รู้จักเช็คราคา|ติดต่อเรา

Chevrolet Trailblazer ใหม่ เกียร์ฉลาด ภายในเงียบ เพียบพร้อมเทคโนโลยี

ข่าว 19 ก.ย. 59 14,391
Chevrolet Trailblazer ใหม่ เกียร์ฉลาด ภายในเงียบ เพียบพร้อมเทคโนโลยี


เชฟโรเลต เซลส์ ประเทศไทย เชิญสื่อมวลชนร่วมทดสอบขับ "เทรลเบลเซอร์ รุ่นใหม่ล่าสุด" รถอเนกประสงค์สไตล์อเมริกันที่ปรับปรุงใหม่ทั้งภายนอก-ภายใน ระบบช่วงล่าง และเทคโนโลยี ให้ทันสมัยมากขึ้นในเส้นทางกรุงเทพฯ - เกาะช้าง จังหวัดตราด เพื่อสัมผัสสมรรถนะในหลายๆ ด้าน ด้วยรถยนต์ The All-New Trailblazer 2.5L VGT 4X4 AT LTZ ราคา 1,479,000 บาท

เส้นทางการทดสอบ
การทดสอบกลุ่มทริปนี้เริ่มต้นทางจากโรงแรมโนโวเทล สุวรรณภูมิ มุ่งหน้าเกาะช้าง จังหวัดตราด รวมระยะทางกว่า 600 กิโลเมตร   

ขอขอบคุณเชฟโรเลต เซลส์ ประเทศไทย ที่ได้เชิญทีมงานเช็คราคา.คอม ร่วมทดสอบในครั้งนี้
รูปลักษณ์ ภายนอก-ภายใน

ภายนอกเทรลเบลเซอร์โดดเด่นด้วย กระจังหน้าใหม่ (Dual Port) ไฟหน้าใหม่ลายใหม่ พร้อมไฟส่องสว่างขณะขับขี่เวลากลางวันแบบ LED กันชนหน้าใหม่เน้นสไตล์อเมริกัน พร้อมกับฝากระโปรงใหม่ ล้อแม็กลายใหม่ขนาด 18 นิ้ว (ทุกรุ่นย่อย) พร้อมด้วยสีตัวถังใหม่ สีขาว (Abalone), สีแดง (Pull Me Over Red), สีดำ (Black Meet Kettle) สำหรับส่วนท้ายนั้นยังคงใกล้เคียงหรือไม่แตกต่างจากรุ่นก่อนหน้า เพราะถูกปรับโฉมไปแล้ว 1 ครั้ง   

ภายนอกเทรลเบลเซอร์ใหม่
 





ด้วยมิติตัวถังที่ใหญ่ระดับต้นๆ ของรถระดับเดียวกันทำให้ดูแข็งแรงบึกบึน และมีพื้นที่ห้องโดยสารที่กว้างมากเป็นพิเศษ ความยาว 4,887 มม. ความกว้าง 1,902 มม. ความสูง 1,852 มม. (รุ่น LTZ) และความสูงจากพื้นถึงตัวรถ 221 มม. น้ำหนักรถเปล่า 2,142 กก. 
มิติภายในห้องโดยสาร พื้นที่ช่วงขาด้านหน้า 1,045 มม. พื้นที่ศีรษะด้านหน้า 1,009 มม. พื้นที่ช่วงขาด้านหลัง 879 มม. พื้นที่ช่วงไหล่ 1,488 มม. พื้นที่สะโพก 1,424 มม.  

ภายในเทรลเบลเซอร์ต้องขอบอกว่าดูแกร่งขึ้นและเน้นสไตล์อเมริกันชัดเจนขึ้น ด้วยชุดคอนโซลหน้าใหม่ พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน ระบบแอร์อัตโนมัติ ฐานเกียร์สไตล์หรูหรา ตกแต่งสลับวัสดุ "Soft touch"  






