รู้จักเช็คราคา|ติดต่อเรา

รีวิว ทดลองขับ All New SUZUKI ERTIGA รถยนต์ MPV 7 ที่นั่ง แรงดี ราคาประหยัด (Test Drive Review)

6 ก.ค. 64 25,772
รีวิว ทดลองขับ All New SUZUKI ERTIGA รถยนต์ MPV 7 ที่นั่ง แรงดี ราคาประหยัด (Test Drive Review)

รีวิว ทดลองขับ All New SUZUKI ERTIGA รถยนต์ MPV 7 ที่นั่ง กว้างขวาง แรงดี ราคาประหยัด
หากถามถึงรถเครื่องยนต์ 1500 ว่ารุ่นไหนดีที่สุดคงหาคำตอบให้ยากเพราะซื้อรถก็ขึ้นอยู่กับความชอบส่วนตัว แต่ถ้าหากต้องการรถที่กว้างขวางและคุ้มค่าที่สุด ณ ตอนนี้ คงต้องยกให้กับเจ้า ซูซูกิ เออติกา  ล่าสุด 2019 รุ่น GL และ GX รถ MPV 7 ที่นั่ง 5 ประตู ที่กำลังมาแรงสุดๆ ซึ่งคุณวัลลภ ตรีฤกษ์งาม กรรมการบริหารด้านการขายและการตลาด บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด แอบกระซิบกับเราว่า ตั้งแต่รถเปิดตัว 6 กุมภาพันธ์ จน ณ ตอนนี้ยอดจองปาไปแล้วเกือบ 700 คัน แล้ว

เทสไดร์ฟ ซูซูกิ แอลติกา จะเรียกว่ามารับลมหนาวก็ไม่เชิง เพราะเรามาไกลถึง จ.เชียงราย ที่ยังมีอุณหภูมิในช่วงเช้าสัมผัสได้ถึงลมหนาวแต่สายๆ ก็เริ่มมีอากาศที่ร้อนขึ้นตามอุณหภูมิจังหวัดที่อยู่ใกล้พระอาทิตย์มากที่สุด หลังจากที่เราถึงสนามบินแม่ฟ้าหลวงวันที่ 13 เราเป็นกลุ่ม 2 ที่จะทำการเทสไดร์ฟในวันถัดไป โดยระยะทางในการทดสอบรวมทั้งสิ้น 158 กิโลเมตร ก่อนที่จะได้ทดลองขับกันมาดูจุดเด่นภายในและภายนอกของ ซูซูกิ เออติกา 2019 โฉมใหม่กันค่ะ

ภายนอก All New ERTIGA 2019 
ภานนอกดูรวมๆ รอบๆ คัน ของรถยนต์ ซูซูกิ เออติกา 2019 ตัวรถจะมีฐานยาวกว่ารุ่นก่อนหน้าคือปี 2555 โดยยาวเพิ่ม 130 มม. และลดน้ำหนักรถลงถึง 50 ก.ก. เพื่อเพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระ และตัวรถให้มีน้ำหนักเบา เราเริ่มไล่จากกระจังหน้าใหม่ดีไซน์รับกับไฟแบบฮาโลเจ่น แยกไฟสูงไฟต่ำ แต่ไฟท้ายเป็น LED มีเส้นสายสวยงาม กระจกข้างพับได้พร้อมไฟเลี้ยวติดกระจกสองข้าง และหากใครที่สงสัยว่ารุ่นท็อปกับรองท็อปต่างกันตรงไหนสังเกตุง่ายๆ ที่ประตูด้ามจับ ตัวท็อปรุ่น GX ด้ามจับเป็นแบบโครเมี่ยม ส่วน GL ด้ามจับจะสีเดียวกับตัวรถ ล้อที่ให้มาเป็นอลูมิเนี่ยมขนาด 15 นิ้ว หน้าดิสเบรค หลังเป็นดรัมเบรค หลายคนอาจจะรู้สึกว่ายางเล็กกว่าตัวรถ แต่จริงๆ แล้วมันช่วยในเรื่องของการประหยัดน้ำมัน และเกาะถนนได้ดี



ภายในหรูหราด้วยคอนโซลลายไม้และพวงมาลัย D-shape
มาดูในส่วนของภายในที่ออกแบบคอนโซลเป็นลายไม้ตัดกับสีดำ (ถ้าวัยรุ่นก็อาจจะมีขัดใจกันบ้าง) แต่โดยรวมก็ถือว่าไม่ขี้เหร่สักเท่าไหร่ ถ้ามาดูในส่วนสิ่งอำนวยความสะดวกที่ติดมาให้ พวงมาลัยเป็นแบบ D -Shape ให้เพิ่มพื่นที่ตรงส่วนคนขับ (ที่ตัวสูงๆ) ปรับสูง-ต่ำได้ 40 มม. 2 ทิศทางและยังมีระบบฟังก์ชั่นบลูธูทที่สามารถเซทได้พร้อมกันถึง 5 เครื่อง พร้อมปุ่มรับสาย และควบคุมเครื่องเสียงที่พวงมาลัย




