• รถยนต์ใหม่
  • รถยนต์ใหม่
  • ค้นหาแบบละเอียด
  • Honda Civic 2022 รถสปอร์ตซีดานใหม่เครื่อง 2.0 ลิตร และ 1.5 เทอร์โบ 180 ม้า!

    29 เม.ย. 64 2,680
    Honda Civic 2022 รถสปอร์ตซีดานใหม่เครื่อง 2.0 ลิตร และ 1.5 เทอร์โบ 180 ม้า! 
    รถยนต์ Honda Civic 2022 เจนเนอเรชั่นที่ 11 เผยโฉมแล้วในยุโรป หลังจากโฉมที่แล้วเจนเนอเรชั่น 10 ฝาดยอดเรียบทั้งในและต่างประเทศ ฮอนด้าจึงเปิดตัวรถซีวิคซีดานที่ใช้เทคโนโลยีระดับเดียวกับในฮอนด้า แอคคอร์ด รูปร่างเปรียวเน้นความสปอร์ตกว่าเดิม ติดตั้งระบบความปลอดภัยขั้นสูงแบบแอคทีฟและพาสซีฟ
    ทางฝั่งชาวอเมริกันได้ซื้อ Honda Civic มากกว่า 12 ล้านคันตั้งแต่ปี 1973 ทำให้เป็นหนึ่งในสามอันดับแรกของรถยนต์นั่งที่ขายดีที่สุดในอเมริกาตลอด 48 ปี ด้วยยอดขายสะสมมากกว่า 1.7 ล้าน นับว่าเป็นรถยนต์รุ่นหนึ่งของตัวเลือกคนในรุ่น Gen Z ฮอนด้าเจนเนอเรชั่น 10 ที่ผ่านมา
    Honda Civic 2022 ได้มุ่งเน้นในการลดมลพิษและให้อากาศบริสุทธิ ควบคู่กับเทคโนโลยีใหม่ที่เพิ่มขึ้น พร้อมความหรูหราเริ่มด้วยการขยับส่วนล่างของเสากระจกบังลมไปด้านหลังเกือบ 2 นิ้ว (1.96 นิ้ว) ทำให้ฝากระโปรงยาวขึ้นสไตล์เดียวกับแอคคอร์ด หลังคาและส่วนท้ายที่ลาดลงมาคงความเป็นคูเป้ กระจังหน้าและกันชนเพรียวบางลง ไฟหน้า Full LED ทรงหรูหรา พร้อมเอกลักษณ์เดิม "มุมทับทิมส้ม" และไฟตัดหมอก LED ตรงมุมชายล่างกันชนหน้า ส่วนไฟท้ายที่ดีไซน์ใหม่เปลี่ยนจากรูปตัว "C" เดิม ซึ่งโดยรวมมีความเหมือนแอคคอร์ดอยู่ไม่น้อย 
    ภายในออกแบบใหม่ให้มีพื้นที่ส่วนหัวขาไหล่และสะโพกที่กว้างขวางสำหรับผู้โดยสารทุกคน รู้สึกถึงความกว้างขวาง คอนโซลหน้าเรียบหรูตกแต่งด้วยแผงลายรังผึ้งเป็นแนวยาว พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นและมาตรวัดที่มีจอแสดงผล LCD ขนาด 7 นิ้ว ในรุ่น LX, Sport และ EX แบบเดียวกับในแอคคอร์ด ส่วนรุ่น Touring ได้รับการตกแต่งด้วยจอแสดงผล LCD จอสีความละเอียดสูงขนาด 10.2 นิ้ว ที่เลือกใช้งานจากพวงมาลัย โดยแสดงมาตรวัดในแบบเข็มและหน้าปัดกลม ตรงกลางแสดงข้อมูลการทำงานต่าง ๆ และแสดงผลใช้งานของระบบความปลอดภัย Honda Sensing® พร้อมรูปรถยนต์ซีวิค 3 มิติ ที่แสดงผลได้ตั้งแต่การเปิดไฟหน้าและไฟเลี้ยว 
    สำหรับ Honda Civic รุ่น LX, Sport และ EX มาพร้อมกับหน้าจอสัมผัสสีใหม่ขนาด 7 นิ้วซึ่งเป็นหน้าจอมาตรฐานที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของ Civic ที่เคยมีมา และได้รับการปรับปรุงโดยเพิ่มทั้งปุ่มเลือกปรับโหมดกำลัง, ปรับระดับเสียงและปุ่มปรับแต่งหรือเลือกเพลง ฯลฯ ของระบบความบันเทิงและมาพร้อมระบบนำทาง รับ-วางสายโทรศัพท์ 
