• ชี้ให้ชัด Nissan Kicks e-Power เป็นหรือไม่เป็น EV และจะประหยัดจริงไหม?

    21 พ.ค. 63 784

    ชี้ให้ชัด Nissan Kicks e-Power เป็นหรือไม่เป็น EV และจะประหยัดจริงไหม?

    Nissan Kicks e-power (นิสสัน คิกส์ อี-เพาเวอร์ ) รถยนต์คอมแพ็ค เอสยูวี เปิดตัวครั้งแรกของภูมิภาคและครั้งแรกของโลก พร้อมเทคโนโลยีอี-พาวเวอร์ ที่ได้ปฏิวัติระบบขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า พร้อมติดตั้งเครื่องยนต์สันดาปภายใน ขนาด 1.2 ลิตร 12 วาล์ว 3 สูบ แถวเรียงแบบ DOHC (Double Overhead Camshaft) ทำหน้าที่เพียงผลิตกระแสไฟฟ้าให้กับระบบ เทคโนโลยี อี-พาวเวอร์ มอเตอร์ไฟฟ้าให้พละกำลังสูงสุด 95 กิโลวัตต์ (129 พีเอส) มีแรงบิดสูงสุด 260 นิวตันเมตร (Nm) และใช้แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาด 1.57 กิโลวัตต์-ชั่วโมง (kWh) ที่มี 4 โมดูล พร้อมเทคโนโลยีคันเร่งอัจฉริยะ วัน-เพดัล (One-Pedal) ช่วยให้ผู้ขับ เร่ง ชะลอความเร็ว และเบรกจนรถหยุดนิ่งได้ด้วยคันเร่งเพียงอย่างเดียว ราคารุ่น S เริ่มต้น 889,000 บาท
    หลายคนอาจสับสนว่า "แล้วมันใช่ EV car หรือไม่?" ตอบเลยครับว่า "ใช่" โดยหลักการรถยนต์ไฟฟ้าต้องใช้มอเตอร์ไฟฟ้าในการขับเคลื่อนเท่านั้น และมีการชาร์จกระแสไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานอื่น ๆ เช่น สถานีชาร์จ ที่รับกระแสไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าที่ใช้ทั้งพลังงานถ่านหิน เขื่อน เป็นต้น 
    **อาจสรุปได้ว่า
    1.ถ้ายึดตามหลักการทำงานของรถยนต์ไฟฟ้าล้วนก็คือ EV
    2.แต่ถ้ายึดกับการคำนวนภาษีเพื่อจำหน่ายและจดทะเบียนในไทยคือ hybrid
    เพราะยังเสียในอัตรา 4% ซึ่งยังไม่มีการคิดค่าภาษีในเทคโนโลยีใหม่นี้ นอกจากนี้ยังถือว่าตัวรถยนต์เองยังมีการปล่อยไอเสียอยู่
    แต่อย่าพึงงงนะครับ... เพราะในหลักการรถยนต์ไฟฟ้าที่ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อนเพียงอย่างเดียวไม่เกี่ยวกับเครื่องยนต์ก็ถือว่าเป็น EV 100% อย่าหลงประเด็นนะครับ อยู่ที่ว่าคุณสนใจเรื่อง "การขับขี่ หรือ การจดทะเบียน!!!"
    ดังนั้น Nissan Kicks e-Power คือ....รถยนต์ไฟฟ้าครับ แต่ว่าในนิสสัน คิกส์ มีดีมากกว่านั้น!! เพราะมีการติดตั้งเครื่องยนต์ 1.2 ลิตร ทำหน้าที่เหมือนโรงผลิตไฟฟ้าเล็ก ๆ หรือแหล่งต้นกำเนิดการผลิตไฟฟ้าเข้าไปใต้ฝากระโปรง และอยู่ร่วมกันกับระบบ เครื่องกำเนิดไฟฟ้า (Generator), อุปกรณ์แปลงกระแสไฟฟ้า (Inverter) และมอเตอร์ไฟฟ้า (Motor) อย่างมีความสุข นั่นคือ ขับไปชาร์จไฟเข้าแบตเตอรี่ไปตลอดเวลา ไม่ต้องแวะหาสถานีชาร์จที่ยังไม่แพร่หลายนักในประเทศไทย เพียงแค่ขับไปเรื่อย ๆ จนระดับน้ำมันในถังขนาด 41 ลิตรลดลงก็แค่แวะปั้มเติมน้ำมัน ซึ่งรองรับเบนซินแก๊สโซออลถึง E20 เข้าไป ใช้ชีวิตทุกอย่างเหมือนเดิมเพิ่มเติมคือ ความประหยัด!   

    e-Power คือ อะไร? 

