ค้นหา รถยนต์ใหม่ car
รีวิวรถยนต์ใหม่ : มาสด้า - รีวิว Mazda MX-5 ใหม่ สุดยอดรถสปอร์ตน้ำหนักเบา ขับสนุกได้ทั้งวัน

รีวิว Mazda MX-5 ใหม่ สุดยอดรถสปอร์ตน้ำหนักเบา ขับสนุกได้ทั้งวัน

วันที่ : 25 ก.พ. 59
เข้าดูทั้งหมด: 17,045 คน

รีวิว มาสด้า MX-5 ใหม่ สุดยอดรถสปอร์ตน้ำหนักเบา ขับสนุกได้ทั้งวัน
อีกครั้งที่ทีมงานเช็คราคา.คอม ได้ร่วมทดสอบรถรุ่นใหม่กับมาสด้า ครั้งนี้พิเศษกว่าที่เคยเพราะเป็นการทดสอบขับสุดยอดโรดสเตอร์ระดับตำนานรุ่นล่าสุด เป็นเจเนอเรชั่นที่ 4 ของ มาสด้า MX-5 ใหม่ รถสปอร์ตน้ำหนักเบาที่สานต่อตำนาน 25 ปี ของ MX-5 ด้วยแนวคิดดั้งเดิมคือ สร้างสรรค์รถที่สนุกสนานในการขับแบบจินบะ-อิตไต พร้อมเป็นรถคู่ใจที่ไม่มีรุ่นใดมาทดแทนได้ และต้องเป็นรถสะดุดตา สร้างสีสันให้แก่ผู้พบเห็น


เส้นทางการทดสอบ
เนื่องจากมีรถจำนวนจำกัด 3 คัน แต่มีสื่อมวลชนเกือบ 20 คน จึงต้องแบ่งและทยอยขับตามคิว ทำให้การทดสอบขับทดสอบทำระยะไม่ได้มากนัก และกำหนดให้ผู้เทสต์ 2 ท่าน ต่อรถ 1 คัน โดยเริ่มทยอยปล่อยตัวจากคลับเฮ้าส์สนามกอล์ฟคีรีมายาออกสู่ถนนชนบท 3052 เลี้ยวขวามุ่งหน้าเขื่อนลำพระเพลิงแล้ววกกลับคิดเป็นระยะทางประมาณ 50 กิโลเมตร เมื่อถึงคีรีมายาก็สามารถเพิ่มเส้นทางการทดสอบได้อีกราว 8 กิโลเมตร ด้วยการขับเข้าไป-กลับ มุติมายา รีสอร์ท ซึ่งมีเส้นทางคดเคี้ยว โค้งซ้าย-ขวาสลับกันหลายจุด และไม่ค่อยมีรถคันอื่น ทำให้ขับสนุกและสามารถลองสมรรถนะ MX-5 สไตล์เซอร์กิตจำลองได้





รูปลักษณ์ภายนอก

การออกแบบ MX-5 ใหม่ เน้นจุดสำคัญคือ การทำให้ผู้ขับดูโดดเด่นเมื่อมองจากมุมบน โดยขับแบบเปิดหลังคาและเอากระจกหน้าต่างประตูลง ทีมออกแบบกับวิศวกรจึงทำงานร่วมกันเพื่อให้การออกแบบห้องโดยสารเลื่อนไปทางท้ายรถมากขึ้นเพื่อให้ศีรษะของผู้ขับพอดีกับจุดสูงสุดของเพดานรถ และเบาะนั่งต่ำเพื่อเน้นจุดศูนย์กลางต่ำลง เป็นไปตามหลักการออกแบบรถสปอร์ตน้ำหนักเบาที่เน้นผู้ขับเป็นศูนย์กลาง

ไฟหน้าออกแบบให้ดูเหมือนดวงตา ช่วยให้รถดูมีชีวิตชีวา พร้อมรู้สึกถึงความเฉียบคมและเพรียวบาง ส่วนไฟหน้าเป็นแบบ LED สี่ดวง รับไปกับฝากระโปรงหน้าแบบแอคทีฟฮูด ทำให้รถมีระยะห่างจากพื้นน้อยที่สุดและด้านหน้าสั้นที่สุดในโลกรุ่นหนึ่ง ส่วนตำแหน่งไฟ Day Time Running Light แบบ LED วางไว้ที่มุมกันชนหน้าทั้งสองด้าน ช่วยเน้นความกว้างและต่ำของตัวถังด้านหน้า

