• รถยนต์ใหม่
  • รถยนต์ใหม่
  • ค้นหาแบบละเอียด
  • ทดสอบ Volvo XC60 SUV ขุมพลังที่ดีที่สุดในคลาส กับระบบความปลอดภัยระดับโลก (Test Drive Review)

    22 ก.พ. 61 11,773
    ทดสอบ Volvo XC60 SUV ขุมพลังที่ดีที่สุดในคลาส กับระบบความปลอดภัยระดับโลก (Test Drive Review)
    กิจกรรมพิเศษที่ วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย จัดให้ผู้สื่อข่าวได้ทดลองขับ Volvo XC 60 รถ SUV พรีเมียมขนาดกลางในเส้นทาง กรุงเทพฯ - พัทยา ในคอนเซปต์ "Arrive Like Never Before" แบบไปเช้าเย็นกลับ ก่อนเริ่มเดินทางจากจุดนัดพบที่โชว์รูม วอลโว่ ประเทศไทย ได้มีการบรีฟเพื่อให้ข้อมูลรายละเอียดของฟังก์ชั่นการทำงานถึงความหรูหรา และทันสมัยที่มาควบคู่กับความปลอดภัย แนะนำการใช้งานที่ถูกต้อง ก่อนออกเดินทาง ในช่วงเช้า และอธิบายเส้นทาง ก่อนเริ่มทดสอบ โดยแบ่งออกเป็น 2 รุ่นนั่นคือ แบบเครื่องยนต์ดีเซล D4 AWD และแบบเครื่องยนต์เบนซิน T8 Twin Engine R-Design (Plug-in Hybrid)
    ครั้งนี้ ทำให้เราได้สัมผัสความแตกต่างของขุมพลังใหม่ ในคลาสรถยนต์ SUV ที่ดีที่สุด คือ XC60 เจเนอเรชั่นที่ 2 ที่ผลิตเครื่องยนต์ทั้งแบบดีเซลและแบบเบนซิน ไฮบริด ตัวไฮไลต์ในรุ่น ซึ่งบอกเลยว่า ทั้ง 2 ออกแบบและแตกต่างอย่างเห็นได้ชัด 

    รุ่นเครื่องยนต์เบนซิน T8 ไฮบริด ชุดแต่งพรีเมี่ยม R Design รอบคัน ทั้งภายนอกและภายใน
    เริ่มการเดินทางช่วงเช้า เราถูกจัดให้ได้ทดลองขับเครื่องยนต์ดีเซลคอมมอนเรล ทวินเทอร์โบ 4 สูบ 1,969 CC ที่ให้กำลังสูงสุด 190 แรงม้า (PS) ที่ 4,250 แรงบิดสูงสุด 400 นิวตัน-เมตร ซึ่งภายนอกในแบบ D4 จะสังเกตที่ช่องระบายลมที่กระจังหน้าเป็นเส้นแนวตั้ง ฝังโลโก้วอลโว่ ที่เป็นเอกลักษณ์ ไฟหน้าเอกลักษณ์เฉพาะ กระจกมองข้างสีเดียวกับตัวรถ ด้านหลังบ่งบอกรุ่นเครื่องยนต์ชัดเจนว่านี้คือ D4 มุมขวา ล่างปลายท่อไอเสียแบบกลมซ้าย-ขวาดูลงตัว ล้ออัลลอยและยางขนาด 235/60 R18 เข้ามาดูที่ภายในในรุ่นดีเซล ออปชั่นอาจจะจัดมาไม่เยอะเท่าในรุ่น T8 เครื่องยนต์เบนซิน แต่ก็ถือว่าโดยรวมความสะดวกสบายและเทคโนโลยียังให้มาแบบคุ้มราคา 
    สำหรับคนที่ชอบขับลุยแบบกึ่งดิบกับเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด เราขับขึ้นทางด่วนแบบฟรีรันโดยเป้าหมายอยู่ที่ ซิลเวอร์เลคเพื่อพักรับประทานอาหารกลางวัน แต่มีการแวะสลับผู้ขับ และเปลี่ยนทดลองขับในโหมด ไดนามิก สำหรับเครื่องดีเซล ขณะเดินทางเรายังได้ทดลองใช้ระบบการทำงานที่เรียกว่า Pilot Assist  เทคโนโลยีการขับขี่กึ่งอัตโนมัติที่เราสามารถตั้งความเร็วได้สูงสุด 130 กม./ชม. โดยเทคโนโลยีนี้จะช่วยลดความเมื่อยล้าจากการขับรถนานๆ และยังช่วยไม่ให้คนขับหลับใน เพราะระบบจะมีการแจ้งเตือนให้เราจับพวงมาลัยเป็นระยะ และเว้นระยะห่างรถคันหน้าเพื่อความปลอดภัย เรียกว่าสามารถปล่อยเท้าและพักสายตาได้สักระยะ โดยที่รถยังขับเคลื่อนด้วยความเร็วที่เราเซ็ตไว้แบบหายห่วง ซึ่งโดยรวมทั้งช่วงล่างและระบบต่างๆ แม้จะปรับโหมดแบบไดนามิกช่วงล่างก็ยังให้ความนิ่มนวล ห้องโดยสารที่เก็บเสียง และออปชั่นภายในที่อัดมาแบบจัดเต็ม แม้ไม่มีมูนรูฟ เบาะหนังแท้จากสวีเดน และพลังเครื่องเสียงเด่นๆ กับหน้าจอขนาด 9 นิ้ว ถือว่าคุ้มค่าตัวในรุ่นนี้กับราคา 3.09 ล้านบาท

