• รถยนต์ใหม่
  • รถยนต์ใหม่
  • ค้นหาแบบละเอียด
  • ย้อนประวัติ Honda Jazz : 16 ปี กับการขับขี่อย่างสนุกสนานบนท้องถนนทั่วโลก

    11 พ.ค. 60 89,761

    ย้อนประวัติ Honda Jazz : 16 ปี กับการขับขี่อย่างสนุกสนามบนท้องถนนทั่วโลก

    Honda Jazz (ฮอนด้า แจ๊ซ) รถยนต์นั่งแบบแฮตช์แบ็ก 5 ประตู ในแบบ B-Segment ที่ครองใจลูกค้าทั่วโลกด้วยยอดขายสะสมรวมกว่า 5.2 ล้านคัน และยอดขายสะสมในประเทศไทยกว่า 205,000 คัน (ยอดรวมในปี 2557) พลิกโฉมความต้องการใช้รถยนต์ของลูกค้า ด้วยดีไซน์แปลกใหม่ การขับขี่คล่องตัว เต็มไปด้วยประโยชน์ใช้สอย จึงเป็นที่นิยมไปทั่วโลก
    สำหรับคำว่า Fit เป็นอักษรที่มาจากคำว่า "Fit" (ฟิต) ในภาษาอังกฤษ มีความหมายว่า Just right และ Perfect โดยใช้ชื่อนี้ในญี่ปุ่น, แคนาดา, สหรัฐอเมริกา, อเมริกาใต้, จีน และไต้หวัน เป็นต้น แต่ชื่อ "Fit" ความหมายและการออกเสียงในบางประเทศนั้น อาจจะดูไม่เหมาะนัก Honda จึงใช้ชื่อ "Jazz" (แจ๊ซ) ในประเทศไทย, เวียดนาม, มาเลเซีย, อินโดนีเซีย, อินเดีย, ออสเตรเลีย, ฮ่องกง, ฟิลิปปินส์, โอเชียเนีย, แอฟริกา และในแถบยุโรป เป็นต้น 
    ขอย้อนกลับไปช่วงก่อนปี 2001 ... หลังจากที่ Honda เลิกขาย Honda City (เวอร์ชั่นญี่ปุ่น) ไปไม่นานนัก ในเดือนตุลาคม 1996 Honda ได้เริ่มต้นผลิตรถรุ่น "Logo" ในรูปแบบ Sub-Compact 3 ประตู และ 5 ประตู (GA3/4/5) ใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.3 ลิตร ออกมาจำหน่ายในตลาดญี่ปุ่น รวมถึงส่งออกไปยังต่างประเทศ เช่น แถบเอเชียบางประเทศและในยุโรป แต่ไม่ประสบความสำเร็จด้านยอดขายนัก ทีนี้ฮอนด้าจึงขอแก้มือใหม่ ใช้แนวคิดใหม่ในการออกแบบ จนออกมาเป็น "Honda Fit"
    Honda Fit/Jazz (GD1/2/3/4) 2001-2007

    แผนภาพของ "Global Small Platform" ประกอบไปด้วย Design, Space & Utility, Driving, Safety และ Ecology
    Honda Jazz รุ่นแรก สร้างขึ้นภายใต้รหัสโครงการ MK พัฒนาให้มีรูปทรงคล้ายรถ MPV ย่อส่วน บนพื้นฐานโครงสร้างใหม่ "Global Small Platform" มาพร้อมเครื่องยนต์แบบใหม่ "i-series" ภายใต้หลักการพัฒนาแบบ "SMALL MAX Series" (Mileage MAX, Fun MAX, Coolness MAX และ Personal MAX) ชูจุดเด่นด้วยการเป็นรถยนต์ขนาดเล็ก น้ำหนักเบา อเนกประสงค์ หลากหลายการใช้งาน ประหยัดน้ำมันและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมเทคโนโลยี G-Force Control เพื่อความปลอดภัย ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุขึ้น
    ระหว่างการพัฒนา ทีมวิศวกรและทีมพัฒนาได้ลงเก็บข้อมูลต่างๆ กับผู้บริโภค โดยหัวหน้าทีมออกแบบและพัฒนารถรุ่นนี้คือ Yoshiyuki Matsumoto และต้องแสดงให้เห็นถึงแนวคิดในการพัฒนารถยนต์ของฮอนด้า ภายใต้แนวคิด "Man Maximum, Machine Minimum" โดยให้ความสำคัญทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสาร และฉีกออกไปจากคู่แข่งในตลาดตอนนั้น
    รูปทรงภายนอกออกแบบตามหลัก "ZENSHIN (Zhen Shin) Cabin Form" ลู่ลมตามหลักอากาศพลศาสตร์ เน้นประหยัดน้ำมัน ไฟหน้ากลมโตแบบ "Bubble Canopy" กลมกลืนไปกับตัวรถ กระจังหน้าขนาดเล็ก เนื้อที่เครื่องยนต์ไม่ยาวนัก กระจกด้านข้างตัวรถแบ่งเป็น 4 ส่วน ประตูบานหน้าแบ่งการเปิดได้ 3 ตอน เปิดได้กว้างสุดถึง 970 มม. ช่วงล่างด้านหน้าแบบอิสระ แม็กเฟอร์สันสตรัท หลังแบบกึ่งอิสระแบบ Torsion Beam H Type พร้อมไฟท้ายรูปทรงแบบ "Cylinder Design" และมีสีรถให้เลือกมากมายนับ 10 สี
    ห้องโดยสารภายในออกแบบให้คนขับเป็นศูนย์กลางบน "Sporty & Personal" แผงคอนโซลเรียบง่าย โดดเด่นด้วยหน้าปัดทรงกลมขนาดใหญ่แบบสปอร์ต วิทยุแบบ Bulit-In ดูกลมกลืน จัดวางถังน้ำมันไว้บริเวณใต้เบาะนั่งคู่หน้า เบาะนั่งภายในห้องโดยสารแบบ "Ultr Seat" ปรับพับได้หลายรูปแบบ ทั้ง Utility Mode, Long Mode, Tall mode และ Refresh Mode นอกจากจะสามารถพับแยกแบบ 60:40 เพื่อเพิ่มพื้นที่ได้แล้ว ยังสามารถยกเก็บเบาะนั่งแบบราบหรือพับขึ้น เมื่อต้องการวางสัมภาระทรงสูงได้ พร้อมเนื้อที่เก็บสัมภาระด้านท้ายมากถึง 382 ลิตร

    Utility Mode ให้เนื้อที่ยาวสุดถึง 1,720 มม. สูงสุดถึง 470 มม.

