• รถยนต์ใหม่
  • รถยนต์ใหม่
  • ค้นหาแบบละเอียด
  • ALL-NEW MAZDA BT-50 รถปิกอัพใหม่หรูหราพรีเมี่ยมสไตล์ SUV รุ่น 4X4 AT เพียง 1.153 ลบ.

    25 ม.ค. 64 1,920
    ALL-NEW MAZDA BT-50 รถปิกอัพใหม่หรูหราพรีเมี่ยมสไตล์ SUV รุ่น 4X4 AT เพียง 1.153 ลบ. 
    ALL-NEW MAZDA BT-50 ใหม่ เจเนอเรชั่นใหม่ กับแนวคิด "พร้อม...กับทุกด้านของชีวิต" เติมเต็มทุกมิติของชีวิตดุจ Life-Partner สัมผัสแห่งดีไซน์อันสง่างามจาก "โคโดะ ดีไซน์" เน้นความเรียบง่าย แต่งดงาม ตามคอนเซ็ปต์ "Less is More" ผสานรูปลักษณ์อันทรงพลังสไตล์ปิกอัพ โดดเด่นด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยล้ำสมัย มอบความสะดวกสบายเสมือนรถเอสยูวี คุ้มค่าด้วยอัตราประหยัดน้ำมันมากที่สุดในคลาสกับตัวเลข 16.1 กิโลเมตร/ลิตร 
    รถปิกอัพมาสด้า BT-50 ใหม่ ถูกพัฒนาขึ้นจากพื้นฐานของรถปิกอัพ ที่รวมถึงอัตราเร่งอันทรงพลังของเครื่องยนต์ดีเซล ความสามารถในการขับขี่บนถนนขรุขระ และสามารถขับลุยน้ำได้สูงถึงระดับ 800 มม. ควบคู่กับความรู้สึกนุ่มนวลและการขับขี่ที่เป็นธรรมชาติ เช่นเดียวกับรถครอสโอเวอร์เอสยูวี มีให้เลือกทั้งเครื่องยนต์ดีเซลขนาด 3.0 ลิตร สำหรับรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ และเครื่องยนต์ดีเซลขนาด 1.9 ลิตร ราคาเริ่มต้นที่ 553,000 บาท จนถึงรุ่นสูงสุด 1,153,000 บาท พร้อมรับข้อเสนอพิเศษเฉพาะช่วงเปิดตัว กับดอกเบี้ยต่ำสุด 1.99% ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี ฟรีค่าแรงเช็กระยะ 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร เพื่อแทนคำขอบคุณที่เชื่อมั่นในแบรนด์มาสด้า พร้อมเปิดรับจองแล้ววันนี้ที่โชว์รูมมาสด้าทั่วประเทศ ที่สำคัญมาสด้าพร้อมส่งมอบรถใหม่ให้กับลูกค้าทันที
    ALL-NEW MAZDA BT-50 ถูกรวมจุดเด่นทั้งหมดของมาสด้าและความต้องการของลูกค้าที่อยากจะเห็นจากรถปิกอัพในปัจจุบันคือ การออกแบบที่สง่างามสไตล์ปิกอัพยุคใหม่ การเลือกใช้วัสดุคุณภาพสูง อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัย ให้ความสะดวกสบายที่เทียบเท่ากับรถเอสยูวี และเป็นปิกอัพที่มีความอเนกประสงค์ ตอบโจทย์การใช้งานได้หลากหลายรูปแบบมากขึ้น โดย All-New Mazda BT-50 เจเนอเรชั่นใหม่นี้จะเป็นการปรับภาพลักษณ์ครั้งใหญ่ให้กับตลาดรถปิกอัพ ที่สามารถใช้งานได้ทุกโอกาส หรือ "Built for Dress and Jeans" เพื่อเป็นตัวเลือกในการขยายกลุ่มลูกค้าเป้าหมายให้กว้างมากขึ้น 
    ดีไซน์ภายนอก 
    รถปิกอัพมาสด้า BT-50 ใหม่ ภายใต้คอนเซ็ปต์การออกแบบที่ให้สามารถ "ใช้งานได้ทุกโอกาส" กระโปรงหน้ารถที่สูงทำให้ด้านหน้าดูบึกบึนและทรงพลังตามแบบฉบับของรถปิกอัพ นอกจากนั้น เส้นสายที่ลากยาวต่อเนื่องจากไฟหน้าไปตามแนวสะท้อนของด้านข้างรถต่อเนื่องไปจนถึงไฟท้ายช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่แข็งแกร่ง 
    ด้วยรูปแบบที่เรียบง่ายของ โคโดะ ดีไซน์ ทำให้สามารถตัดทอนองค์ประกอบที่ไม่จำเป็นออกไปได้ทั้งหมด แต่ในทางกลับกันก็ช่วยทำให้รู้สึกถึงคุณภาพของการออกแบบที่เกินกว่าจะหาได้จากรถปิกอัพทั่วๆ ไป 
