• รถยนต์ใหม่
  • รถยนต์ใหม่
  • ค้นหาแบบละเอียด
  • วิเคราะห์เจาะลึก ALL NEW MG5 จุดเด่นจุดด้อยและราคาก่อนเผยค่าตัว 20 ก.ค.นี้!

    23 ก.ค. 64 2,925

    วิเคราะห์เจาะลึก ALL NEW MG5 จุดเด่นจุดด้อยและราคาก่อนเผยค่าตัว 20 ก.ค.นี้!

    ALL NEW MG5 (เอ็มจี5 ใหม่) รถยนต์สปอร์ตคูเป้ซีดานที่มีกระแสตอบรับมาแรงมาก!! หลังเผยโฉมรุ่นท็อปออกเมื่อ 5 ก.ค. 2564 ที่ผ่านมา ด้วยรูปลักษณ์ใหม่สปอร์ตสไตล์ท้ายลาดแบบคูเป้ อย่างที่พี่ใหญ่ MG6 ภายนอกดีไซต์ยุโรปชัดเจนมากขึ้นด้วยไฟหน้าเปิด-ปิด อัตโนมัติแบบ LED Projector พร้อม Daytime Running Lights กระจังหน้า 3 มิติ  Digital Burning Grille ไฟท้ายแบบ LED ดีไซน์ Leopard Claw หลังคาซันรูฟ และไฟเบรกดวงที่ 3 แบบ LED ล้ออัลลอยด์ขนาด 17 นิ้ว และเส้นสายรอบคันรวมถึงอุปกรณ์ตกแต่ง 

    ภายนอกเพรียวบางแต่ร่างใหญ่

    เอ็มจี5 ใหม่ คันที่ได้สัมผัสนั้นเป็นรุ่น "X" หรือว่าท็อปสุด โดยใน MG5 ถูกวางให้เป็นซี-เซ็กเมนต์แต่แอบคร่อม บี-เซ็กเมนต์ เพราะว่ามีมิติตัวถังยาว 4,675 กว้าง 1,842 สูง 1,480 ระยะฐานล้อหน้า-หลัง 2,680 มิลลิเมตร ซึ่งมีความใหญ่โตกว่ารถระดับเดียวกันพอสมควร อย่างเช่น โตโยต้าวีออสรุ่นปัจจุบันมีขนาดยาว 4,420 กว้าง 1,700 สูง 1,475 ระยะฐานล้อหน้า-หลัง 2,550 มิลลิเมตร หรือว่าในฮอนด้า ซิตี้รุ่นก่อนหน้าปัจจุบันยาว 4,440 ความกว้าง 1,695 ความสูง 1,471 ระยะฐานล้อหน้า-หลัง 2,600 มิลลิเมตร หรือว่าจะเทียบกับ MG5 รุ่นก่อนหน้านี้ยาว 4,612 กว้าง 1,804 สูง 1,488 ระยะฐานล้อหน้า-หลัง 2,650 มิลลิเมตร โดยรวมนับว่า All new MG5 นั้นใหญ่กว่าระดับเดียวกันในพิกัดเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร 
     รถ/มิติ - มม.   ยาว   กว้าง   สูง  ฐานล้อ 
     All new MG5 1.5                   4,675                1,842                   1,480                  2,680      
     TOYOTA VIOS 1.5                                4,420  1,700  1,475  2,550
     HONDA CITY 1.5 MY17  4,440  1,695  1,471   2,600
    สำหรับภายนอกนั้นอาจยังมีบางอย่างขัดใจอยู่บ้างเช่น ไฟมีไฟตัดหมอก (ซึ่งอาจไม่จำเป็นแต่เป็นแทรนด์ไปซะแล้ว) รุ่นท็อปน่าจะเพิ่มสปอร์ตท้ายมาให้อีกนิด มันดูโล้น ๆ ไปหน่อย ชุดแต่งท้ายเป็นท่อไอเสีย "หลอก" มีเพื่อความสวยงามเท่านั้นครับ  