    Long Mode ให้เนื้อที่ยาวสุดถึง 2,400 มม. 

    Tall Mode ให้เนื้อที่สูงสุดถึง 1,280 มม. 

    Refresh Mode ปรับเบาะเป็นที่นอนได้
    แถลงข่าวเปิดตัวจำหน่ายญี่ปุ่นในวันที่ 21 มิถุนายน 2001 (ปี 2544) มาพร้อมกับจุดเด่นของความอเนกประสงค์ในการใช้งาน ซึ่งถูกใจคนเมืองและคุณผู้หญิงเป็นอย่างยิ่ง ทำให้ได้รับความนิยมทันทีที่เปิดตัว! พร้อมคว้ารางวัล Car of the Year Japan 2001-2002 ไปในทันที!
    มิติตัวรถยาว 3,830 มม. กว้าง 1,675 มม. สูง 1,525 มม. ระยะฐานล้อ 2,450 มม. น้ำหนักรถ 1,045-1,070 กิโลกรัม (รุ่น i-DSi) โดยรุ่นนี้มีการผลิตจำหน่ายในหลายที่ทั่วโลก อาทิ ญี่ปุ่น, ไทย, อินโดนีเซีย, ฟิลิปปินส์, จีน และบราซิล เป็นต้น
    ในช่วงแรกที่เปิดตัว มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.3 ลิตรอย่างเดียว รหัส L13A แบบ 4 สูบ SOHC 8 วาล์ว i-DSi (หัวเทียนคู่) ให้แรงม้าสูงสุด 86 แรงม้า ที่ 5,700 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 12.1 กก.-ม. ที่ 2,800 รอบ/นาที มีทั้งเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT "Honda Multimatic S" ให้เลือก ระบบขับเคลื่อนมีทั้งแบบล้อหน้า และแบบขับเคลื่อน 4 ล้อ (เวอร์ชั่นญี่ปุ่น) ประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 23 กม./ลิตร (ทดสอบตามโหมด 10-15 ตามมาตรฐานของกระทรวงที่ดิน โครงสร้างพื้นฐาน การขนส่ง และท่องเที่ยวแห่งญี่ปุ่น)
    และเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร รหัส L15A แบบ 4 สูบ SOHC 8 วาล์ว i-DSi ให้แรงม้าสูงสุด 88 แรงม้า ที่ 5,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 13.4 กก.-ม. ที่ 2,700 รอบ/นาที มีทั้งเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT ให้เลือก ระบบขับเคลื่อนมีทั้งแบบล้อหน้า และแบบขับเคลื่อน 4 ล้อ (เวอร์ชั่นญี่ปุ่น)
    สำหรับ Fit เวอร์ชั่นญี่ปุ่น รุ่นเครื่องยนต์ 1.3 ลิตร และ 1.5 ลิตร มีความแตกต่างอยู่ตรงที่โลโก้ "Fit" สังเกตจุดบนตัว "i" สีจะไม่เหมือนกัน สีแดงคือรุ่น 1.3 สีน้ำเงินคือรุ่น 1.5
    เวอร์ชั่นยุโรป นำเสนอเครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตร รหัส L12A แบบ 4 สูบ SOHC 8 วาล์ว i-DSi ให้แรงม้าสูงสุด 77 แรงม้า ที่ 5,700 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 11.2 กก.-ม. ที่ 2,800 รอบ/นาที มีทั้งเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT ให้เลือก ระบบขับเคลื่อนมีเฉพาะล้อหน้า
    สำหรับ Honda Jazz ในไทยได้เปิดตัวในวันที่ 21 พฤศจิกายน 2546 ณ สยามสแควร์ (ซึ่งช้ากว่าประเทศญี่ปุ่นประมาณ 2 ปีกว่า โดยในบ้านเราเวลานั้น Honda เปิดตัวจำหน่าย Honda City ไปก่อน) โดย Honda Jazz รุ่นนี้มาพร้อม Motto "Jazz Up Your Life" ชูจุดเด่นด้วยการเป็นรถขับสนุก ประหยัดน้ำมัน และห้องโดยสารภายในแบบ Space Magic ใช้งานได้หลากหลายรูปแบบ และอีกจุดเด่นคือระบบพวงมาลัยแบบ Steermatic ในรุ่นเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT กดปุ่ม +- เปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัยได้ 7 สปีด มีให้เลือกเฉพาะเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร ในราคา 542,000-644,000 บาท 
    มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร รหัส L15A1 แบบ 4 สูบ SOHC 8 วาล์ว i-DSi ให้แรงม้าสูงสุด 88 แรงม้า ที่ 5,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 13.4 กก.-ม. ที่ 2,700 รอบ/นาที มีทั้งเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT ให้เลือก ระบบขับเคลื่อนมีเฉพาะล้อหน้า
    เจาะกลุ่มตลาดวัยรุ่นอายุ 18-30 ปี และคนวัยทำงานใหม่ๆ (กลุ่มคน Young at Heart ก็ได้ด้วยเช่นกัน) รวมถึงผู้หญิง ซึ่งได้รับความนิยมในบ้านเราสุดขีด สร้างยอดจอง 10,000 คันแรกในระยะ 2 เดือนหลังเปิดตัว ถือเป็นปรากฏการณ์การจองรถที่สูงมากในตลาด ทำให้ Honda Jazz กลายเป็นรถ Sub-Compact ที่ขายได้สูงสุดในประเทศไทยนับแต่เปิดตัวมา ถึงขนาดที่บรรดาบริษัทห้างร้านต่างๆ ต้องซื้อไปเป็นของรางวัลสำหรับแจกให้คนร่วมสนุกชิงโชคของสินค้านั้นๆ เป็นจำนวนมาก
    ช่วงกลางปี 2547 Honda ได้แนะนำรุ่นพิเศษ Honda Jazz Sport Version รุ่น E (AS) AT ใส่ชุดแต่งรอบคันจากโรงงาน มีเฉพาะสีขาว สีเทา และสีดำ ในราคา 679,000 บาท
    ในเดือนธันวาคม 2547 Honda ได้เพิ่ม Jazz รุ่น E-V ที่มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร รหัส L15A1 แบบ 4 สูบ SOHC 16 วาล์ว VTEC ให้แรงม้าสูงสุด 110 แรงม้า ที่ 5,800 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 14.6 กก.-ม. ที่ 4,800 รอบ/นาที มีเฉพาะเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT ในราคา 617,000-685,000 บาท
    มาพร้อม Slogan โฆษณา "The Fun Never Stops" กับสีตัวรถที่เพิ่มมาใหม่ เช่น สีชมพู และสีขาว เป็นต้น ซึ่งกล่าวได้ว่า Honda Jazz เป็นรถรุ่นที่ทำให้คนไทยหันกลับมานิยมรถยนต์สีขาวและสีขาวมุก จนรถยนต์หลายๆ ค่ายต้องตามเทรนด์ ออกรถยนต์สีขาวกันมาเป็นแถว และทำให้รถยนต์สีขาวมุก เป็นที่นิยมมาจนถึงบัดนี้
    ที่สำคัญ Honda นำ "พอลล่า เทเลอร์" มาเป็นพรีเซ็นเตอร์รถรุ่นนี้ตั้งแต่แรกเริ่ม ก็มีส่วนทำให้กระแสตอบรับจากวัยรุ่นดีขึ้นมาก 