    อี-เพาเวอร์ เทคโนโลยี ประกอบด้วยเครื่องยนต์สันดาปภายในที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิง, เครื่องกำเนิดไฟฟ้า (Generator), แบตเตอรี่ (Battery), อุปกรณ์แปลงกระแสไฟฟ้า (Inverter), และ มอเตอร์ไฟฟ้า (Motor) โดยรถยนต์จะถูกขับเคลื่อนด้วยกำลังจากมอเตอร์ไฟฟ้าเท่านั้น ซึ่งกระแสไฟฟ้าที่ถูกส่งมาให้กับมอเตอร์ไฟฟ้านั้น จะถูกเก็บอยู่ในแบตเตอรี่กำลังสูง โดยที่มีเครื่องยนต์สันดาปภายในทำหน้าที่ในการสร้างกระแสไฟฟ้าเข้ามาเก็บอยู่ตลอดเวลาเพื่อชดเชยกระแสไฟฟ้าที่ถูกใช้งานไป ขุมพลังแบบ อี-เพาเวอร์ (e-POWER) ให้แรงบิดในทันทีรวมถึงอัตราเร่งที่รวดเร็ว และแรงบิดที่นุ่มนวล แหงล่ะก็รถยนต์ไฟฟ้าไง..
    การผสานการทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้าและระบบเครื่องกำเนิดไฟฟ้า โดยเครื่องยนต์สันดาปภายในกับเครื่องกำเนิดไฟฟ้าจะผลิตกระแสไฟฟ้าไปเก็บไว้ที่แบตเตอรี่ และส่งผ่านไปยังมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 95 กิโลวัตต์ เพื่อขับเคลื่อนโดยไม่ต้องชาร์จไฟ และใช้น้ำมัน ให้ผู้ขับขี่สัมผัสถึงการขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้าเหมือนรถยนต์ไฟฟ้า 100% 
    และมาพร้อม 4 โหมดการขับคือ ปกติ (Normal Mode) เอส-S หรือ สมาร์ทโหมด (Smart Mode), อีโค (Eco Mode) และอีวี (EV Mode) ซึ่งการขับในโหมดปกติจะให้อัตราเร่งความเร็ว และการหยุดรถดีเยี่ยม (โดยการปล่อยเท้าออกจากคันเร่ง) เทียบเท่ากับการหยุดของรถที่ใช้เครื่องยนต์ขับเคลื่อนทั่วไป โหมดเอสหรือสมาร์ทโหมด จะเพิ่มประสิทธิภาพการเร่งความเร็วและการหยุดรถได้มากขึ้น โหมดอีโค (Eco) ปรับการขับเคลื่อนเพื่อประหยัดน้ำมัน เน้นใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ลดการใช้พลังงานที่สิ้นเปลือง โหมดอีวี (EV) เปลี่ยนให้ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าที่เหลือภายในแบตเตอรี โดยเครื่องยนต์จะไม่ทำงานจนกระทั่งแบตเตอรีอยู่ในระดับต่ำ

    ผมไม่เล็กนะ!

    Nissan Kicks มองด้วยสายตาอาจดูว่าขนาดเท่ากับ Nissan JUKE หรือ เล็กกว่าคู่แข่งหรือเปล่า เมื่อลองดูขนาดตัวรถจริง ๆ แล้วก็ไม่เล็กนะ! นิสสัน คิกส์ มีขนาดตัวถัง ยาว 4,290 มม. กว้าง 1,760 มม. และสูง 1,615 มม. ระยะฐานล้อ 2,615 มม. ความสูงใต้ 175 มม. รัศมีวงเลี้ยว 5.1 เมตร น้ำหนัก 1,340 - 1,350 กก. 
    หากลองเทียบกับรุ่นพี่อย่าง Nissan X-Trail ดูนั่นคือ ยาว 4,690 มม. กว้าง 1,820 มม. และสูง 1,740 มม. ระยะฐานล้อ 2,705 มม. ความสูงใต้ท้อง 210 มม. น้ำหนัก 1,575 กก. และเมื่อเทียบกับนิสสัน จู๊ค ยาว 4,135 มม. กว้าง 1,765 มม. สูง 1,565 มม. ระยะฐานล้อ 2,530 มม. ความสูงใต้ท้อง 170 มม. น้ำหนัก 1,480 มม. (โดยประมาณ) ซึ่งนิสสัน คิกส์อยู่ตรงกลางไม่เล็กไม่ใหญ่กำลังดี