    เชื่อมต่อ Bluetooth®/USB/Apple CarPlay® และ Android Auto™ ได้แบบครอบคลุมทุกการใช้งาน ในรุ่น Touring มาพร้อมจอสัมผัสสีขนาด 9 นิ้ว ใหญ่สุดตั้งแต่รถฮอนด้าเคยมีมา ติดตั้งระบบ Display Audio เช่นเดียวกับใน Accord, Odyssey, Pilot, Passport มีระบบชาร์จแบบไร้สายที่เข้ากันได้กับ Qi และระบบเครื่องเสียง Bose การประมวลผลสัญญาณดิจิตอล Bose Centerpoint 2 และ Bose SurroundStage ระบบใหม่นี้ได้รับการออกแบบมาอย่างแม่นยำ เทคโนโลยี Dynamic Speed ​​Compensation จะปรับระดับเสียงและโทนเสียงโดยอัตโนมัติตามความเร็วรถ 
    ระบบ Bose Premium Sound System 
    • ลำโพง Twiddler ขนาด 3.25 นิ้ว กลางคอนโซล 1 ตัว
    • ทวีตเตอร์นีโอดิเมียมน้ำหนักเบาขนาด 1 นิ้ว 4 ตัว บริเวณเสา A และประตูคู่หลัง
    • ลำโพงขนาด 6.5 นิ้ว 2 ตัวที่ประตูคู่หน้า
    • ลำโพงขนาด 5.25 นิ้ว 2 ตัวที่ประตูคู่หลัง
    • ลำโพงเสียงกลาง / สูง Bose Twiddler ขนาด 3.25 นิ้ว 2 ตัวบนเพดานด้านหลัง
    • ซับวูฟเฟอร์ขนาด 8 นิ้ว 1 ตัว ตรงกลางแผงด้านหลัง
    • พลังขับจากแอมพลิฟายเออร์ดิจิตอลของ Bose แบบ 12 channels
    ความปลอดภัย Honda Civic 2022 มาพร้อมโครงสร้างตัวถังที่มีความแข็งแกร่งที่สุดในประวัติศาสตร์ของซีวิคและฐานล้อที่เพิ่มขึ้น 1.4 นิ้วเพื่อการขับขี่ที่นุ่มนวลยิ่งขึ้น ปรับปรุงให้ทนแรงบิดตัวได้เพิ่มขึ้น 8 % และความแข็งแกร่งในการโค้งงอดีขึ้น 13 % เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้าและรับกับระบบ NVH โดยโครงสร้าง Advanced Compatibility Engineering™ (ACE™) รุ่นใหม่ของฮอนด้าได้รับการออกแบบมาเพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานการชนในปัจจุบันและต่อไปในอนาคต    
    ขุมพลังมีให้เลือก 2 แบบคือ รุ่นมาตรฐาน LX และ Sport เบนซิน 4 สูบ 2.0 ลิตร 158 แรงม้าที่ 6,500 รอบต่อนาที (SAE net) และ 138 ปอนด์ - ฟุต (187 นิวตันเมตร) แรงบิดที่ 4,200 รอบต่อนาที (SAE net) ระบบ idle-stop และระบบกรองไอเสียใหม่ลดมลพิษลงได้มากขึ้น ส่งกำลังด้วยเกียร์ CVT ที่ปรับปรุงใหม่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิงโดยใช้ปั๊มไฮดรอลิกไฟฟ้าที่แข็งแกร่งมากขึ้นซึ่งจะช่วยลดภาระของปั๊ม เพลารองแบบลูกปืนเพื่อลดแรงเสียดทาน นอกจากนี้ยังได้รับการตั้งโปรแกรมให้มีการเปลี่ยนเกียร์ในช่วงต้นขณะเบรกและมีการปรับปรุงการตั้งโปรแกรม Step-Shift ซึ่งจะจำลองการเปลี่ยนเกียร์จริงภายใต้การเร่งความเร็วอย่างหนักเพื่อประสบการณ์การขับขี่ที่คุ้นเคยและสนุกสนานยิ่งขึ้น 
    สำหรับรุ่น EX และ Touring เครื่องยนต์ 4 สูบ 1.5 ลิตรเทอร์โบให้กำลังสูงสุด 180 แรงม้าที่ 6,000 รอบต่อนาที (SAE net) และ 177 ปอนด์ - ฟุต (240 นิวตันเมตร) แรงบิดที่ 1,700 ถึง 4,500 รอบต่อนาที (SAE net) เมื่อใช้น้ำมันเบนซินออกเทน 87 แรงม้า เท่ากับว่าเพิ่มขึ้นอีก 6 แรงม้าและ 15 ปอนด์ - ฟุต (20 นิวตันเมตร) ของแรงบิดจากรุ่นปีที่แล้ว 
