ค้นหา รถมอเตอร์ไซค์ใหม่ motorcycle
Advertorial : รถมอเตอร์ไซค์ใหม่

HONDA BIGBIKE พาลุยนิวซีแลนด์ กับภารกิจ Riding Passion สุดขอบฟ้า

โดย : ชลัคร ช่วยชู
วันที่อัพเดทล่าสุด : 9 ก.ค. 61
เข้าดูทั้งหมด: 12,256 คน

HONDA BIGBIKE พาลุยนิวซีแลนด์ กับภารกิจ Riding Passion สุดขอบฟ้า

เอพี ฮอนด้า (AP HONDA) จัดกิจกรรม Riding Passion ส่งต่อให้ Honda Bigbike เชิญชวนลูกค้าที่ซื้อรถบิ๊กไบค์กับ ฮอนด้า บิ๊กวิงก์ ได้มีโอกาสลุ้นไปร่วมทริปขี่บิ๊กไบค์ต่างประเทศกับการเดินทางตามฝันสุดยิ่งใหญ่ ล่าสุดได้ 5 ผู้โชคดีพร้อมเดินทางไปกับทีมสื่อมวลชนรวมทั้งทีมงาน Motorbike GURU Thailand by CheckRaka.com กับ THE NEW ZEALAND PASSION TRIP 2018 ด้วยสุดยอดมอเตอร์ไซค์แอดเวนเจอร์ 2 รุ่นยอดนิยม CRF1000L "Africa Twin" และ NC750X ทริปนี้ได้ขี่กันต่อเนื่อง 4 วัน เริ่มจากเมือง Christchurch สู่ Queenstown และกลับขึ้นไปจบที่ Christchurch เส้นทางตลอด 4 วัน ผ่านความสวยงามของสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติสำคัญ และได้แวะเวียนพักเก็บบรรยากาศในเมืองต่างๆ เช่น Cromwell, Omarama, Lake wanaka, Navis road, Mountain cook ฯลฯ นี่คือ เรื่องราวของ Riding Passion นิวซีแลนด์ ที่สักวันคุณอาจได้มากับฮอนด้า บิ๊กไบค์ ตลอดการเดินทาง 21-24 เมษายน 2561 

วันที่ 1 : "Bangkok - New Zealand" 
ถึงซะที หลังจากใช้เวลาร่วม 20 ชั่วโมง ออกเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ  โดยสายการบินไทย "รักคุณเท่าฟ้า" ไปยัง Auckland ประเทศ New Zealand ก่อนจะต่อสายการบินภายในประเทศ มาถึง Christchurch  เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของเกาะใต้ อีกทั้งยังเป็นหนึ่งในสามเมืองที่ตั้งอยู่ชายฝั่งตะวันออกของเกาะใต้ สภาพอากาศตอนนี้กำลังเย็นสบาย บรรยากาศเงียบสงบ ซึ่งเวลาที่นี่จะเร็วกว่าประเทศไทยราวๆ 5 ชั่วโมง 

ก่อนจะเริ่มทริปขี่รถมอเตอร์ไซค์ Honda ก็ต้องรับฟังบรีฟรายละเอียดกิจกรรมกันหน่อย เพื่อให้ทราบถึงข้อปฎิบัติในการขับขี่ที่ถูกต้องใน New Zealand และรายละเอียดการเดินทางในแต่ละวัน

บ้านเรือนส่วนใหญ่เป็นบ้านชั้นเดียวที่มีห้องใต้ดิน เพราะที่นั่นมีแผ่นดินไหวเกิดขึ้นอยู่เรื่อยๆ เนื่องจากอยู่บนวงแหวนแห่งไฟ (พื้นที่แนวภูเขาไฟ และบริเวณขอบแผ่นเปลือกโลกที่มีภูเขาไฟคุกรุ่นอยู่) วันนี้ใช้เวลาส่วนใหญ่ปรับสภาพร่างกาย เพื่อเตรียมออกเดินทางตาม Passion ไปกับเส้นทางสวยๆ กับทริป THE NEW ZEALAND PASSION TRIP 2018

มาถึง Chirstchurch เราก็มาแวะพักเดินที่สวนโบทานิคกันก่อน หลังจากนั่งเครื่องมากันยาวนาน



ในช่วงค่ำทีมงานเช็คราคาที่มาก่อนล่วงหน้าได้ขับรถมาแวะรับผู้เขียนไปสำรวจเมืองยามค่ำคืน 

วันที่ 2 : "Christchurch-Oxford Road-Lake Tekapo-Omarama" ระยะทาง 431.5 กม.

