ค้นหา รถยนต์ใหม่ car
รีวิวรถยนต์ใหม่ : รีวิว Toyota Hilux Revo Caravan Trip กรุงเทพฯ-อิตาลี : สเตจ 2 ตุนหวง - ทาชเคนต์

รีวิว Toyota Hilux Revo Caravan Trip กรุงเทพฯ-อิตาลี : สเตจ 2 ตุนหวง - ทาชเคนต์

วันที่ : 4 มิ.ย. 61
เข้าดูทั้งหมด: 34,074 คน

Toyota Hilux Revo Caravan Trip กรุงเทพฯ-อิตาลี : สเตจ 2 ตุนหวง - ทาชเคนต์
ทีมงานเช็คราคา.คอม ได้รับเชิญร่วมทริปประวัติศาสตร์หน้าใหม่ " โตโยต้า ไฮลักซ์ รีโว่ คาราวาน ทริป ... บทพิสูจน์จริงระดับโลก"  กรุงเทพ-อิตาลี ช่วงที่ 2 ด้วยรถกระบะไฮลักซ์ รีโว่ 10 คัน แบ่งเป็น รีโว่ ดับเบิ้ลแค็บ 6 คัน สมาร์ทแค็บ 2 คัน ฟอร์จูนเนอร์ 1 คัน และ รีโว่ ดับเบิ้ลแค็บ 4X4 เป็นรถเซอร์วิส 1 คัน โดยเริ่มนับการเดินทางจากลานจอดรถโรงแรมดุสิตธานี เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2559 พร้อมบุกตะลุยผ่าน 2 ทวีป 17 ประเทศ รวมระยะทางกว่า 2 หมื่นกิโลเมตร โดยแบ่งเป็น 5 ช่วง 
  1. กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย - เมืองตุนหวง ประเทศจีน ระยะทางกว่า 4,970 กิโลเมตร
  2. เมืองตุนหวง ประเทศจีน - เมืองทาชเคนต์ ประเทศอุซเบกิสถาน ระยะทางกว่า 3,140 กิโลเมตร (ทีมงานเช็คราคา.คอม ร่วมเดินทาง)
  3. เมืองทัชเค้นท์ ประเทศอุซเบกิสถาน - เมืองเตหะราน ประเทศอิหร่าน ระยะทางกว่า 3,990 กิโลเมตร
  4. เมืองเตหะราน ประเทศอิหร่าน - เมืองอีสตันบูล ประเทศตุรกี ระยะทางกว่า 3,710 กิโลเมตร
  5. เมืองอิสตันบูล ประเทศตุรกี - เมืองเวนิส ประเทศอิตาลีระยะทางกว่า 3,440 กิโลเมตร


ไฮไลท์ สเตจ 1 : กรุงเทพ - ตุนหวง






s
สเตจ 2 วันที่ 1 ตุนหวง - ทัวร์เมืองพร้อมควบ รีโว่ ลุยทะเลทราย
สมาชิกกลุ่ม 2 เดินทางมาถึงสนามบินเมืองตุนหวงในช่วงสาย หลังรวมเวลาบินมาราธอน 10 กว่าชั่วโมง เพราะสภาพอากาศแปรปรวน แต่ในที่สุดก็ถึงโดยปลอดภัย โดยมีทีมงานรอรับแล้วพาขึ้นรถบัสเพื่อไปรับประทานอาหารกลางวัน จากนั้นแวะชมสถานที่สำคัญต่างๆ ของเมืองแห่งโอเอซิส ตุนหวง ซึ่งเดิมเป็นเมืองยุทธศาสตร์บนทางสายไหม ช่วงเย็นมีการขับทดสอบรีโว่แบบพิเศษใน Sand Dune เพื่อทดสอบสมรรถนะระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ซึ่ง รีโว่ แต่ละคันสามารถบุกตะลุยทรายได้อย่างสนุกและผ่านทุกอุปสรรค สำหรับโปรแกรมในวันรุ่งขึ้นคือ การเดินทางไปที่เมืองฮามี่

