• คอนโดใหม่
  • คอนโดใหม่
  • ค้นหาแบบละเอียด
  • คอนโด High rise VS Low rise แบบไหนน่าลงทุนกว่ากัน?

    2 เม.ย. 64 490
    การลงทุนในคอนโดถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่สามารถสร้าง passive income ได้โดยการเก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากการปล่อยเช่าในทุกๆ เดือน หรือถือครองเป็นสินทรัพย์ไว้ขายต่อเพื่อเก็งกำไรในระยะยาว แต่จะทำได้ตามหวังหรือไม่ก็ต้องมั่นใจว่าเราได้เลือกซื้อคอนโดที่ดีและมีศักยภาพ แล้วเราควรเลือกลงทุนกับคอนโดแบบไหนดี ระหว่างคอนโดสูงแบบ High rise หรือคอนโดแบบ Low rise วันนี้เรามีคำตอบที่จะช่วยให้ตัดสินใจง่ายขึ้น พร้อมเทคนิคลงทุนคอนโดอย่างไรให้รวย!!!
    ก่อนอื่นมาทำความรู้จักกับ 2 คำนี้ก่อนค่ะ "คอนโด High rise" หมายถึง คอนโดมิเนียมที่มีลักษณะเป็นอาคารสูง โดยมีความสูงตั้งแต่ 23 เมตรขึ้นไป หรือมีจำนวนชั้นตั้งแต่ 20 ชั้นขึ้นไป ซึ่งทางกฎหมายกำหนดว่าต้องอยู่ติดถนนที่มีความกว้างมากกว่า 10 เมตร ทำให้คอนโด High-rise เกือบทั้งหมดจำเป็นต้องสร้างติดริมถนนใหญ่ ส่วน "คอนโด Low rise" หมายถึง คอนโดมิเนียมที่มีลักษณะเตี้ยหรืออาคารพักอาศัยขนาดเล็กที่มีความสูงประมาณ 8 ชั้น หรือไม่เกิน 9 ชั้น และอยู่ติดถนนที่มีความกว้างไม่กิน 10 เมตร ดังนั้นโครงการแบบ Low rise จึงมักอยู่ภายในถนนเส้นรองหรือภายในซอย
    ในเรื่องนี้คงต้องให้คะแนนคอนโดแบบ High rise เป็นผู้ชนะ เพราะด้วยกฎหมายและข้อบังคับของการก่อสร้างคอนโดสูงเกิน 8 ชั้น แบบ High rise ที่ทางเข้า-ออกของโครงการต้องอยู่ติดถนนกว้างขนาด 10 เมตรขึ้นไป ตามที่กล่าวมาแล้วนั้น เลยเป็นเหมือนไฟล์ทบังคับให้คอนโดสูงต้องตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีทำเลติดถนนใหญ่ ซึ่งแน่นอนว่าทำเลติดถนนใหญ่ก็ย่อมต้องโดดเด่น เดินทางเข้า-ออกสะดวก มีโอกาสอยู่ใกล้กับระบบขนส่งมวลชน และใกล้รถไฟฟ้ามากกว่าโครงการแบบ Low rise
    แต่บางครั้งเหตุผลนี้อาจต้องยกเว้นให้โครงการ Low rise บางทำเลที่ถึงจะไม่ได้อยู่ติดถนนใหญ่แต่ก็ทำเลดีมาก เพราะซอยที่ตั้งสามารถลัดไปออกยังถนนสายหลักหรือทางด่วนเพื่อหลีกเลี่ยงรถติดได้ บางที่ก็อยู่ติดห้างสรรพสินค้า สามารถใช้เป็นทางลัดเดินหลบแดดไปขึ้นรถไฟฟ้าหรือข้ามสะพานลอยได้เลยก็มี คงต้องพิจารณาเหตุผลในแง่มุมแบบนี้ประกอบการตัดสินใจด้วยนะคะ