แผนการเดินทางวันนี้เริ่มจากเมือง Christchurch ในเกาะใต้ของนิวซีแลนด์ ไปยังมุ่งสู่จุดหมายแรก ภูเขา Hutt เพื่อไปชื่นชมความสวยงามธรรมชาติที่แรกของการเดินทาง จากนั้นขบวนฯ จะไปต่อกันที่ Oxford Road เพื่อชมวิวกันอีกจุด จนอิ่มหนำกับอาหารตาและใจ ก่อนจะแวะพักกันที่ Geraldine เท่านี้ก็ผ่านระยะทางกว่า 200 กม. ล่ะ

 รถบัสพาเรามารับรถฮอนด้ากันที่ Kiwi Motocycles Rental ใน Amberly


ออกทะยานสู่ความท้าทาย ท่ามกลางอากาศที่ค่อนข้างเย็น
ระหว่างทางก็แวะทานซุปร้อนๆ กันก่อนเดินทางต่อ ที่ผ่านมาช่วงครึ่งวันเช้าก็ได้ทำความคุ้นเคยกับการขี่รถมอเตอร์ไซค์ท่ามกลางอากาศเย็นๆ และลมข้างที่แรงมากตลอดเส้นทาง สำหรับวิวทิวทัศน์ที่ได้พบค่อนข้างเป็นอะไรที่แปลกใหม่ ฟินเลยทีเดียว สามารถมองไปถึงเขาด้านหน้าที่มีหิมะปกคลุมบนยอดเขาได้หลายช่วง และได้แวะดูคนที่นี่พักผ่อนด้วยการทำกิจกรรมเล่นเรือโต้กระแสน้ำ แปลกดี ขนกันมาทั้งครอบครัวดูอบอุ่นมาก




วางแผนกันก่อนเข้าสู่บททดสอบแรกของเส้นทางออฟโร้ด Hakataramea Valley Road


จากนั้นก็ออกเดินทางต่อจาก Geraldine นึกว่าจะได้ขี่รับลมหนาวต่อเพื่อไปยังจุดหมายปลายทางครึ่งบ่ายซึ่งต้องไป Lake Tekapo ที่ขึ้นชื่อว่าสวยงามที่สุดของเกาะใต้ แต่งานนี้มีออปชั่นพิเศษให้ได้ลุยทางออฟโรดกันก่อนในเส้นทางแปลกๆ ชื่อว่า Hakataramea Valley Road เป็นทางกรวดลอยขี่ไปขี่มามีป้ายเตือน Ford นึกว่ารถ ที่ไหนได้เป็นธารน้ำเล็กๆ  นับเป็นสีสันให้กับสมาชิกในทริปได้ลองลุยน้ำกัน

เหมือนวิ่งเท่าไหร่ก็ไม่จบทางฝุ่นซะที เมฆฝนมาแต่ไกล ช่วงหลังขึ้นเขานี่ซ้ายเหวขวาผา กรวดลอยพอมีอาการสไลด์บ้าง มาถึงช่วงท้าย ฝนพร่างพรมลงมา ดีไม่หนักมากแค่รู้สึกหนาวเข้ากระดูก ออกมาถนนดำ แสงพระอาทิตย์เริ่มริบหรี่ ขบวนพักเหนื่อยทานกาแฟร้อนแก้หนาวสักพักก่อนเดินทางต่อ 

พอได้เวลาออกเดินทาง แสงสุดท้ายก็พ้นขอบฟ้าพอดี ขบวนมุ่งหน้าไปโรงแรมที่เมือง Omarama ที่ตั้งอยู่บนที่ราบสูงแม็คเคนซี่ เราขี่กันอีกกว่า 80 กม. เป็น night ride ขวาเป็นทะเลสาบ Aviemore ดูสวยงามแม้ยามพลบค่ำ แต่ชั่วโมงนี้ สมาชิกต่างทำเวลาเพื่อรีบเข้าที่พักทานมื้อเย็น จนมาถึงโรงแรมเกือบทุ่ม รวมระยะทางวันแรกของการขี่ 431.5 กม. แต่ไม่เมื่อยล้าเท่าไหร่ เพราะ NC750X ไว้ใจได้ตลอด ขนาดใช้ยางทางเรียบ ทริป Riding Passion ตะลุยนิวซีแลนด์ เพิ่งเริ่มต้น เราจะนอนพักที่นี่กัน 1 คืน พรุ่งนี้การเดินทางจะมีทั้งทางดำและทางฝุ่นอีกครั้งก่อนเข้าสู่เมืองควีนทาวน์

ช่วงท้ายฝนเทกระหน่ำลงมาแต่โชคดีที่ตกไม่นาน


วันที่ 3 : "Omarama-Cromwell-Nevis road-Queentown" ระยะทาง 284 กม.