รีโว่ กับสมรรถนะการลุยทะเลทราย นับว่าไม่ง่าย แต่ก็ผ่านไปได้ด้วยดี

ขบวนคาราวานฯ มี ฟอร์จูนเนอร์ เป็นหัวลากและเซอร์วิส

การได้มาแวะชมทะเลสาบพระจันทร์เสี้ยวที่หมิงซาซาน นับเป็นความคุ้มค่า

บางครั้งก็มีอุปสรรคให้ฟันฝ่า แต่ก็ผ่านไปได้ด้วยสมรรถนะและความร่วมมือของทุกคน

ไฮลักซ์ รีโว่ คาราวาน กับบทพิสูจน์จริง กำลังทวีความเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ

สระน้ำวงพระจันทร์กลางทะเลทรายหมิงซาซาน เป็นบ่อน้ำที่ไม่เคยแห้ง และเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ

ถ้ำม่อเกาคู หรือเชียนฝอต้ง (แปลว่าถ้ำพระพุทธรูปพันธ์องค์) เป็นแหล่งพุทธศิลป์ที่ยิ่งใหญ่สุดของจีน
และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากยูเนสโก

วันที่ 2 ตุนหวง - ฮามี่ 420 กม. สู่ช่วงกลางวันที่ยาวนาน
ก่อนออกเดินทางขบวนฯ แวะชม ถ้ำม่อเกาคู หรือ เชียนฝอต้ง (แปลว่า ถ้ำพระพุทธรูปพันธ์องค์) เป็นแหล่งพุทธศิลป์ที่ยิ่งใหญ่สุดของจีน อีกทั้งยังเป็นมรดกโลกด้วย จากนั้นเดินทางต่อสู่เมืองฮามี่หรือโอเอซิสแห่งคูมุล อันเป็นเมืองหลวงเก่าและเป็นหน้าด่านของมณฑลซินเกียง ทัศนียภาพสองข้างทางส่วนใหญ่เป็นทะเลทรายกว้างไกล และมีลมทะเลทรายพัดเข้าข้างเป็นระยะ แต่ช่วงล่างที่ดีของ ไฮลักซ์ รีโว่ ทำให้ควบคุมง่าย และขับด้วยความมั่นใจไปตลอดเส้นทาง เรามาถึงเมืองฮามี่ราวทุ่ม น่าแปลกใจที่ยังสว่างและแดดแรง (เวลาเร็วกว่าเมืองไทย 1 ชม.) ระยะทางจริงวันนี้วิ่งรวม 490 กม. เมื่อถึงที่พัก สมาชิกบางส่วนนั่งสนทนาหน้าโรงแรมกันถึง 3 ทุ่ม บรรยากาศก็ยังสว่างด้วยแสงอาทิตย์อยู่นับว่าเป็นกลางวันที่ยาวนานจริงๆ

การเดินทางบนทางด่วนระหว่างเมืองสู่ซินเจียงทำให้เราทึ่งกับคุณภาพถนนและทิวทัศน์สองข้างทาง

ปั๊มน้ำมัน Sinopec มีบริการเป็นระยะ ดูกว้างขวางมาก เพราะเน้นพื้นที่ไว้บริการรถบรรทุกและรถขนส่งขนาดใหญ่

รีโว่ ดัดแปลงท้ายเป็นรถเสบียงคอยบริการสมาชิก

การเข้าสู่ด่านทางด่วนไปเมืองฮามี่ ไม่มีภาษาอังกฤษให้เห็น
 
เมื่อมีโอกาสแวะเจอร้านบริการปะยาง รถเซอร์วิสจะนำยางรั่วจากการเปลี่ยนมาปะเพื่อสำรองใช้ต่อ

บางครั้งการเข้าห้องน้ำปั๊มก็เป็นเรื่องรอไม่ได้ บนเส้นทางทะเลทรายแบบนี้หาที่หลบมุมทำภารกิจก็ยาก