    ภายในเหมือนรถสปอร์ต

    ภายในออกแบบได้สปอร์ต โปร่งสบายตา สวยและดูพีเมี่ยมไม่น้อย ดีไซน์คอนโซลกลางแบบ DRIVER-FOCUS COCKPIT ที่เหมาะสมกับตำแหน่งคนขับ พร้อมฟังก์ชั่นใช้งานต่าง ๆ ที่จัดวางได้ค่อนข้างลงตัว โดยเฉพาะพวงมาลัยมัลติฟังก์ชันทรงสปอร์ตที่ใช้กับหลายรุ่นของเอ็มจี หน้าจอแสดงผลอัจฉริยะแบบดิจิตอลขนาด 7 นิ้ว สวยกว่าในเอ็มจีรุ่นอื่น ๆ เบาะหนังทรงสปอร์ตโอบรับสรีระ ฝั่งคนขับปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง ข้างคนขับปรับมือ จุดที่เพิ่มความหรูคือ แผงคอนโซล 3D Diamond Design ลวดลายสปอร์ตพรีเมี่ยมกับหลังคา Sunroof ที่เป็นเอกลักษณ์ของรถยนต์เอ็มจีรุ่นท็อป ๆ ที่ฐานเกียร์เป็นแบบเลื่อนขึ้น-ลงพร้อมโหมดสปอร์ต +/- และสวิตช์ เบรกมือไฟฟ้าและ Auto Vehicle Hold 
    กระจกมองหลังแบบตัดแสง ระบบปรับอากาศแบบดิจิตอล พร้อมระบบกรองอากาศ PM 2.5 และช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง เบาะตอนหลังออกแบบให้มีทรงเข้าชุดกับเบาะคู่หน้า และพับแบบพนักพิงได้แบบทั้งแผ่น ที่พิงศีษระครบทั้ง 5 ตำแหน่ง ความสะดวกสบายภายในให้แผ่นบังแดดพร้อมกระจกและไฟส่องแต่งหน้า บนเพดานมีสวิตช์เปิด-ปิดซันรูฟ ซึ่งสามารถสั่งด้วยเสียงก็ได้เช่นกัน และกล่องใส่แว่นตา ที่วางแก้วน้ำ 2 ช่อง กล่องใส่ของคอนโซลกลางพร้อมยางรองมาให้    
    ภายในนั้นกว้างขวางตัว ตำแหน่งคนขับไม่อึดอัด พอมีพื้นที่ให้คนตัวใหญ่ขยับมวลกายได้บ้าง ตัวเนื้อสัมผัสเบาะนุ่มนวลดี เป็นวัสดุผสมหนังสังเคราะห์ ท่านั่งระดับกลาง ๆ ดีที่เบาะปรับสูง-ต่ำได้ จึงไม่น่าเป็นปัญหามากนักในจุดนี้ ตำแหน่งจอกลาง สวิตช์ควบคุมต่าง อยู่ในระดับมือเอื้อมไม่ไกลนัก และไม่ค่อยซับซ้อนเท่าไหร่ ที่ชอบสุดคือปุ่ม "สตาร์ทเครื่องยนต์" อยู่ในตำแหน่งใช้งานง่ายจริง ๆ ครับ 
    มาถึงเบาะหลังที่นั่งสบาย พื้นที่กว้างเกินคาด ตัวเบาะนั่งใหญ่นั่งได้เต็ม ประตูด้านหลังกว้างดี เข้า-ออกง่าย และมีไฟส่องอ่านหนังสือแยกซ้าย-ขวาให้อีกด้วย 
    สำหรับตำแหน่งที่ยังไม่ลงตัวนักของอุปกรณ์ภายในก็คือ พวงมาลัยปรับใกล้-ไกลไม่ได้ ได้เพียงสูง-ต่ำ ตรงที่วางของฐานเกียร์เหมือนจะเป็นจุดชารจ์โทรศัพท์ไร้สายแต่ไม่ใช่ (อนาคตไม่แน่) สวิตช์สั่งการระบบจอกลาง อาจอยากเพราะสีกลมกลืนกัน อาจต้องใช้บ่อย ๆ จนคุ้มเคย ไฟส่องสว่างภายในรถโดยเฉพาะด้านหน้าให้ความรู้สึกลดต้นทุนไม่ค่อยเข้าพวกเท่าไหร่ ควรเปลี่ยนตัวเลนส์ให้ใส ๆ หรือสีขาวใสจะสวยมากขึ้น ช่องวางแก้วน้ำเล็กไปนิดใส่แก้วไซต์ใหญ่แบบ YETI อาจล้มได้ และด้านข้างไม่มีที่แก้วหรือขวดน้ำมาให้ ส่วนเบาะหลังก็ไม่มีที่ท้าวแขนกับช่องวางแก้วหรือขวดน้ำ และการพับเบาะแบบทั้งแผ่นไม่แบ่ง 60 : 40 แต่ก็ใช้ช่วยเพิ่มพื้นที่เก็บของได้ไม่แตกต่างกันครับ   

