บทความสินเชื่อเงินสด

icon-filter ค้นหาสินเชื่อเงินสดแบบละเอียด
product filter
product filter
product filter
product filter

"Blacklist" มีจริงมั๊ย ติดแล้ว แก้ไขได้หรือเปล่า

icon 15 ก.ค. 68 icon 3,569
Share
"Blacklist" มีจริงมั๊ย ติดแล้ว แก้ไขได้หรือเปล่า
คนที่ติดเครดิตบูโร ส่วนใหญ่มักเกิดจากการใช้จ่ายที่ผิดพลาด จนไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามกำหนด ส่งผลให้มียอดหนี้ และดอกเบี้ยในอัตราที่สูงขึ้น ซึ่งข้อมูลหนี้หรือสถานะทางการเงินที่ระบุอยู่บนรายงานข้อมูลเครดิตที่จัดเก็บโดยเครดิตบูโร หลายคนเข้าใจว่าการไม่จ่ายหนี้จนติดประวัติค้างชำระจะเรียกว่า "ติดแบล็กลิสต์" แต่ในความเป็นจริงแล้ว "Blacklist" มีจริงมั๊ย ติดแล้ว แก้ไขได้หรือเปล่า?
เครดิตบูโร มีหน้าที่รวบรวมจัดเก็บข้อมูลเครดิต ประวัติการชำระหนี้จากสถาบันการเงินที่เป็นสมาชิกของเครดิตบูโร โดยจะแสดงข้อมูลว่าที่ผ่านมาผู้กู้เคยขอสินเชื่ออะไรบ้างในช่วงที่ผ่านมา รวมไปถึงจำนวนบัญชีสินเชื่อที่มี การชำระหนี้ตรงหรือไม่ มีการค้างชำระเกิดขึ้นหรือเปล่า จะไม่มีแจ้งและให้สถานะบัญชี Blcklist แก่ผู้กู้หรือลูกหนี้แต่อย่างใด ซึ่งข้อมูลที่จัดเก็บ ได้แก่
  • ข้อมูลส่วนบุคคล : ชื่อ-นามสกุล เลขบัตรประชาชน วันเดือนปีเกิด สถานภาพการสมรส ฯลฯ
  • ข้อมูลประวัติสินเชื่อ : ซึ่งก็คือ ข้อมูลบัญชีสินเชื่อทั้งหมด ประเภทและเลขบัญชีสินเชื่อ วงเงินที่ได้รับอนุมัติ และวงเงินที่ใช้ สถานะบัญชี ประวัติการชำระหนี้ที่ผ่านมา รวมไปถึงวันปิดบัญชี
ซึ่งในการจัดเก็บข้อมูลประวัติการชำระหนี้ เครดิตบูโรจัดเก็บตามความเป็นจริงที่สถาบันการเงินส่งข้อมูลมาที่เครดิตบูโร และไม่ได้มีหน้าที่ให้สถานะ "บัญชีดำ" หรือ "Blacklist" กับใครค่ะ หากลูกหนี้ชำระหนี้ตรงตามเวลาที่กำหนดก็จะแสดงประวัติชำระว่า "ไม่ค้างชำระ" แต่หากไม่ชำระตรงตามเวลาจะแสดงในประวัติว่า "ค้างชำระ" เท่านั้นค่ะ
 
ถ้าไม่ได้ติด Blacklist แล้วทำไมขอสินเชื่อไม่ผ่าน?