จาก Omarama ตื่นมาอากาศหนาวมาก วันนี้ไฮไลท์อยู่ที่ Nevis road เส้นทางออฟโรดผ่านเขาหลายลูก เช้าตรู่ที่นี่ออกมาอุณหภูมิ -1 ขบวนมุ่งหน้าไปเติมน้ำมันที่เมือง Cromwell เส้นทางออนโรด 90 กว่า กม. แต่สาหัสกับความเย็นที่ทำเอามือแข็งไปตามๆ กัน เส้นทางถนนเนวิส เป็นถนนกรวดลอยขึ้น-ลงเขาเกือบตลอด มีธารน้ำที่หิมะละลายไหลผ่านเป็นช่วงๆ ดีที่พื้นเป็นก้อนหินน้อยใหญ่ แอบผวา เพราะแต่ละจุดนี่ลึกและยาวกว่าเมื่อวานคนละเรื่อง จากความกลัวกลายเป็นความเคยชินเพราะมาเรื่อยๆ บางช่วงซ้ายเหว ขวาผาเหมือนเดิม ผ่านไปครึ่งทางด้วยดี เราแวะกินมื้อกลางวันกันง่ายๆ นั่งกับหญ้าตรงที่ราบนี่ละ มีแซนด์วิชที่ทีมเตรียมไว้ให้ เติมพลังก่อนไปเจออุปสรรคแบบจัดเต็ม ... งานนี้ธรรมชาติแยกเขี้ยวรอขย้ำเราอยู่ 


เราจอดพักกันที่ Cromwell คลายความหนาวจาก Omarama กันก่อนไปเจอความโหดของ Nevis road



เส้นทางช่วงแรกยังไปกันแบบสบายๆ แต่ทางเขาบางช่วงก็น่าหวาดเสียวเพราะไม่มีอะไรกั้นข้างทางเลย

หลังจากย่ามใจกับครึ่งทางแรกที่ผ่านมาได้ฉลุย ไม่ว่าธารน้ำลึกหรือยาวก็รูดผ่านมาได้หมด ขี่ทางเขาขวาเหวนี่ก็เจอกันจนชิน .. แต่ความโหดของ nevis road อยู่ที่ตอนบ่าย เพราะนอกจากธารน้ำหินใหญ่ที่มีให้ลงนับไม่ถ้วน ยังต้องเจอทางโคลน ! งานนี้ NC750X ที่ผมขี่ยางมิชลิน Pilot Street จะเอาอยู่ไหม... แต่คันนี้ก็พาผ่านมาได้ด้วยดีตั้งแต่เมื่อวาน เนวิส โร้ด ยามบ่ายดูสวยงาม แต่ถึงเวลาก็ลงดาบเราอย่างไม่ปราณี มีทั้งลำธารน้ำต่อด้วยโคลน หรือซ้ายโคลน ขวาน้ำ ทยอยมาดักแบบไม่ให้หายใจ ล้ม ติด จม กันเป็นภาพชินตา แต่ทุกคนก็ช่วยกันฝ่ากันไปได้ทุกด่าน Keyman สำคัญที่คอยให้คำแนะนำดีมากๆ คือ มร.ราล์ฟ เจ้าถิ่น ที่มีดีกรีผ่านรายการ GS Rally มาแล้ว เขามาคอยแนะนำเทคนิคให้ผมและคนอื่นๆ ผ่านไปได้อย่างน่าทึ่ง เมื่อทุกคนออกจากเนวิส โร้ดมาครบ สภาพนี่เละเทะไปตามๆ กัน




แอ่งน้ำ บ่อโคลน อุปสรรคที่สลับกันมาทักทายเรา




แม้ว่าอยากเลี่ยงหาทางดีๆ แต่ดูจะไม่มีทางอื่นนอกจาก ลุย !