    ความบันเทิงเชื่อมต่อได้ครบ   

    หน้าจอ Touchscreen ขนาด 10 นิ้ว ลำโพง 6 ตำแหน่ง รองรับระบบเชื่อมต่อมัลติมีเดีย Apple CarPlay และสมาร์ทโฟนระบบ Android กล้องมองรอบคัน และเมื่อเปิดไฟเลี้ยวจะแสดงภาพด้านข้างได้อีกด้วย ซึ่งภาพอาจยังไม่คมชัดมากนัก
    Smart Command ระบบสั่งการผ่านคำสั่งเสียงภาษาไทย ควบคุมการทำงานของระบบปรับอากาศผ่านทางสมาร์ทโฟน ค้นหาข้อมูลจุดท่องเที่ยวน่าสนใจ และวางแผนการเดินทางTravel Plan จากสมาร์ทโฟนส่งเข้าหน้าจอทัชสกรีนของรถได้ สามารถติดต่อ MG Call Centre เพื่อสอบถามข้อมูล หรือขอรับจุดน่าสนใจ 
    Smart Connect เล่นเพลงทั้งรูปแบบออนไลน์ และสตรีมมิ่ง ค้นหาร้านอาหาร ที่พัก และสถานที่ท่องเที่ยว รายงานการจราจรแบบ Real Time เรียกดูข้อมูลข่าวสารเหตุการณ์ปัจจุบัน และข้อมูลพยากรณ์สภาพอากาศ และอัพเกรดระบบต่าง ๆ ผ่านออนไลน์ (FOTA)
    Smart Check ตรวจสอบสถานะของประตูรถ ตรวจสอบตำแหน่งของรถพร้อมบอกเส้นทางไปยังรถยนต์ผ่านฟังก์ชั่น FIND MY CAR โดยกำหนดให้รถเปิดไฟหน้า ไฟท้าย หรือใช้เสียงแตรผ่านการตั้งค่า ตรวจสอบความผิดปกติ และแจ้งสถานะการทำงานของรถ เช่น เครื่องยนต์ ลมยาง และถุงลมนิรภัย ระบบช่วยค้นหาศูนย์บริการ นัดหมาย และบันทึกการดูแลรักษารถยนต์ตามระยะ ระบบแจ้งเตือนเมื่อความผิดปกติเกิดขึ้นกับระบบการทำงาน หรืออุปกรณ์ของรถ กำหนดขอบเขตการใช้รถได้ตั้งแต่ 500 ม. ถึง 10 กม. โดยระบบจะแจ้งเตือนเมื่อรถเข้า - ออกในขอบเขตที่กำหนดไว้ 

    เทคโนโลยี Digital Key เช่นเดียวกับรถหรูระดับ 3 ล้านบาท!

    เทคโนโลยีใหม่ล่าสุด Digital Key สามารถใช้งานรถผ่านกุญแจดิจิตอลโดยรับ - ส่ง โค้ดจากแอพพลิเคชัน i-SMART สามารถสั่งการเปิด-ปิด และสตาร์ทรถยนต์ รวมถึงการส่งกุญแจดิจิตอลให้กับผู้อื่นเพื่อใช้งานรถยนต์ผ่านแอพพลิเคชั่น i-SMART เจ้าระบบนี้นอกจากสั่งเปิด-ปิดล็อคประตู ดูสถานะของรถยนต์แล้ว ยังแชร์การใช้งานให้แก่คนอื่นเพิ่มได้อีก 2 คน 
    อย่างเช่น ผู้ถือกุญแจหลักที่ 1 สามารถส่งสิทธิ์ให้ผู้ใช้งานคนที่ 2 เพื่อเปิด-ปิดรถหรือสตาร์ทและขับออกไปได้ผ่านแอพพลิเคชันนี้ ที่ใช้งานแทนกุญแจได้เลย หรือในกรณีที่จอดรถไว้ และผู้ใช้คนที่ 1 นำกุญแจติดตัวไปธุระ เมื่อผู้ใช้คนที่ 2 หรือ 3 ต้องการจะใช้งาน รถ MG5 ใหม่ ก็เพียงให้คนที่ 1 ส่งสิทธ์ใช้งานผ่านทางแอพฯ นี้ได้ นอกจากนี้ยังสามารถเลือกการสิทธ์การใช้งานได้อีก เช่น เปิด-ปิดล็อคเพียงอย่างเดียว หรือสามารถขับขี่รถได้ปกติ และยังเลือกระบุวันที่-เวลาที่ต้องการให้ใช้งานได้อีกด้วย   
    สำหรับระบบนี้มีข้อดีมากมายเช่น สามารถติดตาม จำกัดการใช้งานรถได้ และเพิ่มความสะดวกสบายให้แก่เจ้าของกรณีที่ต้องใช้งานรถโดยไม่มีกุญแจ หรือสามารถใช้แอพฯ นี้โดยไม่ต้องพกกุญแจเลยก็ได้ครับ เรียกว่ากลายเป็นรถที่สามารถใช้งานได้ทั้งครอบครัว แต่ว่าอาจไม่เหมาะกับบางกรณีเพราะถ้าผู้ใช้งานเป็นคนที่ 2 หรือ 3 อาจโดนจำกัดการใช้รถยนต์จากผู้ใช้งานหลัก (หรือคุณภรรยา) ได้ ซึ่งระบบนี้จะมีติดตั้งในรถยุโรปค่ายดังรัดับราคาเกิน 2-3 ล้านบาทขึ้นไปเลยทีเดียวครับ 