การขอสินเชื่อกับสถาบันการเงิน แล้วไม่ได้รับการอนุมัติ อาจเกิดจากหลายปัจจัย ตามเงื่อนไขหรือเกณฑ์ที่สถาบันการเงินแต่ละแห่งกำหนดใช้ ซึ่งเหตุผลส่วนใหญ่ที่ธนาคารไม่อนุมัติสินเชื่อ คือ  
 
1.  รายได้ต่ำกว่าเกณฑ์ รายได้ไม่แน่นอน หรืออาชีพไม่มั่นคง เป็นสาเหตุยอดนิยมที่มักถูกปฏิเสธสินเชื่อ ซึ่งเหตุผลนี้มักเกิดกับกลุ่มฟรีแลนซ์ซึ่งอาจมีรายได้ไม่สม่ำเสมอ ดังนั้นผู้ขอสินเชื่อจึงจำเป็นต้องมีเงินเข้าบัญชีเป็นประจำ ต่อเนื่องอย่างน้อย 6 เดือน เป็นต้น
 
2. ภาระหนี้รวม รายรับน้อยกว่ารายจ่าย โดยปกติธนาคารจะกำหนดให้ผู้ขอสินเชื่อควรมีภาระหนี้สินไม่เกิน 40% ของรายได้ เพื่อพิจารณาความสามารถในการผ่อนชำระ และเป็นการป้องกันการผิดนัดชำระหนี้ั่นเองค่ะ
 
3. ประวัติเครดิตบูโร ก่อนจะพิจารณาอนุมัติสินเชื่อธนาคารจะเช็กข้อมูลเครดิตบูโร ซึ่งหากเรามีประวัติค้างชำระในข้อมูลเครดิตบูโร อาจทำให้ยากต่ออนุมัติสินเชื่อ เนื่องจากขาดวินัยทางการเงินค่ะ ดังนั้นผู้ขอสินเชื่อควรชำระหนี้สินอย่างสม่ำเสมอ และตรงตามกำหนดเพื่อจะได้ไม่มีประวัติค้างชำระ และสร้างวินัยทางการเงินที่ดีนะคะ
 
หากตัดสินใจจะขอสินเชื่อ ก็มีเคล็ดลับที่จะทำให้อนุมัติได้แบบง่ายๆ กับ "3 เคล็ดลับต้องรู้ กู้ผ่านง่ายเว่อร์" จะมีอะไรบ้างตามมาดูกันเลยค่ะ ดูรายละเอียดเพิ่มเติม กู้ปุ๊บ อนุมัติปั๊บ กับ 3 เคล็บลับต้องรู้ ช่วยให้กู้ผ่านได้ง่ายๆ
 
ถ้าติดเครดิตบูโรแล้ว นานแค่ไหน สถานะทางบัญชีจึงจะกลับเป็นปกติ?

หากค้างชำระจนติดเครดิตบูโร และต่อมามีการดำเนินการชำระหนี้ปิดบัญชีเรียบร้อย ข้อมูลในเครดิตบูโรจะถูกจัดเก็บไม่เกิน 3 ปี นับจากวันที่ได้รับรายงานข้อมูลการปิดบัญชีจากสถาบันการเงินที่เป็นสมาชิกหลังจากนั้น เมื่อครบกำหนด 3 ปี บัญชีบัตรเครดิตดังกล่าวก็จะถูกลบออกไปจากฐานข้อมูลเครดิตบูโร โดยอัตโนมัติค่ะ
 
เช่น ถ้าเจ้าของข้อมูลมีบัตรเครดิตที่ค้างชำระในเดือนสิงหาคม และต่อมาได้จ่ายหนี้ และปิดบัญชีในเดือนกันยายน ข้อมูลเครดิตของเดือนกันยายนจะแสดงยอดหนี้เป็น 0 มีสถานะบัญชีเป็น "ปิดบัญชี" และแสดงข้อมูลอยู่ในเครดิตบูโรอีกไม่เกิน 3 ปีค่ะ เครดิตบูโรจะไม่สามารถลบข้อมูลบัญชีบัตรเครดิตได้ในทันทีที่ได้ ชำระหนี้เสร็จสิ้นปิดบัญชี
 