    ปรับปรุงระบบการไหลเวียนของน้ำมันเลี้ยงเทอร์โบที่ดีขึ้น และการเพิ่ม Variable Timing และยก Electronic Control (VTEC®) ไปยังวาล์วไอเสีย ส่งกำลังด้วยเกียร์ CVT ที่มีการปรับปรุงประสิทธิภาพของตัวแปลงแรงบิดในขณะที่ยังใช้การตั้งโปรแกรม Step-Shift ไปพร้อมกัน โดยทั้ง 2 เครื่องยนต์มาพร้อมโหมดการขับขี่มาตรฐาน Narmal, Eco ส่วนในรุ่น 2.0L Sport และ 1.5L Touring เพิ่มโหมด  Sport ที่ใช้สวิตช์เปิดปิดที่คอนโซลกลาง 
    ระบบช่วงล่างด้านหน้าแม็คเฟอร์สันสตรัท ปรับปรุงข้อต่อต่าง ๆ ให้รับแรงได้ดีขึ้น ด้านหลังถูกขยายความยาวให้กว้างขึ้นอีก 0.5 นิ้ว พร้อมด้วยบูชใหม่ที่ใหญ่ขึ้นและแกนบูชที่ปรับปรุงใหม่เพื่อลดความกระด้างให้น้อยที่สุดและพวงมาลัยปรับปรุงให้แม่นยำกว่าเดิม 
    ความปลอดภัยนำระบบความปลอดภัยแบบแอคทีฟและพาสซีฟใหม่ ถุงลมนิรภัยด้านหน้าทั้งคนขับและผู้โดยสารได้รับการออกแบบมาเพื่อลดสภาวะที่เกี่ยวข้องกับการบาดเจ็บที่สมองได้ดีขึ้นโดยควบคุมการเคลื่อนไหวของศีรษะได้ดีขึ้นในการชนบางประเภท เพื่อแก้ไขปัญหาการบาดเจ็บที่สมองอย่างรุนแรง ถุงลมนิรภัยด้านคนขับด้านหน้าแบบใหม่ใช้โครงสร้างรูปทรงโดนัทที่เป็นนวัตกรรมใหม่ ถุงลมนิรภัยด้านหน้าฝั่งผู้โดยสารใช้การออกแบบเป็น 3 ชั้น โดยมีช่องด้านนอกสองช่องที่ออกแบบมาเพื่อรองรับและควบคุมการหมุนของศีรษะ ผสานเข้ากับระบบ Honda Sensing® เทคโนโลยีช่วยเหลือผู้ขับขี่ใช้ระบบกล้องเดี่ยวใหม่ที่ให้มุมมองที่กว้างขึ้นกว่าระบบที่ใช้เรดาร์และกล้องรุ่นก่อนหน้า ระบบนี้ยังสามารถระบุคนเดินเท้าผู้ขี่จักรยานและยานพาหนะอื่น ๆ ได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้นรวมถึงเส้นถนนและป้ายบอกทาง 
    Honda Sensing® ได้รับการปรับปรุงเพิ่มเติมด้วยฟังก์ชันช่วยเหลือผู้ขับขี่ที่เพิ่มขึ้น ขณะนี้ระบบได้เพิ่ม Traffic Jam Assist และระบบที่ใช้กล้องใหม่จะปรับปรุงฟังก์ชันการทำงานที่มีอยู่เช่นการใช้งานเบรคที่เป็นธรรมชาติมากขึ้นและการตอบสนองที่รวดเร็วขึ้นเมื่อใช้ Adaptive Cruise Control (ACC) นอกจากนี้ยังมีการบังคับเลี้ยวที่เป็นเส้นตรงและเป็นธรรมชาติมากขึ้นเมื่อใช้ระบบช่วยรักษาช่องทางเดินรถ (LKAS) ด้วยการเพิ่มเซนเซอร์โซนาร์แปดตัวทำให้ Civic มีระบบควบคุมการเบรกความเร็วต่ำและระบบป้องกันการสตาร์ทผิดพลาดทั้งด้านหน้าและด้านหลัง
    Honda Civic Sedan จะมีการผลิตใน Alliston, Ontario, Canada และเป็นครั้งแรกที่ Civic Hatchback จะผลิตในสหรัฐอเมริกาที่โรงงาน Greensburg รัฐ Indiana และการผลิตซีวิคทั้งหมดในอเมริกาเหนือจะใช้ชิ้นส่วนในประเทศและจากทั่วโลก
    ภาพและข้อมูลจาก www.netcarshow.com

    แท็กที่เกี่ยวข้อง :

    ข่าว-โปรโมชั่นล่าสุดอื่นๆ

    สนใจทดลองขับ