญญาณเตือนด้านหลังขณะถอยออกจากช่องจอด RCTA ระบบจะทำการตรวจจับด้วยเรดาร์พร้อมไฟเตือนบนกระจกมองข้างและข้อความเตือนบนหน้าจอแสดงผล, ระบบสัญญาณเตือนจุดอับสายตา BSW พร้อมระบบสัญญาณเตือนขณะเปลี่ยนเลน LCA เบรกมือไฟฟ้า ที่มาพร้อมกัน BAH (Brake Auto Hold) กับ APB (Auto Parking Brake) จะทำงานอัตโนมัติเมื่อเลื่อนคันเกียร์ไปที่ตำแหน่ง P และจะปลดล็อกอัตโนมัติเมื่อเลื่อนคันเกียร์ออกจากตำแหน่ง P และถุงลมนิรภัย 7 ตำแหน่ง
Toyota Fortuner
โดดเด่นในเรื่องระบบความปลอดภัย มีทั้ง ระบบควบคุมการทรงตัว (VSC) ระบบจะตรวจการทรงตัวของรถ และควบคุมให้ทรงตัวได้อย่างมั่นคงแม้ในทางโค้ง หรือถนนที่เปียกลื่น โดยสั่งการให้เครื่องยนต์ลดความเร็วอัตโนมัติ แลเพิ่มแรงดันน้ำมันเบรกไปยังล้อเพื่อประคองรถที่เสียการทรงตัวให้กลับเข้าสู่ความสมดุล, ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี (TRC) ช่วยป้องหันการเกิดอาการล้อหมุนฟรี เมื่อขับขี่บนถนนที่ลื่น ป้องกันการเสียการทรงตัวของรถ และยังมีโครงสร้างนิรภัย GOA ช่วยดูดซับแรงกระแทกจากการชนทั้งด้านหน้า และด้านข้าง รวมถึงยังมีเข็มขัดนิรภัย 3 จุด 7 ที่นั่ง และถุงลมนิรภัยรอบคัน
Isuzu MU-X
ระบบเพื่อความปลอดภัยครบครัน ที่พร้อมป้องกันและปกป้องจากเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ทั้ง Active Safety ระบบความปลอดภัยป้องกันก่อนเกิดอุบัติเหตุ ด้วย BOS (Brake Override System) ระบบลดกำลังเครื่องยนต์เพื่อช่วยเบรก และ Passive Safety ระบบความปลอดภัยปกป้องขณะเกิดอุบัติเหตุ ด้วยแอร์แบคคู่หน้า Dual SRS Airbags, เข็มขัดนิรภัยแบบ 3 จุด ทั้ง 7 ที่นั่ง ทั้งยังมีโครงสร้างห้องโดยสารเสริมเหล็กกล้า High Tensile Strength Steel และถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง
Ford Everest
ด้านระบบความปลอดภัยของ Everest ก็จัดมาให้ครบ โดดเด่นในเรื่อง Rollover Mitigation ระบบจะควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวพร้อมระบบป้องกันการพลิกคว่ำ พร้อมทั้งช่วยลดแรงบิด เมื่อระบบตรวจจับได้ว่ารถเกิดเสียการทรงตัว, สัญญาณกันขโมย และระบบกุญแจนิรภัย (Volumetric Burglar Alarm System and Immobilizer) ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติพร้อมระบบตรวจจับคนเดินถนน ระบบเตือนมุมอับสายตาด้านข้าง ระบบเตือนการชนด้านหน้า และ แอร์แบ็ก มากถึง 7 ตำแหน่ง 
Chevrolet Trailblazer
ความปลอดภัยต่างๆ ได้แก่ ระบบเสียงเตือนการชนด้านหน้า (Forward Collision Alert) ระบบเตือนออกนอกเลน (Lane Departure Warning) ระบบมุมอับสายตา(Side Blind Zone Alert) ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวของรถ (ESC) ระบบช่วยเตือนการจราจรที่ด้านหลังขณะถอยรถ (Rear Cross Traffic Alert) กล้องมองขณะถอยหลังพร้อมระบบเตือน
Nissan Terra 
มาพร้อมระบบเตือนเมื่อรถออกนอกทาง Lane Departure Warning (LDW) ระบบเตือนจุดอับสายตา Blind Spot Warning (BSW) กล้องรอบทิศทาง Intelligent Around View Monitor (iAVM) ระบบตรวจจับและส่งเตือนวัตถุ และบุคคลที่เคลื่อนไหวจากกล้องรอบคัน Moving Object Detection (MOD) กล้องมองหลัง 