    กระจังหน้าที่สูงและตั้งตรง ให้ความรู้สึกสง่าผ่าเผย ซิกเนเจอร์วิงส์ที่แผ่ขยายออกทางด้านข้างและไฟหน้ารูปทรงกระบอกสูบ ก็ทำให้ดูดุดันและแสดงถึงความงดงามอันประณีตที่มองแล้วรู้ได้ทันทีว่าเป็นรถมาสด้าเมื่อมองจากด้านหลัง 
    ไฟหน้าแบบ LED ได้รับการออกแบบให้มีรูปทรงโฉบเฉี่ยว และเป็นทรงกระบอก ทำให้ได้แสงไฟที่สว่างไสว ดูมีมิติและชัดเจน ที่เห็นแล้วรู้ว่าทันทีว่าเป็นลักษณะการออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์ของมาสด้า ส่วนไฟท้ายก็เป็นรูปทรงกระบอกเช่นเดียวกับไฟหน้า 
    ซุ้มล้อที่ดูโดดเด่นให้ภาพลักษณ์ที่ทรงพลัง กระบะท้ายที่ทอดยาวไปจนถึงสัญลักษณ์มาสด้าที่ด้านหลัง สร้างความรู้สึกที่ต่อเนื่องจากด้านหน้ารถไปจนถึงด้านหลัง โดยรวมแล้ว การออกแบบได้สะท้อนถึงคุณภาพและความสวยงามอันเป็นเอกลักษณ์ของมาสด้า
    ปรับการควบคุมความเร็วและองศาการทำงานของที่ปัดน้ำฝนได้ดียิ่งขึ้น ทำให้สามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการปัดน้ำฝนได้มีประสิทธิภาพสูง ขณะเดียวกันก็ทำความสะอาดกระจกหน้าด้านคนขับให้ใกล้เสา A มากขึ้น เพื่อทัศนวิสัยที่ชัดเจน ทั้งยังได้ติดหัวฉีดน้ำไว้บนก้านปัดน้ำฝน เพื่อให้สามารถขจัดสิ่งที่เป็นอุปสรรคต่อการมองเห็นได้ดียิ่งขึ้น
    ล้ออลูมิเนียมมีให้เลือกทั้งหมด 3 ขนาด ได้แก่ ขนาด 16 นิ้ว ขนาด 17 นิ้ว และขนาด 18 นิ้ว ซึ่งล้อขนาด 18 นิ้ว มีการออกแบบก้านล้อที่แสดงถึงความทรงพลัง ดูมีมิติและแข็งแกร่ง เข้ากันกับตัวถังขนาดใหญ่ของรถปิกอัพได้เป็นอย่างดี การออกแบบล้อขนาด 17 นิ้ว แสดงถึงความงดงามที่ลุ่มลึก และการออกแบบล้อขนาด 16 นิ้ว แสดงถึงรูปลักษณ์ที่แข็งแกร่งของโลหะและดูมีมิติ ซึ่งล้อทั้ง 3 ขนาด มาพร้อมฝาครอบดุมล้อตรงกลางล้อ อันแสดงถึงเอกลักษณ์ที่ชัดเจนของรถปิกอัพมาสด้า BT-50 ใหม่
    ภายในหรูสไตล์รถเอสยูวี
    ภายในถูกออกแบบให้สอดคล้องกับธีมการออกแบบภายนอก โดยผสมผสานระหว่างภาพลักษณ์ที่โดดเด่นของมาสด้า กับความทนทานและทรงพลังของรถปิกอัพ การออกแบบคอนโซลในแนวราบที่ขยายออกไปถึงประตูทั้งสองด้าน ทำให้ห้องโดยสารกว้างขวางและสะดวกสบาย คอนโซลหน้าที่แข็งแรงและการออกแบบช่องแอร์ ก็ยังช่วยเพิ่มความรู้สึกที่แข็งแกร่งและทรงพลังให้กับรถปิกอัพ แผงคอนโซลหน้ามาพร้อมกับแผ่นรองหัวเข่าและใช้การออกแบบที่เน้นผู้ขับขี่เป็นศูนย์กลางอันเป็นเอกลักษณ์ของมาสด้า และสุดท้าย การเดินตะเข็บด้ายอย่างพิถีพิถันบนแผงหน้าปัด คอนโซลหน้า และแผ่นรองหัวเข่า ก็ช่วยเพิ่มสัมผัสถึงคุณภาพของการตกแต่งภายในห้องโดยสาร
    มาพร้อมกับมาตรวัดแบบอนาล็อก 2 ชุด โดยมีหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่อยู่ตรงกลาง และมีแผงหน้าปัดด้านหลังสีดำสนิท จึงทำให้ตัดกันอย่างชัดเจนระหว่างตัวอักษรสีขาวกับขอบสีเงินของมาตรวัดแบบอนาล็อก ซึ่งให้ความรู้สึกลุ่มลึกและดุดัน