แต่ที่ขัดใจอีก 1 จุดก็คือจอที่เป็นแบบพาเนลปรับทัชได้แต่มุมจอข้างๆ ไม่มีภาพให้เห็นเต็มจอ (แต่ถ้าใครอยากจะเปลี่ยนเป็นจอทัชกรีนแบบเต็มจอก็สามารถยกเซทเดิมแล้วเปลี่ยนเองได้) ระบบแอร์ยังเป็นแบบหมุนปรับด้วยมือ แต่มีช่องเป่าลมเย็นตรงที่วางขวดน้ำบริเวณคอนโซลด้านล่าง แถมเอาใจสายเที่ยวด้วยที่วางแก้วข้างในรถถึง 8 ตำแหน่ง ซึ่งโดยรวมแล้วกับราคารถที่เปิดตัวถือว่าก็สมเหตุสมผลค่ะ ใครอยากปรับ อยากได้ตรงไหนเพิ่ม ก็ไปหามาเพิ่มมาแต่งตามความชอบ



ที่วางแก้วตรงคอนโซลหน้าด้านล่างมีที่เป่าลมเย็นให้เครื่องดื่มเย็นตลอดขณะเดินทาง
เกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด กับเครื่องยนต์ใหม่ K15B
หลายคนแอบสงสัยเพราะอะไร ซูซูกิ เออติกา ถึงยังใช้เกียร์ รุ่นเก่า แบบอัตโนมัติ 4 สปีด เพราะเนื่องจากเป็นรถที่นำเข้าจากประเทศอินโดนิเซียทั้งคัน ระบบเกียร์ที่ให้มาจึงยังใช้เป็นแบบ CVT เพราะการดูแลรักษา และปรับเปลี่ยนได้ง่ายหากเกิดการชำรุด ลดค่าใช้จ่ายหลังซ่อม แต่ก็มีปุ่ม Overdrive มาช่วยในการส่งกำลังหากต้องการเร่งแซง 

เครื่องยนต์ใหม่รหัส K15B ที่แรงจัดตั้งแต่ออกตัวด้วยกำลังเครื่อง 1.5 ซีซี พร้อมปุ่มสตาร์เครื่องยนต์แบบ Keyless Push Start และชุดโครงสร้างที่ใช้จากเหล็กแบบ High-Tensile ที่ให้ความรู้สึกเกาะถนนดี และแข็งแรง ขณะตกหลุมก็ไม่สะเทือน อีกทั้งถุงลมนิรภัยคู่หน้า SRS มีปุ่มเซ็นเซอร์ด้านหลังแจ้งเตือนขณะถอย (ปุ่มนี้สามารถกดปิดเสียงได้ขณะถอยหากรำคาญ) และระบบความปลอดภัยจอดรถบนทางลาดชัน (Hill Hold Control) แอบกระซิบว่าอย่าทดลองระบบในทางลาดชันเกินไปนะจ๊ะอาจจะมีเสียวๆ ได้ 


ทดลองขับ
เกริ่นความอเนกประสงค์และอุปกรณ์ฟังก์ชั่นของรถมาก็ยืดยาว ได้เวลามาทดลองขับ เริ่มการทดสอบสมรรถนะช่วงแรกๆ ก่อนเดินทางกันร่วม 100 กว่ากิโล เราเดินทางจากโรงแรมที่พักไปยังจุดพักและสลับคนขับกันที่ "ไร่ชาฉุยฟง" ได้ลองนั่งเป็นผู้โดยสานตอน 2 ยอมรับว่าการขยายฐานตัวรถให้กว้างกว่ารุ่นเก่า ทำให้มีที่นั่งกว้างขวางนั่งสบายมากๆ เบาะกระชับตัวคนนั่งแม้จะเป็นเบาะผ้า ขาไม่ติดเบาะหน้าให้เกะกะ แถมยังมีช่องปรับอากาศแถวหลังที่สามารถปรับระดับความแรงไปถึงผู้โดยสารด้านหลังสุดได้อย่างสบาย 






ระยะทางจากโรงแรมจนถึงไร่ชา ร่วม 39.7 กิโล โดยลองนั่งเป็นผู้โดยสารตอนหลัง ไม่รู้สึกอึดอัด แถมยังนั่งสบาย ช่วงล่างรับแรงกระแทกได้ดีมาก อาจจะด้วยโครงสร้างตัวถังที่เป็นเหล็กน้ำหนักเบา กับการทำงานของยางที่ทำให้รู้สึกนุ่ม ไม่รู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือน ภายในก็ยังเก็บเสียงได้ดี แต่มีจังหวะที่ผู้ขับคนแรกได้ทดสอบระบบ จอดรถบนทางลาดชัน (Hill Hold Control) ที่ตรงไร่ชาจะชันมาก รถยังมีอาการไหล อันนี้คนขับไม่ควรประมาท 

ในที่นั่งแถวสองสามารถพับเก็บเบาะได้ถึง 60:40 ส่วนด้านหลังก็พับเบาะได้ 50:50 จะยัดกระเป๋าใส่กี่ใบก็เหลือๆ แถมประตูข้างผู้โดยสารเปิดกว้างได้ 1 เมตร สาแก่ใจคนชอบซื้อของชิ้นใหญ่ แต่ติดประตูที่อ้ากว้างไม่ได้ แม่บ้านใช้ก็หมดกังวล 