    หากชื่นชอบความเงียบสงบแบบเป็นส่วนตั๊ว...ส่วนตัว ไม่ชอบความวุ่นวายแล้วละก็ต้องเทใจไปเลือกคอนโดแบบ Low rise ค่ะ เพราะถึงพื้นที่โดยรวมของโครงการแบบ Low rise จะมีขนาดน้อยกว่า แต่จุดเด่นอย่างหนึ่งที่เห็นได้ชัดคือ โครงการประเภทนี้จะได้เปรียบในเรื่องของความเป็นส่วนตัว ด้วยจำนวนชั้นที่มีไม่มาก มีจำนวนยูนิตประมาณ ร้อยนิดๆ จำนวนของผู้อยู่อาศัยจึงไม่มากตามไปด้วย บวกกับข้อกำหนดของทำเลที่ส่วนใหญ่สร้างอยู่ภายในซอยไม่ได้อยู่ติดถนนใหญ่ จึงช่วยลดปัญหาเสียงดังและฝุ่นควันจากท้องถนนได้ไปในตัว
    พื้นที่ส่วนกลางที่ดีควรมีความหลากหลาย จัดสรรพื้นที่ได้ลงตัวและเพียงพอกับสัดส่วนของจำนวนผู้อยู่อาศัยในโครงการ ซึ่งจุดนี้คอนโดแบบ High rise ที่เป็นโครงการขนาดใหญ่ก็จะได้เปรียบกว่าเต็มๆ เพราะมีพื้นที่ใช้สอยภายในโครงการให้พัฒนามากกว่า ทำให้สามารถออกแบบพื้นที่ส่วนกลางได้หลากหลายกว่าโครงการแบบ Low rise ช่วยลดการกระจุกตัวของจำนวนผู้ใช้งานได้ดี และยังเข้ากับสถานการณ์ปัจจุบันที่ต้องคำนึงถึง Social distancing เป็นสำคัญ
    แต่ปัจจุบันคอนโด Low rise หลายโครงการก็ให้ความสำคัญกับพื้นที่ส่วนกลางมากขึ้น ขยายพื้นที่ส่วนกลางให้มีขนาดใหญ่และหลากหลายมากขึ้นไม่น้อยหน้าโครงการแบบ High rise เรียกว่านอกจากจะรองรับทุกไลฟ์สไตล์การพักผ่อนของผู้อยู่อาศัยได้แล้วยังได้ความความเป็นส่วนตัวควบคู่กันไปด้วย
    ข้อนี้ต้องยกให้คอนโดแบบ High rise เป็นฝ่ายได้เปรียบ เพราะการออกแบบอาคารสูงจะสามารถจัดแบ่งชั้นล่างๆ ของอาคารที่วิวอาจจะไม่ค่อยสวยทำเป็นพื้นที่จอดรถ ซึ่งอาจจะมีมากถึงเกือบ 10 ชั้น เป็นไปตามสัดส่วนของจำนวนยูนิตในโครงการที่มีมากกว่า บางโครงการจัดพื้นที่จอดรถมาให้ลูกบ้านมาถึง 100% เรียกว่าหมดกังวลเรื่องปัญหาที่จอดรถไม่พอไปได้เลย
    ส่วนคอนโดแบบ Low rise เนื่องจากความสูงของอาคารถูกจำกัดไว้ที่ 23 เมตร หรือประมาณ 8 ชั้น จึงนิยมออกแบบให้พื้นที่จอดรถไว้ที่บริเวณชั่นล่างแค่เพียงชั้นเดียว ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นแบบหมุนเวียนไม่ฟิกช่องจอด มีสัดส่วนเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 40% ของจำนวนยูนิตพักอาศัยทั้งหมดของโครงการ อาจไม่เพียงพอหากลูกบ้านนำรถมาจอดพร้อมกัน แต่บางโครงการก็ใจดีออกแบบพื้นที่บริเวณชั้น 1 โดยรอบอาคารพักอาศัยทำเป็นพื้นที่จอดรถเพื่อช่วยลดปัญหาในส่วนนี้ดี บางครั้งจัดมาให้มากถึง 100% เลยก็มี แต่พบเจอได้ไม่บ่อยนัก แต่ถึงจำนวนตัวเลขที่จอดรถจะมีเยอะแค่ไหน แต่ถ้ายังมีสัดส่วนไม่เพียงพอกับจำนวนยูนิตในโครงการ ไม่ว่าจะเป็นคอนโดแบบ High rise หรือ Low rise ก็มีปัญหาได้ทั้งนั้นค่ะ