เสา A และประทุนรถปรับให้เอนไปด้านหลังมากกว่ารุ่นเดิมราว 57 มม. และ 77 มม. ส่วนกระจกมองข้าง กรอบนอกเสาเอ และกรอบกระจังหน้าตกแต่งด้วยสีดำรับกับประทุนสีดำของรถ ให้ความรู้สึกเป็นหนึ่งเดียวและดูเป็นรถคูเป้ ด้านกรอบพนักพิงด้านหลังเป็นรูปตัวยูคว่ำ เน้นความเป็นโรดสเตอร์เปิดประทุนยิ่งขึ้น

ด้านท้ายเด่นด้วยไฟ LED ทรงกลม และตัวซีด้านข้าง สืบทอดกลิ่นไอจากรุ่นก่อนๆ  ส่วนตำแหน่งป้ายทะเบียนวางไว้ด้านล่างกลางกันชน เพื่อให้ขอบหลังและกันชนดูต่อเนื่องกัน ส่วนรูไขกุญแจตัดออกไป เพื่อความกลืมกลืนสะอาดตา มีติดแค่โลโก้มาสด้า และเอมเบลมรุ่นกับสกายแอคทีฟ
รูปลักษณ์ภายใน

แผงควบคุมด้านหน้าโอบรอบขยายไปจรดขอบประตูกลมกลืนเป็นหนึ่งเดียวกับภายนอก ส่วนพื้นที่ผู้ขับเน้นเป็นศูนย์กลาง ปุ่มควบคุมต่างๆ จัดวางในตำแหน่งสมมาตร พวงมาลัยและมาตรวัดความเร็ววางอยู่แกนเดียวตรงหน้ากับผู้ขับ ด้านช่องแอร์ทรงกลมแบ่งวางสมดุลสองฝั่งข้างมาตรวัดและพวงมาลัย เมื่อเข้าไปนั่งรู้สึกโอบกระชับและมีสมาธิกับการขับชัดเจน

พวงมาลัยออกแบบให้ควบคุมได้คล่องแคล่วและเม่นยำ โดยเฉพาะการเลี้ยวโค้ง ส่วนปุ่มควบคุมต่างๆ บนพวงมาลัยวางตำแหน่งเว้าหลบลง เพื่อไม่ให้เป็นอุปสรรคต่อการบังคับพวงมาลัย

เบาะที่นั่งของ MX-5 ใช้โครงสร้าง S-Fit ที่พัฒนาขึ้นใหม่ เน้นน้ำหนักเบา ทรงเบาะกระชับและโอบรับคนนั่ง ตรงกลางพนักพิงเดินด้ายเย็บตะเข็บทรงเพชรแปดเหลี่ยม สีเบาะเน้นดำให้อารมณ์สปอร์ตเดินด้ายแดงเสริมด้วยวัสดุสีเมทัลลิกในหลายจุด เพื่อความหรูหรามากขึ้น

3 มาตรวัด แยกตรงกลางเป็นวัดรอบแบบอนาล็อก วัดความเร็วด้านขวา และแสดงข้อมูลจำเป็นต่างๆ อยู่ซ้ายมือ

ที่เก็บของท้ายรถ 130 ลิตร ลดลงจากรุ่นก่อนหน้า เพราะด้านหลังรุ่นใหม่สั้นลง
เครื่องยนต์
ด้วยพลัง 160 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที จากเครื่องยนต์เบนซิน สกายแอคทีฟ-จี ขนาด 2.0 ลิตร 4 สูบ 16 วาล์ว อัตราส่วนการอัด 13.0:1 ถ่ายทอดผ่านเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ ให้แรงบิดสูงสุด 200 นิวตันเมตร ที่ 4,600 รอบต่อนาที ดึงได้ดีตั้งแต่รอบต่ำ-กลาง และประหยัดน้ำมัน

ชิ้นส่วนต่างๆ ของ ระบบไอดีรวมแล้วน้ำหนักลดลง 30 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับรุ่นก่อน เช่น ฝาครอบแบบใหม่ช่วยลดน้ำหนักตัวเครื่องและคงความสวยงามแบบเครื่องยนต์รถสปอร์ตขับเคลื่อนล้อหลัง