    ช่องแอร์ถูกวางตำแหน่งในส่วนกลาง ด้านซ้าย และด้านขวา ของคอนโซลหน้า ทำให้ดูมีมิติ และตกแต่งคอนโซลหน้าด้วยแถบที่ลากยาวจากกลางคอนโซลต่อเนื่องไปยังเบาะนั่งผู้โดยสาร ซึ่งช่องแอร์และแถบกลางคอนโซลนี้ได้ถูกตกแต่งด้วยสีเงินเข้มที่ให้ความรู้สึกสงบ กรอบช่องแอร์สีเงินเข้มก็ยังช่วยเสริมสร้างความสง่างาม ในขณะที่สีดำด้านที่ตกแต่งแผงคอนโซลก็ให้ภาพลักษณ์ที่หนักแน่นของเมทัลลิก ซึ่งสิ่งเหล่านี้ช่วยผสมผสานระหว่างความแข็งแกร่งของรถปิกอัพกับความลงตัวของการออกแบบ และช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารด้านหลังในรถปิกอัพมาสด้า BT-50 รุ่น ดับเบิ้ล แค็ป ทำให้ผู้โดยสารด้านหลังรู้สึกสบายและผ่อนคลายมากยิ่งขึ้น
    การตกแต่งภายในมีให้เลือกระหว่างการตกแต่งด้วยหนังสีน้ำตาลและผ้าสีดำ การตกแต่งภายในด้วยหนังจะมาพร้อมกับเพดานและเสาสีดำ ควบคู่กับเบาะหนัง แผงประตูและส่วนอื่นที่ผู้โดยสารสัมผัสได้โดยตรงเป็นสีน้ำตาลเข้ม การใช้สีเช่นนี้จะทำให้เกิดความรู้สึกที่สงบ และช่วยให้สัมผัสได้ถึงการออกแบบภายในที่มีคุณภาพ ส่วนภายในที่ตกแต่งด้วยผ้าสีดำ ใช้ผ้าที่มีความหนาเพื่อเพิ่มความทนทานของเบาะนั่ง ผลลัพธ์ที่ได้จากการตกแต่งเช่นนี้ จึงเกิดเป็นความรู้สึกที่ผสมผสานระหว่างความทันสมัยกับประโยชน์ใช้สอยของรถปิกอัพ
    ห้องโดยสารที่สะดวกสบาย
    รถปิกอัพมาสด้า BT-50 ใหม่ ได้ถูกออกแบบให้มีความสะดวกสบายทัดเทียมกับรถยนต์นั่ง โดยมีระยะบริเวณไหล่ด้านหน้า 1,463 มิลลิเมตร และมีระยะห่างระหว่างเบาะนั่งคู่หน้า 770 มิลลิเมตร ซึ่งช่วยทำให้ภายในห้องโดยสารกว้างขวางมากขึ้น นอกจากนี้ เบาะนั่งด้านหลังของรถปิกอัพมาสด้า BT-50 ใหม่ ในรุ่นดับเบิ้ล แค็ป ยังกว้างขวางและมาพร้อมกับพนักพิงหลังที่ทั้งสบายและให้ตำแหน่งการนั่งที่เป็นธรรมชาติ ซึ่งรวมถึงมีพื้นที่ใต้เบาะนั่งด้านหน้าที่ทำให้ผู้โดยสารด้านหลังสามารถยืดขาได้จึงทำให้สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น
    ความง่ายในการขึ้นและลงรถ (รุ่นดับเบิ้ล แค็ป)
    ประตูด้านหลังได้รับการออกแบบให้สามารถเปิดออกได้กว้าง และการออกแบบที่เว้าของขอบล่างประตูหลังและเสาบีก็ช่วยให้มีพื้นที่กว้างเพียงพอสำหรับเท้าและหัวเข่า ซึ่งช่วยเพิ่มความสะดวกในการขึ้นและลงรถของผู้โดยสารที่นั่งในแถวหลัง มือจับซึ่งอยู่ด้านบนของเสาบีในรุ่นดับเบิ้ล แค็ป แบบยกสูง ก็ช่วยให้ผู้โดยสารสามารถขึ้นและลงจากประตูด้านหลังรถได้สะดวกยิ่งขึ้น
    การปรับเบาะนั่ง
    เบาะนั่งที่สามารถปรับระดับได้และพวงมาลัยปรับระดับได้ 4 ทิศทาง ได้รับการติดตั้งเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ช่วยทำให้ผู้ขับขี่มีท่านั่งที่เหมาะสม เบาะนั่งพนักพิงหลังของเบาะนั่งคู่หน้าทำมาจากเมมโมรี่โฟม (Memory foam) ที่ช่วยลดความเหนื่อยล้าเมื่อขับรถระยะทางไกล
    ระบบ Infotainment หน้าจอแสดงผลแบบสัมผัส WXGA 