พื้นที่พักข้างทางด่วน นอกจากปั๊มน้ำมันก็เป็นร้านปะยาง ห้องน้ำเป็นแบบธรรมชาติ

หลังจากขับมากว่า 500 กม. ขบวนฯ ก็ถึงเมืองฮามี่

บรรยากาศในเมืองฮามี่ดูร่มรื่นด้วยต้นไม้ต่างจากตุนหวง ส่วนแท็กซี่เขียวเหลืองข้างๆ ดูคุ้นมาก

แตงฮามี่ ของขึ้นชื่อ แต่กินแล้วก็เฉยๆ
วันที่ 3 ฮามี่ - ทูลู่ฟาน 410 กม. การเผชิญ 50 องศาเซลเซียส เป็นครั้งแรก
ขบวนฯ เดินทางสู่ ทูลู่ฟาน เมืองโอเอซิสอีกแห่งบนทางสายไหม เป็นเมืองที่ต่ำสุด ร้อน-แห้งสุด และลมแรงสุดสุดในเขตซินเกียง ระหว่างทางขบวนฯ ได้เจอกับสภาพอากาศที่แตกต่าง ทั้งร้อนจัดและลมแรง จึงต้องเน้นขับประคองรถให้อยู่ในเลนเกือบตลอด โชคดีที่ รีโว่ มีช่วงล่างและตัวถังแข็งแกร่งจึงช่วยให้ไม่ต้องกังวลมาก เมื่อถึงเมืองทูลู่ฟาน เราได้โอกาสลิ้มรสอาหารท้องถิ่น นับว่าอร่อยกว่าของโรงแรมพอควร จากนั้นช่วงบ่ายขบวนฯ แวะชมบ่อน้ำคันเอ๋อจิ่ง ระบบชลประทานในอดีตที่ใช้ภูมิปัญญาคนสมัยนั้น มีความยาวกว่า 5,000 กม. ซึ่งยกให้เป็นงานก่อสร้างโดยฝีมือมนุษย์ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของจีน 

การเดินทางใช้ทางด่วนหลักหมายเลข G30

นานๆ ถึงมีรถยนต์วิ่งร่วมทาง เพราะส่วนใหญ่เป็นรถใหญ่บรรทุกสินค้าข้ามแดน

สองข้างทางมีแต่เขาหินและพื้นที่โล่งอันเวิ้งว้าง

อาหารกลางวัน ไม่ต้องจอง เลือกกินได้หลายร้าน นับเป็นร้านอาหารแบบท้องถิ่นจริงๆ เพราะไม่เห็นนักท่องเที่ยวเลย

เราแวะชมทางน้ำคาเรสที่มีการยกให้ยิ่งใหญ่เทียบเท่ากำแพงเมืองจีน

ทางน้ำเลี้ยงของชาวเมืองใต้ดินสมัยก่อน

บางครั้งก็เจอโอเอซิสให้ร่มเงาไม้ช่วงสั้นๆ

สภาพถนนที่เจอในทูลู่ฟานส่วนมากเป็นแบบนี้

อุณหภูมิด้านนอก พร้อมทำร้ายคนแปลกถิ่น แต่รถไฮลักซ์ รีโว่ ยังทำงานปกติดี และแอร์เย็นเหมือนเดิม

