ค้นหา รถยนต์ใหม่ car
Advertorial : รถยนต์ใหม่

Ford Ranger ท้า! ฟ้าฝน สั่งลุยขนของซ่อมแซมอาคาร เข้าถิ่นทุรกันดาร ลีตองคุ!

โดย : กองบรรณาธิการ
วันที่อัพเดทล่าสุด : 25 มิ.ย. 62
เข้าดูทั้งหมด: 1,621 คน

Ford Ranger ท้า! ฟ้าฝน สั่งลุยขนของซ่อมแซมอาคาร เข้าถิ่นทุรกันดาร ลีตองคุ!

น้อยคนอาจจะยังไม่รู้หรืออาจจะลืมไปว่าบ้านเรายังมีกลุ่มคนเล็กๆ ที่รอการช่วยเหลือหรือแบ่งปันน้ำใจ ครั้งนี้กับภารกิจที่ Ford เชิญสื่อมาร่วมทดสอบความอึด! ของรถยนต์ Ford Ranger และ รถยนต์ Ford Ranger RAPTOR และยังปันน้ำใจโดยบรรทุกสิ่งของเพื่อไปซ่อมแซมอาคารเรียน กับรถกระบะเกิดมาแกร่ง ผ่านทางโหด กว่า 3,000 โค้ง และฟ้าฝนที่เทกระหน่ำในภารกิจเพื่อชุมชนอันห่างไกล "Mission Possible" ชุมชนเขตวัฒนธรรมพิเศษกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยง บ้านเลตองคุ อำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก


(วันแรก) ขนของขึ้นเขาผ่าน 3000 โค้ง ขึ้นทีลอซู 

วันแรก คาราวานรถฟอร์ด เรนเจอร์ เริ่มภารกิจสุดท้าทาย หลังเดินทางถึงอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ด้วยการจับจ่ายและเลือกซื้อสิ่งของเครื่องใช้จำเป็นสำหรับกิจกรรมที่ทางสื่อมวลชนจะเข้าไปร่วมพัฒนาชุมชนในเขตพื้นที่ทุรกันดาร ไม่ว่าจะเป็นอาหาร แท้งก์น้ำ เครื่องปั่นไฟ โซลาร์เซลล์ และวัสดุก่อสร้างเพื่อใช้ในการบูรณะโรงเรียนและสถานที่สาธารณะในชุมชน ซึ่งล้วนมีน้ำหนักมาก 




โดยฟอร์ด เรนเจอร์ ได้รับการออกแบบให้สามารถรองรับการใช้งานทุกรูปแบบ ในการบรรทุกได้กว่า 961 กิโลกรัม และลากจูงได้สูงถึง 3,500 กิโลกรัม สำหรับรุ่นไวล์ดแทรค และรุ่นลิมิเต็ด พร้อมพื้นที่ท้ายกระบะกว้างและฝาท้ายแบบผ่อนแรง Easy Lift Tailgate ช่วยลดการออกแรงและเพิ่มความสะดวกในการปิดเปิดฝาท้าย ทำให้สื่อมวลชนจิตอาสาสามารถจัดการงานหนักได้อย่างง่ายขึ้น 


จากนั้นคณะจึงออกเดินทางพร้อมสัมภาระหนักต่างๆ เพื่อพิสูจน์สมรรถนะและความทนทานของ ฟอร์ด เรนเจอร์ กันต่อ ด้วยช่วงล่างที่แข็งแกร่งและโครงสร้างพิเศษที่เชื่อมต่อด้วย Ford Smart Mount ช่วยกระจายน้ำหนักไปทั่วท้ายกระบะ รวมทั้งระบบพวงมาลัยไฟฟ้าและระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว จึงช่วยให้การควบคุมรถและการทรงตัวผ่าน 1,219 โค้ง ตลอดเส้นทางกว่า 170 กิโลเมตร จากอำเภอแม่สอดไปยังอำเภออุ้มผาง ไปได้อย่างสบายๆ  