    ขอขอบคุณภาพจาก manager.co.th
    และในปี 2547 เดียวกันนั่นเอง ยังมีเวอร์ชั่นพิเศษที่ผลิตออกมาโดยผู้จำหน่ายอิสระอย่าง revo (ปัจจุบันบริษัทปิดไปแล้ว) ทำ "Jazz Dynamite" ออกมาขายแบบเดียวกับ "Mugen Fit Dynamite" เวอร์ชั่นญี่ปุ่น ในชื่อ Jazz by revo สไตล์ Dynamite by revo โดยชุดแต่งที่นำมาติดนั้นมีเกือบ 20 ชิ้น อาทิ กันชนหน้า-หลังใหม่หมด, สเกิร์ตรอบคัน, สคูประบายลมฝากระโปรงหน้า, สปอยเลอร์หน้า-หลัง, โป่งล้อรอบคัน, ท่อไอเสียคู่, กระจังหน้าแบบตะแกรงสไตล์สปอร์ตพร้อมคาดโครเมียม, ล้อแม็ก Dynamite 7 X17 นิ้ว พร้อมยาง 205/40/R 17 และ โลโก้ Honda สีแดง
    นอกจากชุดแต่งรอบคันเพิ่มความสวยแล้ว ทาง revo ยังเพิ่มสมรรถนะให้กับแจ๊ซ โดยเฉพาะรุ่นที่นำเครื่อง K20A Turbo 260 แรงม้า พร้อมเบรก Brembo 4 ล้อ, ไฟหน้า Projector, เบาะหนังสปอร์ตแบบ Bucket Seat และมาตรวัด Mugen มาใส่แบบจัดเต็ม ในราคาหลักล้าน!

    ขอขอบคุณภาพจาก manager.co.th
    Jazz by revo ในตอนนั้นมีให้เลือก 4 รุ่น 4 สี คือรุ่น i-DSI เกียร์ธรรมดา ราคา 830,000 บาท รุ่น i-DSI เกียร์อัตโนมัติ ราคา 995,000 บาท รุ่น VTEC เกียร์ธรรมดา ราคา 1,302,000 บาท และรุ่น VTEC เกียร์อัตโนมัติ ราคา 1,337,000 บาท สำหรับสีมีให้เลือก 4 สี คือ ฟ้า, เหลือง, ขาว และสีแดง (รุ่น Top)
    เดือนมีนาคม 2548 Honda ได้แนะนำ Jazz Cool ด้วยอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษ ไฟตัดหมอกหน้า, กระจังหน้าสปอร์ต, คิ้วกันสาด, ปลอกท่อไอเสียสแตนเลส, ล้อแม็กขนาด 15 นิ้ว พร้อมสีสปาร์คเคิล ซิลเวอร์ ด้านใน, ชุดตกแต่งเรือนไมล์โครเมียม, ชุดตกแต่งสวิตช์แอร์-ฝาครอบเกียร์-ฝาปิดที่วางแก้ว-แผงควบคุมกระจกไฟฟ้า 4 บาน สีเงิน, คิ้วบันไดสแตนเลส และสัญลักษณ์ Cool ด้านท้าย
    ในเดือนตุลาคม 2548 Honda ได้แนะนำ Jazz Plus สำหรับรุ่นเครื่องยนต์ i-DSi มาพร้อมกับไฟตัดหมอก, คิ้วกันสาด, สปอยเลอร์หลัง, ปลอกท่อไอเสียสแตนเลส, คิ้วบันไดสแตนเลส และล้อแม็กขนาด 15 นิ้ว พร้อมสีสปาร์คเคิล ซิลเวอร์ ด้านใน 