เสร็จการขับทดสอบพิเศษตอนสามทุ่ม พระอาทิตย์เพิ่งเริ่มตก
วันที่ 4 ทูลู่ฟาน - คูเชอ 620 กม. การเดินทางไกลสู่เมืองเก่าแก่ ส่วนหนึ่งของเส้นทางสายไหม
ขบวนฯ ออกเดินทางแต่เช้าพบกับสภาพอากาศร้อนจัดระดับ 38 องศาเซลเซียส และมีลมกรรโชกแรงจนแทบยืนไม่อยู่ ทำให้การขับรถต้องเพิ่มความระมัดระวัง วันนี้ทีมงานปรับแผนการเดินทางใหม่จากเดิมที่ต้องไปตัวเมืองอัคซูที่อยู่ห่างออกไป 900 กว่ากิโลเมตร เปลี่ยนเป็นไปพักเมืองคู่เฌอที่อยู่ห่างออกไป 600 กว่ากิโลเมตรแทน เพื่อเฉลี่ยการเดินทางให้มีความพอดีมากขึ้น เส้นทางช่วงนี้ต่างจากที่ผ่านมา เพราะต้องเลาะเลี้ยวผ่านเขาเทียนซานซึ่งสวยงามจนมาก หลังจากนั้นเริ่มเป็นทางตรงยาว สองข้างทางมีแต่ทะเลทราย ทำให้ช่วงบ่ายหลายคนออกอาการง่วง จนต้องแวะพักกันบ่อยขึ้น และเราก็ถึงเมืองคูเชอราวหกโมงเย็น สภาพเส้นทางเข้าตัวเมืองแห้งแล้งและยังดูไม่ค่อยเจริญมากนัก เมืองนี้พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นโรงงานอุตสหกรรม ภายในตัวเมืองกลับมีโรงแรมดีๆ อยู่มาก เช่น คูเชอ แกรนด์ ที่เราพัก จัดว่าระดับ 3-4 ดาว 
 
ทางสู่เมือง คูเชอ เป็นเลนสวนและมีลมแรง ทำให้เครียดไม่น้อย

ทัศนียภาพของเทือกเขาเทียนซานทำให้เราประทับใจกับการแวะไปคูเชอมาก

การขับรถเลาะเลี้ยวไปตามโค้งซ้าย-ขวาผ่านเทือกเขาสวย เป็นการขับที่สนุกและปลอดโปร่งจริงๆ

เขาเทียนซานสวยงามอลังการ จนต้องร้องขอให้จอดถ่ายรูป


ถ้าไม่ใช่เพราะ ไฮลักซ์ รีโว่ เราคงไม่ได้มาเห็นอะไรที่งดงามขนาดนี้

ก่อนเข้าเมืองคูเชอ ขบวนฯ แวะเติมน้ำมันเต็มถังเพื่อความอุ่นใจ  

โรงแรมคูเชอ แกรนด์ นับว่าหรูหรา ตั้งอยู่ในเมืองอุตสหกรรมแห่งพื้นที่ทะเลทราย หน้าโรงแรมเต็มไปด้วยรถหรู
วันที่ 5-6 คูเชอ - คัชการ์ 700 กม. สู่เมืองชาวอุยกูร์ เสน่ห์แห่งเมืองเก่า
ขบวนฯ ออกเดินทางแต่เช้ากับเส้นทางแบบเดิมๆ ตรงยาวผ่านทะเลทราย เราแวะพักรับประทานอาหารกลางวันที่เมืองอัคซู ก็เจอกับเรื่องน่าตื่นเต้นเพราะความเข้มงวดต้องตรวจเอกสารก่อนเข้าเมือง แต่ก็ผ่านไปด้วยดี ช่วงบ่ายการเดินทางยังคงขับฝ่าลมแรงอยู่ตลอด เมื่อถึงปั้มน้ำมัน ด้านหน้ามีการตั้งกรวยไม่ให้ผ่านเพื่อบังคับเข้าปั้มให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจตรา ซึ่งก็ทำให้เสียเวลาไปบ้าง เราถึงเมืองคัชการ์ตอน 19.00 น. ตามเวลาปักกิ่ง นับว่าทำเวลาได้ดีเกินคาด ส่วนเวลาท้องถิ่นคัชการ์ ช้ากว่าปักกิ่ง 2 ชม. ในช่วงดึกสมาชิกบางคนได้ออกเดินสำรวจเมืองในระยะใกล้โรงแรม พบว่ามีตำรวจกับทหารคอยเฝ้าระวังและตรวจตราอยู่หลายจุด และอยู่ในสภาพเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ไม่คาดคิดอยู่ตลอด ดูตึงเครียดไม่น้อย 
เช้าวันรุ่งขึ้นเรายังอยู่ที่เมืองนี้ เพื่อให้เวลากับทีมเซอร์วิสได้ตรวจเช็ครถตามระยะ สมาชิกในขบวนฯ จึงมีโอกาสออกท่องเมืองคัชการ์เต็มๆ โดยอาศัยเช่ารถบัสรับไปชมเมืองเก่า เดินตลาด และมัสยิดจนถึงเย็น จึงกลับเข้าโรงแรมพักผ่อนเตรียมเดินทางข้ามพรมแดนไปยังประเทศคีร์กีซสถานในวันรุ่งขึ้น