    ขุมพลัง 1.5 ลิตร 114 แรงม้า ไม่มีรุ่นเทอร์โบ 

    ทางด้านขุมพลัง ALL NEW MG5 สาวก MG5 ที่เคยสัมผัสรุ่นเดิมอาจผิดหวังสักหน่อยเพราะว่ามีให้เลือกแค่รุ่นเดียวคือ เบนซิน 1.5 ลิตร ไม่มีเทอร์โบ กำลังสูงสุด 114 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 150 นิวตันเมตร ที่ 4,500 รอบต่อนาที เกียร์อัตโนมัติแบบ CVT 8 สปีด ที่ใช้ร่วมกับใน MG ZS นั่นเอง 
    แต่ว่าในมุมมองของผมกลับรู้สึกว่าเพียงพอต่อการใช้งานแล้ว เพราะถ้าเทียบพิกัดซีซี. ระดับนี้ ในโตโยต้า วีออสก็มีกำลังใช้งานที่ 109 แรงม้า หรือจะเป็นซิตี้รุ่นก่อนนี้ก็มี 120 แรงม้า ไม่หนีกันมากนัก ประกอบกับเป็นรถครอบครัวเน้นใช้งานทั่วไป ไม่เน้น "ซิ่ง" (เรื่องนั้นคงต้องไปหาทางปรับแต่งกันภายหลัง) ทำให้สมรรถนะโดยรวมไม่โดดเด่นแต่ก็ไม่แย่ เพราะว่าเครื่องยนต์ที่ใช้ใน MG ZS บวกกับตัวรถทรง SUV ยังสามารถขับขี่ได้สนุกในระดับหนึ่ง 
    ดังนั้นเมื่อเครื่องยนต์ขนาด 114 แรงม้า อยู่ในร่างรถซีดาน เพรียวลู่ลมกว่า ย่อมขับสนุกกว่า และส่งกำลังด้วยเกียร์ CVT ที่ช่วยแปรผันให้ขับง่ายมากขึ้น หากนึกไม่ออกว่าจะขับได้สนุกเพียงใด ให้ลองดูรถนิสสัน มาร์ช หรือ อัลเมร่ารุ่นก่อนปัจจุบัน ที่เครื่องแค่ 3 สูบ 1.2 ลิตร แต่บางคันขับกันราวกับว่าเป็นรถสปอร์ต!.. 
    ที่สำคัญคือ ระบบช่วงล่างและการปรับระบบโช้คอัพของ MG นั้นเชื่อถือได้ในเรื่องการเกาะถนน จากที่ได้ลองขับในหลายรุ่นรวมถึงใน MG5 โฉมก่อนหน้า โดยใน MG 5 ใหม่ ระบบช่วงล่างหน้า MacPherson Strut พร้อมเหล็กกันโคลง และแม้ว่าระบบช่วงล่างหลังจะเป็นคานแข็งแบบ Torsion Beam ก็ยังนับว่าเกาะหนึบกว่ารถบางรุ่นที่ใช้แบบเดียวกันพอสมควรครับ และสามารถปรับน้ำหนักพวงมาลัยไฟฟ้า (EPS)ได้ 3 ระดับ ตามการใช้งานอีกด้วย
    สำหรับเรื่องเครื่องยนต์นั้นก็น่าเสียดายที่ไม่มีรุ่นตัวแรงเทอร์โบมาให้เลือก แม้ว่าเจ้า 1.5 ลิตร ตัวนี้จะใช้งานได้เพียงพอ แต่ว่าอดีตเคยมีและสาวกที่เคยหลงไหลสมรรถนะเครื่องยนต์เทอร์โบตัวเก่าระดับ 129 แรงม้า ที่ 5,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 210 นิวตันเมตรแบบเฟลตทอร์คที่ 2,000 - 4,400 รอบต่อนาที และช่วงล่างในรถเซ็กเมนต์นี้ราคาระดับนี้ย้อมโหยหาเป็นธรรมดา แต่ว่าหากมองอีกมุมต้องมองเรื่องของราคาและความจำเป็นประกอบด้วย เพราะว่าต้องออกไปต่อสู้กับค่ายเจ้าตลาดแม้จะอยู่ไม่ตรงกับเซ็กเมนต์กันแต่ก็ไม่ประมาท สรุปว่าเป็นการลองเปิดรุ่นนี้ดูก่อน ส่วนในอนาคตไม่มีอะไรแน่นอนครับ   

