ค้นหา รถยนต์ใหม่ car
รีวิวรถยนต์ใหม่ : ซูซูกิ - รีวิว ทดลองขับ All New SUZUKI ERTIGA รถยนต์ MPV 7 ที่นั่ง แรงดี ราคาประหยัด (Test Drive Review)

รีวิว ทดลองขับ All New SUZUKI ERTIGA รถยนต์ MPV 7 ที่นั่ง แรงดี ราคาประหยัด (Test Drive Review)

วันที่ : 22 เม.ย. 62
เข้าดูทั้งหมด: 16,223 คน

รีวิว ทดลองขับ All New SUZUKI ERTIGA รถยนต์ MPV 7 ที่นั่ง กว้างขวาง แรงดี ราคาประหยัด
หากถามถึงรถเครื่องยนต์ 1500 ว่ารุ่นไหนดีที่สุดคงหาคำตอบให้ยากเพราะซื้อรถก็ขึ้นอยู่กับความชอบส่วนตัว แต่ถ้าหากต้องการรถที่กว้างขวางและคุ้มค่าที่สุด ณ ตอนนี้ คงต้องยกให้กับเจ้า ซูซูกิ เออติกา  ล่าสุด 2019 รุ่น GL และ GX รถ MPV 7 ที่นั่ง 5 ประตู ที่กำลังมาแรงสุดๆ ซึ่งคุณวัลลภ ตรีฤกษ์งาม กรรมการบริหารด้านการขายและการตลาด บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด แอบกระซิบกับเราว่า ตั้งแต่รถเปิดตัว 6 กุมภาพันธ์ จน ณ ตอนนี้ยอดจองปาไปแล้วเกือบ 700 คัน แล้ว

เทสไดร์ฟ ซูซูกิ แอลติกา จะเรียกว่ามารับลมหนาวก็ไม่เชิง เพราะเรามาไกลถึง จ.เชียงราย ที่ยังมีอุณหภูมิในช่วงเช้าสัมผัสได้ถึงลมหนาวแต่สายๆ ก็เริ่มมีอากาศที่ร้อนขึ้นตามอุณหภูมิจังหวัดที่อยู่ใกล้พระอาทิตย์มากที่สุด หลังจากที่เราถึงสนามบินแม่ฟ้าหลวงวันที่ 13 เราเป็นกลุ่ม 2 ที่จะทำการเทสไดร์ฟในวันถัดไป โดยระยะทางในการทดสอบรวมทั้งสิ้น 158 กิโลเมตร ก่อนที่จะได้ทดลองขับกันมาดูจุดเด่นภายในและภายนอกของ ซูซูกิ เออติกา 2019 โฉมใหม่กันค่ะ

ภายนอก All New ERTIGA 2019 
ภานนอกดูรวมๆ รอบๆ คัน ของรถยนต์ ซูซูกิ เออติกา 2019 ตัวรถจะมีฐานยาวกว่ารุ่นก่อนหน้าคือปี 2555 โดยยาวเพิ่ม 130 มม. และลดน้ำหนักรถลงถึง 50 ก.ก. เพื่อเพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระ และตัวรถให้มีน้ำหนักเบา เราเริ่มไล่จากกระจังหน้าใหม่ดีไซน์รับกับไฟแบบฮาโลเจ่น แยกไฟสูงไฟต่ำ แต่ไฟท้ายเป็น LED มีเส้นสายสวยงาม กระจกข้างพับได้พร้อมไฟเลี้ยวติดกระจกสองข้าง และหากใครที่สงสัยว่ารุ่นท็อปกับรองท็อปต่างกันตรงไหนสังเกตุง่ายๆ ที่ประตูด้ามจับ ตัวท็อปรุ่น GX ด้ามจับเป็นแบบโครเมี่ยม ส่วน GL ด้ามจับจะสีเดียวกับตัวรถ ล้อที่ให้มาเป็นอลูมิเนี่ยมขนาด 15 นิ้ว หน้าดิสเบรค หลังเป็นดรัมเบรค หลายคนอาจจะรู้สึกว่ายางเล็กกว่าตัวรถ แต่จริงๆ แล้วมันช่วยในเรื่องของการประหยัดน้ำมัน และเกาะถนนได้ดี



ภายในหรูหราด้วยคอนโซลลายไม้และพวงมาลัย D-shape
มาดูในส่วนของภายในที่ออกแบบคอนโซลเป็นลายไม้ตัดกับสีดำ (ถ้าวัยรุ่นก็อาจจะมีขัดใจกันบ้าง) แต่โดยรวมก็ถือว่าไม่ขี้เหร่สักเท่าไหร่ ถ้ามาดูในส่วนสิ่งอำนวยความสะดวกที่ติดมาให้ พวงมาลัยเป็นแบบ D -Shape ให้เพิ่มพื่นที่ตรงส่วนคนขับ (ที่ตัวสูงๆ) ปรับสูง-ต่ำได้ 40 มม. 2 ทิศทางและยังมีระบบฟังก์ชั่นบลูธูทที่สามารถเซทได้พร้อมกันถึง 5 เครื่อง พร้อมปุ่มรับสาย และควบคุมเครื่องเสียงที่พวงมาลัย