ขบวนฯ เริ่มต้นภารกิจวันใหม่ออกจากโรงแรมในเมืองคูเชอ
 
ขบวนฯ จอดข้างทางชิดขวาสำหรับรถช้า ซึ่งนานๆ มีรถมาสักคัน สังเกตร่องเป็นบั้งข้างเส้นขอบขวา 
มีไว้เตือนผู้ขับเวลารถเริ่มเบนออกนอกเส้นทาง ลองแล้วสะเทือนจนรู้สึกชัด

ช่วงหลังการเดินทางบนทางด่วน G30 ถูกบังคับให้วิ่งเข้าปั๊มก่อน เพราะถนนหน้าปั๊มปิดไม่ให้ผ่าน
ถ้ามีโอกาสก็จะเติมเต็มถัง แต่ ไฮลักซ์ รีโว่ ประหยัดจริง วิ่งกันแบบยาวๆ ค่อยเติม

การออกมายืนนอกรถระหว่างพักในจุดจอด ต้องเผชิญกับแรงลมและเศษทรายละเอียดที่ปลิวมาอยู่ตลอด

บรรยากาศเมืองคัชการ์ตั้งแต่เข้ามาก็รู้สึกถึงความแตกต่างจากเมืองอื่นๆ ในจีนอย่างชัดเจน

อนุสาวรีย์ท่านประธานเหมาเจ๋อตุง เป็นสัญลักษณ์ย้ำเตือนว่าที่นี่คือ ส่วนหนึ่งของประเทศจีน

มุมมองจากโรงแรมที่อยู่กลางเมือง

บรรยากาศร้านค้าเน้นภาษาอาราบิกเป็นหลัก

เนื้อแพะถูกแขวนขายกันหน้าบ้านเป็นเรื่องปกติ

ในโซนเมืองเก่า แม้ทรุดโทรมแต่ยังมีคนอาศัย เด็กที่นี่ไม่มีอะไรให้ทำในวันว่างมากนัก

ภาพตัวโรงแรมจากด้านอนุเสารีย์ท่านประธานเหมา

บรรยากาศยามค่ำคืนบริเวณหน้าโรงแรมที่พักของคณะฯ มองเห็นท่านประธานเหมาฯ ในระยะไม่ไกล
วันที่ 7 คัชการ์ - ซารี แทช 310 กม. สู่ความหนาวเย็นและโฮมสเตย์สุดคลาสสิค
วันนี้เราเดินทางไปชายแดน จีน - คีร์กีซสถานแต่เช้า เพื่อให้เวลากับขั้นตอนการเข้าเมืองของขบวนฯ ซึ่งต้องใช้เวลามากพอควร เพราะการผ่านทางด้วยรถยนต์ตรงด่านชายแดนนับเป็นเรื่องไม่ปกติ แต่ทุกอย่างก็ผ่านไปด้วยดี โดยอากาศเรี่มเย็นขึ้นตามระยะทางที่ใกล้เข้าชายแดน เมื่อถึงด่านชายแดนเราสังเกตว่าแนวเขาไกลๆ ยังเห็นหิมะปกคลุมอยู่ และพื้นที่ส่วนใหญ่อยู่เหนือระดับน้ำทะเลราว 3 พันกว่าฟุต เป้าหมายการพักแรมวันนี้เป็นโฮมสเตย์ในหมู่บ้านซารี-แทช มีความเป็นธรรมชาติมาก เพราะไม่มีทีวี สัญญาณโทรศัพท์ อินเทอร์เน็ต น้ำประปา ทำให้เรากลับมาใช้ชีวิตเหมือนในยุคเก่า มีโอกาสนั่งล้อมวงกินข้าว พูดคุยพร้อมหน้าอย่างที่ไม่เคยเห็นในสังคมยุคนี้ ในช่วงดึกอุณหภูมิภายนอกลดลงมาจนแตะ 1 องศา


