• เอาใจคนอยากเปลี่ยนมือถือ 6 สมาร์ตโฟนฟีเจอร์ครบบนงบไม่เกิน 20,000.- ในงาน Mobile Expo 2021 วันที่ 3-6 พ.ย. 64 นี้!

    1,229
    เอาใจคนอยากเปลี่ยนมือถือ 6 สมาร์ตโฟนฟีเจอร์ครบบนงบไม่เกิน 20,000.- ในงาน Mobile Expo 2021 วันที่ 3-6 พ.ย. 64 นี้!


    เวียนกันมาให้ได้ตื่นเต้นอีกครั้ง กับมหกรรมมือถือและสินค้าไอทีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทยอย่าง Thailand Mobile Expo 2021 ครั้งที่ 1 ที่จะจัดกันในวันที่ 3 - 6 มิถุนายนนี้ ที่ ไบเทค บางนา ซึ่งเชื่อว่ามีคนจดจ่อรอเวลานี้อยู่ไม่น้อยเลย โดยเฉพาะใครที่วางแผนจะเปลี่ยนโทรศัพท์มือถือหรือสมาร์ตโฟนต้องห้ามพลาดโดยเด็ดขาด เพราะคราวนี้บอกเลยว่าแต่ละค่ายแต่ละแบรนด์ต้องขนโปรโมชันกันมาแบบจัดหนักจัดเต็มแน่นอน
    ก่อนจะไปพบกับโปรโมชันสุดคุ้มในงาน เรามาดูกันหน่อยดีกว่าว่าสมาร์ตโฟนที่เปิดตัวกันไปแล้วในช่วงที่ผ่านมา มีแบรนด์ใด รุ่นใดบ้างที่น่าสนใจ และอยู่ในงบไม่เกิน 20,000 บาท บอกเลยว่าอ่านจบต้องมีกระเป๋าสั่นกันบ้างล่ะ
    SAMSUNG Galaxy A52 5G

    SAMSUNG Galaxy A52 5G สมาร์ตโฟนที่เปิดตัวด้วยคอนเซ็ปท์คูลๆอย่าง #กล้องสุดเจ๋งสำหรับคนGenZ ซึ่งก็พอทำให้เดาได้แล้วว่า นอกจากจะเป็นสมาร์ตโฟนที่มาพร้อมการรองรับ 5G ในราคาหมื่นต้น ๆ แล้ว SAMSUNG Galaxy A52 5G ยังมากับฟีเจอร์กล้องสุดล้ำ Super AI Camera Pro Plus ที่จะช่วยให้เราสามารถถ่ายภาพด้วยคุณภาพและเสถียรภาพสูงสุด แถมมาด้วยโหมดถ่ายภาพต่าง ๆ ให้เราสนุกกับลูกเล่นในการถ่ายภาพยิ่งขึ้น แบบนี้สายทำคอนเทนต์พลาดไม่ได้แล้ว!
    นอกจากนี้ ยังการันตีเรื่องความเร็วแรงของซีพียู Qualcomm Snapdragon 750G ที่จับคู่กับ RAM 8GB และ ROM 128GB ให้การใช้งานที่ลื่นไหล ไม่สะดุด ไม่กระตุก บนระบบปฏิบัติการ Android 11 ครอบทับด้วย One UI 3.1 พร้อมแบตเตอรี่ขนาดความจุ 4,500 mAh ที่ประสิทธิภาพด้านการประหยัดพลังงานดีเยี่ยม เรียกว่าครบเครื่องจริงๆ
    SAMSUNG Galaxy A52 5G วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการแล้ว ในราคา 13,499 บาท

    รายละเอียดสเปกของ SAMSUNG Galaxy A52 5G
    หน้าจอ Infinity-O Display
    แบบ sAMOLED ขนาด 6.5 นิ้ว
    ความคมชัดระดับ FHD+ (1,080 x 2,400 พิกเซล)
    ความสว่างสูงสุด 800 nits
    อัตรา Refresh Rate 120Hz
    ชิปประมวลผล Qualcomm Snapdragon 720G
    Octa-Core, ความเร็วสูงสุด 2.2GHz
    หน่วยความจำ RAM 8GB
    ROM 128GB
    MicroSDXC สูงสุด 1TB
    กล้องหลัง กล้องหลัก 64MP (f/1.8)
    เลนส์ Ultrawide 8MP (f/2.2)
    เลนส์ Macro 5MP (f/2.4)
    เลนส์ Depth 5MP (f/2.4)

