• รถยนต์ใหม่
  • รถยนต์ใหม่
  • ค้นหาแบบละเอียด
  • ซื้อประกันรถยนต์...เลือกแบบไหนทั้งคุ้มค่า และโดนใจ

    16 ก.ย. 63 5,543
    อุบัติเหตุทางรถทั่วประเทศไทยในปี 2019 ที่ผ่านมา มีผู้ประสบเหตุจำนวนสูงถึง 863,634 ราย แบ่งเป็นทุพพลภาพ 2,605 ราย บาดเจ็บ 853,270 ราย และเสียชีวิต 7,759 ราย (อ้างอิงข้อมูลจาก ศูนย์ข้อมูลอุบัติเหตุ เพื่อเสริมสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยทางถนน) จากสถิตินี้จะเห็นได้ว่า อุบัติเหตุจากรถที่เกิดขึ้นในปีที่ผ่านมามีจำนวนไม่น้อย และยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปีอีกด้วย แน่นอนว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นกับชีวิตและทรัพย์สินก็เป็นเรื่องที่เลี่ยงไม่ได้เช่นกัน ดังนั้น สิ่งสำคัญที่จะมาเป็นตัวช่วยเพิ่มความอุ่นใจและลดภาระทางการเงินหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดขึ้นมาจริงๆ การทำ "ประกันภัยรถยนต์" น่าจะเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ วันนี้ทีมงาน CheckRaka มีคำแนะนำดีๆ เกี่ยวกับการเลือกซื้อประกันภัยรถยนต์ มาดูกันค่ะว่า หากจะเลือกประกันภัยรถยนต์สักแบบหนึ่ง ควรเลือกแบบไหนที่จะได้ทั้งความคุ้มค่าและโดนใจเรามากที่สุด
     เทคนิคการซื้อประกันให้คุ้มค่าสุดๆ
    ปัจจุบัน "ประกันภัยรถยนต์" มีให้เลือกมากมาย หลากหลายประเภท ซึ่งก่อนที่เราจะตัดสินใจซื้อประกันภัยรถยนต์ของบริษัทใดนั้น เราควรจะต้องศึกษาให้เข้าใจก่อนว่าควรจะพิจารณาจากปัจจัยใดบ้าง เพื่อให้เหมาะกับการใช้งานของเรามากที่สุด
    ซื้อประกันภัยรถยนต์อย่าใจเร็ว...มาดู "4 ข้อแนะนำก่อนซื้อประกันภัยรถยนต์" ดังนี้
    1. เลือกบริษัทที่มั่นคง : บริการดี เคลมเร็ว มีแบบประกันให้เลือกหลากหลาย และมีศูนย์บริการหรืออู่ซ่อมครอบคลุมทุกพื้นที่ ถือว่าเป็นสุดยอดบริษัทประกันภัยที่หลายคนมองหา แต่ข้อสำคัญของการเลือกบริษัทประกันภัย เราจะต้องเลือกบริษัทที่มีความมั่นคง โดยมีวิธีการตรวจสอบแบบง่ายๆ เช่น ถ้าบริษัทประกันภัยนั้นอยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เราสามารถเข้าไปตรวจสอบข้อมูลทางการเงินของบริษัทนั้นได้จาก www.set.or.th หรือเราอาจลองเข้าไปเว็บไซต์ของ สำนักงานคณะกรรมการกำกับ และส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ที่ www.oic.or.th
    2. เลือกประเภท และความคุ้มครองที่เหมาะสม : อีกสิ่งหนึ่งที่ควรให้ความสำคัญนอกเหนือจากดูที่บริษัทประกันแล้ว ก็ควรพิจารณาประเภทของประกันภัย หรือความคุ้มครองที่จะได้รับด้วย ควรเลือกประเภทความคุ้มครองให้เหมาะกับการใช้งานของตัวเรา เช่น เราขับรถบ่อยไหมในหนึ่งสัปดาห์ เราเป็นคนขับรถเร็วหรือเปล่า ขับคนเดียวเป็นส่วนใหญ่หรือมีสมาชิกครอบครัวนั่งด้วยตลอด ส่วนใหญ่ขับระยะทางไกลหรือใกล้ และรถเราเก่าแค่ไหน เป็นต้น