การขับทดสอบ
ผู้เขียนได้เริ่มขับภายในรีสอร์ทก่อน โดยใช้เส้นทางไปมุติมายา รีสอร์ท ส่วนหนึ่งของโครงการ เพราะได้รับคำแนะนำว่าเส้นทางขับสนุกเหมาะกับการขับทดสอบ MX-5 แบบจริงจัง โดยเส้นทางเป็นแบบเปิดโล่งสองข้างทางไม่มีสิ่งปลูกสร้าง และแทบไม่มีรถร่วมเส้นทางระหวางขับ จึงทำให้มุ่งมั่นกับการขับได้มากกว่าบนถนนสาธารณะ เส้นทางนี้มีโค้งซ้าย-ขวาสลับกันหลายจุด ตลอดจนมีทางขึ้น-ลงเนินหลายช่วง ทำให้การขับเปี่ยมไปด้วยความสนุก สามารถทดสอบการบังคับเลี้ยว เบรก และอัตราเร่งได้อย่างเต็มที่ หลังวนขับอยู่ 4 รอบ แม้ใช้เวลาไม่มากก็เกิดความรู้สึกว่านี่คือ โรดสเตอร์น้ำหนักเบาที่ยังคงสานต่อตำนาน 25 ปีที่ผ่านมาได้อย่างน่าชื่นชม MX-5 เป็นรถขับสนุกจนอยากนำไปขับในสนามแข่งจริงๆ หรือถนนเชิงเขาที่คดเคี้ยวยาวๆ เช่น ดอยต่างๆ ในภาคเหนือ และเมื่อขับสู่ถนนด้านนอกเพื่อไปเขื่อนลำพระเพลิง ก็รู้สึกว่าตัวรถสามารถสะกดทุกสายตาผู้พบเห็นได้ดี โดยเฉพาะการเปิดประทุนขับ แต่บางครั้งก็เสียอรรถรสเมื่อต้องขับตามรถใหญ่ที่ปล่อยควันดำ แต่ด้วยความแรงของเครื่องยนต์และน้ำหนักเบาของตัวถัง ทำให้การระเบิดพลังขึ้นแซงรถช้าเป็นเรื่องง่าย หลายช่วงเป็นทางตรงยาว อาจทำให้การขับดูจืดชืดไปบ้าง และในช่วงทางโค้งผู้เขียนต้องปรับความคุ้นเคยกับอัตราทดพวงมาลัยอันฉับไว เพื่อการเข้าโค้งได้อย่างราบรื่นต่อเนื่อง แต่ระหว่างขับผู้เขียนอดคิดไม่ได้ว่า MX-5 เป็นรถขับสนุกจริงๆ แต่จะสนุกยิ่งขึ้นถ้าได้ขับบนเส้นทางอันคดเคี้ยว จากนั้นจึงขับกินลม ชมทางไปเรื่อยๆ  MX-5 ไม่ใช่รถสปอร์ตที่ให้คุณมาระเบิดพลังกับทางตรง หรือสัมผัสความเร้าใจกับอัตราเร่ง แต่เมื่อใดที่เจอเส้นทางขึ้น-ลงเขา มันก็พร้อมที่จะแยกเขี้ยวเข้าหาโค้งเสมือนเจออาหารจานโปรด



MX-5 ใหม่ เก็บอาการได้ดีในแต่ละโค้ง พร้อมส่งเข้าโค้งได้สนุก และทะยานออกได้อย่างฉับไว