    รองรับการถ่ายวิดีโอ 4K@30fps
    ระบบกันสั่น gyro-EIS
    กล้องหน้า 32MP (f/2.2)

    รองรับการถ่ายวิดีโอ 4K@30fps
    แบตเตอรี่ 4,500 mAh
    รองรับชาร์จไว 25W
    ระบบปฏิบัติการ Android 11 ครอบทับด้วย One UI 3.1
    ตัวเลือกสี Awesome Violet, Awesome Black,
    Awesome White  และ Awesome Blue
    ราคา 13,499 บาท
    (ณ วันที่ 26 พ.ค. 64)

    OPPO Reno5 5G

    OPPO Reno5 5G มาพร้อมจุดขายการเป็นสมาร์ตโฟนที่ถ่ายวิดีโอ Portrait สวยที่สุด และเป็นที่สุดด้วยฟีเจอร์ Dual-view Video และ AI Mixed Portrait สามารถบันทึกวิดีโอพร้อมกันทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง เพื่อสร้างความทรงจำอันน่าจดจำร่วมกับคนรอบข้าง ซึ่งนอกจากโดดเด่นในเรื่องกล้องแล้ว เรื่องดีไซน์ของตัวเครื่องก็โดดเด่นสะดุดตาไม่แพ้กัน โดยเฉพาะในสี Galactic Silver ที่ใช้เทคนิคการพ่นเม็ดสีพิเศษให้เกิดเอฟเฟกต์ Reno Glow เปลี่ยนแปลงสีสันตามสภาพแวดล้อม
    เจ้า OPPO Reno5 5G ทำงานบนระบบปฏิบัติการ Android 11 ครอบทับด้วย ColorOS 11.1 ตัวล่าสุดที่หน้าตาสวยงามทันสมัย พร้อมชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 720G ซึ่งมาคู่กับ RAM 8GB และ ROM 128GB ให้การทำงานที่เร็วแรงไม่มีสะดุดเลยสักจังหวะ ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายภาพหรือวิดีโอ การดูหนัง ฟังเพลง ใช้งานโซเชียลเน็ตเวิร์ค หรือเล่นเกมก็ตาม ที่สำคัญคือให้การรองรับ 5G ซึ่งเป็นมาตรฐานใหม่ของสมาร์ตโฟนในปัจจุบัน และอีกเรื่องที่ไม่ขายไม่ได้ นั่นคือการรองรับชาร์จไว 65W (SuperVOOC 2.0) ซึ่งเป็นระบบชาร์จไวที่เราจะเจอในสมาร์ทโฟนระดับเรือธงเท่านั้น เรียกว่าคุ้มค่าคุ้มเงินมากๆ!
    OPPO Reno5 5G วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการแล้ว ในราคา 13,990 บาท

    รายละเอียดสเปกของ OPPO Reno5 5G
    หน้าจอ Punch-hole Display
    แบบ AMOLED ขนาด 6.43 นิ้ว
    ความคมชัดระดับ FHD+(1,080 x 2,400 พิกเซล)
    ความสว่างสูงสุด 750 nits
    อัตรา Refresh Rate 90Hz
    ชิปประมวลผล Qualcomm Snapdragon 765G
    Octa-Core, ความเร็วสูงสุด 2.4GHz
    หน่วยความจำ RAM 8GB
    ROM 128GB
    ไม่รองรับ MicroSD Card
    กล้องหลัง กล้องหลัก 64MP (f/1.7) Wide, PDAF
    เลนส์ Ultrawide 8MP (f/2.2)
    เลนส์ Macro 2MP (f/2.4)
    เลนส์ Depth 2MP (f/2.4)

    รองรับการถ่ายวิดีโอ 4K@30fps
    กล้องหน้า 32MP (f/2.2)

    รองรับการถ่ายวิดีโอ HD@30fps
    แบตเตอรี่ 4,300 mAh
    รองรับชาร์จไว 65W SuperVOOC 2.0
    รองรับ Reverse Charging
    ระบบปฏิบัติการ Android 11 ครอบทับด้วย ColorOS 11.1
    ตัวเลือกสี Galactic Silver และ Starry Black
    ราคา 13,990 บาท
    (ณ วันที่ 26 พ.ค. 64)