หลังจากพลัดไม้แรกที่ไร่ชา เราก็ลงเขาเดินทางกันต่อไปยังจุดพักทานอาหารกลางวัน (ระยะทาง 51.7 กิโลเมตร) ไปยังร้านอาหาร The Border View ตรงสามเหลี่ยมทองคำ จุดนี้ได้ทดลองความเร็วมากขึ้น บวกสลับกับโค้ง และยังได้ทดลองการเร่งแซงที่เรียกว่าเครื่อง 1500 บอดี้ใหญ่ไม่มีออกตัวให้อืดอาด สามารถทำความเร็วได้ในระยะที่พอใจ 



หลังจากเรารับประทานอาหารกลางวันเสร็จเรียบร้อยก็ได้เวลาลงเขากลับไปยังสนามบินซึ่งระยะทางราวๆ 66.6 กิโลเมตร ได้มาทดลองขับอย่างจริงจัง ก็รับรู้ถึงแรงและพละกำลังของรถที่เสถียรทั้งการออกตัวดี ไม่อืด เพราะมีการปรับอัตราทด เพิ่มแรงม้า ในช่วงออกตัวไม่อืด กดเพียงนิดเดียวรอบขึ้นทำงานไว และสามารถทำความเร็วในรอบ 0-100 ภายใน 14-15 วินาที ในจังหวะเร่งแซงก็ทำได้ดี แม้จะอยู่ในความเร็วก็สารารถปรับลดให้เครื่องทำงานได้ทันที แทบจะไม่ต้องใช้ปุ่ม Overdrive 


ซึ่งหลังจากการทดสอบโดยทีมงานในเรื่องอัตราประหยัด (โดยไม่บรรทุกของหนัก) ในเมืองจะเฉลี่ยอยู่ที่ 12.7 กิโลเมตร/ลิตร แต่ถ้าวิ่งต่างจังหวัดรถไม่เยอะขับสบายๆ เฉลี่ยอยู่ที่ 15-16 กิโลเมตร/ลิตร ถือว่ายังคงให้อัตราการประหยัดได้ดี 

สรุปการทดลองขับ
บทสรุปโดยรวมถือว่ารุ่นนี้เป็นรถครอบครัวที่สมบูรณ์แบบทั้งเรื่องความกว้างที่ประทับใจสุดๆ เครื่องยนต์เร่งดี และประหยัด ภายนอกหลายคนอาจจะมองว่ายังไม่สะดุดตา ท้ายดูอ้วนๆ ท้วมๆ หรือภายในที่ยังใช้คอนโซลแบบลายไม้ หากไม่ติดกันเรื่องระบบแอร์ที่ปรับแบบแมนนวล หรือจอเครื่องเสียงที่ยังใช้ระบบพาเนลรุ่นเก่า โดยรวมถ้าเทียบกับราคาถือว่าคุ้มมากกกกก (ลากเสียงยาวๆ) แอร์ปรับอากาศด้านหลังที่มีคอลย์แยก 2 ตัว นั่งได้ 7 ที่นั่ง พับเบาะได้ ท้ายกว้าง ประตูเปิดอ้ากว้าง 1 เมตรหรือจะเป็นช่วงล่างที่นุ่มเกาะถนน เสียงลมเข้ามาแทบจะน้อย 

ทุกอย่างโดยรวมถือว่าดูดีสัมพันธ์กันไปหมด กับรถที่อยู่ในราคาตัว Top ไม่ถึง 7 แสน หรือหากมีการปรับขึ้นราคาหลังช่วงเมษา ก็คาดการณ์ว่าคงปรับเพิ่มไม่ถึง 50,000 บาท ก็ยังถือว่าคุ้มค่าอยู่ดี ใครที่สนใจรถครอบครัว 7 ที่นั่งราคาประหยัด ออฟชั่นใช้ได้แต่อาจไม่หวือหวา ลองเพิ่ม ซูซูกิ เออติกา ตัว 2019 เป็น อีก 1 ทางเลือกในใจ เพราะมันตอบโจทย์คนที่ชอบขนของหรือชอบเที่ยวกันแบบครอบครัว ลอง UNLOCK YOUR LIFE เปิดมุมมองอีกด้านของคุณ และคุณจะพบความคุ้มค่าที่สุดกับคุณจริงๆ 

แท็กที่เกี่ยวข้อง เออติกา 2019 เออติกา รีวิว ซูซูกิ เออติกา บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ซูซูกิ เออติกา ซูซูกิ ertiga 2019 all new suzuki ertiga เออติกา 2019 เออติกา รีวิว ซูซูกิ เออติกา บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ซูซูกิ เออติกา ซูซูกิ ertiga 2019 all new suzuki ertiga เออติกา 2019 เออติกา รีวิว ซูซูกิ เออติกา บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ซูซูกิ เออติกา ซูซูกิ ertiga 2019 all new suzuki ertiga
เขียนโดย เช็คราคา.คอม CAR GURU

ช่องทางติดตาม CAR GURU