ชุดควบคุมระบบความปลอดภัยต่างๆ

จอแสดงแรงดันลมยางพร้อมแจ้งเตือน เมื่อต่ำกว่า 20% ตามที่ตั้งค่าเอาไว้

ค่าแรงดันลมยางตามสเปค

จอแสดงอุณหภูมิน้ำมันเกียร์

จอแสดงเวลาในการใช้งานเครื่องยนต์

จอแสดงอุณหภูมิหม้อน้ำ

จอแสดงกำลังไฟแบตเตอรี่

จอแสดงกราฟพฤติกรรมการขับขี่

จอแสดงอัตราประหยัดแบบเฉลี่ยและดีที่สุด

จอแสดงอัตราประหยัดเชื้อเพลิง

จอแสดงอุณหภูมิภายนอก

จอแสดงอัตราสิ้นเปลืองแบบเรียลไทม์

จอแสดงระยะทางที่วิ่งได้จากน้ำมันคงเหลือ

จอแสดงระบบเตือนความเร็ว

คันเกียร์มาพร้อมโหมด +/- เพียงโยกไปทางซ้าย

ภายในเทรลเบลเซอร์ใหม่
เบาะนั่งคู่หน้าคนขับปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง ปรับสูงต่ำได้ทั้ง 2 ตำแหน่ง เบาะตอน 2 กว้างขวาง พร้อมระบบพับแบบ One Step รวดเดียว เพื่อเข้าสู่เบาะแถว 3 ได้สะดวก  


ส่วนของเบาะแถว 3 แยกพับ 50 : 50 และสามารถพับแบนราบเพื่อเพิ่มพื้นที่บรรทุกสัมภาระได้ และมีกล่องเก็บของเล็กๆ พร้อมฝาปิดเพื่อความเป็นระเบียบสวยงาม ในวันทดสอบได้ทดลองนั่งในทุกตำแหน่งเริ่มจากเบาะตอน 2 ที่ให้ความกว้างขวางมาก พนักพิงปรับเอนได้ นับว่าให้ความสะดวกพอสมควร แต่ในช่วงเบาะรองนั่งอาจสั้นและต่ำไปสักหน่อย ทำให้ช่วงน่องขาลอยเล็กน้อย ต้องหาระยะการนั่งให้พอดีจึงจะเริ่มสบายขึ้น ส่วนเบาะแถว 3 นั้นสามารถนั่งได้จริงๆ แม้ผู้ทดสอบสูง 176 ซม. ก็ไม่เป็นปัญหา ช่วงเบาะรับกับแผ่นหลังได้พอดี เบาะรองนั่งก็ใช้วัสดุรวมทั้งการออกแบบที่ดีนั่งสบาย ส่วนศีรษะพอมีพื้นที่เหลือไม่อึดอัดเกินไป แต่ช่วงขาอาจแคบไปสักหน่อย จึงต้องปรับพนักพิงเบาะแถว 2 ไปหน้าสุด และที่สำคัญตำแหน่งเบาะตอน 3 ในรถระดับนี้มักจะ "กระเด้ง" เป็นธรรมดา และควรแวะพักบ่อยๆ เพื่อยืดเส้นขากันเมื่อย สรุปโดยรวมแล้วนั่งได้จริงครับ


ในตำแหน่งเบาะข้างคนขับมีพื้นที่กว้างขวาง ส่วนตัวเบาะนั้น ส่วนรองนั่งมีความสั้นและเทไปด้านหน้าเล็กน้อย (ขึ้นกับสรีระของแต่ละคน) จึงต้องขยับตัวบ่อยเพื่อไม่ให้ไหล แต่ถ้าปรับพนักพึงให้ได้ความพอดี ก็จะตัดปัญหานี้ไปได้ทันที เรียกว่านั่งไปปรับไปสักพักก็จะเข้าที่ครับ


ที่วางแก้วน้ำเป็นออปชั่นเพิ่มเติมที่ดีมากเพราะช่วยให้เย็นได้จริงๆ 

ระบบปรับอากาศอัตโนมัติตำแหน่งปุ่มใช้งานง่ายชัดเจน เย็นฉ่ำทั้งคันด้วยช่องแอร์เพดานในตอนหลัง สามารถสั่งเปิด-ปิดด้วยสวิตช์ใต้แผงควบคุมแอร์ และสวิตช์บนเพดานเหนือผู้โดยสารตอนที่ 2 



เครื่องเสียงจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว รองรับ Chevrolet MyLink, Apple CarPlay (ส่วนแอนดรอยด์ระบบเครือข่ายในประเทศไทยยังไม่อนุญาตให้ใช้กับรถยนต์) ระบบเชื่อมต่อการสื่อสาร และความบันเทิง Bluetooth เชื่อมต่อโทรศัพท์ USB/AUX แสดงภาพจากกล้องมองขณะถอยหลัง และเนวิเกเตอร์ พร้อมลำโพง 7 ตำแหน่ง เสียงแน่นครบทุกย่านเสียง 