    การทำงานและสมรรถนะ

    เมื่อเหยียบคันเร่งมอเตอร์ไฟฟ้าจะขับเคลื่อนรถให้เคลื่อนที่ไป โดยใช้ไฟจากแบตเตอรี่ ซึ่งแบตเตอรี่ก็จะได้รับกระแสไฟฟ้าจากเครื่องยนต์ 1.2 ลิตรนั้นมาเก็บไว้ เมื่อต้องการเร่งความเร็ว ไฟในแบตเตอรี่ก็จะค่อย ๆ ลดลง เมื่อถึงระดับต่ำน้อยเกินไประบบก็จะทำการ สตาร์ทเครื่องยนต์ให้มาปั่นไฟฟ้าเก็บชดเชยเข้าแบตเตอรี่ 

    ขับแบบปกติ

    ต้องการอัตราเร่ง

    ผ่อนหรือยกคันเร่ง

    ความเร็วคงที่สม่ำเสมอ
    แต่ในขณะเดียวกัน หากต้องการกำลังมาก ๆ ในการออกตัว เร่งแซงหรือความเร็วสูง ในช่วงที่ไฟในแบตเตอรี่ยังน้อยอยู่ เจ้าระบบปั่นไฟนี้ สามารถส่งกระแสไฟฟ้าเข้ามอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อนโดยตรงทันทีควบคู่กับชาร์จไฟเข้าแบตเตอรี่ เพื่อให้ขับขี่ได้อย่างราบรื่น และเมื่อผ่อนคันเร่ง ระบบก็จะเปลี่ยนไปส่งกระแสไฟเก็บเข้าแบตเตอรี่รอ "สแตนบาย" ต่อไป และขณะเดียวกันเมื่อถอดหรือยกคันระบบก็จะชาร์จไฟเก็บเข้าแบตเตอรี่อีกทางด้วย 
    ลุยน้ำได้ไหม?
    นิสสัน คิกส์ ก็เหมือนกับรถยนต์คอมแพ็ค เอสยูวี ที่มีระยะความสูงใต้ท้อง 175 มม. ซึ่งรถเก๋งทั่วไปสูงราว ๆ 120 - 140 มม. และทางด้านทีมวิศวกรของนิสสันได้ทดลองในสนามทดสอบระยะทางสั้น ๆ นิสสัน คิกส์ สามารถลงเล่นน้ำได้ระดับความลึก 450 มม. หรือประมาณไม่เกินครึ่งล้อรถ จึงมั่นใจได้ว่าสามารถลุยน้ำท่วมรอระบายของประเทศไทยได้สบาย ๆ  
    เครื่องยนต์ติดแล้วจะเสียงดังและสั่นแค่ไหน?
    เมื่อขับขี่จนแบตเตอรี่ใกล้หมดเครื่องยนต์จะติดขึ้น แน่นอนครับว่าเครื่องยนต์ย่อมมีการ "เขย่าตัว" และ "ส่งเสียง" บ้าง แต่ด้วยขนาดเครื่อง 3 สูบที่เล็กน้ำหนักเบาพร้อมเทคโนโลยีมากมายที่ใช้เฉพาะระบบ e-Power ทำให้มีเสียงที่เบามากและอาการสั่นที่น้อยลง คล้ายรถที่มีระบบ "สต๊อป-สตาร์ท" หรือรถยนต์ไฮบริดทั่วไปแต่จะเงียบและนุ่มนวลกว่าครับ 
    นอกจากยังมีโหมดเกียร์ว่าง ที่ผู้ขับสามารถปลดเป็นตำแหน่ง N เมื่อจอดรถ เพิ่มความสะดวกสบายเมื่อต้องจอดรถขวางหรือจอดซ้อนคัน ทำให้สามารถเข็นรถให้เคลื่อนที่ได้หลังจากล็อกรถแล้ว หลังจากปิดสวิตช์ตามปกติแล้ว ให้กดปุ่มสตาร์ทหนึ่งครั้งให้อยู่ในตำแหน่ง ON จากนั้นทำตามขั้นตอนดังต่อไปนี้
    *การเลือกตำแหน่ง N ให้เลื่อนคันเกียร์มาทางขวา แล้วค้างไว้ประมาณ 2 วินาที

