รู้จักเช็คราคา|ติดต่อเรา

เลือกซื้อรุ่นไหนดี? iPad Pro 11 VS iPad Air 5 VS iPad Gen 9 กับโจทย์ใช้เรียน ทำงาน และหาเงินออนไลน์

11 ส.ค. 65 758
เลือกซื้อรุ่นไหนดี? iPad Pro 11 VS iPad Air 5 VS iPad Gen 9 กับโจทย์ใช้เรียน ทำงาน และหาเงินออนไลน์
"เลือก iPad รุ่นไหนดี? " คำถามยอดนิยมที่หลายคนมีอยู่ในใจ เพราะต้องยอมรับว่า "iPad" กลายเป็นไอเท็มเทคโนโลยีชิ้นสำคัญของหลายคนไปแล้ว ไม่ว่าจะอยู่วัยเรียน วัยทำงาน หรือแม้แต่สูงวัยก็ถูกใจในความสามารถของแท็บเล็ตที่ทาง Apple ตั้งชื่อให้ว่า "iPad" กัน
แต่ในปัจจุบัน Apple ได้มีการเปิดตัว iPad ออกมาด้วยกันทั้งหมด 4 ไลน์โปรดักส์ พร้อมกับปรับสเปกใหม่มีความคุ้มค่ามากขึ้นจนทำให้หลายคนลังเลใจมากว่า "จะเพิ่มอีกนิด" หรือ "เก็บเงินไปซื้ออุปกรณ์เสริม" ดี
ดังนั้นครั้งนี้ผมจึงมีเทคนิคการเลือกซื้อ iPad ให้คุ้มค่า โดนใจ และใช้งบคุ้มที่สุดมากฝากกันครับ โดยขอหยิบมาแนะนำกัน 3 รุ่นยอดนิยมนะครับ เพราะ iPad Mini เขามีกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจนอยู่แล้ว ถ้าพร้อมแล้วก็เตรียมโดนป้ายยาได้เลยครับ!

เปรียบเทียบ OVERALL COMPARE
เรามาเริ่มกันที่สเปกตัวเครื่องของทั้งสามรุ่นกันก่อนว่าแตกต่างกันอย่างไรบ้าง เพื่อที่จะได้มองภาพรวมของทั้งสามรุ่นออกว่าทาง Apple ตั้งใจวางตำแหน่งทางการตลาดของทั้งสามรุ่นไว้อย่างไรกันบ้างครับ
Specification iPad Pro 11" iPad Air Gen 5th iPad Gen 9th
DISPLAY
Liquid Retina Display
LED IPS ขนาด 11 นิ้ว
ความละเอียด 2388x1668 พิกเซล
ความสว่าง 600 nits
(Adaptive refresh rate 120Hz | True Tone)
Liquid Retina Display
LED IPS ขนาด 10.9 นิ้ว 
ความละเอียด 2360x1640 พิกเซล
ความสว่าง 500 nits
(Refresh rate 60Hz | True Tone)
Retina Display
LED IPS ขนาด 10.2 นิ้ว
ความละเอียด 2160x1620 พิกเซล
ความสว่าง 500 nits
(Refresh rate 60Hz | True Tone)
CPU Apple M1 | Neural Engine 16 Core Apple M1 | Neural Engine 16 Core Apple A13 Bionic | Neural Engine 8 Core
RAM | ROM RAM : 8 / 16GB
ROM : 128/256/512GB || 1/2TB
RAM : 8 GB
ROM : 64/256GB 
RAM : 8 GB
ROM : 64/256GB 
Main Camera
กล้องไวด์ ความละเอียด 12MP
กล้องอัลตร้าไวด์ ความละเอียด 10MP
กล้องไวด์ ความละเอียด 12MP กล้องไวด์ ความละเอียด 8MP
Front Camera กล้องหน้า TrueDepth (ใช้สแกนปลดล็อคหน้าจอ) พร้อมกล้องอัลตราไวด์ 12MP กล้องหน้าอัลตราไวด์ ความละเอียด 12MP กล้องหน้าอัลตราไวด์ ความละเอียด 12MP
Carrier 5G, WiFi 6 5G, WiFi 6 4G LTE, WiFi 5
Apple Pencil Support Apple Pencil Gen 2 Support Apple Pencil Gen 2 Support Apple Pencil Gen 1
Price 
Wi-Fi
128GB | ฿27,900
256GB | ฿31,400
512GB | ฿38,400
1TB | ฿52,400
2TB | ฿66,400