เราพักร่างจิบกาแฟก่อนมุ่งหน้าไป Queentown มีสเตจท้ายแถมอีกหน่อยกับการขี่เลียบถนนทะเลสาบอันคดเคี้ยวและไต่ขึ้นเขาไปหาความหนาวที่สกีรีสอร์ต เสียดายวันนี้หิมะละลายเยอะ จนได้เวลาใกล้ค่ำก็พากันขี่กลับเข้าเมืองเพื่อพักร่างกันก่อนเตรียมขี่ไป MT.COOK ในวันรุ่งขึ้น 

หลังจากออกจาก Nevis road ด้วยความสะบักสะบอมก็ยังต้องซิ่งมาต่อกันบนเขาสกี รีสอร์ต ที่เย็นยะเยือกเล่นเอาถุงมือที่เปียกน้ำค่อยๆ แข็งตัว เพิ่มความทรมานยิ่งขึ้น

วันที่ 4 : "Queentown - Omarama - Aoraki - Mt.Cook" ระยะทาง 320.8 กม.
วันนี้การเดินทางเริ่มออกสตาร์ทจากเมือง Queentown ผ่านเข้าสู่วันที่ 3 ถือว่าผ่านการเดินทางในทริป THE NEW ZEALAND PASSION TRIP 2018 มาได้ครึ่งทางแล้ว ยังเหลือเส้นทางที่ต้องเดินทางกันต่ออีกไม่น้อยเหมือนกัน ก็ต้องดูแลสุขภาพกันด้วยการนวดยาฟื้นฟูกล้ามเนื้อ กับอัดวิตามินซีบำรุงร่างกายให้พร้อมกับการเดินทางในเส้นทางที่เหลือ สำหรับวันนี้ในช่วงเช้าก็ออกเดินทางอีกครั้งโดยออกจาก Queentown ในช่วงเวลาสายๆ ค่อนข้างน่าเสียดายที่ไม่ค่อยได้มีเวลาขื่นชมตัวเมืองเท่าไหร่นัก สำหรับเส้นทางในวันนี้เป็นการขี่แบบออนโรดกันยาวๆ มีเส้นทางข้ามเขาต่อเนื่อง 





ทีมเดินทางมาจนถึง Lake Wanaka ทะเลสาบที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 4 ของนิวซีแลนด์ ด้วยพื้นที่กว้างขวางกว่า 193 ตารางกิโลเมตร สวยงามจนได้ชื่อว่าเป็น "โมนาลิซ่าของนิวซีแลนด์" ก่อนออกเดินทางต่อไปยัง Omarama เพื่อรับประทานอาหารกลางวันกันที่โรงแรมที่เพิ่งพักเมื่อ 2 วันก่อน จากนั้นก็ออกเดินทางต่อกันยาวๆ ในช่วงบ่าย ที่มีเส้นทางเรียบและตรงยาวค่อนข้างเยอะ หนังท้องตึงกับเส้นทางตรงๆ ชวนให้เคลิ้ม แต่ยังดีที่ได้เพลงจากบลูทูธฟังแก้ง่วง 



ในช่วงเย็นทีมจอดแวะกันที่ Lake Pukaki ที่ชาวนิวซีแลนด์ให้ชื่อว่า Million Dollar View จากความสวยงามราวกับภาพวาด ก็ได้พักถ่ายรูปสวยๆ รับวันเบาๆ ก่อนไปเจอไฮไลท์กับเส้นทางสวยอลังการสู่ Aoraki Mount Cook 

Lake Pukaki สวยงามดั่งภาพวาดจริงๆ


ความสวยงามเบื้องหน้า ทำให้ความเหนื่อยหายไป เป็นความคุ้มค่าของการเดินทางจริงๆ
ช่วงนี้ขบวนแตกกระจายกันตามสะดวก เพราะเขาหิมะด้านหน้าสวยมาก เลยจอดถ่ายกันไปเรื่อย ก่อนไปเช็คอินที่โรงแรมเดอะเฮอร์มิเทจที่รายล้อมด้วยเขาหิมะ เป็นการเดินทางที่สบายวันหนึ่งของทริปนี้ด้วยระยะทาง 320.8 กม. สบายๆ สักวันก่อนยิงยาวไป Christchurch ในวันรุ่งขึ้น


วันที่ 5 : "Mt.Cook - Geraldine - Chirstchurch" ระยะทาง 410.2 กม.
THE NEW ZEALAND PASSION TRIP 2018 วันสุดท้ายกับระยะทาง 410.2 กม. ที่เหลือที่จะต้องฝ่าฟัน แต่แค่ตื่นเช้ามาก็พบกับวิวภูเขาน้ำแข็งที่มองเห็นได้จากหน้าต่างห้องนอน วันสุดท้ายนี้ผู้ร่วมทริปทุกคนดูจะตื่นตาตื่นใจกับทัศนียภาพรอบๆ ที่สวยงามแปลกตา 