    รถปิกอัพมาสด้า BT-50 ใหม่ มาพร้อมกับหน้าจอแสดงผลความละเอียดสูง WXGA ขนาด 7 นิ้ว หรือ 9 นิ้ว ซึ่งตั้งอยู่ด้านบนของคอนโซลหน้า และยังมีจอแสดงผล Multi-information Display ขนาด 4.2 นิ้ว ที่สามารถควบคุมระบบนำทางด้วยการสัมผัสได้ และยังมี Apple CarPlay และฟังก์ชัน Android Auto และในบางรุ่นยังรองรับฟังก์ชันการควบคุมการทำงานด้วยเสียง อีกด้วย
    รองรับ Apple CarPlay และ Google's Android Auto เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนผ่านยูเอสบี และใช้งานแอพพลิเคชั่นผ่านหน้าจอสัมผัส BT-50 ซึ่งสามารถใช้งาน Miracast แบบไร้สายผ่าน Wifi และรองรับการเชื่อมต่อแบบ MirrorLink อีกทั้งยังมีระบบนำทางที่ติดตั้งมาให้พร้อมใช้งานโดยไม่ต้องเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต 
    • Apple CarPlay ก้าวไปอีกระดับกับการใช้ iPhone ภายในรถ ด้วยการโทรติดต่อ, ส่งข้อความ, ฟังเพลงผ่าน Apple Music, และค้นหาเส้นทางผ่าน Apple Maps ด้วยระบบสั่งการแบบเสียง Siri
    • Android Auto สะดวกสบายกว่าในการใช้สมาร์ทโฟนบนรถ โดยพูดว่า "Ok Google" เพื่อใช้ Google Maps, Google Play Music, มิเดีย, และแอพพลิเคชั่นส่งข้อความ
    หมายเหตุ: Apple CarPlay, iPhone และ Siri เป็นเครื่องหมายทางการค้าของ Apple Inc.
    หมายเหตุ: Android และ Android Auto เป็นเครื่องหมายทางการค้าของ Google LLC.
    กระบะกว้างเพื่อการบรรทุก
    ความกว้างขนาด 1,370 มม. ของกระบะท้าย สัมพันธ์กับส่วนสูงของฝากระบะที่สูงเพียง 734 มม.1 - (วัดจากพื้นถึงท้ายกระบะ) - ทำให้ง่ายต่อการขนถ่ายสิ่งของทั้งขึ้นและลง นอกจากนั้น ความยาวของกระบะท้ายที่เพิ่มขึ้นก็ทำให้สามารถบรรทุกของได้มากขึ้น (ความยาว 2,345 มม. ในรุ่น สแตนดาร์ด แค็ป, 1,834 มม. ในรุ่น ฟรีสไตล์ แค็ป และ 1,571 มม. ในรุ่น ดับเบิ้ล แค็ป)
    *ในรุ่น 4x2 สแตนดาร์ด แค็ป ใช้ยางขนาด 215/70R15 ส่วนรุ่น 4x4 ดับเบิ้ล แค็ป มีความสูงจากพื้นถึงกระบะที่ 833 มม. ใช้ยางขนาด 265/60R18)
    All-New Mazda BT-50 มีให้เลือก 2 เครื่องยนต์ 
    เครื่องยนต์ดีเซล ขนาด 3 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 190 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 450 นิวตัน-เมตร มาพร้อมระบบหัวฉีดน้ำมันแรงดันสูง 250 MPa ให้ละอองน้ำมันละเอียด และการเผาไหม้ที่สมบูรณ์ และ VGS เทอร์โบที่ควบคุมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ มีการเคลือบฉนวนที่ลูกสูบและเกียร์ Double-scissors ที่ช่วยลดเสียงรบกวน สิ่งเหล่านี้ถูกรวมอยู่ในเครื่องยนต์จึงทำให้สามารถเพิ่มแรงบิดในรอบต่ำ ให้สมรรถนะการขับขี่ที่ทรงพลัง มีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันต่ำ และช่วยลดเสียงรบกวน ถูกวางอยู่ในรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ ที่สามารถปรับเปลี่ยนจากการขับเคลื่อนแบบ 2 ล้อ เป็นระบบขับเคลื่อนแบบ 4 ล้อ