ลำโพงเสียงทุ้มกลางคอนโซลหน้าเพิ่ม Bass ได้แน่นมาก

เนวิเกเตอร์

ฟังก์ชั่นพิเศษใน The All-New Trailblazer

ระบบสตาร์ตด้วยรีโมท

The All-New Trailblazer นับเป็นรถอเนกประสงค์เจ้าแรกที่ให้ระบบรีโมทสตาร์ตเครื่องระยะไกลพร้อมเปิดระบบแอร์ให้พร้อมสำหรับการใช้งาน เพียงกดปุ่มล็อค 1 ครั้ง รอสัญญาณไฟเลี้ยวกะพริบ และกดปุ่มสตาร์ต จากนั้นต้องกดเปิดล็อคประตูก่อน (รถยังคงล็อคประตูอยู่) และเสียบกุญแจพร้อมบิดไปตำแหน่งเปิดระบบสตาร์ตเป็นอันเสร็จสิ้น สามารถขับได้ทันทีครับ

ระบบเตือนการชนด้านหน้า (Forward Collision Alert) เป็นการแจ้งเตือนระยะห่างรถคันหน้าที่ใกล้เกินไปตามที่ตั้งระยะเอาไว้ เพื่อบอกให้คนขับรู้ตัวว่าข้างหน้ามีวัตถุอยู่ใกล้ให้ใช้ความระมัดระวังมากขึ้น ซึ่งระบบนี้เป็นเพียงไฟและเสียงเตือนเท่านั้น ยังไม่ใช่การเบรกอัตโนมัติ


ระบบแจ้งเตือนมุมอับสายตา (Side Blind Zone Alert) แสดงไฟเตือนบนกระจกมองข้างเมื่อมีรถขับมาในมุมอับสายตาด้านข้าง
 

ระบบแจ้งเตือนเมื่อออกจากช่องจราจร (Lane Departure Warning) ระบบนี้จะมีไฟสีแดงเตือนเมื่อรถเบนออกนอกเส้นช่องจราจร เพื่อให้คนขับรู้ตัว แต่ไม่มีระบบช่วยบังคับพวงมาลัยหรือเบรกมาให้ เพราะอาจไม่จำเป็นมากนัก 


ระบบแจ้งเตือนการจราจรขณะถอยหลัง (Rear Cross Traffic Alert) ระบบนี้นับว่าสุดยอดมากๆ เพราะเป็นการใช้ระบบโซน่า ที่มีองศากว้างและไกลมากถึง 30 เมตร (ใน VDO จะเป็นของต่างประเทศซึ่งในไทยตัดเพียงแค่ระบบเบาสั่นออกไป)   
สมรรถนะ

เครื่องยนต์ดูราแม็กซ์ ดีเซล 4 สูบ 2.5 ลิตร เทอร์โบแปรผัน VGT กำลังสูงสุด 180 แรงม้าที่ 3,600 รอบ/นาที แรงบิด 440 นิวตัน-เมตร ที่ 2,000 รอบ/นาที ผ่านมาตรฐานมลพิษไอเสียยูโร 4 เกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ พร้อมโหมดเปลี่ยนเกียร์เองแบบ +/-  ความจุถังน้ำมัน 76 ลิตร ระบบขับเคลื่อน 2 รูปแบบคือ ขับเคลื่อน 2 ล้อหลัง, ขับเคลื่อน 4 ล้อความสูง และขับเคลื่อน 4 ล้อ ความเร็วต่ำ เน้นทางแบบ Off-Road 

ช่วงล่างพวงมาลัยไฟฟ้า EPS ปรับน้ำหนักในย่านความเร็วต่ำได้เบาควบคุมง่ายขึ้น ในความเร็วสูงถูกปรับให้ฉลาดขึ้นด้วยการเรียนรู้มุมของล้อหน้า ความลาดเอียงของถนนในทางโค้ง เพื่อปรับความหนืดให้ควบคุมได้ง่ายและปลอดภัยมากขึ้น ด้านหน้าอิสระ ปีกนกสองชั้น พร้อมคอยล์สปริงและช็อกอัพแก๊ส ด้านหลัง 5 ลิงค์พร้อมคอยล์สปริงและช็อกอัพแก๊ส

สำหรับเทรลเบลเซอร์ใหม่ สิ่งที่ปรับปรุงให้ความชัดเจนมากขึ้นนั่นคือ ความเงียบของภายในห้องโดยสาร ด้วยการเพิ่มความหนาของกระจกคู่หน้ามากขึ้น ใส่ระบบลดกระจกลงเมื่อเปิด-ปิดประตูคู่หน้าเข้าไปเพื่อให้ปิดง่ายขึ้น เทคโนโลยีการใช้ระบบฉีดของเหลวเข้าไปในส่วนรอยต่อของตัวถังเมื่ออบสี ของเหลวจะพองและเข้าไปอุดตามรอยต่อต่างๆ ทำให้เก็บเสียงได้ดีขึ้น ซึ่งจากการทดสอบของทีมวิศวกรนั้นห้องโดยสารมีความเงียบลง 2-4 เดซิเบล