Wi-Fi + Cellular
128GB | ฿32,900
256GB | ฿36,400
512GB | ฿43,400
1TB | ฿57,400
2TB | ฿71,400
 
Wi-Fi
64GB | ฿20,900
256GB | ฿25,900

Wi-Fi + Cellular
64GB | ฿25,900
256GB | ฿30,900 
Wi-Fi
64GB | ฿11,400
256GB | ฿16,900

Wi-Fi + Cellular
64GB | ฿16,400
256GB | ฿21,900

4 ความแตกต่างที่ต้องนำไปคิด

จากสเปกตัวเครื่องด้านบน เราก็จะเห็นได้ชัดเลยว่าทั้งสามรุ่นมีจุดแตกต่างสำคัญ! อยู่ 4 จุดใหญ่ ๆ ซึ่งเราสามารถหยิบข้อแตกต่างนี้ไปใช้เป็นตัวกำหนดได้ว่า ไลฟ์สไตล์ของเราควรจะซื้อ iPad รุ่นไหนมาใช้งาน เพื่อตอบโจทย์มากที่สุดและใช้งบประมาณที่คุ้มค่าที่สุด โดยสำหรับจุดแตกต่างทั้ง 4 จุด จะมีดังนี้ครับ
1. หน้าจอแสดงผล
หน้าจอแสดงผลของทั้งสามรุ่นนอกจากขนาดที่แตกต่างกันแล้ว ในรายละเอียดของคุณสมบัติหน้าจอแสดงผลยังเป็นอีกจุดที่แตกต่างกันพอสมควร โดยในรุ่น iPad Pro 11 นิ้ว จะเป็นรุ่นเดียวจากสามรุ่นที่หยิบมาเปรียบเทียบ ที่มีการใส่เทคโนโลยี Pro-Motion หรือ Adaptive refresh rate 120Hz เข้ามา ดังนั้นใครที่ต้องการความสมูธของหน้าจอเพื่อใช้ทำงาน ก็จะมีคำตอบทันทีเลยว่า "iPad Pro 11 นิ้ว " เท่านั้นที่ต้องการ
ในขณะที่ iPad Air 5 และ iPad Gen9th ถึงมีจะสเปกน่าจะหน้าจอแสดงผลที่ใกล้เคียงกัน แต่ในรายละเอียดเล็ก ๆ กลับมีความแตกต่างกันอยู่ โดย iPad Air 5 ทาง Apple จะมีการเคลื่อบสารกันสะท้อนมาให้บนหน้าจอ และเป็นจอภาพแบบ Full Lamination หรือเป็นจอภาพที่ชั้นของกระจกและแผงหน้าจอติดกันส่วน iPad Gen9th จะไม่ได้คุณสมบัติทั้งหมดที่กล่าวมา ดังนั้นใครที่ต้องพกพาไปใช้งานนอกสถานที่เป็นประจำ ผมก็แนะนำว่า iPad Air 5 น่าจะตอบโจทย์ได้ดีกว่าครับ                                                                                                        
2. ชิปประมวลผลและหน่วยความจำ 
มากันที่เรื่องของชิปประมวลผลและหน่วยความจำกันบ้าง โดยในด้านของชิปประมวลผลจะมีเพียง iPad Gen9th เท่านั้น ที่ใช้ชิปประมวลผล Apple A13 Bionic นอกนั้นจะใช้ชิปตัวแรงอย่าง Apple M1 ที่ถูกใช้อยู่บน MacBook โดยถ้ามองกันที่เรื่องของผลลัพธ์การใช้งาน ถ้าหากคุณไม่ได้ใช้งานแอปพลิเคชั่นที่ต้องการทรัพยากรตัวเครื่องสูง อย่างเช่น โปรแกรมตัดต่อวีดีโอ, ตัดต่อภาพต่าง ๆ หรือรันทดสอบ Coding อะไร
ทั้งสามรุ่นถือว่าให้ผลลัพธ์การใช้งานที่ไม่แตกต่างกันในด้านของการใช้งานทั่วไปนะครับ ดังนั้นแนะนำว่าเรื่องจากความสนใจได้เลย ถ้าอยากลองความแรงของ M1 และงบถึง iPad Air 5 ก็จะเป็นรุ่นที่คุ้มค่า แต่ถ้าไม่ได้โฟกัสอะไร ขอแค่ใช้งานทั่วไปลงตัว Apple A13 Bionic ก็พอแล้ว
หน่วยความจำ (ROM) เป็นอีกจุดที่ทาง Apple ใส่เป็นกริมมิกไว้ โดยจะมีเพียงรุ่น iPad Pro 11 นิ้ว เท่านั้น ที่สามารถเลือกหน่วยความจำได้หลากหลายตั้งแต่ 128GB ไปจนถึง 2TB เลยทีเดียว ในขณะที่ iPad Air 5 และ iPad Gen 9 จะมีหน่วยความจำให้เลือกเพียงสองขนาดเท่านั้น คือ 64 และ 256GB 