    เครื่องยนต์ดีเซล ขนาด 1.9 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 150 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 350 นิวตัน-เมตร มาพร้อมระบบควบคุมการฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงที่ทำงานได้อย่างแม่นยำ ระบบหล่อเย็น EGR ถูกติดตั้งมาในฝาสูบ พร้อม Water Jacket ช่องทางระบายความร้อนด้วยน้ำภายในเสื้อสูบและฝาสูบในท่อทางเดิน EGR ซึ่งเครื่องยนต์นี้ให้การประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง มีความเงียบและทนทาน และสมรรถนะการขับขี่ที่ทรงพลัง ให้แรงบิดสูงตั้งแต่รอบเครื่องยนต์ต่ำ โดดเด่นด้วยอัตราประหยัดน้ำมันที่ดีที่สุดในคลาสกับตัวเลข 16.1 กิโลเมตร/ลิตร* จึงเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ถูกวางอยู่ในรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ ซึ่งเครื่องยนต์ทั้ง 2 ขนาด รองรับน้ำมันได้ถึง B20 
    ตัวกรองน้ำมันเชื้อเพลิงถูกนำมาใช้กับเครื่องยนต์ เพื่อช่วยกรองน้ำและสิ่งปนเปื้อนอื่นๆ ออก ซึ่งจะทำให้เครื่องยนต์ทนทานต่อน้ำมันเชื้อเพลิงคุณภาพต่ำมากยิ่งขึ้น
    ระบบส่งกำลังของ All-New Mazda BT-50 มีให้ 2 ทางเลือก กับเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ให้อัตราเร่งที่ต่อเนื่อง จังหวะการเปลี่ยนเกียร์นุ่มนวล และสามารถเลือกเปลี่ยนเป็นโหมดแมนนวลได้เพื่อเพิ่มความแม่นยำ ขับสนุก และตอบสนองได้รวดเร็วยิ่งขึ้น อีก 1 ทางเลือกกับเกียร์ธรรมดา 6 สปีด ที่ออกตัวได้แรง ให้กำลังฉุดลากสูงในทุกช่วงความเร็ว เข้าเกียร์ง่ายและแม่นยำยิ่งขึ้น ผสานการทำงานกับระบบขับเคลื่อนที่มี 2 ทางเลือก ทั้งระบบขับเคลื่อน 2 ล้อ และระบบขับเคลื่อน 2 ล้อแบบยกสูง ซึ่งเป็นรุ่น Hi-Racer ตอบโจทย์การขับขี่ได้ทั้งในเมืองและนอกเมือง 
    ระบบขับเคลื่อนแบบ 4x4
    อีกหนึ่งทางเลือกกับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ที่ใช้เพลาขับที่ทำจากอลูมิเนียมจึงทำให้มีน้ำหนักเบาขึ้น รองรับการขับขี่ใบรูปแบบออฟโรดด้วยระบบ Electronic Diff-lock ที่เฟืองท้าย อีกทั้งรุ่น Hi-Racer และรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ สามารถลุยน้ำได้สูงถึง 800 มิลลิเมตร 
    All-New Mazda BT-50 มีโครงสร้างตัวถังที่ผลิตขึ้นจากเหล็กกล้าที่ทนต่อแรงดึงสูง (High Tensile Steel) แข็งแกร่งกว่าเหล็กธรรมดา ซึ่งจะช่วยเพิ่มความปลอดภัยและลดการสั่นสะเทือนรวมถึงเสียงรบกวนจากภายนอก เพิ่มเสถียรภาพในการขับขี่ด้วยระบบช่วงล่างด้านหน้าแบบอิสระปีกนก 2 ชั้น กับคอยล์สปริงที่ช่วยเพิ่มความนุ่มสบาย ซับแรงกระแทกที่จะเข้าสู่ห้องโดยสาร พร้อมเหล็กกันโคลงหน้าช่วยเพิ่มเสถียรภาพการทรงตัว ชุดแหนบด้านหลังที่เพิ่มความสามารถในการบรรทุก 
    ฟังก์ชันการใช้งาน - สนุกกับกิจกรรมที่ท้าทายอย่างชาญฉลาด
    BT-50 ใหม่ มาพร้อมกับฟังก์ชันอันหลากหลายที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายและง่ายต่อการใช้งาน รวมถึงพวงมาลัยปรับระดับได้ 4 ทิศทาง กุญแจรีโมทอัจฉริยะ ที่สามารถสตาร์ทเครื่องยนต์ด้วยรีโมทและมีฟังชั่นเปิดไฟในห้องโดยสารอัตโนมัติ (Welcome Light) และฟังก์ชันล็อกรถอัตโนมัติเมื่อกุญแจออกห่างจากตัวรถ (Walk-away Lock) ของระบบกุญแจอัจฉริยะ  รวมถึงมือจับที่ช่วยให้ผู้โดยสารแถวหลัง ขึ้นและลงจากรถได้อย่างสะดวกสบายยิ่งขึ้น 