    ในช่วงเวลาต่อมา Honda ยังแนะนำรุ่นพิเศษอย่าง Jazz Safety มาพร้อมระบบความปลอดภัยเต็มพิกัด สำหรับรุ่นเครื่องยนต์ i-DSi ในราคา 552,000-620,000 บาท, Jazz X-Treme ใส่ชุดแต่งสปอร์ตทั้งคัน, ไฟตัดหมอก, ล้อแม็กขนาด 15 นิ้ว และท้อไอเสียคู่ DOOV สำหรับรุ่นเครื่องยนต์ VTEC ในราคา 657,000-725,000 บาท และ Jazz Cool II ออกมาเพิ่มเติมอีก สำหรับรุ่นเครื่องยนต์ VTEC ในราคา 634,000-712,000 บาท
    Honda ยังได้ร่วมกิจกรรมเพื่อการโปรโมทรถ อย่างรายการ Channel [V] Thailand VJ Search Take 4By Honda Jazz Cool โดย Honda ร่วมกับ แชนแนล วี ไทยแลนด์ จัดกิจกรรมประกวดค้นหาวีเจหน้าใหม่ ภายใต้ชื่อ "Channel[V]Thailand VJ Search Take 4" ในเวลานั้นอีกด้วย
    ต่อมาในเดือนมิถุนายน 2004 Honda ที่ญี่ปุ่น ได้ปรับโฉม Minorchange ด้วยการออกแบบชุดกันชนหน้าแบบสปอร์ต ไฟหน้ามีทั้งแบบรมดำ และสีตัวรถสอดใส่เข้าไปเพิ่ม เพิ่มไฟเลี้ยวกระจกมองข้าง ไฟท้ายแบบ LED รมดำ พร้อมอุปกรณ์เพิ่มเติมอีกหลากหลายอย่างทั้งภายนอกและภายใน
    มิติตัวรถยาว 3,845 มม. (3,850 มม.) กว้าง 1,675 มม. สูง 1,525 มม. (1,555 มม. ในรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ) ระยะฐานล้อ 2,450 มม. น้ำหนักรถ 990-1,100 กิโลกรัม
    ส่วนในไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธุ์ 2549 ฮอนด้า ได้เปิดตัว Honda Jazz (Minorchange) มาพร้อม Slogan โฆษณา "Make The Move." "ขยับชีวิตให้มีสีสัน กับความสนุกเร้าใจใหม่" เพื่อชนกับคู่แข่งในตลาดอย่าง Toyota Yaris ที่ออกมาในช่วงนั้นพอดี
    Honda Jazz (Minorchange) ใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร แบบ i-DSi และ VTEC เหมือนเดิม พร้อม 3 รุ่นย่อย ได้แก่ S, V และ SV งวดนี้ชูจุดเด่นด้วยการใช้สีเหลือง Helios Yellow Pearl ที่เป็นสี Premium กำลังได้รับความนิยมอย่างสูงในญี่ปุ่น ออกแบบด้านหน้าและด้านหลังดูโฉบเฉี่ยวแบบรถสปอร์ต ไฟท้ายแบบ LED เริ่มลดรุ่นย่อยของรุ่นเครื่องยนต์ i-DSi ลง แล้วเน้นไปกับรุ่นเครื่องยนต์ VTEC มากขึ้น ในราคา 539,000-705,000 บาท (สีเหลือง เฮลิออส มีเฉพาะรุ่น SV และต้องเพิ่มเงินอีก 10,000 บาท)
    ขณะที่รุ่น SV จะมีอุปกรณ์เพิ่มเติมจากรุ่นปกติ คือ โคมไฟหน้าด้านในสีเดียวกับตัวรถ, สปอยเลอร์หลัง, กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยว, เบาะสีดำ, กุญแจรีโมท, มาตรวัดเรืองแสง, กระจกมองข้างปรับและพับด้วยไฟฟ้า, มือจับเปิดประตูด้านในโครเมียม และไฟอ่านแผนที่
    และในเดือนเมษายน 2006 (ปี 2549) Honda ก็ได้ตัดสินใจจำหน่าย Honda Fit ในแคนาดาและในสหรัฐอเมริกา ในโมเดลปี 2007 ใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร แบบ 4 สูบ SOHC 16 วาล์ว VTEC ให้แรงม้าสูงสุด 109 แรงม้า
    พูดถึงเรื่องชุดแต่ง ... Honda Fit ในญี่ปุ่น ยังได้แนะนำชุดแต่งจาก Mugen และ Modulo ให้กับลูกค้าที่ชื่นชอบการแต่งรถได้ซื้อไปแต่ง และบรรดาสำนักแต่งรถหลายค่าย ต่างก็ผลิตของแต่งเกี่ยวกับ Jazz ออกมาเอาใจลูกค้าเป็นแถว สำหรับในประเทศไทย Honda Access ได้ผลิตและนำเข้าชุดแต่งเฉพาะของ Honda Access และ Modulo เท่านั้น
    Honda Fit/Jazz (GE6-GE7) 2007-2014




    Honda Fit ใหม่ เจเนอเรชันที่ 2 ของรถแฮตช์แบ็ก 5 ประตูซึ่งได้รับความนิยมเป็นอย่างสูง เปิดตัวในญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2007 ด้วยดีไซน์ที่ดูน่ารัก พัฒนาขึ้นตามหลักการ "Human FIT" พร้อมแนวคิด 3 ประการหลักๆ นั่นคือ "Driving" - Evolution of Running, "Package" - Package Evolution และ "Utility" - Ease-of-use Evolution เน้นความสะดวกสบายของผู้โดยสารและผู้ขับขี่มากขึ้น และลูกเล่นที่เพิ่มขึ้นมากกว่าเดิม ทำให้ Honda Fit โฉมนี้คว้ารางวัล Car of the Year Japan 2007-2008 มาได้อีกครั้ง!
    ภายนอกมาพร้อมจุดเด่นที่มากขึ้น ทั้งไฟหน้ารูปทรงขนาดใหญ่ ดีไซน์เฉียบคม เส้นสายตัวถังคมขึ้น ตัวถังกว้างขึ้นถึง 20 มม. ส่วนฐานล้อขยายให้ยาว (จากหน้ารถถึงหลังรถ) ขึ้นอีก 50 มม. และเพิ่มระยะห่างระหว่างล้อหน้า (ซ้ายถึงขวา) อีก 35 มม. ส่วนล้อหลังเพิ่ม 30 มม. รวมถึงยางถูกวางอยูในตำแหน่งมุมสุดทั้ง 4 ด้านของตัวถัง ขณะที่ความสูงเท่าเดิม จึงทำให้ Jazz ตัวนี้ดูอวบขึ้น ประตูหลังเปิดได้กว้างถึง 80 องศา มีหลังคาแก้ว ปรับปรุงเครื่องยนต์ใหม่เป็นแบบ i-VTEC ให้แรงม้าเพิ่มมากขึ้น และเพิ่มรุ่นสปอร์ต "RS" (Road Sailing)
    มิติตัวรถยาว 3,900 มม. กว้าง 1,695 มม. สูง 1,525 มม. (รุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ 1,550 มม.) ระยะฐานล้อ 2,500 มม. น้ำหนักรถ 990-1,170 กิโลกรัม

