• รถยนต์ใหม่
  • รถยนต์ใหม่
  • ค้นหาแบบละเอียด
  • ขับ Ford Everest ลุย "ลาวใต้" สัมผัสพลังขับเคลื่อนที่สมบูรณ์แบบ ใน "Extraordinary Adventure" (Test Drive Review)

    26 ธ.ค. 60 3,772
    ขับ Ford Everest ลุย "ลาวใต้" สัมผัสพลังขับเคลื่อนที่สมบูรณ์แบบใน "Extraordinary Adventure"
    ฟอร์ด เปิดประสบการณ์ให้สื่อมวลชนได้ลองของกับการขับ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ (Ford Everest) ลุยแดนลาวใต้ ข้ามลำธาร ชมธรรมชาติ พร้อมตั้งแคมป์ในป่าท่ามกลางธรรมชาติใน "Extraordinary Adventure" 3 วัน 2 คืน อุบลฯ ช่องเม็ก สู่ลาวใต้  

    เส้นทางลาดยางแบบโหดๆ หน่อย
    ในทริปนี้มีรถยนต์  ฟอร์ด เอเวอเรสต์  (Ford Everest) 12 คัน กับสื่อมวลชน 48 คน พร้อมทีมงานฟอร์ดและผู้นำทางรวมกว่า 50 คน โดยเริ่มจากจุดสตาร์ท ณ สนามบินจังหวัดอุบลราชธานี ผ่านด่านช่องเม็ก ไปยังเมืองปากเซ ประเทศลาว พร้อมกับการขับผ่านเส้นทางธรรมชาติ ทั้ง หิน กรวด ลูกรัง โคลน เพื่อทดสอบระบบขับเคลื่อน 4 ล้อของ  ฟอร์ด เอเวอเรสต์ (Ford Everest) และสิ้นสุดการเดินทางในวันแรกที่น้ำตกแซปองไหล และกางเต้นท์นอนสัมผัสธรรมชาติกันที่นี่ 

    เส้นทางธรรมชาติจริงๆ 

    ผ่านฝุ่นแดงและลำธาร

    ขับเข้าป่าก่อนออกสู่น้ำตกแซปองไหล

    เส้นทางฝุ่นตลบสุดๆ

     ฟอร์ด เอเวอเรสต์ไปได้สบายๆ 

    ความงามของน้ำตกแซปองไหล

    มุมสูงยิ่งสวย

    ถ่ายคู่กับน้ำตกซะหน่อย

    กางเต้นริมลำธาร

    บรรยากาศดีสุดๆ

    แคมป์ปิ้งยามค่ำคืนกับอากาศเย็นสบาย
    วันที่สองออกเดินทางลุยป่า 300 เมตรจากจุดกางเต้นท์ ชมน้ำตกแซพระที่อยุ่ไม่ไกล ดื่มด่ำธรรมชาติก่อนเดินทางต่อไปยังน้ำตกตาดฟาน โดยระหว่างทางแวะทำกิจกรรมและร่วมบริจากสิ่งของจำเป็นแก่ชุมชนและนักเรียน โรงเรียนสมบูนไชย ดอนโขง ซึ่งในจุดน้ำตกตาดฟานจะมีกิจกรรมพิเศษสุดคือ Zip Line ที่ต้องโหนตัวกับสลิงไปตามหุบเขาต่างๆ  หลังจากนั้นจึงเดินทางชมวิถีชีวิตชนเผ่า "ตะโอย" ณ อิตู้ รีสอร์ท จุดหมายของวันทีสอง

    ตื่นเช้าชมน้ำตกแซพระ

    ถ่ายรูปคู่น้ำตกแซพระตามธรรมเนียม

    ลุยลำธารต่อ

    ฝูงฟอร์ดเอเวอเรสต์คลุกฝุ่นต่อไป

    ดำน้ำเล่น

    หมอกหรือควันก็ไม่ใช่เพราะมีแต่ฝุ่นล้วนๆ

    ลุยเพื่อกิจกรรมสังคม ณ โรงเรียนสมบูนไชย ดอนโขง บริจารสิ่งของจำเป็นแก่เด็กๆ 

    คุณ "กิ๋ง" ศุภรางศุ์ อนุชปรีดา ผู้อำนายการฝ่ายสื่อสารองค์กร ฟอร์ด ประเทศไทย เจ้าของโปรเจคทริปสุดมันนี้

    ถึงน้ำตกตาดฟานแล้ว

    มาแล้วต้องลอง!

    กิจกรรมที่เสียวที่สุด Zip Line  

    ครั้งแรกในชีวิต สูงมากๆ 

    น้ำตกสูงกว่า 120 เมตร
    zipline เป็นการโหนสลิงข้ามผ่านหุบเขาและน้ำตกสูงกว่า 220 เมตร โดยมีกันทั้งหมด 4 เส้น เส้นที่ 1 ยาว 470 เมตร ความสูง ประมาณ 220 เมตร เส้นที่ 2 ยาว 150 เมตร ความสูง ประมาณ 60 เมตร เส้นที่ 3 ยาว 200 เมตร ความสูง ประมาณ 70 เมตร มาถึงตรงนี้ก่อนไปเส้นที่ 4 นั้น ต้องเดินเท้าเล็กน้อยไต่ระดับความสูงตามไหล่เขาไปเรื่อยๆ ราว 50 เมตร ก่อนถึงจุดปล่อยตัวสุดท้าย ที่มีความยาวประมาณ 200 เมตร นับเป็นประสบการณ์ที่ประทับใจทุกคนที่ได้ลองครับ
    ต่อจากเล่นเสียวมาแล้วก็เข้าสู่การชมหมู่บ้านวิถีชนเผา "ตะโอย" ซึ่งเน้นการปลูกผลไม้ เลี้ยงสัตว์ โดยเฉพาะกาแฟนับเป็นอีกแหล่งใหญ่ของกาแฟลาวก็ว่าได้ 