3. กล้องถ่ายรูป
กล้องถ่ายรูปเป็นจุดแตกต่างที่ส่วนตัวผมมองว่า Apple เขายังใจดีไม่กักสเปกมากนัก เพราะทั้งสามรุ่น Apple เลือกใส่กล้องหน้าเลนส์ไวด์ความละเอียด 12MP พร้อมคุณสมบัติจัดให้อยู่ตรงกลางเฟรมเท่ากันทุกรุ่น ซึ่งจะมีเพียงกล้องหน้าของ iPad Pro 11 นิ้ว ที่เป็นกล้อง Truedepth ใช้สแกนใบหน้าเพื่อปลดล็อกได้
กล้องหน้าจะเป็นกล้องที่เราต้องใช้งานบ่อย เพื่อใช้ประชุมออนไลน์หรือเรียนออนไลน์ รวมถึงบางคนนำไปใช้ไลฟ์ขายของด้วยนั่นเอง ดังนั้นเราสามารถซื้อเพียง iPad Gen 9 ก็สามารถตอบโจทย์ในด้านนี้ได้แล้ว
เพียงแต่ถ้าใครชอบถ่ายภาพเซลฟี่จาก iPad เป็นชีวิตจิตใจ จะมีเพียง iPad Pro เท่านั้น ที่จะได้คุณสมบัติการละลายฉากหลังให้สมจริง และการปรับฟีเจอร์แสงเอฟเฟ็กต์ 6 แบบพิเศษเหมือนบน iPhone ในขณะที่กล้องหลังทั้งสามรุ่นจะแตกต่างกันทั้งหมด ดังนั้นถ้าใครติดใช้กล้องจาก iPad ถ่ายแทนการใช้สมาร์ตโฟน ก็แนะนำว่าให้ลองพิจารณาดูตามความชอบได้เลย
โดย iPad Gen 9 จะมาพร้อมกล้องหลังเป็นกล้องไวด์ความละเอียด 8MP (F2.4) ซูมดิจิทัล 5 เท่า ด้าน iPad Air 5 จะมาพร้อมกล้องหลังไวด์เช่นกันความละเอียด 12MP (F1.8) ซูมดิจิทัล 5 เท่า ในขณะที่พี่ใหญ่อย่าง iPad Pro 11 นิ้ว ก็จะได้ของที่ครบเครื่องเพราะจะได้กล้องหลัง 2 ตัว โดยกล้องหลักเป็นเลนส์ไวด์ความละเอียด 12MP (F1.8) และมีกล้องอัตราไวด์ความละเอียด 10MP (F2.4) มาให้ด้วย ทำให้สามารถซูมภาพแบบ Optical ได้ 2 เท่า และซูมดิจิทัลได้ 5 เท่า

4. รายละเอียดอื่น ๆ ที่เราสนใจเป็นพิเศษ
สุดท้ายคือรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่แต่ละคนมีความต้องการหรือความสนใจที่แตกต่างกัน ก็นำประเด็นนี้หยิบมารวมเป็นปัจจัยในการเลือกซื้อด้วย เพราะรายละเอียดเหล่านี้จะยิ่งทำให้การตัดสินใจของเรามีน้ำหนักที่มากขึ้นเยอะ อาทิ ระบบยืนยันตัวตนเข้าเครื่อง ถ้าใครชอบสไตล์แตะปุ่มโฮมแบบดั่งเดิมก็จะมีเพียง iPad Gen 9 เท่านั้นที่ให้ได้
ส่วนถ้าใครชอบแตะสแกนจากปุ่ม Power ก็จะมี iPad Air 5 ที่ใส่มา ส่วนถ้าใครชอบแบบปลดล็อคด้วยใบหน้าแน่นอน iPad Pro 11 รุ่นเดียวเท่านั้น หรือจะเป็นเรื่องการรองรับเครือข่าย ที่จะมีเพียง iPad Gen 9 เท่านั้นนะครับที่รองรับ 4G LTE นอกนั้นจะรองรับเครือข่าย 5G ได้แล้ว 