แต่ที่ขัดใจอีก 1 จุดก็คือจอที่เป็นแบบพาเนลปรับทัชได้แต่มุมจอข้างๆ ไม่มีภาพให้เห็นเต็มจอ (แต่ถ้าใครอยากจะเปลี่ยนเป็นจอทัชกรีนแบบเต็มจอก็สามารถยกเซทเดิมแล้วเปลี่ยนเองได้) ระบบแอร์ยังเป็นแบบหมุนปรับด้วยมือ แต่มีช่องเป่าลมเย็นตรงที่วางขวดน้ำบริเวณคอนโซลด้านล่าง แถมเอาใจสายเที่ยวด้วยที่วางแก้วข้างในรถถึง 8 ตำแหน่ง ซึ่งโดยรวมแล้วกับราคารถที่เปิดตัวถือว่าก็สมเหตุสมผลค่ะ ใครอยากปรับ อยากได้ตรงไหนเพิ่ม ก็ไปหามาเพิ่มมาแต่งตามความชอบ



ที่วางแก้วตรงคอนโซลหน้าด้านล่างมีที่เป่าลมเย็นให้เครื่องดื่มเย็นตลอดขณะเดินทาง
เกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด กับเครื่องยนต์ใหม่ K15B
หลายคนแอบสงสัยเพราะอะไร ซูซูกิ เออติกา ถึงยังใช้เกียร์ รุ่นเก่า แบบอัตโนมัติ 4 สปีด เพราะเนื่องจากเป็นรถที่นำเข้าจากประเทศอินโดนิเซียทั้งคัน ระบบเกียร์ที่ให้มาจึงยังใช้เป็นแบบ CVT เพราะการดูแลรักษา และปรับเปลี่ยนได้ง่ายหากเกิดการชำรุด ลดค่าใช้จ่ายหลังซ่อม แต่ก็มีปุ่ม Overdrive มาช่วยในการส่งกำลังหากต้องการเร่งแซง 

เครื่องยนต์ใหม่รหัส K15B ที่แรงจัดตั้งแต่ออกตัวด้วยกำลังเครื่อง 1.5 ซีซี พร้อมปุ่มสตาร์เครื่องยนต์แบบ Keyless Push Start และชุดโครงสร้างที่ใช้จากเหล็กแบบ High-Tensile ที่ให้ความรู้สึกเกาะถนนดี และแข็งแรง ขณะตกหลุมก็ไม่สะเทือน อีกทั้งถุงลมนิรภัยคู่หน้า SRS มีปุ่มเซ็นเซอร์ด้านหลังแจ้งเตือนขณะถอย (ปุ่มนี้สามารถกดปิดเสียงได้ขณะถอยหากรำคาญ) และระบบความปลอดภัยจอดรถบนทางลาดชัน (Hill Hold Control) แอบกระซิบว่าอย่าทดลองระบบในทางลาดชันเกินไปนะจ๊ะอาจจะมีเสียวๆ ได้ 


ทดลองขับ
เกริ่นความอเนกประสงค์และอุปกรณ์ฟังก์ชั่นของรถมาก็ยืดยาว ได้เวลามาทดลองขับ เริ่มการทดสอบสมรรถนะช่วงแรกๆ ก่อนเดินทางกันร่วม 100 กว่ากิโล เราเดินทางจากโรงแรมที่พักไปยังจุดพักและสลับคนขับกันที่ "ไร่ชาฉุยฟง" ได้ลองนั่งเป็นผู้โดยสานตอน 2 ยอมรับว่าการขยายฐานตัวรถให้กว้างกว่ารุ่นเก่า ทำให้มีที่นั่งกว้างขวางนั่งสบายมากๆ เบาะกระชับตัวคนนั่งแม้จะเป็นเบาะผ้า ขาไม่ติดเบาะหน้าให้เกะกะ แถมยังมีช่องปรับอากาศแถวหลังที่สามารถปรับระดับความแรงไปถึงผู้โดยสารด้านหลังสุดได้อย่างสบาย 






ระยะทางจากโรงแรมจนถึงไร่ชา ร่วม 39.7 กิโล โดยลองนั่งเป็นผู้โดยสารตอนหลัง ไม่รู้สึกอึดอัด แถมยังนั่งสบาย ช่วงล่างรับแรงกระแทกได้ดีมาก อาจจะด้วยโครงสร้างตัวถังที่เป็นเหล็กน้ำหนักเบา กับการทำงานของยางที่ทำให้รู้สึกนุ่ม ไม่รู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือน ภายในก็ยังเก็บเสียงได้ดี แต่มีจังหวะที่ผู้ขับคนแรกได้ทดสอบระบบ จอดรถบนทางลาดชัน (Hill Hold Control) ที่ตรงไร่ชาจะชันมาก รถยังมีอาการไหล อันนี้คนขับไม่ควรประมาท 