    3. ศึกษา และทำความเข้าใจประกันภัยรถยนต์ที่จะซื้อ : ดูรายละเอียด "เงื่อนไขที่ให้ความคุ้มครอง" และ "ข้อยกเว้น" ของประกันที่เราจะซื้อให้ดี เพราะในเรื่องของ "ประกันภัยรถยนต์" นั้น จะมีคำเฉพาะหลายๆ คำ ซึ่งถ้าเราไม่ทำความเข้าใจให้ดีก่อน ก็จะทำให้ไม่รู้เรื่องเลย ไม่ว่าจะเป็นคำว่า "ค่าความเสียหายส่วนแรก (Deductible หรือ Excess)" หรือ "ส่วนลดค่าเบี้ยประกันประวัติดี (No Claim Bonus)" เป็นต้น ซึ่งถ้าเราฟังตัวแทนขายอย่างเดียว ไม่อ่านรายละเอียดในกรมธรรม์ หากตัวแทนบอกรายละเอียดไม่ครบถ้วน ทำให้โดนหลอกขายไม่รู้ตัว ได้รับความคุ้มครองที่ไม่เหมาะกับการใช้งาน กลายเป็นเสียประโยชน์ เสียค่าใช้จ่ายเกินความจำเป็น และยังเสียความรู้สึกอีกด้วย เพราะฉะนั้น ข้อควรจำก่อนการซื้อประกัน คือ ต้องอ่านรายละเอียด และทำความเข้าใจเงื่อนไขทุกอย่างให้ดีก่อน
    4. เปรียบเทียบราคาก่อนตัดสินใจ : ปัจจุบันการซื้อประกันภัยรถยนต์ได้หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการซื้อใหม่หรือต่ออายุ กับบริษัทเดิมหรือกับบริษัทใหม่โดยตรง หรือผ่านโบรกเกอร์ ที่มีทั้งการซื้อผ่านออนไลน์ ซื้อผ่านเคาน์เตอร์ธนาคาร หรือซื้อผ่านตัวแทนบริษัทประกัน ซึ่งไม่ว่าจะซื้อประกันภัยผ่านช่องทางไหนก็ควรต้องดูรายละเอียดและเปรียบเทียบราคาและบริการก่อนด้วย ตัวอย่างเช่น อัตราค่าเบี้ยประกันแต่ละช่องทางอาจจะเสนอมาให้ไม่เท่ากัน แม้ว่าจะเป็นประกันภัยของบริษัทเดียวกันก็ตาม เพราะบางช่องทางอาจมีเบี้ยพิเศษ หรือยอดขายประกันที่มากพอจะต่อรองส่วนลดพิเศษให้แก่ลูกค้าได้ และอาจยังมีส่วนลดของแต่ละช่องทางอีกด้วย นอกจากนี้บางช่องทางสามารถจัดของแถมพิเศษ โปรโมชันให้ลูกค้าได้จากสินค้าที่ตัวเองมีอยู่ ไม่ว่าจะเป็น Gift Voucher หรือบัตรเติมน้ำมันฟรี เป็นต้น แต่สิ่งที่ควรให้ความสำคัญมากกว่าราคาคือ ควรพิจารณาคุณภาพการให้บริการหลังการขายว่าดูแลดีหรือไม่ เมื่อเรียกใช้บริการ เจ้าหน้าที่ใช้เวลาในการมาสถานที่เกิดเหตุรวดเร็วมากน้อยแค่ไหน และคุณภาพการให้บริการคุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไปหรือไม่
    ก่อนตัดสินใจ ขอบอกว่าปัจจุบันมีบริษัทประกันวินาศภัยที่รับทำประกันรถยนต์ไม่น้อย (ดูรายชื่อบริษัทประกันได้ที่นี่) ดังนั้น จึงควรพิจารณาการเลือกซื้ออย่างสมเหตุสมผล หากประกันภัยที่เราใช้บริการอยู่ในปีนี้ บริการไม่ดี หรือเบี้ยประกันไม่สมเหตุสมผล เรามีสิทธิ์เลือก และลองไปติดต่อบริษัทประกันภัยรายอื่นๆ ได้ โดยจะติดต่อบริษัทประกันภัยโดยตรงเลย หรือจะติดต่อนายหน้าประกันภัยแล้วขอข้อเสนอประกันภัยจากหลายๆ บริษัท ที่น่าสนใจ
     อยากรู้มั้ย...ว่าประกันภัยรถยนต์แต่ละประเภทแตกต่างกันอย่างไร?