กระจกปรับลงเล็กน้อยทุกครั้งเมื่อเปิดประตูเพื่อลดแรงลมอัดและปิดประตูง่ายขึ้น


ส่วนของเครื่องยนต์ที่เบาลงจากรุ่นก่อนหน้าเป็นผลจากการปรับปรุงชิ้นส่วนภายนอก-ภายใน ระบบหัวฉีดใหม่ ลดเสียงในการทำงานลงได้มากขึ้นถึง 12% ระบบเกียร์อัตโนมัติที่แสนฉลาด และช่วงล่างที่หนึบมากขึ้นจากการพัฒนาจุดยึดตัวถังใหม่ที่แข็งแรงมากขึ้น และโช้กอัพออกแบบใหม่นั่นเอง 

อัตราเร่งเทรลเบลเซอร์ มีความโดดเด่นในเรื่องของกำลังและการออกตัวที่รวดเร็วและราบรื่น โดยเฉพาะระบบเกียร์ที่ฉลาดมากๆ สามารถเรียนรู้ในทุกสภาวะการขับขี่ได้ทั้งในทางตรง น้ำหนักของเท้าผู้ขับที่คันเร่ง ทางโค้ง การขึ้นลงทางชัน ซึ่งระบบเกียร์จะปรับเปลี่ยนตำแหน่งให้เหมาะสมกับการใช้งาน เช่น เมื่อขึ้นทางชันจะคงตำแหน่งเกียร์ต่ำเพื่อให้รอบเครื่องยนต์ค้างเอาไว้และสามารถใช้กำลังได้ต่อเนื่องทันที ส่วนในช่วงลงทางชันนั้น ก็จะคงค้างตำแหน่งเกียร์ต่ำ หรือใช้ Engine Brake เพื่อช่วยหน่วงความเร็วขณะลงให้ปลอดภัยและควบคุมง่ายมากขึ้น รวมถึงขณะเบรกจากความเร็วสูงๆ ระบบเกียร์ก็จะค่อยๆ ลดตำแหน่งเกียร์ลงมาเรื่อยๆ คล้ายการ Change เกียร์ในแบบรถเกียร์ธรรมดา นับว่าฉลาดและตอบสนองราวกับรถสปอร์ตเลยทีเดียว



ระบบขับเคลื่อนที่สามารถเลือกได้ทั้งขับ 2 ล้อหลังที่ใช้งานโดยทั่วไป เพิ่มความมั่นใจมากขึ้นในสภาพถนนเปียกลื่นด้วยระบบ 4 ล้อความเร็วสูง ซึ่งสามารถใช้โหมดตลอดการเดินทางได้อย่างสบายแทบไม่รู้สึกถึงอาการหน่วงของเครื่องยนต์มากนัก และสุดท้ายคือ ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ Off-Road ซึ่งในระหว่างทริปนั้นไม่มีโอกาสได้ทดลองใช้ในโหมดนี้ ส่วนระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน (HDC) ก็ไม่ได้ใช้แม้ว่าช่วงวิ่งบนไหล่เขาในเกาะช้างจะชันมากเพียงใด แค่ระบบเกียร์ที่คอยเปลี่ยนตำแหน่งอัตราทดอยู่ตลอดเวลาก็เพียงพอต่อการขับลงเขาได้อย่างง่ายดายแล้ว

ช่วงล่างนับว่าให้ความหนึบมากขึ้นกว่ารุ่นก่อนหน้า ออกไปทางกระด้างเล็กน้อย แต่ในช่วงความเร็วสูงๆ มั่นใจมากขึ้น พวงมาลัยในช่วงความเร็วต่ำเบาหวิว หมุนง่าย ส่วนในความเร็วสูงจะเริ่มหนักขึ้น และหนืดเล็กน้อย ในการเข้าโค้งที่ความเร็วสูงนั้นจะมาอาการตึงๆ มือบ้าง เป็นผลจากการปรับน้ำหนักให้สมดุลกับความเร็ว ซึ่งจะช่วยให้การขับขี่ในความเร็วสูงทั้งทางตรง ทางโค้งนิ่งมากขึ้น เกร็งมือน้อยลง เพราะมีการเผื่อระยะการหน่วงเอาไว้เล็กน้อย หากขับช่วงแรกๆ อาจจะไม่คุ้นเคยเท่าไหร่นัก แต่สักพักก็จะเริ่มคุ้นเคยมากขึ้นครับ