    ห้องโดยสารภายในของรุ่น RS
    ห้องโดยสารภายใน แผงคอนโซลหน้า เปลี่ยนโฉมจากรุ่นเดิมไปพอสมควร พวงมาลัยที่ดีไซน์คล้ายกับ Civic ปุ่มปรับแอร์มีทั้งแบบมือหมุนและแบบดิจิตอล ที่วางแก้วน้ำมีมากถึง 10 จุด มี Cruise Control พร้อมระบบเปลี่ยนเกียร์ด้วย Paddle Shift ที่พวงมาลัย และเบาะนั่งยังคงอัตลักษณ์ของ "Ultr Seat" สุดอเนกประสงค์เอาไว้เช่นเดิม เนื้อที่จัดเก็บสัมภาระด้านหลังเพิ่มขึ้นเป็น 427 ลิตร รวมถึงเนื้อที่สัมภาระด้านล่าง (เวอร์ชั่นญี่ปุ่นของ Fit ไม่ได้ใช้ยางอะไหล่ แต่ใช้เป็น Tire Fix ชุดปะยางฉุกเฉินแทน) ที่ให้เนื้อที่ 64 ลิตร (วัดตามมาตรฐาน VDA)
    มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.3 ลิตรที่ปรับปรุงใหม่ รหัส L13A แบบ 4 สูบ SOHC 16 วาล์ว i-VTEC ให้แรงม้าสูงสุด 100 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 13.0 กก.-ม. ที่ 4,800 รอบ/นาที มีทั้งเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT ให้เลือก ระบบขับเคลื่อนมีทั้งแบบล้อหน้า และแบบขับเคลื่อน 4 ล้อ (เวอร์ชั่นญี่ปุ่น) ประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 24 กม./ลิตร (ทดสอบตามโหมด 10-15 ตามมาตรฐานของกระทรวงที่ดิน โครงสร้างพื้นฐาน การขนส่ง และท่องเที่ยวแห่งญี่ปุ่น)
    และเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร รหัส L15A แบบ 4 สูบ SOHC 16 วาล์ว i-VTEC ให้แรงม้าสูงสุด 120 แรงม้า ที่ 6,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 14.8 กก.-ม. ที่ 4,800 รอบ/นาที มีทั้งเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT ให้เลือก ระบบขับเคลื่อนมีทั้งแบบล้อหน้า และแบบขับเคลื่อน 4 ล้อ (เวอร์ชั่นญี่ปุ่น) ประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 20 กม./ลิตร (ทดสอบตามโหมด 10-15 ตามมาตรฐานของกระทรวงที่ดิน โครงสร้างพื้นฐาน การขนส่ง และท่องเที่ยวแห่งญี่ปุ่น)