    ประกันภัยรถยนต์ในปัจจุบันมีอยู่ 2 ประเภท คือ การประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ และการประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ ซึ่งประกันภัยรถยนต์ที่สามารถเลือกซื้อความคุ้มครองเพิ่มเติมได้ก็จะเป็นประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ (Voluntary Motor Insurance) ที่เป็นการตกลงกันระหว่างผู้ซื้อ (ผู้เอาประกันภัย) และผู้ขาย (บริษัทประกันภัย) เลือกซื้อความคุ้มครองประกันภัยตามความพึงพอใจของผู้ซื้อ...โดยประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจนี้ สามารถแบ่งได้ตามประเภทความคุ้มครอง และประเภทของกรมธรรม์ประกันภัย ได้ดังนี้
    ประเภทของความคุ้มครอง แบ่งเป็น 5 ประเภท คือ

    ประเภทกรมธรรม์ประกันภัย ที่ควรรู้มีดังนี้
     ควรเลือกประกันภัยแบบไหนถึงจะเหมาะกับเราที่สุด...จ่ายเงินแล้วต้องคุ้มค่า และโดนใจ
    ขึ้นชื่อว่า "ประกันภัยรถยนต์" แล้ว ถ้าถามว่าแบบไหนดีที่สุด หลายคนก็คงจะตอบว่า "ประกันภัยรถยนต์ ชั้น 1" เพราะให้ความคุ้มครองครบทุกด้าน แน่นอนว่าค่าเบี้ยประกันก็แพงที่สุดเช่นกัน ซึ่งลักษณะการใช้รถและความต้องการความคุ้มครองรถของแต่ละคนจะมีความแตกต่างกัน จะดีกว่ามั้ย...ถ้าจะเลือกประกันภัยรถยนต์ที่เหมาะกับการใช้งานของเรา และยังไม่ต้องจ่ายเงินเกินความจำเป็นด้วย เพราะเราต้องไม่ลืมว่าจะต้องซื้อประกันภัยรถยนต์ทุกปี ดังนั้นต้องคำนึงถึงทักษะการขับรถของเราด้วย หากขับดีอยู่แล้ว ลักษณะการใช้งานหรือเส้นทางในปัจจุบันไม่เสี่ยงอันตราย ใช้งานน้อย ซึ่งถือได้ว่าเป็นคนที่มีความเสี่ยงต่ำ การทำประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 ที่มีความคุ้มครองครอบคลุมทุกด้าน อาจทำให้เราสิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ เพราะฉะนั้น เราควรเลือกซื้อประกันภัยรถยนต์ที่เหมาะกับพฤติกรรมการใช้รถ ใช้ถนน และความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นกับเราให้มากที่สุด เพื่อที่เราจะได้รับความคุ้มครองที่เหมาะสม คุ้มค่า และโดนใจ และที่สำคัญคือไม่ต้องจ่ายเบี้ยประกันที่สูงเกินความจำเป็นอีกด้วย
     เปรียบเทียบ 3 ผลิตภัณฑ์ประกันภัยรถยนต์น่าใช้...เลือกแบบไหนโดนใจที่สุด!!