ความปลอดภัยที่นับว่าให้ความมั่นใจมากขึ้นในการขับขี่นั่นคือ เตือนรถออกนอกเลน (Lane Departure Warning) และระบบเตือนการชนด้านหน้า (Forward Collision Alert) ซึ่งสำคัญมากในขณะขับทางไกลๆ คนขับอาจเกิดการเมื่อยล้าหรือเหม่อลอยชั่วขณะ อาจขับรถเอียงออกนอกเลนหรือมีรถอยู่ในระยะกระชั้นชิดด้านหน้า ระบบนี้ก็จะเตือนด้วยไฟสว่างเหนือคอนโซลหน้าพร้อมเสียงเตือนที่ดังพอสมควร ช่วยเตือนสติคนขับได้เป็นอย่างดี แม้จะไม่มีระบบช่วยเบรกอัตโนมัติมาให้ แต่ก็ไม่จำเป็นนัก เพราะว่าในบางจังหวะที่จำเป็นต้องแซงในระยะใกล้รถคันด้านหน้า ก็จะไม่ต้องกังวลว่าจะถูกเบรกและตัดกำลังเครื่องยนต์แต่อย่างใด เหมาะสำหรับผู้ชอบขับรถในลักษณะที่ต้องแซงบ่อยๆ 
ระบบกล้องกับเซ็นเซอร์ที่ช่วยจับภาพพร้อมสัญญาณเตือนขณะถอยหลังนับเป็นประโยชน์มากๆ ต่อคนขับที่ต้องถอยออกจากซองแคบๆ และมองไม่เห็นรถด้านนอก ระบบนี้ก็จะเตือนได้ระยะไกลถึง 30 เมตร ยิ่งปลอดภัย พร้อมกับมุมในการจับสัญญาณที่มากถึง 45 องศา แม้จอดรถในแนวเอียงก็เตือนได้
นอกจากนี้ ระบบความปลอดภัยมาตรฐานก็มีให้มามากมาย เช่น 
  • ถุงลมนิรภัยคู่หน้าพร้อมถุงลมนิรภัยป้องกันหัวเข่าสำหรับผู้ขับขี่
  • ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก (ABS) พร้อมระบบกระจายแรงเบรก (EBD)
  • ระบบรองรับการเบรกกะทันหัน (PBA)
  • ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว (ESC)
  • ระบบป้องกันการลื่นไถลทั้งขณะออกตัวและในโค้ง (TCS)
  • ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน (HDC)
  • ระบบป้องกันการไหลของรถเมื่อขึ้นทางลาดชัน (HSA)
  • ระบบรักษาเสถียรภาพขณะลากจูง (Trailer Sway Control)
  • ระบบป้องกันการพลิกคว่ำ (Anti-Rolling Protection)
ความคุ้มค่าเมื่อเทียบกับราคา

The All-New Trailblazer 2.5L VGT 4X4 AT LTZ รถยนต์อเนกประสงค์ในรูปแบบ SUV หรือ PPV ที่เพียบพร้อมด้วยสมรรถนะเครื่องยนต์ระดับ 440 นิวตัน-เมตร เกียร์อัตโนมัติที่ตอบสนองได้ดั่งใจราวกับรถสปอร์ต ช่วงล่างหนึบกว่าเดิม เครื่องเสียงทันสมัย เทคโนโลยีความปลอดภัยที่อัดแน่นเต็มคัน ราคารุ่นท็อปสุดที่บอกเลยว่าไม่สูงเกินไปเพียง 1,479,000 บาท หากคิดว่าไม่จำเป็นต้องใช้ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ หรือระบบช่วยเหลือที่มีมาให้ก็มี 2 รุ่นย่อยให้เลือก ราคาเบาๆ The All-New Trailblazer 2.5L VGT 4X2 AT LT 1,244,000 บาท และ The All-New Trailblazer 2.5L VGT 4X2 AT LTZ 1,379,000 บาท   
พร้อมรับประกันตัวรถตลอด 3 ปี หรือ 100,000 กม. (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินทั่วประเทศ ตลอด 24 ชม. ฟรี 3 ปี ไม่จำกัดระยะทาง

แท็กที่เกี่ยวข้อง chevrolet chevrolet trailblazer รีวิว ทดสอบรถยนต์ รีวิวเชฟโรเลตเทรลเบลเซอร์ test drive chevrolet chevrolet trailblazer รีวิว ทดสอบรถยนต์ รีวิวเชฟโรเลตเทรลเบลเซอร์ test drive chevrolet chevrolet trailblazer รีวิว ทดสอบรถยนต์ รีวิวเชฟโรเลตเทรลเบลเซอร์ test drive

ข่าวและอีเว้นท์โทรศัพท์มือถือล่าสุด