    Xiaomi Mi 10T Pro

    Xiaomi Mi 10T Pro เป็นสมาร์ตโฟนระดับกลางอีกตัวที่ทำเอาตลาดเดือดทันทีที่เปิดตัว ด้วยคุณสมบัติโดดเด่นของกล้อง 108 ล้านพิกเซล ความละเอียดสูงแบบอัลตร้า รองรับ OIS และวิดีโอความละเอียด 8K พร้อมคุณสมบัติสำหรับการวิดีโอคอลแบบใหม่ Video Clones ซึ่งสามารถจับภาพคนสองคนในวิดีโอเดียว ให้เราขยายขีดจำกัดของความสร้างสรรค์ออกไปได้อีกเยอะ
    ในส่วนของขุมพลังก็ไม่ได้น้อยหน้า ด้วย Qualcomm Snapdragon 865 ทั้งยังให้ประสิทธิภาพการประมวลผลและการเชื่อมต่อ 5G ที่ยอดเยี่ยม เล่นเกมไม่มีสะดุดด้วย Qualcomm Adreno 650 GPU แถมยังใช้งานกันได้อีกยาว ๆ ด้วย แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 5,000 mAh รองรับชาร์จไว 33W เรียกได้ว่าครบเครื่องในทุกมิติ เหมือนได้สมาร์ตโฟนสเปกเรือธงในราคาไม่ถึงสองหมื่นเลยทีเดียว
    Xiaomi Mi 10T Pro วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการแล้ว ในราคา
    • 13,990 บาท สำหรับความจุ 8GB/128GB
    • 15,990 บาท สำหรับความจุ 8GB/256GB

    รายละเอียดสเปกของ Xiaomi Mi10T Pro
    หน้าจอ DotDisplay
    แบบ IPS-LCD 24-bit ขนาด 6.67 นิ้ว
    ความคมชัดระดับ FHD+ (1,080 x 2,400 พิกเซล)
    ความสว่างสูงสุด 650 nits
    อัตรา Refresh Rate 144Hz
    ชิปประมวลผล Qualcomm Snapdragon 865
    Octa-Core, ความเร็วสูงสุด 2.84GHz
    หน่วยความจำ RAM 8GB
    ROM 128GB/256GB
    ไม่รองรับ microSD Card
    กล้องหลัง กล้องหลัก 108MP (f/1.69)
    เลนส์ Ultrawide 13MP (f/2.4)
    เลนส์ Macro 5MP (f/2.4)

    รองรับการถ่ายวิดีโอ 8K@30fps
    ระบบกันสั่นตั้งแต่ 4K@30fps
    กล้องหน้า 32MP (f/2.2)

    รองรับการถ่ายวิดีโอ 1080p@30fps
    แบตเตอรี่ 5,000 mAh
    รองรับชาร์จไว 33W
    ระบบปฏิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย MIUI 12
    ตัวเลือกสี Cosmic Black, Lunar Silver และ Aurora Blue
    ราคา 13,990 บาท สำหรับความจุ 8GB/128GB
    15,990 บาท สำหรับความจุ 8GB/256GB
    (ณ วันที่ 26 พ.ค. 64)
    Vivo V21 5G

    Vivo V21 5G เป็นสมาร์ตโฟนดีไซน์เรียบหรู ที่เปิดตัวด้วยสโลแกน "OIS Night Selfie, For Your Best Moment" ซึ่งแน่นอนว่าต้องมาพร้อมกล้องคุณภาพสูงที่รองรับระบบกันสั่น OIS และฟีเจอร์ในการถ่ายภาพ Selfie ในเวลากลางคืน โดยบริเวณขอบหน้าจอจะซ่อนดวงไฟ LED เล็กๆ 2 ดวงเอาใว้ช่วยให้สามารถถ่าย Selfie ได้สวยไม่มีที่ติในทุกสภาพแสง เรียกได้ว่าเป็นสมาร์ตโฟนที่ทำมาเพื่อการใช้งานกล้องหน้าเป็นหลักเลย ใครเป็นสายเซลฟี่ต้องรีบเก็บไปพิจารณาแล้ว
    นอกจากจะมีจุดขายในเรื่องของกล้องแล้ว Vivo V21 5G ยังมาพร้อมขุมพลัง MediaTek Dimensity 800U 5G ที่ทำงานบน Android 11 ครอบทับด้วย Funtouch 11.1 ซึ่งนอกจากจะได้ทั้งความเร็วและความลื่นไหลของการใช้งานแล้ว ยังได้ในเรื่องของลูกเล่นบนอินเตอร์เฟสที่เป็นเอกลักษณ์ของวีโว่อีกด้วย ยิ่งไปกว่านั้น Vivo V21 5G ยังให้การรองรับสัญญาณ 5G Dual Mode หรือก็คือการรองรับการใช้งาน 5G ทั้ง 2 ซิม ซึ่งโดยรวมถือว่าเป็นสมาร์ตโฟนที่โดดเด่นตัวหนึ่งเลยในช่วงราคาเท่านี้
    Vivo V21 5G วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการแล้ว ในราคา
    • 12,999 บาท สำหรับความจุ 8GB/128GB
    • 14,999 บาท สำหรับความจุ 8GB/256GB