    ประกันภัยรถยนต์แบบไหนดี แบบไหนโดน มาดูกันค่ะ...วันนี้ทาง CheckRaka ได้เลือกเอาประกันภัยรถยนต์ 3 ผลิตภัณฑ์ จาก TMB มาเปรียบเทียบให้ดูตามความต้องการของแต่ละคน ใครเหมาะกับประกันภัยรถยนต์แบบไหน สามารถลองตรวจสอบได้จากตารางนี้ได้เลยค่ะ
    หากรู้แล้วว่าเราเหมาะกับประกันภัยรถยนต์แบบไหน และอยากทราบรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เพิ่มเติม สามารถคลิกดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้เลยนะคะ
    ประกันภัยรถยนต์ Single Rate จัดเต็ม

    ประกันภัยรถยนต์ Single Rate จัดเต็ม (ประกันภัยรถยนต์ประเภท 1) ค่าเบี้ยประกัน เริ่มต้นเพียง 14,500 บาท ต่อปี เท่านั้น
    เป็นประกันภัยชั้น 1 ที่ซื้อง่าย คุ้มครองแบบจัดเต็ม เหมาะกับคนที่ต้องการความคุ้มครองครบทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นความคุ้มครองรถเรา รถหาย-ไฟไหม้ ร่างกายคนในรถและคนอื่น รวมถึงรถและทรัพย์สินคนอื่นด้วย
    จุดเด่นของประกันภัยรถยนต์ Single Rate จัดเต็ม คือ
    • คุ้มครองครอบคลุมทุกภัย
    • รับประกันรถยนต์ที่มีอายุตั้งแต่ 2 - 10 ปี
    • คุ้มครองรุ่นรถยนต์ยอดนิยมรวม 83 รุ่น
    • รับประกันอุปกรณ์เสริมและอุปกรณ์ตกแต่งตามมาตรฐานโรงงาน
    • ขยายความคุ้มครองทรัพย์สินภายในรถถูกโจรกรรม
    นอกจากนี้ ยังมีบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง สำหรับลูกค้าที่ถือกรมธรรม์ Single Rate จัดเต็ม ด้วยบริการ Roadside Assistance, บริการ Medical Assistance และบริการ Concierge Service โทร. 0-2662-8999
    ประกันภัยรถยนต์ One lite
    ประกันภัยรถยนต์ One Lite (ประกันภัยรถยนต์ประเภท 1 แต่ต้องรับผิดชอบค่าเสียหายส่วนแรก 5,000 บาท กรณีที่เป็นฝ่ายผิด และ/หรือไม่มีคู่กรณี) ค่าเบี้ยประกัน เริ่มต้นเพียง 10,000 บาท ต่อปี เท่านั้น
    เป็นประกันภัยราคาเบาๆ คุ้มครองแบบจัดเต็ม เหมาะกับคนที่ขับรถมานานระยะหนึ่งแล้ว ขับรถชำนาญ มั่นใจว่าจะไม่ชนเล็ก ชนน้อย มีความเสี่ยงไม่มาก
    จุดเด่นของประกันภัยรถยนต์ One Lite คือ
    • ไม่ต้องตรวจสภาพรถยนต์ก่อนทำประกันภัย
    • รับประกันรถยนต์ ที่มีอายุตั้งแต่ 1 - 16 ปี
    • จัดซ่อมโดยอู่มาตรฐานธนชาตประกันภัย
    • คุ้มครองครอบคลุมทุกอุบัติเหตุจาก รถชน รถหาย-ไฟไหม้
    • อัตราเบี้ยประกันภัยแบบเบาๆ ราคาเริ่มต้น 10,000 บาท ต่อปี
    • รับประกันเฉพาะรถเก๋ง และรถกระบะ ที่มีการใช้งานส่วนบุคคล ไม่ใช่เพื่อรับจ้างสาธารณะหรือให้เช่า