การข้ามแดน ต้องรอคอย เพราะเปิดเป็นรอบเวลา

ไม่ใช่แค่เราที่ต้องติดเวลาข้ามแดน รถที่ขนคนและสินค้าก็เช่นกัน

หิมะยังพอเห็นได้ตามยอดเขาที่อยู่ห่างออกไป แม้อยู่ในช่วงฤดูร้อน

ไม่คิดว่าจะได้เห็นความสวยงามขนาดนี้ ที่นี่คือ ซารี แทช
 
ณ จุดนี้ นับเป็นจุดชมวิวที่สวยและอากาศดีสุดเท่าที่เคยเจอมา

โฮมสเตย์ 2 ชั้น นับว่าดีสุดในซารี-แทช ชั้นบนเป็นห้องนอนรวมด้านล่างเป็นห้องนั่งเล่นและกินข้าว

เด็กๆ ของเจ้าบ้านออกมาทักทาย 

มุมมองจากชั้นบนของบ้าน แสดงให้เห็นว่า ซารี-แทช เป็นชุมชนขนาดเล็ก

มื้อเย็นนั่งกันแบบอบอุ่นทุกคนให้ความสนใจอาหารและพูดคุยกันอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เพราะไร้สัญญาณทุกชนิด

เปิดประตูด้านเข้าบ้านมาก็พบกับห้องนี้

บรรยากาศห้องนอนรวม มีไว้สำหรับนอนจริงๆ
วันที่ 8  ซารี แทช - ออช 200 กม. จากสวรรค์บนดินลงสู่เมือง
ขบวนคาราวานฯ อำลาบรรยากาศสุดอบอุ่นของโฮมสเตย์ใน ซารี่ แทช ก่อนออกเดินทางสู่เมืองออชด้วยการไปขับรถชมบรรยากาศแถวหมู่บ้านซึ่งมีความสวยงามมาก โดยเส้นทางหลังจากนี้เป็นถนนลาดยางสวนเลน แต่รถวิ่งกันน้อยมาก ส่วนบรรยากาศสองข้างทางมักเป็นภูเขาสูง มองเห็นกระโจมพักแรมข้างทางเป็นระยะ นอกจากนี้ยังเจอกับฝูงแพะที่ชาวบ้านเลี้ยงเดินสวนบนถนนบ่อยครั้ง อากาศที่หนาวเย็นและฝนตกพรำๆ ทำให้หลายคนเริ่มออกอาการเป็นหวัดบ้าง เราคิดกันว่าโชคดีมากที่ได้มาเยือน ซารี-แทช เพราะเปรียบเสมือนสวรรค์บนดินอย่างแท้จริง เมื่อขบวนฯ มาถึงเมืองออช บรรยากาศดูเงียบเหงาเพราะเป็นช่วงถือศีลอด อาหารช่วงกลางวันหาทานยาก แต่ก็มีบางโรงแรมเปิดให้บริการร้านอาหาร ขบวนฯ เข้าพักกันที่โรงแรม จากนั้นออกชมเมืองเก่า มัสยิด และตลาดนัดโดยรถบัส เก็บเกี่ยวบรรยากาศในตัวเมืองอันแปลกตา ต่างวัฒนธรรม 

มา Sari-Tash ทั้งที เราขอขับรีโว่ไปลุยขุนเขาอันสวยงามกันหน่อย

บรรยากาศยามเช้าบนเนินเขา คือ สวรรค์บนดินจริงๆ

แม้มีหญ้าปกคลุมแต่ดินด้านล่างแข็งพอให้รีโว่โลดแล่นกันได้อย่างสนุก

เส้นทางสู่เมืองออชช่วงแรก เราได้เห็นการตั้งกระโจมอาศัยแบบนี้หลายจุด หน้าหนาวจะมีคนมาเล่นสกีเยอะมาก