    รายละเอียดสเปกของ Vivo V21 5G
    หน้าจอ Waterdrop Display
    แบบ AMOLED ขนาด 6.44 นิ้ว
    ความคมชัดระดับ FHD+ (1,080 x 2,400 พิกเซล)
    ความสว่างสูงสุด 500 nits
    อัตรา Refresh Rate 90Hz
    ชิปประมวลผล MediaTek Dimensity 800U 5G
    Octa-Core, ความเร็วสูงสุด 2.4GHz
    หน่วยความจำ RAM 8GB
    ROM 128GB/256GB
    microSDXC สูงสุด 1TB
    กล้องหลัง กล้องหลัก 64MP (f/1.8)
    เลนส์ Super Wide Angle 8MP (f/2.2)
    เลนส์ Super Macro 2MP (f/2.4)

    รองรับการถ่ายวิดีโอ 4K@30/60fps
    ระบบกันสั่น Ultra Stable VDO (OIS+EIS)
    กล้องหน้า 44MP (f/2.0)

    รองรับการถ่ายวิดีโอ 4K@30fps
    แบตเตอรี่ 4,000 mAh
    รองรับชาร์จไว 33W
    ระบบปฏิบัติการ Android 11 ครอบทับด้วย Funtouch 11.1
    ตัวเลือกสี Sunset Dazzle, Arctic White และ Dusk Blue
    ราคา 12,999 บาท สำหรับความจุ 8GB/128GB
    14,999 บาท สำหรับความจุ 8GB/256GB
    (ณ วันที่ 26 พ.ค. 64)

    Huawei Nova 7

    Huawei Nova 7 สมาร์ตโฟนที่ถึงจะเปิดตัวมาได้สักพักแล้ว แต่เป็นรุ่นที่ยังขายดีอันดับต้น ๆ ของทางหัวเว่ย ด้วยสเปกที่ให้มาอย่างจัดเต็ม ไม่ว่าจะเป็นกล้องหลังคุณภาพสูง ตัวหลัก 64MP (f/1.8), Ultrawide 8MP (f/2.2), Telephoto 8MP (f/2.2) และ Macro 2MP (f/2.4) กล้องหน้า 32MP (f/2.0) ซึ่งทั้งสองตัวสามารถบันทึกวิดีโอความละเอียดสูงสุด 4K ได้อย่างสบาย ๆ
    ทางด้านประสิทธิภาพการทำงาน มากับชิปเซ็ตที่การันตีด้านความแรงอย่าง Kirin 985 5G, GPU Mali-G77 ทำงานคู่กับ RAM 8GB และROM 256GB บนระบบปฏิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย EMUI 10 ที่ให้โหมดการใช้งานมาอย่างหลากหลาย ยืดหยุ่นกับไลฟ์สไตล์ของแต่ละคนมาก ซึ่งถึงแม้จะไม่รองรับ Google Mobile Service (GMS) แต่ก็ไม่ได้เป็นปัญหากับการใช้งานด้านอื่น ๆ เลย เมื่อทางหัวเว่ยได้พัฒนา Huawei Mobile Service (HMS) ให้สามารถทดแทนกันได้
    Huawei Nova 7 วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการแล้ว ในราคา 14,990 บาท