ในที่นั่งแถวสองสามารถพับเก็บเบาะได้ถึง 60:40 ส่วนด้านหลังก็พับเบาะได้ 50:50 จะยัดกระเป๋าใส่กี่ใบก็เหลือๆ แถมประตูข้างผู้โดยสารเปิดกว้างได้ 1 เมตร สาแก่ใจคนชอบซื้อของชิ้นใหญ่ แต่ติดประตูที่อ้ากว้างไม่ได้ แม่บ้านใช้ก็หมดกังวล 


หลังจากพลัดไม้แรกที่ไร่ชา เราก็ลงเขาเดินทางกันต่อไปยังจุดพักทานอาหารกลางวัน (ระยะทาง 51.7 กิโลเมตร) ไปยังร้านอาหาร The Border View ตรงสามเหลี่ยมทองคำ จุดนี้ได้ทดลองความเร็วมากขึ้น บวกสลับกับโค้ง และยังได้ทดลองการเร่งแซงที่เรียกว่าเครื่อง 1500 บอดี้ใหญ่ไม่มีออกตัวให้อืดอาด สามารถทำความเร็วได้ในระยะที่พอใจ 



หลังจากเรารับประทานอาหารกลางวันเสร็จเรียบร้อยก็ได้เวลาลงเขากลับไปยังสนามบินซึ่งระยะทางราวๆ 66.6 กิโลเมตร ได้มาทดลองขับอย่างจริงจัง ก็รับรู้ถึงแรงและพละกำลังของรถที่เสถียรทั้งการออกตัวดี ไม่อืด เพราะมีการปรับอัตราทด เพิ่มแรงม้า ในช่วงออกตัวไม่อืด กดเพียงนิดเดียวรอบขึ้นทำงานไว และสามารถทำความเร็วในรอบ 0-100 ภายใน 14-15 วินาที ในจังหวะเร่งแซงก็ทำได้ดี แม้จะอยู่ในความเร็วก็สารารถปรับลดให้เครื่องทำงานได้ทันที แทบจะไม่ต้องใช้ปุ่ม Overdrive 


ซึ่งหลังจากการทดสอบโดยทีมงานในเรื่องอัตราประหยัด (โดยไม่บรรทุกของหนัก) ในเมืองจะเฉลี่ยอยู่ที่ 12.7 กิโลเมตร/ลิตร แต่ถ้าวิ่งต่างจังหวัดรถไม่เยอะขับสบายๆ เฉลี่ยอยู่ที่ 15-16 กิโลเมตร/ลิตร ถือว่ายังคงให้อัตราการประหยัดได้ดี 

สรุปการทดลองขับ
บทสรุปโดยรวมถือว่ารุ่นนี้เป็นรถครอบครัวที่สมบูรณ์แบบทั้งเรื่องความกว้างที่ประทับใจสุดๆ เครื่องยนต์เร่งดี และประหยัด ภายนอกหลายคนอาจจะมองว่ายังไม่สะดุดตา ท้ายดูอ้วนๆ ท้วมๆ หรือภายในที่ยังใช้คอนโซลแบบลายไม้ หากไม่ติดกันเรื่องระบบแอร์ที่ปรับแบบแมนนวล หรือจอเครื่องเสียงที่ยังใช้ระบบพาเนลรุ่นเก่า โดยรวมถ้าเทียบกับราคาถือว่าคุ้มมากกกกก (ลากเสียงยาวๆ) แอร์ปรับอากาศด้านหลังที่มีคอลย์แยก 2 ตัว นั่งได้ 7 ที่นั่ง พับเบาะได้ ท้ายกว้าง ประตูเปิดอ้ากว้าง 1 เมตรหรือจะเป็นช่วงล่างที่นุ่มเกาะถนน เสียงลมเข้ามาแทบจะน้อย 

ทุกอย่างโดยรวมถือว่าดูดีสัมพันธ์กันไปหมด กับรถที่อยู่ในราคาตัว Top ไม่ถึง 7 แสน หรือหากมีการปรับขึ้นราคาหลังช่วงเมษา ก็คาดการณ์ว่าคงปรับเพิ่มไม่ถึง 50,000 บาท ก็ยังถือว่าคุ้มค่าอยู่ดี ใครที่สนใจรถครอบครัว 7 ที่นั่งราคาประหยัด ออฟชั่นใช้ได้แต่อาจไม่หวือหวา ลองเพิ่ม ซูซูกิ เออติกา ตัว 2019 เป็น อีก 1 ทางเลือกในใจ เพราะมันตอบโจทย์คนที่ชอบขนของหรือชอบเที่ยวกันแบบครอบครัว ลอง UNLOCK YOUR LIFE เปิดมุมมองอีกด้านของคุณ และคุณจะพบความคุ้มค่าที่สุดกับคุณจริงๆ 

แก้ไขล่าสุด : 22 เม.ย. 62
โดย
:
ศุภินทรา รุกขสุวรรณ
กองบรรณาธิการ เช็คราคา.คอม

รีวิวรถยนต์ล่าสุด