    เมล็ดกาแฟที่สามารถเด็ดชิมสดๆ ได้จากต้น

    เข้าที่พักใน อิตู้ รีสอร์ท 

    น้ำตก "อิตู้" แปลว่า ควายชนิดที่มีเขางอกไปด้านหน้าและมักพบเจอบริเวณนี้ จึงเป็นที่มาของชื่อน้ำตกแห่งนี้ครับ
    วันที่สามออกเดินทางสู่ปราสาทหินวัดพู ชมความงดงามที่เรียกว่า ภูเกล้า โบราณสถานสำคัญที่ได้รับการขึ้นทะเบียน UNESCO ให้เป็นมรดกโลกในปี 2544 มีอายุกว่า 1,000 ปี และยังเป็นสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ และเป็นแหล่งอารยธรรมโบราณ 3 สมัยคือ อาณาจักรเจนละ, ขอม และล้านช้าง หลังจากเยี่ยมชมโบราณสถานอันสำคัญปราสาทหินวัดพูแล้ว ก็เดินทางต่อไปยังเมืองปากเซ ผ่านด่านที่ช่องเม็กและกลับสู่จังหวัดอุบลราชธานีอีกครั้งโดยสวัสดิภาพ

    รถซุ่มของชาวบ้าน

    วิถีชาวบ้าน

    มีด่านค่าบริการนิดหน่อย

    มาถึงต้องแวะชิมก่อน

    ทางขึ้นอันสูงชัน

    มุมสูงบนยอดปราสาทวัดพูเดินเหนื่อยเอาเรื่องเลย

    ด้านบนสุดยังมีถ้ำเล็กที่มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของชาวลาว

    น้ำที่หยดจากหินในถ้ำเชื่อว่าเป็นน้ำมนต์

    สาวๆ ชาวลาวนิยมมาเที่ยวที่นี้

    เดินทางกลับสู่สนามบินจังหวัดอุบลราชธานี

    ของเต็มลำคนเต็มรถ 4 คนต่อ 1 คัน เดินทางได้สบายๆ 
    การเดินทางในครั้งนี้ใช้ระยะทางรวมๆ กว่า 2,000 กิโลเมตร จากสนามบินอุบลราชธานี สู่จุดที่ไกลที่สุดในลาวใต้คือ น้ำตกแซปองไหลและน้ำตกแซพระ ด้วยเส้นทางสุดกันดาร ถนนหนทางนั้นคล้ายต่างจังหวัดในไทยย้อนไปกว่าสิบกว่าปี แม้จะเป็นถนนแค่ชานเมือง แต่ว่าอยู่ในระหว่างก่อสร้าง แม้ลาดยางดำก็ยังมีหลุมบ่อไซต์ยักษ์มากมายให้ค่อยหลบบ้าง ซึ่งสมรรถนะของฟอร์ด เอเวอเรสต์ (Ford Everest) ที่มีกำลัง 200 แรงม้า จากเครื่องดีเซล 3.2 ลิตร ขับได้อย่างสบายๆ และระบบการขับเคลื่อนต่างๆ ทั้งโหมดขับเคลื่อน 4 ล้ออัตโนมัติที่ตอบสนองได้ดี ช่วยในการขับขี่ในทางฝุ่น ลูกรัง ให้ความปลอดภัยมากขึ้น
    สำหรับเส้นทางที่ต้องลุยลำธารหรือโขดหินก้อนโต ก็เพียงปรับไปที่ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ แบบ 4L ก็สามารถขับผ่านไปอย่างสบาย นับว่าโหมดการขับขี่รูปแบบต่างๆ ใช้งานง่ายและช่วยให้ผู้ขับขี่ที่มีประสบการณ์ไม่สูงนักผ่านอุปสรรคไปได้อย่างปลอดภัย นอกจากสมรรถนะที่ดีเยี่ยมแล้ว ฟอร์ด เอเวอเรสต์ (Ford Everest) ยังให้ความประหยัดน้ำมันเกินคาด จากน้ำมัน 1 ถัง ตลอดทริปนี้เมื่อกลับสู่จุดเริ่มต้นสัญญาณเตือนน้ำมันโชว์ขึ้น แต่ก็ยังสามารถขับได้ระยะทางอีก 100 กว่ากิโลเมตร! เรียกว่าตลอดทริปรถแทบทุกคันไม่ได้เติมน้ำมันระหว่างทางเลย

    ข้างหลังสบายแค่ไหนฟ้องด้วยภาพ!

    "เปิดใจเปิดประสบการณ์ใหม่กับ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ เพื่อให้ทุกการเดินทางเป็นการผจญภัยที่สนุกไร้ขีดจำกัด" 
    ขอบคุณฟอร์ด ประเทศไทย ที่จัดทริปสุดมันครบรสชาติ มา ณ ที่นี้   
    ดูราคา-สเปค และโปรโมชั่น Ford Everest ทุกรุ่น

    ข่าว-โปรโมชั่นล่าสุดอื่นๆ

    สนใจทดลองขับ