    รายละเอียดสเปกของ Huawei Nova 7
    หน้าจอ Punch-hole Display
    แบบ OLED ขนาด 6.53 นิ้ว
    ความคมชัดระดับ FHD+ (1,080 x 2,400 พิกเซล)
    ความสว่างสูงสุด 500 nits
    อัตรา Refresh Rate 90Hz
    ชิปประมวลผล Kirin 985 5G
    Octa-Core, ความเร็วสูงสุด 2.58GHz
    หน่วยความจำ RAM 8GB
    ROM 256GB
    ไม่รองรับ microSD Card
    กล้องหลัง กล้องหลัก 64MP (f/1.8)
    เลนส์ Ultrawide 8MP (f/2.2)
    เลนส์ Telephoto 8MP (f/2.2)
    เลนส์ Macro 2MP (f/2.4)

    รองรับการถ่ายวิดีโอ 4K@30fps
    ระบบกันสั่น AIS
    กล้องหน้า 32MP (f/2.0)

    รองรับการถ่ายวิดีโอ 4K@30fps
    แบตเตอรี่ 4,000 mAh
    รองรับชาร์จไว 40W
    รองรับ Reverse Charging 5w
    ระบบปฏิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย EMUI 10.1
    ตัวเลือกสี Space Silver และ Midsummer Purple
    ราคา 14,990 บาท
    (ณ วันที่ 26 พ.ค. 64)

    iPhone SE 2020

    เอาใจคนใช้งาน iOS กันบ้าง กับ iPhone SE 2020 ที่ถึงจะเป็นอีกรุ่นที่เปิดมาสักพักใหญ่แล้ว แต่ยังมีความน่าสนใจอยู่ไม่น้อย โดยจุดขายหลักเลยต้องยกให้ความแรงของชิปประมวลผล A13 Bionic ตัวเดียวกับที่ใช้ใน iPhone 11 ซึ่งถือเป็นชิปเซ็ตที่มีความแรงระดับต้น ๆ เลยทีเดียว
    ถึงแม้หน้าตาของเจ้า iPhone SE 2020 จะไม่ใช่ดีไซน์ใหม่ แต่ต้องบอกเลยว่ายังเก็บข้อดีทุกอย่างของไอโฟนที่หลาย ๆ คนติดใจไว้ ไม่ว่าจะเป็นรูปทรงที่จับถนัดมือ ปุ่มโฮมและตัว Touch ID ที่ปลดล็อครวดเร็วและใช้งานง่าย สำหรับการใช้งานอื่น ๆ คงไม่ต้องพูดกันมาก เมื่อทำงานอยู่บนระบบของตัวเองอย่าง iOS ที่การันตีเรื่องความเสถียร ปลอดภัย และให้การอัปเดตได้ยาว ๆ อย่างไม่ต้องกังวล สาวกไอโฟนที่อยากเปลี่ยนจากรุ่นเก่าขยับขึ้นมาแต่มีงบจำกัด iPhone SE 2020 ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจทีเดียว
    iPhone SE 2020 วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการแล้ว ในราคา
    • 14,900 บาท สำหรับ 64GB
    • 16,900 บาท สำหรับ 128GB
    • 20,900 บาท สำหรับ 256GB

    รายละเอียดสเปกของ iPhone SE 2020
    หน้าจอ Retina IPS LCD ขนาด 4.7 นิ้ว
    ความละเอียด 1334 x 750 พิกเซล
    ความสว่างสูงสุด 625 nits
    อัตรา Refresh Rate 60Hz
    ชิปประมวลผล A13 Bionic,
    Neural Engine Generation 3
    หน่วยความจำ RAM 3GB
    ROM 64GB/128GB/256GB
    ไม่รองรับ microSD Card
    กล้องหลัง Wide 12MP (f/1.8)

    รองรับการถ่ายวิดีโอ 4K@30/60fps
    กล้องหน้า 7MP (f/2.2)

    รองรับการถ่ายวิดีโอ 1080p@30/60fps
    แบตเตอรี่ 1821 mAh
    รองรับชาร์จไว 18W
    ระบบปฏิบัติการ iOS 13.4
    ตัวเลือกสี black, white และ (PRODUCT)RED
    ราคา 14,900 บาท สำหรับ 64GB
    16,900 บาท สำหรับ 128GB
    20,900 บาท สำหรับ 256GB
    (ณ วันที่ 26 พ.ค. 64)



    ไฮไลท์ Mobile Expo Thailand 2021 ครั้งที่ 1

    รวม Mobile Expo Thailand ทุกปี

    ข่าว-โปรโมชั่นโทรศัพท์มือถือล่าสุด