คืนแรกเราพักกัน ที่โรงแรม ทีลอซู ริเวอร์ไซด์ รีสอร์ต กับสายฝนที่โปรยลงมาทั้งคืนให้อากาศได้ชุ่มฉ่ำ ก่อนที่จะออกเดินทางยาวๆ ไปทำภารกิจที่ต้องยอมรับเลยว่าเป็นทริปแรกที่ผู้เขียนเจอทางโหด! ที่สุดในชีวิต ซ้ายเหว ขวาหินผา ป่ากิ่งไผ่ ดินกรวดหนังหมู ดินโคลนสไลด์ เรียกว่าภารกิจนี้สุดโหด แต่จบด้วยความอิ่มใจสุดๆ 


เตรียมตัว เตรียมใจลุยโหดขึ้น เลตองคุ 

หลังจากที่พักกันแบบสบายๆ ในคืนแรก ซึ่งคณะผู้จัดทีม ฟอร์ดประเทศไทย ได้แจ้งกับสื่อมวลชนคณะนี้ว่าคืนที่ 2 อาจจะต้องนอนกางเต้นท์ และจะโหดกว่าคืนแรก เพราะกระแสไฟในหมู่บ้านที่มีเพียงเครื่องปั่นไฟเพียงตัวเดียวบวกกับแผงโซล่าร์เซลล์ที่ใช้งานได้ไม่ถึง 50% 




ได้เวลาตามกำหนดการคณะสื่อมวลชนพร้อมออกเดินทางสู่บ้านเลตองคุ พื้นที่วัฒนธรรมพิเศษกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงลัทธิฤาษีที่มีประวัติศาสตร์นานกว่า 200 ปี ที่ยังคงเหลืออยู่เพียงแห่งเดียวในโลก วิถีชีวิตของกระเหรี่ยงเลตองคุ คือการปลูกพืชสวน พืชไร่ โดยยังคงรักษาวัฒนธรรม ประเพณี และความเชื่อแบบดั้งเดิมไว้ เช่น การห้ามตัดผม โดยผู้ชายจะมวยผมไว้ตรงกลางหัว ส่วนผู้หญิงจะมวยผมไว้ที่ท้ายทอย ชาวเลตองคุจะไม่เลี้ยงและไม่กินเนื้อสัตว์เลี้ยงทุกชนิด เช่น หมู เป็ด ไก่ สัตว์ที่เลี้ยงเช่น ช้าง วัว และควาย จะเอาไว้ใช้งานเท่านั้น ห้ามกินเด็ดขาด เพราะถือว่าเป็นสัตว์ใหญ่ มีบุญคุณ และถ้าสัตว์เหล่านี้ตายไปจะต้องทำพิธีเผาให้ด้วย ส่วนสัตว์ที่ชาวเลตองคุกินคือปลาและสัตว์ที่ไม่ได้เลี้ยงไว้ นอกจากนี้ยังห้ามดื่มเหล้า เพราะหมู่บ้านเลตองคุเคร่งครัดเรื่องประเพณี ความเชื่อ และมีกฎระเบียบเป็นอย่างมาก


ภาพจาก: www.thai-traveller.com

4X4 กับเครื่องเทอร์โบ โหดยังไงก็ไหว

ในการเดินทางเข้าถึงบ้านเลตองคุ ซึ่งตั้งอยู่กลางหุบเขาบริเวณพื้นที่ชายแดนไทย-พม่า ต้องเดินทางผ่านแนวเขาทางโค้งและขึ้นลงลาดชัน ต่อด้วยเส้นทางที่แคบและขรุขระ เป็นระยะทางกว่า 30 กิโลเมตร คาราวานรถฟอร์ด เรนเจอร์ ได้ขับขี่ด้วยระบบ 4x4 พร้อมทดสอบอัตราเร่งและสมรรถนะของเครื่องยนต์และเกียร์ของรุ่นไวล์ดแทรค และรุ่นใหม่ลิมิเต็ด ด้วยเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร ไบเทอร์โบ และเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร เทอร์โบ ที่มาพร้อมระบบเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด ที่มอบพละกำลังสูงสุดถึง 213 แรงม้าและแรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร 