    นอกจากนี้ ยังมีบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง สำหรับลูกค้าที่ถือกรมธรรม์ One Lite ด้วยบริการ Roadside Assistance, บริการ Medical Assistance และบริการ Concierge Service โทร. 0-2662-8999
    ประกันภัยรถยนต์ 2+ จัดเต็ม
    ประกันภัยรถยนต์ 2+ จัดเต็ม (ประกันภัยรถยนต์ประเภท 2 บวก) คุ้มครองโดนใจ จ่ายสบายๆ ค่าเบี้ยประกัน เริ่มต้นเพียง 7,999 บาท เท่านั้น
    เป็นประกันภัยรถยนต์ประเภท 2 บวก เหมาะกับคนที่ขับรถสมบุกสมบัน ไม่ได้ให้ความสนใจกับการเคลมเล็กเคลมน้อย หรือเคลมแบบ cosmetic เช่น รถกระบะ หรือ คนที่ขับรถเล็ก ขับไม่บ่อย ขับในระยะทางสั้นๆ ความเสี่ยงจึงน้อย
    จุดเด่นของประกันภัยรถยนต์ 2+ จัดเต็ม คือ คุ้มครองทั้งกรณีรถชน รถหาย-ไฟไหม้ และยังเพิ่ม "ชดเชย ฉุกเฉิน เดินทาง"
    • เงินชดเชยค่าเดินทาง ระหว่างรถยนต์เข้าอู่ซ่อม และมีคู่กรณีจากการชนกับยานพาหนะทางบก (3 ครั้ง ต่อปี) 1,000 บาท ต่อครั้ง
    • เงินชดเชยรายได้ (ระหว่างรักษาตัวในโรงพยาบาลจากอุบัติเหตุรถยนต์ ไม่เกิน 30 วัน ต่อครั้ง) 1,000 บาท/วัน สูงสุด 7 คน (เฉพาะบุคคลในรถเรา)
    • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ตลอด 24 ชั่วโมง โทร. 0-2662-8999
    สรุป ... สิ่งสำคัญที่จะทำให้การเลือกซื้อประกันภัยรถยนต์คุ้มค่าและโดนใจมากที่สุด นั่นก็คือการเลือกซื้อประกันภัยรถยนต์ที่เหมาะกับพฤติกรรมการใช้รถและความเสี่ยงจากการใช้ชีวิตประจำวันให้มากที่สุด เพราะหากเราประเมินตัวเราเองแล้วว่ามีความเสี่ยงน้อย หรือความเสี่ยงต่ำ รวมถึงเราสามารถยอมรับความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นได้บ้าง เราก็อาจจะซื้อประกันภัยรถยนต์ที่มีราคาเบาๆ จ่ายสบายๆ อย่างเช่น ประกันภัยรถยนต์ One Lite หรือ ประกันภัยรถยนต์ 2+ จัดเต็ม แต่ถ้าประเมินความเสี่ยงแล้ว  เรามีความเสี่ยงค่อนข้างสูง หรือรับความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นในอนาคตไม่ค่อยได้ เราก็เลือกประกันภัยรถยนต์ที่คุ้มครองครบทุกด้านอย่าง ประกันภัยรถยนต์ Single Rate จัดเต็ม
    ประกันภัยรถยนต์ทั้ง 3 แบบนี้ ถือว่าเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ เพราะสามารถตอบโจทย์ทุกความต้องการ คุ้มค่าและโดนใจแน่นอน และที่สำคัญยังเป็นตัวช่วยให้คุณสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายที่อาจจะเกิดขึ้นและลดภาระทางการเงินหากเกิดเหตุไม่คาดฝันประกันภัยรถยนต์ดีๆ แบบนี้ สามารถซื้อได้ที่ TMB ทุกสาขา

    บทความล่าสุดอื่นๆ