    ความปลอดภัยเอาเรื่องอยู่ 

    ระบบความปลอดภัยนับว่าให้มากเยอะพอสมควรเมื่อเทียบกับรถระดับเดียวกัน เช่น กล้องมองรอบคัน ระบบควบคุมการเบรกในขณะเข้าโค้งด้วยความเร็ว XDS (Electronic Differential System) ระบบช่วยเตือนเมื่อต้องการเปลี่ยนเลน LCA (Lane Change Assist) ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตา BSD (Blind Spot Detection) ระบบช่วยเตือนขณะถอยหลัง RCTA (Rear Cross Traffic Alert) ระบบช่วยเตือนการชนด้านหลัง RCW (Rear Collision Warning) ถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง  และความปลอดภัยพื้นฐานอีกเบรก ABS/EBD/EBA และสะดวกสบายด้วยระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (Cruise Control) ที่ยังไม่ใช่แบบแปรผัน 

    ALL NEW MG5 ราคาล่ะ???

    ALL NEW MG5 มาพร้อม 3 รุ่นย่อย แบ่งออกเป็น รุ่น C รุ่น D และรุ่น X พร้อมสีตัวถังทั้งหมด 6 สี ได้แก่ สีเหลือง (Nuclear Yellow) สีขาว (Arctic White) สีดำ (Black Knight) สีเงิน (Silver Metallic) สีแดง (Scarlet Red) และสีเทา (Metal Ash Grey) 
    หากดูรุ่นย่อยแล้วมีเท่ากับใน MG ZS นั่นคือ MG ZS C+ 689,000 บาท MG ZS D+ 739,000 บาท และ MG ZS X+ 799,000 บาท
    จากรุ่นย่อยทั้งหมดนี้อาจช่วยคาดเดาได้ว่า ราคาของ ALL NEW MG5 จะไม่หนีห่างกับ 3 รุ่นย่อยนี้เท่าไหร่ และยังสามารถผลิตเองในประเทศได้ราคาอาจเริ่มต้นที่ 5XX,XXX ไปจนถึง 7XX,XXX บาท และหากวิเคราะห์ดูในรถรุ่นที่ใกล้เคียงระดับเดียวกันอยู่ที่ช่วงราคา 6 แสนต้น ๆ ถึง 7 แสนปลาย เช่นกัน ซึ่งถ้าราคาสูงเกินไปอาจจะทำให้ผู้สนใจลังเลได้ แต่ยิ่งราคาเหมาะสมเท่าไหร่ก็จะช่วยให้ตัดสินใจง่ายและเร็วขึ้น และในปัจจุบันทางเอ็มจีเองได้พัฒนาโชว์รูมกับศูนย์บริการมากขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้มั่นใจกับบริการหลังการขายและการรับประกัน ที่เหลือแค่กล้สที่จะ Move on จากแบรนด์เดิมหรือไม่และตรงกับวัตถุประสงค์การใช้งานในชีวิตประจำวันของคุณเองแค่ไหนครับ  
    สุดท้ายก็ต้องรอประกาศราคา 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2564 เวลา 19.00 น. อีกครั้งนะครับ หวังว่าบทความนี้จะช่วยตัดสินใจว่าจะไปต่อหรือจะรอราคาดี เพราะตอนนี้เห็นว่าในโลกโซเชียลของเซลส์เอ็มจีเองเปิดจองแทบไม่ทันแล้วครับ!
    บทความเกี่ยวข้อง เทียบ! ให้ชัด MG5 2015 Vs 2021 กับการพัฒนาที่ล้ำขึ้น..
    • สินธนุ จำปีศรี
    • สินธนุ จำปีศรี
      Car GURU Thailand

    บทความล่าสุดอื่นๆ

    สนใจทดลองขับ