    รุ่นเครื่องดีเซล D4 AWD Momentum
    ถัดมาที่ตัวไฮไลต์ กับขุมพลังที่ดีที่สุดในคลาส เครื่องยนต์ T8 Twin Engine AWD ที่ให้แรงม้าสูงสุดถึง 407 แรงม้า ซึ่งเราได้ขับกลับจากการทำกิจกรรมดีๆ ที่วอลโว่ จัดต้อนรับทีมผู้สื่อข่าว โดยการปลูกผักสวนครัวแบบใช้กากมะพร้าว และประกาศรางวัลกับกิจกรรมที่ให้เราได้ร่วมสนุก 

    มีช่องใส่อุปกรณ์พ่วงชาร์จท้ายรถ จัดเก็บอย่างเรียบร้อย

    จุดชาร์จไฟด้านข้างตัวรถ
    ก่อนออกเดินทาง บอกเลย รุ่นนี้เป็นรุ่นไฮไลต์ และดีที่สุดของคลาสเลยจริงๆ และช่วงเช้าเราก็ได้รับฟังการบรรยายถึงห้องโดยสารและออปชั่นที่จัดให้เข้ากับรถในคลาสระดับนี้ แบบครบถ้วน ทั้งพลังเครื่องเสียงเกรดพรีเมี่ยมจาก Bower & Wilkins ระบบเสียงแบบสเตอริโอที่สามารถเลือกโหมดการรับฟังได้หลายแบบ และเยี่ยมที่สุดในโลก ด้วยลำโพง 15 ตัว กำลังขับ 1,100 วัตต์ ให้การรับฟังเพลิดเพลินเหมือนอยู่ในที่ส่วนตัว จอทัชสกรีนขนาด 9 นิ้วคุณภาพสูง และสามารถเชื่อมต่อ Apple CarPlay  และอุปกรณ์ที่ทำงานบนระบบปฏิบัติการ iOS อาทิ ไอโฟน เข้ากับซอฟต์แวร์ของรถยนต์ได้ แอนดรอยด์ก็เชื่อมต่อบลูทูธได้