เลือกตัวที่ใช่.. และเหมาะกับคุณที่สุด


New Mitsubishi Pajero Sport
นับว่าใหม่สุดแล้วหลังปรับโฉมไม่นานนี้ เรียกว่ายังสดๆ แม้เพียงไมเนอร์เชนจ์แต่ปรับใหญ่เยอะเว่อร์ในหลายจุดเพิ่มของออปชั่นต่างๆ มาอีกมากมาย เช่น ระบบควบคุมความเร็วแปรผันที่สามารถชะลอและจอดหยุดสนิทได้เอง หรือหน้าปัดแบบ LCD หนึ่งเดียวในรถระดับเดียวกันในประเทศไทย (GT-Premium) เป็นต้น ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 1.29 ล้านบาท ในรุ่น GT 2WD ส่วนรุ่น GT-Premium 2WD ราคา 1.46 ล้านบาท ปิดท้ายที่รุ่น GT-Premium 4WD ราคา 1.59 ล้านบาท 
Toyota Fortuner
ค่ายที่คงความแข็งแรง รูปทรงสวยงามถูกใจหลายวัย ออปชั่นมีให้พอดีๆ หากเพิ่มมาอีกนิดให้สมราคาก็จะยิ่งน่าใช้ ราคาเริ่มต้นที่ 1.42 ล้านบาท ไปจนถึง 1.79 ล้านบาท ถึงราคาจะค่อนข้างสูง แต่คุณจะได้ ระบบ Auto Start & Stop, ระบบ ECO/Power Mode และ T-Connect Telematics ถือว่าน่าสนใจ
Isuzu MU-X
นับเป็นค่ายที่เน้นใช้งานง่าย ตอบสนองคนทั่วไปที่ไม่เน้นเทคโนโลยีมากมายนัก แต่ดูแลง่าย และถ้าคุณชื่นชอบความประหยัดน้ำมันของ MU-X แล้ว ราคาเริ่มต้นที่ 1.09 ล้านบาท จนถึงตัว 3.0 ลิตร ที่โดดเด่นในเรื่องพละกำลัง ที่มีราคา 1.47 ล้านบาท ก็เป็นทางเลืกที่น่าเหลียวมอง
Ford Everest
ราคาเริ่มต้นที่ 1.29 ล้านบาท ไปจนถึงตัวท็อปที่ราคา 1.79 ล้านบาท ซึ่งอาจต้องขยับไปในรุ่นราคาสูงสุดถึงจะได้ระบบเทคโนโลยีตามมาเป็นพรวน ส่วนพละกำลังจากเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร กับ Emergency Assistance และ ระบบสั่งงานด้วยเสียง สุดล้ำ และศูนย์บริการที่ขึ้นชื่อของ Ford ถ้าคุณมั่นใจว่านี่คือรถที่ใช่ก็เลือกได้เลย 
Chevrolet Trailblazer 
นี่คือความอเมริกันแท้ ขับสนุกดิบๆ ดุๆ ไม่เน้นความหรูหรา เน้นใช้งานแบบลุยๆ ออปชั่นนับว่าเยอะไม่แพ้ใคร แต่บางอย่างก็อาจจะยังไม่ทันสมัยนักในบางจุด ราคาเริ่มต้น 1,144,000 ถึง 1,379,000 บาท เหมาะสมกับราคาและเทคโนโลยีที่ให้มา เช่น รีโมทสตาร์ตแก้ร้อนยามตากแดด 
Nissan Terra 
แม้จะมาช้าแต่ก็ยังดีกว่าไม่มา รุ่นนี้เน้นเทคโนโลยี Nissan Intelligent Mobility อย่างกล้องรอบคันที่ยังอยู่ในกระจกมองหลัง แต่ได้เรื่องสวิตช์พับเบาะไฟฟ้า และเครื่องยนต์ที่อย่างระหว่างแรงกับประหยัด ราคาเริ่มต้น 1,316,000 ถึง 1,457,000 บาท 




เมื่อเทียบกันในคลาสรถอเนกประสงค์แล้วระหว่าง New Mitsubishi Pajero Sport รูปทรงพรีเมี่ยมหรูหราขึ้นให้ออปชั่นจัดเต็มมากในราคาไม่สูงนัก Toyota Fortuner รถเจ้าตลาดให้ความหรูหรา สะดวกสบาย, Isuzu MU-X ที่เป็นหนึ่งในเรื่องของความประหยัดและนุ่นมนวล Ford Everest ที่ขึ้นชื่อเรื่องเทคโนโลยีเหนือใครแม้ราคาจะโดดกว่าใครแต่ก็ได้หลังคาแก้วมาด้วย Chevrloet Trailblazer ได้ความดิบๆ เน้นแรงขับสนุกใช้ง่ายไม่ซับซ้อน ส่วน Nissan Terra ให้ความบึกบึนแข็งแกร่ง 
การเลือกรถยนต์อเนกประสงค์ที่มีค่าตัวระดับนี้ นับว่า "เลือกยาก" แต่ถ้าค่อยๆ พิจารณาดูทั้งเรื่องราคา ออปชั่น ระบบความปลอดภัย กำลังเครื่องยนต์ที่ต้องแรงและประหยัด กว้างขวางเดินทางสะดวกนั่งสบายได้ ยิ่งที่นั่งแถวที่ 3 ใช้นั่งเดินทางได้อย่างสบายจริงๆ ยิ่งน่าใช้ สุดท้ายต้องไปลองไปดูรายละเอียดสเปคและเทคโนโลยีต่างๆ ให้รอบครอบเพระาว่ารถยนต์ราคาระดับล้านกลางๆ นั้น ต้องเลือกให้คุ้มค่าที่สุดครับ  
แก้ไขล่าสุด : 7 พ.ย. 62
โดย
:
วโรดม อิ้วลันตา
กองบรรณาธิการ เช็คราคา.คอม

รีวิวรถยนต์ล่าสุด