    รูป Honda Fit ที่ทาง ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) นำเข้ามาจากญี่ปุ่นให้สื่อมวลชนวิ่งทดสอบในกรุงเทพฯ ช่วงต้นเดือนมีนาคม 2551 ก่อนที่ Honda Jazz จะเปิดตัว (ขอขอบคุณภาพจาก manager.co.th)
    สำหรับเวอร์ชั่นไทย Honda Jazz รุ่นนี้เปิดตัวเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2551 ณ โรงแรม เซ็นทาราแกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ มาพร้อม Slogan โฆษณา "I'm So Jazz" กับรูปทรงอันโดดเด่นและอเนกประสงค์ รองรับพลังงานทางเลือกใหม่ "แก๊สโซฮอล์ E20" ระบบเกียร์ชุดใหม่แบบอัตโนมัติ 5 สปีด (ของเดิมเป็นแบบ CVT 7 สปีด) ซึ่งเซ็ทมาเป็นพิเศษสำหรับเมืองไทย 
    โดย ฮอนด้า เลือกใช้พรีเซ็นเตอร์วัยใส (ในตอนนั้น) อย่าง มาริโอ เมาเร่อร์ และ มารีญา ลินน์ เอียเรี่ยน มาแทนที่ พอลล่า เทเลอร์ ซึ่งเป็นพรีเซ็นเตอร์ในการเปิดตัว Jazz รุ่นแรก มาพร้อม 3 รุ่นย่อย S, V และ SV ในราคา 550,000 - 695,000 บาท
    ในเดือนมิถุนายน 2552 Honda ประเทศไทย กระตุ้นตลาดเพิ่มทางเลือกให้แก่ลูกค้า ด้วยรถสีขาว Brilliant White Pearl ภายใต้ชื่อรุ่น "Wise Edition" ครอบคลุมทุกโมเดลของฮอนด้าในขณะนั้น รวมถึง Jazz ด้วย มาพร้อมสปอยเลอร์หลังแบบ Tail Gate กระจังหน้าแบบสปอร์ต และจักรยานเสือภูเขาซึ่งใส่ไว้ด้านหลังรถ มีให้เลือก 2 รุ่นย่อย ได้แก่ รุ่น V AT ในราคา 642,000 บาท และรุ่น V AT (SRS) ในราคา 662,000 บาท
    ในเดือนกรกฎาคม 2553 Honda ได้แนะนำ Jazz รุ่นพิเศษ "Active Plus" มาพร้อมชุดอุปกรณ์ตกแต่งที่นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น กันชนหน้า-หลังดีไซน์ใหม่ กระจังหน้าและสเกิร์ตข้างแบบสปอร์ต สปอยเลอร์หลัง และล้ออัลลอยขนาด 15 นิ้ว ดีไซน์สปอร์ต พร้อมป้ายสัญลักษณ์ "Active Plus" ส่วนด้านความปลอดภัย เพิ่มไฟตัดหมอกดีไซน์ใหม่ และสัญญาณกะระยะหลัง 4 จุด ซึ่งนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น มีให้เลือก 2 รุ่นด้วยกัน ได้แก่ รุ่น V AT ในราคา 679,500 บาท และรุ่น V AT (SRS) ในราคา 699,500 บาท และมี 3 สี ได้แก่ สีขาวทาฟเฟต้า, สีเหลืองเฮลิออส (มุก) และ สีฟ้าเซรูเลียน (เมทัลลิก)
    ส่วนรุ่นพิเศษในเวอร์ชั่นญี่ปุ่น มีค่อนข้างเยอะ อาทิเช่น "Highway Edition" รุ่นพิเศษ มีให้เลือกในทุกรุ่น และมีอุปกรณ์พิเศษ, "Sporty Edition" เวอร์ชั่นสปอร์ตในรุ่น 1.3 ลิตร เป็นต้น
    "She's Edition" รุ่นพิเศษ เปิดตัวในวันที่ 17 พฤษภาคม 2010 โดยนำรุ่น 1.3 G มาตกแต่งเพื่อเอาใจคุณสาวๆ โดยเฉพาะ พร้อมกับนิตยสารโฆษณาในชุด "VIVI & GLAMOROUS" ที่เอา Marie (Tamaki Marie Pascal) และ Mitsuki Oishi นางแบบในนิตยสาร ViVi (นิตยสารแฟชั่นของญี่ปุ่น) และ Hama Matsushima นางแบบจากนิตยสาร GLAMOROUS มาร่วมโฆษณารถรุ่นนี้ด้วย ภายในนั้นเน้นการตกแต่งเอาใจผู้หญิงโดยเฉพาะ ตั้งแต่แผงคอนโซล ขอบช่องแอร์ ขอบเกียร์สีชมพู พรมปูพื้นขอบสีชมพู พวงมาลัยและเบาะขลิบขอบเย็บด้วยสีชมพู กุญแจรีโมทสีชมพู เป็นต้น
    ในเดือนตุลาคม 2010 Honda ในประเทศญี่ปุ่นก็ได้ปรับโฉม Minorchange Honda Fit ให้ดูสดใหม่ยิ่งขึ้น พร้อมกับแนะนำ "Fit Hybrid" ใหม่ด้วย และในรุ่น RS เพิ่มแบบ Hybrid และสีใหม่ เช่น สีเหลือง และชุดแต่งสไตล์สปอร์ตแบบใหม่
    ในรุ่นเครื่องยนต์ Hybrid มีเครื่องยนต์ที่พัฒนาใหม่ 2 แบบ ได้แก่ เครื่องยนต์ขนาด 1.3 ลิตร แบบ 4 สูบ SOHC 8 วาล์ว i-VTEC ให้แรงม้าสูงสุด 88 แรงม้า ที่ 5,800 รอบ/นาที พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าไฮบริดแบบ IMA ให้กำลัง 14 แรงม้า ที่ 1,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 12.3 กก.-ม. ที่ 4,500 รอบ/นาที และมอเตอร์ไฟฟ้าให้แรงบิดสูงสุด 8.0 กก.-ม. ที่ 1,000 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT ช่วยให้ประหยัดน้ำมันได้ถึง 26.4 กม./ลิตร (ทดสอบตามโหมด JC08 ตามมาตรฐานของกระทรวงที่ดิน โครงสร้างพื้นฐาน การขนส่ง และท่องเที่ยวแห่งญี่ปุ่น)
    และเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร (ในรุ่น Hybrid RS) แบบ 4 สูบ SOHC 16 วาล์ว i-VTEC ให้แรงม้าสูงสุด 114 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าไฮบริดแบบ IMA ให้กำลัง 14 แรงม้า ที่ 1,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 14.7 กก.-ม. ที่ 4,800 รอบ/นาที และมอเตอร์ไฟฟ้าให้แรงบิดสูงสุด 8.0 กก.-ม. ที่ 1,000 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 6 สปีด และอัตโนมัติแบบ CVT ช่วยให้ประหยัดน้ำมันได้ถึง 20.0 กม./ลิตร (เกียร์ธรรมดา 6 สปีด) 22.2 กม./ลิตร (เกียร์ CVT) (ทดสอบตามโหมด JC08 ตามมาตรฐานของกระทรวงที่ดิน โครงสร้างพื้นฐาน การขนส่ง และท่องเที่ยวแห่งญี่ปุ่น)
     