    ประสิทธิภาพการขับขี่บนถนนขรุขระ
    ระบบ TCS ที่ช่วยในการป้องกันล้อหมุนฟรี ช่วยควบคุมกำลังขับที่เหมาะสม และให้ความคล่องแคล่วเมื่อขับขี่บนพื้นผิวขรุขระเพิ่มการควบคุมที่แม่นยำ และช่วยเพิ่มความปลอดภัยและสามารถขับขี่ได้ราบรื่นยิ่งขึ้น ไม่เพียงแต่บนพื้นถนนที่เปียกหรือปกคลุมด้วยหิมะเท่านั้น แต่ยังรวมถึงพื้นถนนที่เป็นกรวดหรือโคลนที่เป็นอุปสรรคต่อการขับขี่
    ประสิทธิภาพการขับลุยน้ำ
    ท่ออากาศหลักถูกติดตั้งอยู่ด้านหน้าเหนือแผงด้านบนของหม้อน้ำ และมีโครงสร้างที่ช่วยให้ช่องว่างรอบท่อปิดสนิท เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำเข้าสู่ระบบท่ออากาศ จึงทำให้รถปิกอัพมาสด้า BT-50 สามารถขับลุยน้ำได้ถึง 800 มิลลิเมตร1
    *สำหรับรุ่นยกสูง ส่วนรุ่นมาตรฐานสามารถขับลุยน้ำได้ถึง 400 มม.
    การป้องกันสนิม - มีการเคลือบกันสนิมที่พื้นด้านล่างของรถเพื่อป้องกันไม่ให้ตัวถังเกิดสนิม และยังมีการใช้แว็กซ์เพื่อป้องกันสนิมอีกด้วย
    บำรุงรักษาง่าย - การใส่ลูกปืนในชุดดุมล้อหน้าทำให้ใช้งานได้โดยไม่ต้องบำรุงรักษา
    โครงสร้างตัวถังแข็งแรง - 46% ของโครงสร้างตัวถังผลิตขึ้นจากเหล็กกล้าทนแรงดึงสูง (High-tensile steel) เกรด 390 - 980 เมกะปาสกาล (MPa) ผสานกับการใช้โครงสร้างขนาดใหญ่ทำให้ตัวถังและหลังคามีความแข็งแรงสูงแต่มีน้ำหนักน้อยลง ด้วยการปรับคุณสมบัติของยางรองตัวถังที่ช่วยยึดห้องโดยสารไว้กับโครงแชสซีจึงทำให้มีเสถียรภาพในการขับขี่ที่ดีขึ้นช่วยลดเสียงรบกวน ลดการสั่นสะเทือนและความกระด้าง (Noise, Vibration and Harshness หรือ NVH) ได้เป็นอย่างดี
    ระบบช่วงล่าง
    ด้วยระบบช่วงล่างด้านหน้าแบบอิสระปีกนกคู่ (Double-Wishbone) และชุดแหนบ (Leaf Spring) ทำให้ช่วงล่างของรถปิกอัพมาสด้า BT-50 สามารถให้การควบคุมรถอย่างมีเสถียรภาพและขับขี่สะดวกสบายยิ่งขึ้น ในรุ่น ยกสูง ยังได้มีการเสริมตัวยึดด้านหน้ากันโคลง เพื่อเพิ่มความสมดุลให้กับตัวรถมากขึ้น
    ระบบพวงมาลัย - มีรัศมีวงเลี้ยวต่ำสุดถึง 6.1 เมตร1 ซึ่งทำให้รถปิกอัพมาสด้า BT-50 ง่ายต่อการเลี้ยว โดยในรุ่นยกสูง จะให้การบังคับที่นุ่มนวลและมีความคล่องตัวยิ่งขึ้น 
    *ในรุ่นยกสูง สำหรับรุ่นมาตรฐาน มีรัศมีวงเลี้ยวต่ำสุดอยู่ที่ 6.0 เมตร
    ประสิทธิภาพในการลดเสียงรบกวน ลดการสั่นสะเทือน และลดความกระด้าง (NVH)
    การติดตั้งแผงคอนโซลกลางที่ยึดกับพื้นตัวถังและการติดตั้งแผงคอนโซลหน้าได้รับการปรับให้เหมาะสมเพื่อลดการสั่นสะเทือนที่ส่งมาจากโครงแชสซี มีการติดตั้งโฟมเข้าไปภายในเสาแต่ละต้นเพื่อช่วยดูดซับเสียงจากแผงประตูด้านข้าง รวมไปถึงพรมปูพื้นและฉนวนได้ถูกผลิตขึ้นเป็นชิ้นเดียวกันทำให้สามารถดูดซับเสียงได้อย่างดีเยี่ยม รถปิกอัพมาสด้า BT-50 ได้ใช้มาตรการดังกล่าวเพื่อพัฒนาให้ห้องโดยสารเงียบมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด นอกจากนี้ แผงหน้าปัดยังติดตั้งอยู่กับตัวถังโดยตรงเพื่อลดการสั่นสะเทือนที่ส่งไปยังพวงมาลัย