สำหรับรุ่นไวล์ดแทรค และกำลังสูงถึง 180 แรงม้า และแรงบิด 420 นิวตันเมตร สำหรับรุ่นลิมิเต็ด ทำให้การเดินทางบนเส้นทางที่ยากลำบากและทุรกันดารเป็นเรื่องง่ายดาย นอกจากนี้ที่ทำให้เส้นออฟโรดของผ่านไปได้ด้วยดีกับ ระบบช่วยการออกตัวขณะจอดบนทางลาดชัน (HLA) และระบบควบคุมความเร็วขณะลงเขา (HDC) ที่ช่วยให้เราลง และผ่านดินโคลนที่ชุ่มน้ำไปยังจุดหมายได้อย่างปลอดภัย


เมื่อเดินทางถึงบ้านเลตองคุ ทัพสื่อมวลชนได้ร่วมแรงร่วมใจทำภารกิจ เพื่อพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่และยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับชุมชนเขตวัฒนธรรมพิเศษกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยง ไม่ว่าจะเป็นการบูรณะสะพานไม้ที่ชำรุดที่ใช้เป็นทางเข้าออกหลักระหว่างหมู่บ้านกับชุมชนภายนอก รวมถึงร่วมแรงร่วมใจกันปรับปรุงและฟื้นฟูโรงเรียน ตชด. บ้านเลตองคุ โดยเปลี่ยนหลังคาโรงอาหารที่ชำรุดทรุดโทรม ปรับปรุงพื้นกระเบื้องยางในห้องเรียนเพื่อให้เด็กๆ เรียนหนังสือได้อย่างสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ทาสีอาคารเรียนใหม่


อยู่ในพื้ที่ที่ไร้สัญญาณ และไม่มีเส้นทางใน GPS



ติดตั้งเสาไฟโซลาร์เซลล์เพื่อเพิ่มแสงสว่าง ติดตั้งเครื่องกรองน้ำและแท้งก์น้ำเพื่อให้ชุมชนมีน้ำสะอาดในการอุปโภคบริโภค และปรับปรุงระบบแสงสว่างให้สุขศาลาประจำหมู่บ้าน โดยอุปกรณ์ต่างๆ ได้บรรทุกเข้ามาโดยฟอร์ด เรนเจอร์ทั้ง 10 คัน เมื่อถึงโรงเรียนเราได้รับการต้อนรับจากอาจารย์ใหญ่รุ่นใหม่ไฟแรง เป็นคนในท้องที่ ที่มามอบคำอวยพร และขอบคุณ 




ทั้งวันแม้จะมีฝนโรปยปรายมาเป็นระยะ แต่ก็ไม่ทำลายความตั้งใจของพี่ๆ น้องๆ สื่อที่ร่วมใจกันทำภารกิจสนเสร็จสิ้น ได้ทั้งความภูมิใจ และเห็นรอยยิ้มจากน้องที่รอคอยความหวังจากพวกเรา หลังเสร็จภารกิจ สื่อมวลชนได้ตั้งแคมป์พักแรม และรับประทานอาหารพื้นบ้านของชาวกะเหรี่ยงฤาษี พร้อมชมการแสดงพื้นบ้าน รำตง ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของหมู่บ้าน





ที่นี่มีนักเรียนจากในหมู่บ้านและต่างถิ่น บ้างต้องนอนในอาคารที่โรงเรียนจัดเตรียมไว้ให้ เพราะต้องข้ามมาจากชายแดนบ้างต้องเดินเท้าผ่านทางดินโคลน ทุ่งนา แต่ทุกคนก็พร้อมที่จะมาเรียนรู้ พัฒนาตัวเอง เด็กๆ ไทย-กะเหรี่ยงที่นี่ น่ารักและมารยาทดี เพราะทุกครั้งที่เราเดินผ่านเด็กจะยกมือไหว้สวัสดี ขอบคุณทุกครั้ง จะเด็กเล็ก เด็กหญิง เด็กชายทุกคนต่างพร้อมใจเป็นเจ้าบ้านและผู้รับที่ดี ผู้ให้ก็ยินดีและมีความสุขกลับไป