มุมมองจากหน้าต่างห้องพักของโรงแรม Hermitage ที่น่าหลงใหล

Hooker Valley เส้นทางสู่แหล่งท่องเที่ยวสำคัญ Kea point 
น่าเสียดายในช่วง 2 - 3 วันที่ผ่านมาสภาพอากาศที่ New Zealand นั้นอุ่นขึ้น ทำให้หิมะบนพื้นเริ่มละลายกลายเป็นน้ำ เส้นทางวิ่งของทริปหลายจุดที่ต้องเจอหิมะกลับเจอแต่แอ่งน้ำ หิมะมีเหลือไว้แต่บนยอดเขา ขบวนแวะถ่ายรูปไม่ไกลจากที่พักเพื่อเก็บภาพแห่งความทรงจำร่วมกันจากนั้นมุ่งหน้าไป Lake Tekapo แหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของเกาะใต้ สวยงามสมกับที่แวะมา และยังได้เข้าไปชมโบสถ์เก่าแก่ที่เล็กที่สุดในโลก The Church of the Good Shepherd ซึ่งยังใช้งานอยู่ 


บริเวณทะเลสาบ Tekapo นับเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมที่มีทัวร์มาลงตลอด

The Church of the Good Shepherd เด่นอยู่ทางด้านขวา โบสถ์เล็กๆ ที่พร้อมต้อนรับผู้มาเยือน

หลังจากเสร็จมื้อกลางวัน เส้นทาง On Road เป็นทางตรงยาวส่วนใหญ่ ทำเอาหลายคนเริ่มง่วง ทำให้เราต้องพักขบวนกันที่ Staveley Store เป็นร้านที่ได้บรรยากาศการพักของนักเดินทางมากๆ มีลานจอดหน้าร้าน กาแฟ ของว่าง และไอศรีมพร้อมบริการ

ขบวนแวะพักกันที่ Staveley Store อันเป็นร้านท้องถิ่นที่มีเครื่องดื่มหลากหลายพร้อมบริการ

ฮอนด้า แอฟริกา ทวิน โดดเด่น จนครอบครัวนี้ต้องเดินเข้ามาดูและให้เด็กๆ ลองคร่อมกันเลย


เส้นทางตรงยาวเป็นส่วนใหญ่ การขี่ก็ต้องปรับอิริยาบถเป็นพักๆ 

หลังพักกันเสร็จก็ขี่เพื่อนำรถมาคืนกันที่ร้าน Kiwi motorcycle rental ใน Amberly ในเวลาประมาณ 18.00 น. ถือเป็นอันจบทริป THE NEW ZEALAND PASSION TRIP 2018 ลงอย่างสมบูรณ์แบบ ระยะทางทั้งหมดที่ฝ่าฝันกันมา 1,446.5 กม. 

น้าอลันนิสัยดี ขยันเซอร์วิสทันทีที่รถจอด และเริ่มงานก่อนพวกเราทุกครั้ง
ต้องขอขอบคุณ บริษัท เอ.พี. ฮอนด้า จำกัด ที่สร้างสรรค์ กิจกรรมดีๆ Riding Passion ให้กับลูกค้า Honda Bigbike รวมถึงให้โอกาสสื่อมวลชน รวมทั้งทีมงาน MotorBike Guru Thailand by CheckRaka.com ได้มีโอกาสร่วมเดินทางมาสัมผัสประสบการณ์ดีๆ ในการเดินทางครั้งนี้ ถ้าใครอยากมาเช่ามอเตอร์ไซค์ขี่ที่นิวซีแลนด์ แนะนำมาหา Allan Ladbrook บอสเคราดกของ Kiwi motorcycle 

THE NEW ZEALAND PASSION TRIP 2018 จบลงโดยสวัสดิภาพ ตลอดเวลาของการเดินทางโดย ฮอนด้า บิ๊กไบค์ ทั้ง NC750X และ CRF1000L ทำให้การเข้าถึงความสวยงามของธรรมชาติเป็นไปได้ง่ายกว่าที่จินตนาการ ด้วยสมรรถนะรถที่ตอบสนองได้อย่างสมบูรณ์แบบครบถ้วน โดยเฉพาะ แอฟริกา ทวิน ลุยได้จนทำให้หลายคนมั่นใจว่านี่คือ แอดเวนเจอร์ ไบค์ ตัวจริงอย่างไม่ต้องสงสัย สำหรับทริปหน้าจะเป็นความท้าทายแบบใด ที่ไหน คงต้องติดตามกิจกรรมดีๆ จาก Honda Bigbike และติดตามความเคลื่อนไหวทางเพจ Motorbike Guru Thailand by Checkraka.com

Advertorial รถมอเตอร์ไซค์ล่าสุด