    ระบบเบรก - ดิสก์เบรกหน้าสำหรับรถปิกอัพ มาสด้า BT-50 มีทั้งหมด 2 ขนาด ได้แก่ ขนาด 17 และ 15 นิ้ว ในขณะที่ด้านหลังใช้ดรัมเบรกขนาด 15 นิ้ว ซึ่งจากการปรับตั้งทำให้สามารถหยุดล้อได้อย่างยอดเยี่ยม และการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของหม้อลมเบรก ก็ช่วยเพิ่มความมั่นใจในการควบคุมเบรก
    เทคโนโลยีความปลอดภัย
    ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน ABSM เป็นระบบเซ็นเซอร์เพื่อตรวจจับเมื่อมีรถเคลื่อนที่เข้ามาทางด้านหลังเมื่อเปลี่ยนเลน โดยระบบจะส่งสัญญาณเตือนบนกระจกเพื่อช่วยเพิ่มความปลอดภัย ซึ่งเป็นเซ็นเซอร์ตัวเดียวกันที่ใช้กับระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง (RCTA) ที่ช่วยส่งสัญญาณเตือนคนขับเมื่อตรวจพบว่ามีรถยนต์กำลังเคลื่อนที่เข้ามาจากทางด้านหลัง
    ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน Hill Descent Control (HDC) ระบบควบคุมเครื่องยนต์และเบรกเพื่อควบคุมอัตราเร่งและรักษาความเร็วเมื่อขับรถลงทางลาดชัน ช่วยให้ผู้ขับขี่มีสมาธิในการควบคุมพวงมาลัย และมั่นใจยิ่งขึ้นเมื่อขับรถลงจากทางลาดชัน
    ระบบช่วยออกตัวรถขณะอยู่บนทางลาดชัน (HLA) เมื่อคนขับยกเท้าออกจากแป้นเบรกเพื่อเร่งเครื่องยนต์จากจุดออกตัวบนทางลาดชัด ระบบเบรกจะยังคงทำงานเพื่อป้องกันไม่ให้รถไหลไปข้างหลัง เพื่อช่วยให้การขับขี่ปลอดภัยมากยิ่งขึ้น
    ระบบช่วยจอด Parking Aid เซ็นเซอร์ 4 ตัวบนกันชนด้านหน้าและด้านหลังจะช่วยกะระยะห่างระหว่างรถกับวัตถุ โดยระบบจะส่งเสียงแจ้งเตือนผู้ขับขี่เมื่อรถเคลื่อนเข้าไปใกล้วัตถุจนถึงระยะห่างที่กำหนด
    ไฟหน้าแบบ LED ไฟหน้าสูงและต่ำเป็นแบบหลอด LED ให้ลำแสงสีขาวสว่างช่วยให้มองเห็นชัดเจนยิ่งขึ้นเมื่อขับขี่ในเวลากลางคืนและช่วยประหยัดพลังงาน  
    ระบบถุงลมนิรภัย SRS นอกจากถุงลมนิรภัยฝั่งคนขับและฝั่งผู้โดยสารที่เป็นอุปกรณ์ความปลอดภัยขั้นพื้นฐานแล้ว รถปิกอัพมาสด้า BT-50 ใหม่ ยังมาพร้อมม่านถุงลมนิรภัยและถุงลมนิรภัยด้านข้าง ที่ช่วยลดอันตรายที่อาจจะเกิดกับศีรษะและหน้าอกของผู้ขับและผู้โดยสาร ซึ่งรถรุ่นนี้มาพร้อมกับถุงลมนิรภัยรวมสูงสุด 6 ตำแหน่ง
    การป้องกันผู้โดยสาร เบาะนั่งด้านหน้าถูกออกแบบมาเพื่อช่วยลดความรุนแรงจากการบาดเจ็บที่คอเมื่อเกิดการชนท้าย และยังมีเซ็นเซอร์แจ้งเตือนให้คาดเข็มขัดนิรภัยด้านหน้า ที่ช่วยเตือนให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารคาดเข็มขัดนิรภัย
    All-New Mazda BT-50 ตอบสนองการใช้งานในทุกรูปแบบตัวถัง
    All-New Mazda BT-50 ตอบสนองการใช้งานในทุกรูปแบบ จึงมีให้เลือก 3 รูปแบบตัวถัง ได้แก่ รุ่น Standard Cab (STD) หรือกระบะตอนเดียวที่จะช่วยให้การบรรทุกของหนักเป็นเรื่องง่าย รุ่น Freestyle Cab (FSC) หรือกระบะตอนครึ่งรุ่นแค็ปเปิดได้ที่ตอบรับทุกการใช้งาน และรุ่น Double Cab (DBL) หรือรุ่น 4 ประตู ที่ตอบสนองกับไลฟ์สไตล์ได้หลากหลาย ซึ่งได้ติดตั้งระบบเบรก ABS ระบบกระจายแรงเบรก EBD และระบบช่วยเบรก BA รวมถึงถุงลมนิรภัยคู่หน้าเป็นอุปกรณ์มาตรฐานในทุกรุ่นย่อย ส่งผลให้ All-New Mazda BT-50 มีสมรรถนะการขับขี่และความปลอดภัยสูงตั้งแต่รุ่นเริ่มต้น