การดิ่งลงสู่ที่ราบอุณหภูมิค่อยๆ อุ่นขึ้น ทัศนวิสัยสองข้างทางก็เริ่มเปลี่ยน

การเลี้ยงฝูงแพะมีให้เห็นตลอดตามเส้นทาง โดยเฉพาะพื้นราบที่มักเดินกันตามถนน

การขับเลาะเลี้ยวไปตามเขาหินที่นี่ ก็ทำให้เราหวาดระแวงเรื่องหินร่วงลงมาไม่น้อย เพราะไม่มีที่กั้นหรือยึดหน้าดินเลย

บรรยากาศย่านตลาดสดในออช

ตลาดสดในเมืองออชเน้นขายผักผลไม้ ส่วนเชอร์รี่เป็นผลไม้ยอดนิยม ขายเยอะมาก
วันที่ 9 ออช - ทาชเคนต์ 420 กม. การขับมาราธอนกว่า 11 ชั่วโมง !
เช้านี้ขบวนฯ ออกเดินทางข้ามชายแดนสู่ประเทศอุซเบกิสถาน เป้าหมายอยู่ที่ เมืองหลวงทาชเคนต์ อันเป็นจุดสุดท้ายของกลุ่ม 2 จากที่พักถึงชายแดนห่างกันประมาณ 8 กม. เราใช้เวลาหลายชั่วโมงในการผ่านชายแดน เพราะมีขั้นตอนต่างๆ ที่เข้มงวดทั้งคน สัมภาระ และตัวรถถูกทดสอบและตรวจอย่างละเอียดอย่างที่ไม่เคยเจอมาก่อน หลายคนโดนแยกตรวจและทยอยผ่านออกมาก่อน ผู้เขียนเมื่อตรวจผ่านแล้ว ต้องเดินออกไปรอเพื่อนๆ และรถตรงร้านอาหารใกล้ด่าน กว่ารถทุกคัน สมาชิกทุกคนผ่านออกมาได้ครบหมด ก็กินเวลากว่า 11ชั่วโมง ถึงได้เดินทางกันต่อ โดยระหว่างทางออกเมืองได้แวะทานข้าวเย็นและเติมน้ำมันก่อน จากนั้นขบวนฯ ขับยาวกันกว่า 400 กม. สู่ทาชเคนต์ แต่ก็พบกับด่านตรวจระหว่างอีกหลายด่าน และบางด่านเข้มงวดมากเพราะใกล้พรมแดนทาจิกิสถาน ถึงกับต้องลงจากรถมารายงานตัวด้วยพาสสปอร์ตทีละคน กว่าขบวนฯ จะถึงทาชเค้นต์ก็เกือบตี 5 ของเวลาท้องถิ่น นับเป็นความเหนื่อยล้าอย่างที่สุด  

หน้าด่านข้ามแดนจาก คีร์กีซสถาน สู่ อุซเบกิสถาน เข้มงวดและใช้เวลาตรวจสอบทั้งคนและรถละเอียดมาก

การรอคอยเป็นเรื่องปกติเวลาข้ามพรมแดนด้วยรถต่างแดน

ชาวบ้านหลายคนก็มาร่วมชะตากรรมรอเวลากับเราด้วย

ในเมืองอดิจอน อุซเบกิสถาน เด็กๆ ดูให้ความสนใจคนต่างถิ่นอย่างพวกเราไม่น้อย

ปั๊มน้ำมันที่นี่อนุญาติเติมได้ครั้งละ 30 ลิตรเท่านั้น 

สมาชิกทุกคน รถทุกคัน ผ่านเข้าสู่ อุซเบกิสถานด้วยดี แต่หนทางสู่ทาชเคนต์ยังอีกยาวไกล และเวลาก็ใกล้ค่ำแล้ว