    อัตราสิ้นเปลือง

    นิสสัน คิกส์ อี-เพาเวอร์ นับเป็นรถยนต์ขับเคลื่อนไฟฟ้าล้วนที่ติดตั้งเครื่องยนต์สันดาปมาด้วย การหาอัตราสิ้นเปลืองของนิสสัน คิกส์ก็ต้องดูจากพฤติกรรมการขับขี่ว่าใช้กำลังมอเตอร์ไฟฟ้ามากน้อยแค่ไหน และขับจนไฟในแบตเตอรี่หมดบ่อยแค่ไหน การขับแบบเท้าหนักหรือเท้าเบาก็ไม่เท่ากัน หรืออาจชอบขับโหมด EV บ่อย ๆ เพราะเสียงเงียบดี แต่สุดท้ายเมื่อไฟในแบตเตอรี่ต่ำเครื่องยนต์ก็ติดขึ้นเพื่อชาร์จไฟเก็บเข้าแบตเตอรี่  
    ดังนั้น อัตราสิ้นเปลืองจึงขึ้นกับว่าเวลาที่เครื่องยนต์ติดขึ้นหรือเร่งรอบเพื่อปั่นกระแสไฟฟ้าเพิ่มขึ้นมาก-น้อยเพียงใด ซึ่งตัวเลขจากโรงงานนิสสันเคลมไว้ที่ 23.8 กม./ลิตร ซึ่งอย่าลืมว่าเป็นอัตราสิ้นเปลืองของเครื่องยนต์ที่ใช้ปั่นไฟฟ้าเท่านั้น ใช้รอบต่ำหรือไม่สูงมากในบางเวลา และในการขับเคลื่อนใช้มอเตอร์ไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว แม้ตัวเลขการสิ้นเปลืองจะไม่สูงมากเหมือนรถอีโค่คาร์ และคล้ายการติดเครื่องยนต์เดินเบาเล็ก ๆ 3 สูบทิ้งเอาไว้ แต่ให้ดูที่ระยะทางที่วิ่งได้จริงเป็นหลักมากกว่าว่าอัตราสิ้นเปลืองนี้ สามารถทำให้รถวิ่งได้ไกลกี่กิโลเมตร!.. 
    เมื่อดูอัตราสิ้นเปลืองแล้วอาจจะสับสนเพราะไม่สามารถคิดอัตราเฉลี่ยการใช้น้ำมันกับระยะทางได้โดยตรง เพราะเครื่องยนต์ไม่ได้ใช้ขับเคลื่อนใช้แค่ปั่นไฟฟ้า จึงอาจสรุปได้ว่าให้ดูระยะทางที่วิ่งได้ต่อน้ำมัน 1 ถังน่าจะง่ายในการคำนวนมากกว่าครับ  

    สรุปว่าเป็นไหม?

    Nissan Kicks e-Power เป็นรถยนต์ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าหรือ EV 100% ที่พกพาเครื่องปั่นไฟติดตัวไปด้วยทุกที่ไม่ต้องห่วงแบตเตอรี่หมด เมื่อน้ำมันใกล้หมดก็แวะเติม อัตราสิ้นเปลือง 23.8 กม./ลิตร ต้องดูระยะทางที่วิ่งได้จริง เพราะไม่ได้ใช้เครื่องยนต์ขับเคลื่อน มีออปชั่นติดรถมาดี ๆ ตั้งแต่รุ่นเริ่มต้นกับระบบ NISSAN INTELLIGENT MOBILITY และเป็นรถยนต์ไฟฟ้า "EV" ในประเทศไทยที่ราคาเริ่มต้นไม่ถึงล้านบาท! มีให้เลือก 4 รุ่นย่อยคือ 
    พร้อมรับประกันแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน 10 ปี และรับประกันระบบไฟฟ้า 5 ปี และการรับประกันคุณภาพรถยนต์ ใหม่ เป็นเวลา 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร แล้วแต่อย่างใดถึงก่อน
    ตอกย้ำความเชื่อมั่นที่ผ่านมาระดับโลก ความสำเร็จก้าวแรกของเทคโนโลยี e-POWER ที่เปิดตัวให้สัมผัสความเร้าใจที่ประเทศญี่ปุ่นเป็นที่แรกของโลก ในปี 2016 กับ Note e-POWER และ ในปี 2018 กับ Serena e-POWER ซึ่งมียอดขายรวมถึงเดือนสิงหาคม ในปี 2019 รวมมากถึง 700,000 คัน และตอกย้ำความสำเร็จของเทคโนโลยี e-POWER อย่างต่อเนื่อง กับการเปิดตัวเทคโนโลยี e-POWER ที่ฮ่องกงในปี 2019 เช่นกัน และนอกจากนี้ยังการันตีความเชื่อมั่นต่อเทคโนโลยี e-POWER ด้วยรางวัล Environmental award และ RJC Technology of the year
    • สินธนุ จำปีศรี
    • สินธนุ จำปีศรี
      Car GURU Thailand

    ข้อมูลความรู้รถยนต์ล่าสุด

    บทความล่าสุดอื่นๆ