    จอทัชสกรีน 9 นิ้ว

    ชุดเครื่องเสียงระดับพรีเมี่ยม Bowers&Wikins

    ชุดเกียร์แบบคริสตัล 1 ในชุดแต่งแบบ R Design
    ความหรูหราในรุ่นนี้เรียกว่า จัดอยู่ในระดับไฮคลาส กับชุดแต่งแท้แบบ R-Design ที่มอบดีไซน์แนวสปอร์ตที่แตกต่าง โดดเด่นตั้งแต่กระจังหน้า R-Design เคลือบสีดำวาว ท่อไอเสียคู่ R-Design  ครอบกระจกมองข้างสีเงินด้านในสไตล์ R-Design ล้ออัลลอยแบบไดมอนด์คัทขนาด 19 นิ้ว พวงมาลัยหุ้มหนังดีไซน์สปอร์ตแบบ R-Design คันเหยียบดีไซน์สปอร์ต และเบาะนั่ง Nappa Bucket Seat ที่หรูหราแบบ R-Design โดย Volvo XC60 T8 Twin Engine AWD R-Design รุ่นใหม่นี้เป็นรถยนต์แนวลักชัวรี่สปอร์ตในกลุ่ม R-Design รุ่นแรกที่จัดจำหน่ายในประเทศไทยอีกด้วย
    เครื่องยนต์ T8 Twin Engine AWD มอบกำลัง 407 แรงม้า ระยะวิ่งด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าที่ 44.92 กม. และอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ที่ 5.3 วินาที อัตราการใช้เชื้อเพลิงเฉลี่ยอยู่ที่ 47.6 กม./ลิตร (มาตรฐาน Eco Sticker)
    การทำงานร่วมกับไฟฟ้าโดยการสับเปลี่ยน และมีการชาร์จไฟในตัว ให้อัตราการประหยัดเชื้อเพลิงที่มากขึ้น ขณะขับก็มีจังหวะให้เราได้ทดลองปรับโหมด แบบทั้งไฮบริด และแบบอีโค ซึ่งบอกเลยว่าพละกำลังกับเครื่องยนต์ที่ให้มาอย่างเหลือๆ ไม่ทำให้การออกตัว หรือเร่งแซงเป็นอุปสรรค เรียกอัตราการเร่งได้สมูธ XC60 T8 มาพร้อม 3 ฟังก์ชั่นความปลอดภัยรูปแบบใหม่ โดยเพิ่มระบบ Steer Assist ในการทำงานของ City Safety System รวมถึงระบบความปลอดภัยรูปแบบใหม่ Oncoming Lane Mitigation ที่ทำงานร่วมกับระบบควบคุมพวงมาลัยเพื่อลดปัญหาการปะทะกับรถที่วิ่งสวนมา ส่วนระบบ  Blind Spot Indication System (BLIS) ของวอลโว่ใช้การทำงานของระบบพวงมาลัยเพื่อลดความเสี่ยงของการชนจากการเปลี่ยนช่องทางเดินรถ  

    การทำงานระหว่างเครื่องยนต์กับระบบไฟฟ้า

    ระบบ Oncoming Lane Mitigation ที่ทำงานร่วมกับระบบควบคุมพวงมาลัยเพื่อลดปัญหาการปะทะกับรถที่วิ่งสวนมา

    ถือได้ว่า Volvo XC60 เจเนอเรชั่นที่ 2 เป็นรถในแบบลักชัวรี่แนวสปอร์ตที่ดีที่สุด และปลอดภัยที่สุด ทั้งคนขับก็อุ่นใจ ทุกชีวิตก็ปลอดภัยในวอลโว่ กับรางวัลการันตีเรื่องความปลอดภัยที่ดีที่สุดในโลกปี 2017 
    ราคา Volvo XC60 ทั้ง 2 รุ่น
    • T8 Twin Engine AWD R-Design Plug-In Hybrid Benzene Engine ราคา 3.59 ล้านบาท
    • T8 Twin Engine AWD Momentum Plug-In Hybrid Benzene Engine ราคา 3.29 ล้านบาท
    • D4 AWD Momentum Diesel Engine ราคา 3.09 ล้านบาท

    สนใจทดลองขับ

    ข่าว-โปรโมชั่นล่าสุดอื่นๆ