ค้นหา บ้านโครงการใหม่ house
เฟอร์นิเจอร์ ตกแต่ง แบบบ้าน & เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน

ดับบลิวดีซี (WDC) ฉลอง 15 ปี ปรับโฉมใหม่ ชูคอนเซ็ปต์ "Beauty'n Unique" ตอกย้ำภาพเจ้าแห่งผู้นำเทรนด์วัสดุตกแต่งพื้นและผนัง

วันที่อัพเดทล่าสุด : 20 ก.ย. 61
เข้าดูทั้งหมด: 389 คน
ดับบลิวดีซี (WDC) ฉลอง 15 ปี ปรับโฉมใหม่ ชูคอนเซ็ปต์ "Beauty'n Unique" ตอกย้ำเจ้าแห่งผู้นำเทรนด์

มุ่งเป้าผู้นำอันดับ 1 ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตอกย้ำบทบาททางธุรกิจที่เป็นทั้ง ผู้ผลิต ผู้นำเข้า ผู้ค้าส่ง และผู้ค้าปลีก ชูกลยุทธ์ "Size doesn’t matter" อวดโฉมโชว์รูมใหม่ขนาดพอเหมาะ ที่มีกระเบื้องพื้นและผนังให้เลือกครบจบได้ทั้งบ้าน  พร้อมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ "Big Slab Tiles" ที่มาในขนาดใหญ่โอเวอร์ไซส์ กระเบื้องแผ่นใหญ่ทดแทนหินได้ทุกชนิด

ณ พารากอน วันที่ 12 กันยายน 2561 บริษัท เวสเทิร์น เดคอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด หรือ ดับบลิวดีซี  (WDC - Western Decor Corporation Co.,Ltd) บริษัทหนึ่งเดียวที่ดำเนินธุรกิจครบทุกบทบาท เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์คุณภาพสูง ที่มาพร้อม Economy of Scale โดยเป็นทั้งผู้ผลิตที่มีฐานการผลิตหลายแห่งในภูมิภาคเอเชีย เป็นผู้นำเข้าที่มีอำนาจต่อรองสูงที่เป็นเครือข่ายซัพพลายเออร์ด้านจัดหาวัสดุก่อสร้างทั่วโลก เป็นผู้ค้าส่งให้กับ โมเดิร์น เทรด ด้านวัสดุก่อสร้างรายสำคัญในตลาด และยังเป็นผู้ค้าปลีกวัสดุก่อสร้างระดับแนวหน้าของเมืองไทย ผ่านโชว์รูม คอนเซ็ปต์ใหม่ Cool & Care นับรวมกว่า 10 แบรนด์ ทั้งที่เป็นแบรนด์ของ WDC เอง และแบรนด์ดังทั่วโลก ตอกย้ำความเป็น Floor & Wall Tiles Trend Setter ผู้นำเทรนด์ด้านวัสดุตกแต่งพื้นและผนัง ที่ล้ำหน้าด้วยดีไซน์แฟชั่นอันโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์หนึ่งเดียวในตลาด

ในโอกาสครบรอบ 15 ปี ของการดำเนินธุรกิจ จนเป็นที่ยอมรับจากกลุ่มดีไซน์เนอร์และสถาปนิก ตลอดจนนักพัฒนาโครงการแถวหน้าทั้งหลาย ในความเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านกระเบื้องปูพื้นและผนังที่ล้ำนำแฟชั่น WDC นำโดย นายบัณฑิต หิรัญญนิธิวัฒนา ประธานกรรมการบริหาร พร้อมยกทัพผู้บริหารอินเตอร์ร่วมกันจัดงานแถลงข่าว "ทิศทางใหม่ WDC ปูทางตอกย้ำภาพ "Beauty'n Unique" ในฐานะ Floor & Wall Tiles Trend Setter ผู้นำเทรนด์วัสดุตกแต่งพื้นและผนังที่มีดีไซน์ที่แปลกใหม่แตกต่าง พร้อมประกาศเป้าหมายสู่การเป็นผู้นำอันดับ 1 ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้านวัสดุตกแต่งพื้น และผนังที่มีดีไซน์เป็นเอกลักษณ์" อย่างเป็นทางการ
นายบัณฑิต เปิดเผยว่า "WDC ดำเนินธุรกิจโดยเริ่มจากการเป็นผู้นำเข้าผลิตภัณฑ์วัสดุตกแต่งพื้นและผนัง ตั้งแต่ปี 2546 จนถึงปัจจุบัน โดยมีเงินทุนจดทะเบียนหนึ่งร้อยล้านบาท ซึ่งปัจจุบันมีการดำเนินธุรกิจในลักษณะ B2B และ B2C เน้นกลุ่มสินค้าด้านวัสดุตกแต่งพื้น และผนังที่มีดีไซน์นำเทรนด์ เป็นเอกลักษณ์เฉพาะหาได้ที่ WDC เท่านั้น ภายใต้แบรนด์สินค้ามาตรฐานสูง ทั้งที่เป็นของ WDC และแบรนด์อิมพอร์ตนับ 10 แบรนด์ นำเข้าจากยุโรป อาทิ อิตาลี เยอรมัน และสเปน ที่สามารถครอบคลุมความต้องการของทุกกลุ่มลูกค้า"