ป้ายบอกทางโค้งหักศอก อาจทำให้หลายคนขับระวังและกังวล แต่ถ้าได้ขับ MX-5 นั่นคือการบอกว่า ความสนุกอยู่ข้างหน้า
อัตราสิ้นเปลือง
ด้วยเทคโนโลยีสกายแอคทีฟใหม่ล่าสุด ช่วยให้ MX-5 ที่น้ำหนักเบาอยู่แล้ว ประหยัดเชื้อเพลิงมากขึ้น เมื่อผสานการทำงานกับระบบช่วยใหม่ๆ เช่น i-ELOOP (Mazda Regenerative Braking System) ระบบแปลงพลังงานจลน์ที่สร้างขึ้นระหว่างชะลอตัวเป็นไฟฟ้าแล้วนำกลับมาใช้เพื่อจ่ายไฟสู่อุปกรณ์ไฟต่างๆ ของรถ และ i-STOP (Idling Stop System) ระบบดับเครื่องยนต์อัตโนมัติเมื่อเบรกและหยุดรถ พร้อมสตาร์ทอัตโนมัติเมื่อปล่อยแป้นเบรกและรถเคลื่อนตัวออก จึงทำให้ประหยัดน้ำมันมากขึ้น แต่ด้วยความเป็นสปอร์ตโรดสเตอร์ คงห้ามใจผู้ขับไม่ให้กดคันเร่งท้าความเร็วได้ยาก

ตัวเลขที่วัดได้จากจอแสดงผลเป็นอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยอยู่ 8.7 ลิตร/100 กิโลเมตร หรือประมาณ 11.5 กิโลเมตร/ลิตร จากการขับแบบใส่เต็มพร้อมชิฟต์เกียร์เล่นรอบเองสลับกับโหมดสปอร์ตและธรรมดา
เทคโนโลยีและความสะดวกสบาย
MX-5 ใหม่ ใช้แนวคิดการสื่อสารระหว่างคนกับเครื่องจักร (HMI) เพื่อเน้นความปลอดภัยเป็นหลัก เริ่มตั้งแต่การออกแบบเบาะนั่งแบบ Head-up เพื่อให้ผู้ขับสามารถดูข้อมูลแสดงต่างๆ ได้โดยคงท่านั่งการขับที่ถูกต้องอยู่ เพื่อให้การขับมีสมาธิมากที่สุด และลดการเบี่ยงเบนความสนใจ

จอแสดงผลขนาด 7 นิ้ว บนแผงหน้าปัด แสดงข้อมูลตามความสูง วางระยะอย่างเหมาะสม ลดการละสายตาขณะขับ
และสะดวกสบายด้วยเทคโนโลยี MZD Connect

ปุ่ม Center Commander อยู่ในตำแหน่งที่ผู้ขับเข้าถึงได้ง่าย เพียงลดมือข้างหนึ่งจากพวงมาลัยลงไปปรับ
ตรงคอนโซลข้าง การจัดวางดูเป็นธรรมชาติรองรับการใช้งานจริง โดยผู้ขับแทบไม่ต้องละสายตา

ระบบเครื่องเสียงพรีเมียมจาก BOSE ทำให้คุณไม่ต้องไปยุ่งกับการอัพเกรด มันให้เสียงดีเยี่ยม แม้ขับแบบเปิดประทุน
ระบบเสียงของ BOSE เป็นเอกสิทธิ์เฉพาะของมาสด้า MX-5 โดยลำโพงมีทั้งหมด 9 ตัว แบ่งเป็นด้านหน้า 1 ชุด (ซ้าย-ขวา) หลังเบาะ 1 ชุด (ซ้าย-ขวา) และซับวูฟเฟอร์ด้านล่างข้างผู้โดยสาร 1 ตัว 

เบาะนั่งทรงสปอร์ตโครงสร้าง S-fit (น้ำหนักเบา) รองรับผู้นั่งได้พอดี เดินด้ายตะเข็บอย่างมีชั้นเชิง
รองรับทุกสไตล์การขับได้อย่างสบาย และสะดวกในการลุกเข้า-ออก
ระบบความปลอดภัย
มาสด้า ใช้พื้นฐานปรัชญาความปลอดภัยเชิงป้องกัน Mazda Proactive Safety เพื่อลดความเสี่ยงจากการเกิดอุบัติเหตุและคงสภาพแวดล้อมต่างๆ ของผู้ขับให้ปลอดภัยมากที่สุด ด้วยเทคโนโลยีหลายอย่างทำงานร่วมกัน

ระบบความปลอดภัยแบบ ACTIVE ที่โดดเด่น เช่น ระบบปรับไฟหน้าสูงอัตโนมัติ HBC ช่วยลดภาระผู้ขับในการเปิดไฟสูง-ต่ำสลับกันโดยอัตโนมัติ และช่วยปรับปรุงทัศนวิสัยในเวลากลางคืน ด้วยการนำระบบไฟหน้าปรับองศาตามการเลี้ยวมาช่วย เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการคาดเดาความโค้งของถนนล่วงหน้าจากองศาพวงมาลัย และความเร็วของรถ พร้อมปรับไฟต่ำตามทิศทางรถขับเคลื่อน