สรุปแล้ว Blacklist ไม่มีจริง เครดิตบูโรจะจัดเก็บข้อมูลตามความจริง หากผู้กู้ชำระหนี้แล้วสถานะก็จะเป็น "ปกติ" หรือ "ไม่ค้างชำระ" แต่ถ้ายังไม่ชำระก็จะเป็นสถานะ "ค้างชำระ" เท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นการชำระตรงตามกำหนดหรือไม่ก็ตาม ซึ่งถ้าเคลียร์หรือปิดบัญชีแล้วสถานะก็จะแสดงว่า "ปิดบัญชี" เพียงแต่ข้อมูลจะยังไม่ถูกลบออกไปจนกว่าจะถึงกำหนดที่กฎหมายให้เก็บนะคะ ซึ่งแนวทางแก้ไขหากติดเครดิตบูโร ก็คือ สร้างวินัยทางการเงินชำระหนี้อย่างสม่ำเสมอ และตรงตามกำหนดค่ะ :)
 
อ้างอิงข้อมูลจาก www.ncb.co.th
 
สอบถามข้อมูลรู้เรื่องการเงินอื่นๆ เพิ่มเติม ทักมาพูดคุยกับ GURU ได้ที่นี่!! https://page.line.me/uht3147t

แนะนำสินเชื่อล่าสุด

คาร์ด เอกซ์ คาร์ด เอกซ์
บัตรกดเงินสด CardX SPEEDY CASH ดอกเบี้ยต่อปี 25.000%
กรุงไทย กรุงไทย
สินเชื่อกรุงไทยใจป้ำ ดอกเบี้ยต่อปี 20.000%
ธนาคารทหารไทยธนชาต ธนาคารทหารไทยธนชาต
บัตรกดเงินสด ทีทีบี บ้านแลกเงิน ดอกเบี้ยต่อปี 6.780%
ยูโอบี ยูโอบี
สินเชื่อทะเบียนรถยนต์ ยูโอบี Car2Cash ดอกเบี้ยต่อปีไม่เกิน 10.990 - 24.000%

บทความสินเชื่อเงินสดล่าสุด

ดูทั้งหมด

ข่าวสินเชื่อเงินสดล่าสุด

ดูทั้งหมด

เว็บไซต์นี้มีการเก็บคุกกี้เพื่อเพิ่มความพึงพอใจในการใช้งานเว็บไซต์ และช่วยให้เราปรับปรุง และนำเสนอเนื้อหาตรงตามความสนใจของท่าน ท่านสามารถดู Privacy Notice และ ดู Cookies Policy ของเราได้ ที่นี่ ทั้งนี้ ท่านจะยินยอมให้เราเก็บคุกกี้ทั้งหมด หรือให้เก็บแค่บางส่วนโดยการคลิกเลือก ตั้งค่า

ท่านสามารถเลือกให้ความยินยอมการเก็บคุกกี้เป็นเรื่องๆ ได้ที่นี่

เมื่อคุณเข้าชมเว็บไซต์ หรือแอปพลิเคชั่น checkraka เราอาจจัดเก็บ หรือดึงข้อมูลจากเบราว์เซอร์ของคุณในรูปแบบของคุกกี้ และเทคโนโลยีอื่นที่คล้ายคลึง เช่น tag และ pixel (เรียกรวมกันว่า “คุกกี้”) ซึ่งมักเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้โดยตรง แต่ช่วยให้คุณใช้งานเว็บไซต์ได้ปลอดภัย และตรงตามความต้องการมากขึ้น คุณอาจไม่ยินยอมให้เราเก็บคุกกี้บางประเภทได้ โดยการคลิกตามหัวข้อข้างล่างนี้

ประเภทคุกกี้
อ่านเพิ่มเติม ที่นี่
ยินยอม / ไม่ยินยอม
คุกกี้ที่จำเป็นต้องมีเสมอ
(Strictly Necessary)
คุกกี้สำหรับการใช้งานเว็บไซต์
(Functionality)
คุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและวิเคราะห์
(Performance & Analytics)
คุกกี้เพื่อการตลาด
(Marketing)