    ข้อนี้ต้องถือว่าคอนโด High rise ส่วนใหญ่จะชนะคอนโด Low rise อีกเช่นกัน เพราะความได้เปรียบของการเป็นอาคารสูงทำให้สามารถมองเห็นวิวได้จากชั้นที่สูงกว่า และโอกาสที่อาคารเพื่อนบ้านจะบังวิวก็น้อยกว่าคอนโดเตี้ย นอกจากนี้แล้วส่วนใหญ่คอนโดสูงมักมีจุดขายหรือจุดเด่นเรื่องวิวที่สามารถเทควิวได้แบบพาโนรามาจากชั้นบนสุดของอาคาร วิวแต่ละโครงการเปะปังเห็นแล้วต้องร้องว้าว...ว เช่น คอนโดวิวทะเล วิวแม่น้ำ หรือวิวเมืองแบบเทพๆ เพราะวิวที่ดีย่อมต้องแลกมาด้วยราคาต้นทุนของที่ดินที่มีมูลค่าสูง ซึ่งแน่นอนว่าการคอนโดบนที่ดินที่มีต้นทุนสูง เจ้าของโครงการย่อมต้องคำนึงถึงความคุ้มค่าในการลงทุนเป็นที่สุด ดังนั้นเราจึงเห็นว่าคอนโดวิวดีๆ ส่วนใหญ่มักจะถูกพัฒนาเป็นโครงการคอนโดสูงแบบ High rise มากกว่าจะพัฒนาเป็นโครงการเป็นคอนโดแบบ Low rise
    ราคาของคอนโด High rise ในเมืองไทยส่วนใหญ่ในด้านการลงทุนเพื่อขายเก็งกำไรในระยะยาวจะมีแนวโน้มการเติบโตของราคาสูงกว่าคอนโดแบบ Low rise เนื่องจากหลายๆ ปัจจัยประกอบกัน เริ่มจากตัวอาคารที่สูงเด่นดีไซน์สวยสะดุดตากว่าคอนโดเตี้ย เรื่องของทำเลที่ติดถนนใหญ่และติดรถไฟฟ้าเดินทางได้สะดวก นอกจากนี้ คอนโด High rise บางโครงการก็มีทุกอย่างครบจบในที่เดียวไม่ว่าจะเป็น ห้องพักอาศัยขนาดใหญ่ ส่วนกลางขนาดใหญ่ มี Supermarket หรือ Community ภายในโครงการ เป็นต้น 
    แต่หากมองในแง่ของการลงทุนปล่อยเช่า คอนโดแบบ Low rise ทำเลดีๆ ที่อาจจะต้องเดินเข้าซอยไปหน่อยแต่อยู่ใกล้ห้างหรือใกล้สถานีรถไฟฟ้าก็มีความได้เปรียบคอนโด High rise อยู่ไม่น้อย เนื่องจากมีจำนวนยูนิตพักอาศัยน้อย มีจำนวนจำกัดแต่มีความต้องการเช่าสูง บวกกับราคาเช่าไม่แรงเหมือนคอนโด High rise ทำให้มีโอกาสในการปล่อยเช่าได้ง่ายกว่า 
    นอกจากปัจจัยการเลือกลงทุนคอนโดข้างต้นแล้ว ยังมีอีก 12 เทคนิคที่จะช่วยให้การลงทุนซื้อคอนโดครั้งนี้ได้กำไรดีและคุ้มค่ามากที่สุดมากฝากกันด้วย
    ที่กล่าวทั้งหมดนั้นเป็นภาพรวมแบบกว้างๆ ที่โดดเด่นของคอนโดทั้งแบบ High rise และ Low rise ทั้งคู่ต่างก็มีข้อเด่นและข้อด้อยแตกต่างกันไปตามลักษณะของโครงการ และสิ่งที่สำคัญคือควรเลือกให้สอดคล้องกับเงินทุนและไลฟ์สไตล์ที่มีของแต่ละบุคคล เพราะทุกการลงทุนมีความเสี่ยงดังนั้นก่อนการตัดสินใจลงทุนควรศึกษาข้อมูลโครงการที่สนใจเพื่อเปรียบเทียบอย่างละเอียดทุกครั้ง ขอให้ทุกคนโชคดีในการลงทุนนะคะ

    บทความล่าสุดอื่นๆ

    คอนโดติดรถไฟฟ้าล่าสุด