ระบบเตือนเมื่อรถเบี่ยงออกนอกเลน (LDWS) ใช้กล้องด้านหน้าตรวจสอบเครื่องหมายเลนบนพื้นผิวพร้อมเตือนผู้ขับด้วยเสียงผ่านลำโพง BOSE เมื่อระบบฯ คาดการณ์ว่ารถกำลังเบี่ยงออกจากเลนปัจจุบัน
 
ระบบความปลอดภัยแบบ Passive ที่โดดเด่น เช่น Active Hood ฝากระโปรงที่ได้รับการพัฒนาใหม่ โดยจะยกขึ้นอัตโนมัติเมื่อตรวจจับการปะทะกับคนเดินถนนได้ เพื่อให้เกิดช่องว่างระหว่างห้องเครื่องเร็วที่สุด ส่วนโครงสร้างภายในฝากระโปรงใช้กรอบแนวขวาง ช่วยดูดซับแรงกระแทกได้เป็นอย่างดี พร้อมเพิ่มโฟมดูดซับแรงกระแทกเหนือเครื่องยนต์ นอกจากนี้ยังมีโฟมดูดซับพลังงานในกันชนหน้าด้วย เพื่อลดแรงกระแทกขณะปะทะกับหัวเข่าคนเดินเท้า และกันชนหน้ายังออกแบบมาช่วยป้องกันไม่ให้ขาของคนถูกชนเข้าไปใต้ท้องรถ

ความคุ้มค่าเมื่อเทียบกับราคา
มาสด้า MX-5 สกายแอคทีฟ-จี เครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.0 ลิตร สวยงามตามแนวทางการออกแบบ KODO : SOUL OF MOTION นี่คือ รถสปอร์ตน้ำหนักเบา รูปทรงสวยล้ำสมัย ทั้งการออกแบบภายนอกและภายใน ด้านเครื่องยนต์เบนซินสกายแอคทีฟ 160 แรงม้า ก็ตอบสนองได้ทันใจ ตอบรับการขับแบบสปอร์ตได้อย่างน่าพึงพอใจ ส่วนการบังคับเลี้ยวอันเฉียบคมและการทรงตัวที่มั่นคง หนึบแน่น นับเป็นจุดเด่นที่ทำให้ MX-5 เป็นรถขับสนุกได้ทั้งวันจริงๆ 
 
ด้วยราคา 2,700,000 บาท อาจเป็นกำแพงกั้นสำหรับการตัดสินใจเลือกรถสปอร์ตญี่ปุ่นเครื่องยนต์ NA ความจุ 2.0 ลิตร ทั้งยังเป็นโรดสเตอร์คันเล็ก แต่สำหรับแฟนมาสด้า MX-5 และผู้ที่ได้ลองขับจริงอย่างผู้เขียน เชื่อว่าคงชื่นชอบในตัว MX-5 เพราะขับสนุก และให้ความแตกต่าง สามารถสะกดทุกสายตาที่ขับผ่าน ไม่แปลกใจที่ MX-5 เป็นรถสปอร์ตที่ขายดีอย่างรวดเร็วในญี่ปุ่น ในเมืองไทยด้วยราคาเกือบชนเพดาน 3 ล้าน จึงมีรถราคาใกล้เคียงน่าสนใจหลายรุ่นให้เลือก ถ้าเป็นแฟนพันธุ์แท้และเงินไม่ใช่อุปสรรค โรดสเตอร์ระดับตำนานเจเนอเรชั่นที่ 4 รุ่นนี้ก็พร้อมจะสร้างความสุขให้กับผู้ขับได้ตลอดการขับเคลื่อน และให้ความรู้สึกที่คุณหาไม่ได้ง่ายๆ จากรถรุ่นอื่น

แก้ไขล่าสุด : 25 ก.พ. 59
โดย
:
กองบรรณาธิการ เช็คราคา.คอม

รีวิวรถยนต์ล่าสุด