    มิติตัวรถยาว 3,900 มม. (รุ่น RS 3,915 มม.) กว้าง 1,695 มม. สูง 1,525 มม. (รุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ 1,550 มม.) (รุ่น RS 1,525 มม.) ระยะฐานล้อ 2,500 มม. น้ำหนักรถ 990-1,180 กิโลกรัม
    สำหรับ Honda Fit โฉมนี้ประสบความสำเร็จอย่างมาก จน Honda ต้องผลิตรุ่นแวนออกมาในชื่อ "Fit Shuttle" (เหมือนตอนที่ Honda ผลิตรุ่น "Airwave" ช่วงก่อนหน้าครับ) พร้อมทั้ง Fit Shuttle Hybrid และเปิดตัวในวันที่ 16 มิถุนายน 2011 ที่ประเทศญี่ปุ่น
    สำหรับเวอร์ชั่นไทย เปิดตัว Honda Jazz Minorchange เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2554 ณ เอสพลานาด รัชดา โดยนับแต่เปิดตัว ฮอนด้า แจ๊ซ โฉมแรกในปี 2546 จนถึงปี 2554 ทำสถิติยอดขายในไทยไปแล้วมากกว่า 130,000 คัน ... มีให้เลือกทั้งหมด 3 รุ่น คือ รุ่น S รุ่น V และรุ่นสูงสุด SV โดยทั้ง 3 รุ่นใช้เครื่องยนต์ i-VTEC ขนาด 1.5 ลิตร 120 แรงม้า สามารถใช้ได้กับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 และระบบเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด โดยในรถรุ่น S สามารถเลือกระบบเกียร์ธรรมดา 5 สปีดได้ ในราคา 590,000-715,000 บาท
    เมื่อช่วงน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 มาถึง โรงงานผลิตรถยนต์ฮอนด้า ในสวนอุตสาหกรรมโรจนะ จ.พระนครศรีอยุธยา ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในครั้งนี้ด้วย โดยรถยนต์ที่ได้รับความเสียหายจำนวนรวม 1,055 คัน มี Honda Jazz จำนวน 213 คัน ที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม ซึ่งทาง Honda เริ่มต้นการทำลายรถยนต์ตั้งแต่วันที่ 27 ธันวาคม 2554
    Honda จึงต้องนำ "Honda Jazz JP" เวอร์ชั่นส่งตรงจากญี่ปุ่น เข้ามาจำหน่ายในช่วงปี 2554 เพียงรุ่นเดียวเท่านั้น ชูสีส้ม "Orange Sunset" เป็นรูปเด่น ในราคา 747,000 บาท อุปกรณ์มาตรฐานแตกต่างจากเวอร์ชั่นไทยนิดหน่อย อาทิเช่น โคมไฟหน้าที่มาพร้อมไฟหน้า HID ปรับระดับสูง-ต่ำได้ ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ และถุงลมนิรภัยอัจฉริยะ i-SRS และม่านนิรภัยด้านข้าง เป็นต้น
    ในวันที่ 26 กรกฎาคม 2555 Honda ได้แถลงข่าวเปิดตัว Honda Jazz Hybrid IMA ถือเป็นรถไฮบริดรุ่นแรกของกลุ่ม Sub-Compact ในประเทศไทย โดยรับประกัน 5 ปี ทั้งระบบ ประกอบด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า อุปกรณ์ควบคุม แบตเตอรี่ไฮบริดและระบบสายไฟไฮบริด แบบไม่จำกัดระยะทาง พร้อมรับสิทธิคืนภาษีรถยนต์คันแรก ในราคา 768,000 บาท
    มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.3 ลิตร แบบ 4 สูบ SOHC 8 วาล์ว i-VTEC ให้แรงม้าสูงสุด 88 แรงม้า ที่ 5,800 รอบ/นาที พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าไฮบริดแบบ IMA ให้กำลัง 14 แรงม้า ที่ 1,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 12.3 กก.-ม. ที่ 4,500 รอบ/นาที และมอเตอร์ไฟฟ้าให้แรงบิดสูงสุด 8.0 กก.-ม. ที่ 1,000 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT ช่วยให้ประหยัดน้ำมันได้ถึง 21.3 กม./ลิตร (หรือ 4.7 ลิตร/100 กม.)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2012 (ปี 2555) Honda ประเทศญี่ปุ่น ได้แนะนำ "Fit EV" รุ่นใช้พลังงานไฟฟ้า เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ใช้เทคโนโลยีแบตเตอรี่ Li-Ion ของ Toshiba ผนวกเข้ากับมอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลัง 92 กิโลวัตต์ แรงบิดสูงสุด 26.1 กก.-ม. ในการขับเคลื่อน โดยสามารถแล่นได้ระยะทางถึง 225 กิโลเมตร ด้วยการชาร์จไฟเพียงครั้งเดียว (ทดสอบตามโหมด JC08 ตามมาตรฐานของกระทรวงที่ดิน โครงสร้างพื้นฐาน การขนส่ง และท่องเที่ยวแห่งญี่ปุ่น) และใช้เวลาชาร์จ 12 ชม. ผ่านไฟฟ้าแบบ 120 โวลท์ ในราคา 4 ล้านเยน!
    มาถึงเดือนมกราคม 2556 Honda ได้เปิดตัว "Jazz Modulo" โฉบเฉี่ยวกับกระจังหน้าโครเมียมแบบโครมดำ และสเกิร์ตดีไซน์สปอร์ตรอบคัน สปอยเลอร์หลังสุดเท่ พร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน มีให้เลือก 3 สี กับ สีแดงแรลลี่ สีขาวทาฟเฟต้า และ สีดำคริสตัล (มุก) จำนวนจำกัด เฉพาะรุ่น V AT ในราคา 682,500 บาท ... อ่อ Honda Jazz รุ่นธรรมดา เพิ่มสีแดงมาให้เลือกด้วยครับ
    Honda Jazz (GK3/4/5/6-GP5/6) 2014-Present
    Honda Jazz เจเนอเรชั่นที่ 3 เปิดตัวเมื่อวันที่ 5 กันยายน 2013 ในประเทศญี่ปุ่น มีการพัฒนาแบบ "The World Best Functional Compact" พร้อมกับ "Exciting H Design" ได้แก่ High Tech, High Tension และ High Touch ออกแบบใหม่สไตล์สปอร์ตแบบ "Crossfade Monoform" ตั้งแต่กระจังหน้าจรดไฟท้าย สะท้อนถึงความปราดเปรียว เปี่ยมไปด้วยพลัง ด้วยการออกแบบเส้นสาย Character Line ด้านข้างตัวรถที่คมชัด จึงเพิ่มความปราดเปรียวให้กับส่วนบน ในขณะที่ส่วนล่างยังให้ความแข็งแกร่ง มั่นคง นับเป็นการออกแบบที่ผสานกันได้อย่างลงตัว