บทสรุป (Conclusion)
สำหรับบทสรุปส่งท้ายเชื่อว่ามาถึงตรงนี้หลายคนน่าจะเลือกรุ่น iPad ในใจได้แล้วว่า รุ่นไหนที่ตอบโจทย์การใช้งานได้ตรงกับสิ่งที่เราต้องการ ส่วนถ้าใครยังตัดสินใจไม่ได้ผมก็อยากสรุปให้เลยครับว่า ถ้าอยากได้เพื่อนำไปใช้เรียน-ประชุม-ขายของออนไลน์ ด้วยงบที่ "จำกัด" iPad Gen 9 ก็เพียงพอแล้วครับ 
ส่วนถ้าใครที่พอมีงบขยับมาได้ รวมทั้งอยากได้เรื่องของดีไซน์ ความสดใหม่ของฮาร์ดแวร์ "iPad Air 5" เป็นรุ่นที่ส่วนตัวผมจัดให้เป็น "Best Value Choice" ที่สุดแล้วล่ะครับ เพราะได้ทั้งเรื่องของความสดของฮาร์ดแวร์ และยังได้ดีไซน์สไตล์ใหม่ที่ไร้ปุ่มโฮม บนราคาที่ยังพอเข้าถึงได้ ถึงแม้จะโดนตัดสเปกไปบ้าง แต่โดยรวมบอกเลยว่า "เหลือ ๆ "
แต่สำหรับใครที่งบไม่ใช่ปัญหา ต้องการความสุดของ iPad แน่นอนว่า iPad Pro Series คือคำตอบโดยที่คุณไม่ต้องมาเลือกตัวเลือกให้เสียเวลา ที่ต้องทำแค่เลือกขนาดหน้าจอที่ตัวเองขึ้นว่าชอบได้เลย เพราะระหว่างรุ่น 11 นิ้ว และ 12.9 นิ้ว หน้าจอแสดงผลจะเป็นข้อแตกต่างหลักของทั้งสองรุ่น สุดท้ายนี้ก็หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้ใครที่กำลังลังเลใจในการเลือกซื้อ iPad รุ่นใหม่ มีคำตอบในใจกันทุกคนนะครับ 
แท็กที่เกี่ยวข้อง iPad Air 5 iPad Pro 11 iPad Gen9
เขียนโดย วินระพี นาคสวัสดิ์ Tablet Guru

ช่องทางติดตาม Tablet Guru



เว็บไซต์นี้มีการเก็บคุกกี้เพื่อเพิ่มความพึงพอใจในการใช้งานเว็บไซต์ และช่วยให้เราปรับปรุง และนำเสนอเนื้อหาตรงตามความสนใจของท่าน ท่านสามารถดู Privacy Notice และ ดู Cookies Policy ของเราได้ ที่นี่ ทั้งนี้ ท่านจะยินยอมให้เราเก็บคุกกี้ทั้งหมด หรือให้เก็บแค่บางส่วนโดยการคลิกเลือก ตั้งค่า

ท่านสามารถเลือกให้ความยินยอมการเก็บคุกกี้เป็นเรื่องๆ ได้ที่นี่

เมื่อคุณเข้าชมเว็บไซต์ หรือแอปพลิเคชั่น checkraka เราอาจจัดเก็บ หรือดึงข้อมูลจากเบราว์เซอร์ของคุณในรูปแบบของคุกกี้ และเทคโนโลยีอื่นที่คล้ายคลึง เช่น tag และ pixel (เรียกรวมกันว่า “คุกกี้”) ซึ่งมักเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้โดยตรง แต่ช่วยให้คุณใช้งานเว็บไซต์ได้ปลอดภัย และตรงตามความต้องการมากขึ้น คุณอาจไม่ยินยอมให้เราเก็บคุกกี้บางประเภทได้ โดยการคลิกตามหัวข้อข้างล่างนี้

ประเภทคุกกี้
อ่านเพิ่มเติม ที่นี่
ยินยอม / ไม่ยินยอม
คุกกี้ที่จำเป็นต้องมีเสมอ
(Strictly Necessary)
คุกกี้สำหรับการใช้งานเว็บไซต์
(Functionality)
คุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและวิเคราะห์
(Performance & Analytics)
คุกกี้เพื่อการตลาด
(Marketing)