    ในรุ่น Hi-Racer และรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ มาพร้อมระบบควบคุมเสถียรภาพและการทรงตัวของรถ DSC ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีและควบคุมการลื่นไถล TCS ระบบสัญญาณไฟฉุกเฉินเตือนอัตโนมัติเมื่อเบรกกะทันหัน ESS ระบบช่วยการออกตัวของรถขณะอยู่บนทางลาดชัน HLA ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน HDC และติดตั้งถุงลมนิรภัยสูงสุดถึง 6 ตำแหน่ง เพิ่มความมั่นใจในการเข้าจอดด้วยระบบเซ็นเซอร์กะระยะด้านหน้าและด้านหลังรวมสูงสุด 8 ตำแหน่ง พร้อมกล้องมองหลัง 
    สำหรับรุ่น DBL Hi-Racer และรุ่น DBL ขับเคลื่อน 4 ล้อ ใส่เทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูงของมาสด้ากับระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน (ABSM) และระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง (RCTA) เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้มากยิ่งขึ้น
    สีภายนอกมีให้เลือกถึง 6 สี ได้แก่ สีน้ำเงิน กันบลู (Gunblue) สีเทา คอนกรีต เกรย์ (Concrete Gray) สีแดง เรด โวคาโน (Red Volcano) สีดำ ทรู แบล็ก (True Black) สีขาว ไอซ์ ไวท์ (Ice White) และสีเงิน อิงกอท ซิลเวอร์ (Ingot Silver)  
    All-New Mazda BT-50 ราคา 14 รุ่นย่อยดังนี้  
    Standard Cab (STD)  1.9 E ราคา 553,000 บาท
    Freestyle Cab (FSC)
    Double Cab (DBL)
    4WD 
    • 3.0 SP ราคา 1,118,000 บาท
    • 3.0 SP 6AT ราคา 1,153,000 บาท
    พบกับข้อเสนอสุดพิเศษช่วงเปิดตัวแนะนำกับดอกเบี้ยต่ำสุด 1.99%1 ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี ฟรีค่าแรงเช็กระยะ 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร All-New Mazda BT-50 พร้อมให้ทุกท่านได้ทดลองขับขี่และเปิดรับจองแล้ววันนี้ที่โชว์รูมมาสด้าทั่วประเทศ
    หมายเหตุ : 
    • ดาวน์ 25%, ผ่อนนาน 48 เดือน
    • บริษัทประกันภัยที่ร่วมโครงการ ได้แก่ (1) บมจ. วิริยะประกันภัย (2) บมจ. ธนชาตประกันภัย (3) บมจ. ประกันภัยไทยวิวัฒน์
    • ฟรีค่าแรงการบำรุงรักษา 5 ปี หรือ 10 ครั้ง ทุก 6 เดือน หรือ ทุก 10,000 กิโลเมตร ตั้งแต่ 10,000 - 100,000 กิโลเมตร
    เงื่อนไขเพิ่มเติม : 
    เงื่อนไขการพิจารณาสินเชื่อเป็นไปตามข้อกำหนดของ บมจ. ธนาคารทิสโก้ และ บมจ. ธนาคารธนชาต เท่านั้น
    ข้อเสนอดังกล่าวสำหรับผู้เช่าซื้อที่ผ่านการอนุมัติตามเงื่อนไขของ บมจ.ธนาคารทิสโก้ และ บมจ.ธนาคารธนชาต ที่จองและออกรถ ตั้งแต่วันที่ 21 มกราคม - 28 กุมภาพันธ์ 2564 เท่านั้น

    แท็กที่เกี่ยวข้อง :

    ข่าว-โปรโมชั่นล่าสุดอื่นๆ

    สนใจทดลองขับ