ธรรมชาติยังมีให้ได้สัมผัสกันอย่างแท้จริงในหมู่บ้านแห่งนี้

ขากลับสุดโหด แต่เรามีโหมดช่วยเหลือ

ในวันเดินทางกลับ เช้านี้สภาพอากาศบ่งบอกว่าจะมีฝนตกทั้งวัน ทางทีมงานให้เราเตรียมออกเดินทางแต่เช้าตรู่ เพื่อหลีกเลี่ยงฝนที่ตกในช่วงสายๆ และต้องทำเวลาให้ถึงสนามบินตามกำหนด สื่อมวลชนได้ออกเดินทางสู่บ้านเปิ่งเคลิ่ง สุดเขตชายแดนประเทศไทย ติดบ้านห้วยแดนทางฝั่งพม่า ซึ่งเป็นอีกหนึ่งหมู่บ้านกะเหรี่ยงที่สำคัญและมีประวัติความเป็นมามากว่า 100 ปี ระหว่างการเดินทาง สื่อมวลชนได้ทดสอบการขับขี่แบบต่างๆ อีกครั้งหนึ่งโดยเฉพาะการใช้ระบบ 4x4 Low พร้อมระบบล็อกเฟืองท้าย อีกตัวช่วยในการขับขี่แบบออฟโรดเมื่อเผชิญกับเส้นทางโหด  




เรียกว่าทางขากลับทั้งโหด ทั้งลุ้น ทั้งเสียว แต่ด้วยสกิลการขับขี่ของสื่อจากหลายๆ สำนักที่ต้องงัดออกมาใช้ทั้งเล่ม ทำให้อุปสรรคคลี่คลาย และรอดจากทางสุดโหดออกมาได้อย่างปลอดภัย ก่อนเดินทางกลับถึงกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ

 


งานนี้เรียกว่าเป็นภารกิจ ลุย! โหด ท้าทายฟ้าฝนที่สุดในทริปรถยนต์ที่ผู้เขียนเคยเจอมา ต้องยอมรับในความใจกล้า บ้าบิ่นของ ฟอร์ด ที่ยอมตะกุยทางโหดแบบไม่กลัวช้ำ แม้รถจะมีบาดแผลจากกิ่งไม้รอบด้าน ก็ไม่มีอะไรมาขวางความตั้งใจที่จะทำสิ่งดีๆ เพื่อสังคม และที่สำคัญ ฟอร์ด เกิดมาแกร่งจริงๆ รถเดิมๆ ยางเดิมๆ บวกสกิลการขับของพี่ๆ สื่ออีกหลายท่าน ทุกจุดที่น่ากลัว กลับเป็นเรื่องที่ท้าทายและง่ายหากเราปฎิบัติตามกฎ บวกกับออพชั่นที่มีภายในรถของฟอร์ด ที่ครั้งนี้ทุกคนได้ใช้ครบทุกฟังก์ชั่นต้องบอกว่า "โคตรคุ้ม" จึงทำให้ผู้เขียนเชื่อในคำพูดที่ว่า "ไม่มีอะไรที่ทำไม่ได้" และ "และไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้"  

สุดท้ายขอขอบพระคุณ บริษัท เทคโนเซล (เฟรย์) จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายอุปกรณ์บรรทุกสัมภาระธูเล่จากประเทศสวีเดน ที่เอื้อเฟื้อชุดอุปกรณ์บรรทุกสัมภาระในการเดินทางทำกิจกรรมในครั้งนี้ และที่สำคัญ ฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนี  ฟอ์ดประเทศไทย สำหรับทริปสุดโหด แต่มันๆ สุดๆ ในครั้งนี้ คุณได้ใจผู้เขียนคนนี้ไปเลยค่ะ..


Advertorial รถใหม่ล่าสุด