สำหรับแคมเปญครบรอบ 15 ปี จะเป็นกลยุทธ์สร้างความต่างแบบฉีกกฎการตลาด โดยในไตรมาส 3 นี้ มีการเปิดตัวโชว์รูมใหม่ในรูปลักษณ์ทันสมัย นำเสนอสินค้าหลากหลายจากในและต่างประเทศ คัดสรรเป็นอย่างดี สร้างแรงบันดาลใจให้ลูกค้า  และทำการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ "Big Slab Tiles" กระเบื้องแผ่นใหญ่ขนาดใหญ่ที่สุดในไทย ทดแทนหินได้ทุกชนิด
ปัจจุบันกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่นของ WDC ประกอบด้วย :
กลุ่ม Tiles & Mosaic
  • BIG SLAB กระเบื้องขนาดใหญ่พิเศษ ในลวดลายหินธรรมชาติ
  • กระเบื้องพอร์ซเลน พรีเมียมคลาส ดีไซน์ต่างๆ นำเข้าจากยุโรป และเอเชีย 
  • กระเบื้องเซรามิค European Design ในระดับราคาที่สามารถจับต้องได้
  • โมเสคแก้ว ที่สามารถเรืองแสงได้ในที่มืด Grow In The Dark และ โมเสคกันลื่น Anti-Slip นวัตกรรมใหม่ล่าสุดจากสเปน
  • โมเสคพอร์ซเลน สร้างความโดดเด่นในทุกมุมมอง ดูมีดีไซน์
กลุ่ม Wooden  Flooring
  • พื้นไม้เอ็นจิเนีย สัมผัสถึงลายไม้ธรรมชาติที่สวยงาม พร้อมมาตรฐานส่งออก USA
  • พื้นไม้ลามิเนต มาตรฐาน AC5 Top Class ในการทนรอยขูดขีด
  • SPC Wood (Stone Plastic Composite) SPC Click lock รุ่นพิเศษกันน้ำ 100%
  • กระเบื้องไวนิลลายไม้ ระบบกาว และระบบคลิกล็อค พร้อมเคลือบสารซิลเวอร์นาโน
กลุ่ม Decorative Material
  • Stone Veneer วอลล์เปเปอร์หินธรรมชาติ สร้างจินตนาการผนังหินได้สวยงาม
กลุ่ม Building Material
  • Maxum แผ่นยิบซั่มบอร์ด มอก. ผ่านการ QC  ทุกแผ่นจากโรงงานผลิต ในแหล่งแร่ยิบซั่มที่ดีที่สุดในประเทศ

ส่วนช่องทางจัดจำหน่าย จะขายผ่านรูปแบบการค้าส่งการขายโครงการ และการค้าปลีก โดยการค้าส่งประกอบด้วยกลุ่มโมเดิร์นเทรดด้านวัสดุก่อสร้าง กลุ่มนักออกแบบ หรือดีไซเนอร์  ไม่ว่าจะเป็นสถาปนิก นักออกแบบอิสระ หรือดีไซน์เนอร์ในบริษัทต่างๆ ตลอดจนผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ทั้งรายใหญ่รายเล็ก ส่วนกลุ่มเป้าหมายการค้าปลีกก็จะเป็นผู้บริโภคทั่วไปที่เริ่มสนใจการออกแบบตกแต่งบ้านด้วยตนเอง 
โดยมีจุดขายที่เป็นโชว์รูมรูปแบบใหม่ฉีกกฎ 360 องศา โชว์รูมกรุงเทพ ตั้งอยู่ ณ CDC โซน D ชั้น 2 เลียบด่วนรามอินทรา และนิมิตใหม่ รวมถึงโชว์รูมภูเก็ต ที่เตรียมพร้อมขยายสาขาเพื่อให้บริการได้อย่างทั่วถึงอีก  4 - 5  สาขา ในจังหวัดใหญ่ๆ ในอนาคตอันใกล้นี้
สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง www.wdc.co.th
โดย
:
กองบรรณาธิการ เช็คราคา.คอม

ข่าวล่าสุด