    ภายในห้องโดยสารกว้างขวางสะดวกสบาย จากแนวคิดการออกแบบ "Futuristic Cockpit" จึงให้ความรู้สึกล้ำสมัย และสนุกสนานในการขับขี่ โดยการจัดวางพื้นที่ภายในห้องโดยสารนี้ยังคงใช้แนวคิด Man Maximum Machine Minimum ในการออกแบบ ทำให้ความยาวของตัวถังรถและฐานล้อเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ห้องโดยสารมีขนาดใหญ่ และมีพื้นที่โดยสารตอนหลังที่กว้างขึ้น ซึ่งฐานล้อที่ยาวขึ้นนี้ยังช่วยให้การยึดเกาะถนนทำได้อย่างดีเยี่ยม รองรับการใช้งานที่หลากหลายด้วยเบาะนั่งปรับพับได้ แบบอัลตร้า ซีท อันเป็นเอกลักษณ์โดดเด่นของฮอนด้า แจ๊ซ
    มิติตัวรถยาว 3,955 มม. กว้าง 1,695 มม. สูง 1,525 มม. (รุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ 1,550 มม.) ระยะฐานล้อ 2,530 มม. น้ำหนักรถ 1,000-1,220 กิโลกรัม
    มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.3 ลิตร แบบใหม่ เทคโนโลยี "Earth Dreams" รหัส L13B แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว i-VTEC ให้แรงม้าสูงสุด 100 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 12.1 กก.-ม. ที่ 5,000 รอบ/นาที มีเฉพาะเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT ให้เลือก ระบบขับเคลื่อนมีทั้งแบบล้อหน้า และแบบขับเคลื่อน 4 ล้อ (เวอร์ชั่นญี่ปุ่น) ประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 24.6 กม./ลิตร (ทดสอบตามโหมด JC08 ตามมาตรฐานของกระทรวงที่ดิน โครงสร้างพื้นฐาน การขนส่ง และท่องเที่ยวแห่งญี่ปุ่น)
    และเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร แบบใหม่ เทคโนโลยี "Earth Dreams" รหัส L15B แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว i-VTEC ให้แรงม้าสูงสุด 132 แรงม้า ที่ 6,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 15.8 กก.-ม. ที่ 4,600 รอบ/นาที มีทั้งเกียร์ธรรมดา 6 สปีด และเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT ให้เลือก ระบบขับเคลื่อนมีทั้งแบบล้อหน้า และแบบขับเคลื่อน 4 ล้อ (เวอร์ชั่นญี่ปุ่น) ประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 21.8 กม./ลิตร (ทดสอบตามโหมด JC08 ตามมาตรฐานของกระทรวงที่ดิน โครงสร้างพื้นฐาน การขนส่ง และท่องเที่ยวแห่งญี่ปุ่น)
    ในรุ่น Hybrid มาในสไตล์ Sport Hybrid มีเฉพาะเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร รหัส LED-H1 แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว i-VTEC i-DCD ให้แรงม้าสูงสุด 110 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าไฮบริดแบบ IMA ให้กำลัง 22 แรงม้า ที่ 1,313-2,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 13.7 กก.-ม. ที่ 5,000 รอบ/นาที และมอเตอร์ไฟฟ้าให้แรงบิดสูงสุด 16.3 กก.-ม. ที่ 0-1,313 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT ช่วยให้ประหยัดน้ำมันได้มากถึง 36.4 กม./ลิตร (เกียร์ CVT) (ทดสอบตามโหมด JC08 ตามมาตรฐานของกระทรวงที่ดิน โครงสร้างพื้นฐาน การขนส่ง และท่องเที่ยวแห่งญี่ปุ่น)
    สำหรับเวอร์ชั่นไทย Honda แถลงข่าวเปิดตัว Honda Jazz รุ่นปัจจุบันในวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 (ปี 2014) ณ BITEC บางนา (ซึ่งตรงกับวันเดียวกับที่คณะ คสช. ทำรัฐประหารพอดี!) โดย Honda Jazz เน้นการสื่อสารการตลาดไปยังกลุ่ม Gen Me ที่มีไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย เป็นคนรุ่นใหม่ยุคดิจิตอลที่เน้นการสื่อสารออนไลน์ มาพร้อมเครื่องยนต์ i-VTEC 1.5 ลิตร 117 แรงม้า ผสานเกียร์ CVT ใหม่ ที่พัฒนาภายใต้เทคโนโลยีเอิร์ธดรีม พร้อมระบบช่วยขับขี่แบบประหยัดน้ำมัน Eco Assist และรองรับพลังงานทางเลือก E85 พร้อมกับมัลติฟังก์ชั่นที่ล้ำสมัย ครบครันด้วยเทคโนโลยีและมาตรฐานความปลอดภัย
    ให้สมรรถนะการขับขี่ที่แรงเร้าใจของเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร แบบ 4 สูบ 16 วาล์ว i-VTEC ให้แรงม้าสูงสุด 117 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุดที่ 14.9 กก-ม. ที่  4,700 รอบ/นาที พร้อมด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติ CVT ใหม่ ที่ได้รับการพัฒนาภายใต้เทคโนโลยีเอิร์ธดรีม ช่วยประหยัดน้ำมันได้ดียิ่งขึ้น ให้อัตราเร่งที่ดีเยี่ยม ตอบสนองทุกการขับขี่ได้อย่างสนุกมากขึ้น ด้วยระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัยแบบ 7 สปีด ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ และรองรับน้ำมัน E85 
    มาพร้อมกับ 6 รุ่นย่อย ได้แก่ S MT, S AT, V, V+, SV และ SV+ ในราคาตั้งแต่ 555,000-754,000 บาท ทั้งยังมี 2 สีใหม่ให้เลือก ได้แก่ สีเหลืองแอทแทรค (มุก) ใหม่ และน้ำเงินบริลเลียนท์ สปอร์ตตี้ (เมทัลลิก) ตั้งเป้าการจำหน่าย 20,000 คัน ภายในหนึ่งปี
    ในวันที่ 15 พฤษภาคม 2015 สำหรับ Honda Fit Shuttle ในประเทศญี่ปุ่น ก็ถึงวาระเปลี่ยนโฉมใหม่ โดยแยกออกจาก Fit ไปเลยในชื่อ "Shuttle" แต่พื้นฐานต่างๆ ก็ยังคงใช้ร่วมกับรุ่น Fit และ Grace (หรือ Honda City ในไทย) เหมือนเดิม
    กล่าวโดยรวมแล้ว Honda Fit หรือ Jazz ทั้ง 3 เจเนอเรชั่น นับเป็นรถยนต์ที่ประสบความสำเร็จที่สุดอีกรุ่นหนึ่งของฮอนด้า มอเตอร์ ด้วยยอดจำหน่ายที่มากถึงหลายล้านคันทั่วโลก ในระยะเวลา 16 ปี ร้อยกว่าประเทศ และกวาดรางวัลแห่งความสำเร็จมาแล้วทั่วโลก

    แท็กที่เกี่ยวข้อง :

    • กองบรรณาธิการ เช็คราคา.คอม
    • กองบรรณาธิการ เช็คราคา.คอม
      Car GURU Thailand

    บทความล่าสุดอื่นๆ

    สนใจทดลองขับ