ขบวนฯ ออกจากด่านอดิจอนไม่นานก็แวะเติมน้ำมันและก็เติมพลังมือค้ำก่อนยิงยาวกันทั้งคืนสู่ทาชเคนต์

ไก่และแกะสะเต๊ะที่นี่ชิ้นใหญ่มาก ปิ้งโดยใช้เหล็กแหลมเสียบ รสชาติอร่อยมาก
วันที่ 10 ทัวร์ทาชเคนต์ - เมืองสวย กลิ่นไอรัสเซียเก่า
วันสุดท้ายของการเดินทางอันยาวนานกว่า 10 วัน สมาชิกขบวนฯ บางส่วนต้องเดินทางกลับ โดยออกจากโรงแรมกันในช่วง 11.00 น. เพื่อแวะทานอาหารท้องถิ่นในช่วงเที่ยง และใช้เวลาครึ่งวันบ่ายในการนั่งรถบัสชมเมือง ซึ่งสวยงามมากจนอยากใช้เวลาอยู่ต่อในเมืองอีกวันจริงๆ บรรยากาศภายในทาชเคนต์ดูสวย สงบ แปลกตาด้วยอาคารและสิ่งปลูกสร้างจากยุครัสเซีย โดยเฉพาะสถาปัตยกรรมสตาลิน เมื่อได้เวลาอันสมควรสมาชิกกลุ่ม 2 ก็ได้เวลาอำลาทาชเคนต์และทริป ไฮลักซ์ รีโว่ คาราวาน ไปสนามบินเพื่อเดินทางกลับบ้าน เมืองไทยของเรา พร้อมเก็บความทรงจำที่ดีของการเดินทางครั้งนี้ กลับมาถ่ายทอดให้ทุกคนได้เห็นถึงสมรรถนะของตัวรถ ไฮลักซ์ รีโว่ อันแข็งแกร่ง และความสวยงาม แปลกตา ของเส้นทางต่างเมืองที่เราผ่านมา

มุมมองจาก Mustaqillik (Independence) Square เห็นหอคอยด้านซ้ายคือ
ทีวีทาวเวอร์สร้างในปี 1985 เป็นสิ่งก่อสร้างที่สูงสุดในเอเชียกลาง 

บริเวณ จัตุรัสคาสต์อิมาม เป็นลานกว้าง นับเป็นศูนย์กลางศาสนาอิสลามของเมือง มีมัสยิดใหญ่ และมาดราซา

สถาปัตยกรรมเลนิน และสิ่งปลูกสร้างในยุครัสเซียยังมีให้เห็นทั่วเมือง 

อนุสาวรีย์ระลึกถึงเหตุการณ์สูญเสียครั้งยิ่งใหญ่จากแผ่นดินไหวในทาชเคนต์เมื่อปี 1966 โดยสร้างขึ้นในปี 1976 

ทาชเคนต์ เมืองหลวงที่ดูแตกต่างจากรอบนอกมาก ทุกอย่างถูกปรุงแต่งไว้อย่างดี

การเดินทางพิสูจน์สมรรถนะจริงของรถกระบะ ไฮลักซ์ รีโว่ ครั้งนี้ นับเป็น ทริปประวัติศาสตร์ระดับโลก ที่มีคาราวานทริปเดินทางจาก กรุงเทพ ข้าม 2 ทวีป 17 ประเทศ ไปสิ้นสุดที่กรุงเวนิส ประเทศอิตาลี ทั้งหมดเป็นความตั้งใจของโตโยต้าที่ต้องการให้ลูกค้าเชื่อมั่นในความสมบูรณ์แบบของผลิตภัณฑ์ ซึ่งตอบสนองการใช้งานได้อย่างกว้างขวาง
*ขอขอบคุณ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด สำหรับการเชิญร่วมทริปครั้งนี้ 
แก้ไขล่าสุด : 4 มิ.ย. 61
โดย
:
ชลัคร ช่วยชู
กองบรรณาธิการ เช็คราคา.คอม

รีวิวรถยนต์ล่าสุด