• รถยนต์ใหม่
  • รถยนต์ใหม่
  • ค้นหาแบบละเอียด
  • รีวิว Audi e-tron sportback เอสยูวีพรีเมียมพลังไฟฟ้า 100 %

    2 ส.ค. 64 1,063
    รีวิว Audi e-tron sportback เอสยูวีพรีเมียมพลังไฟฟ้า 100 %
    อาวดี้ e-tron sportback 55 quattro S line เอสยูวีพรีเมียมที่ขึ้นชั้นเป็นอีวีเต็มตัว ยังคงโดดเด่นด้วยระบบขับเคลื่อนออลวีลไดร์ฟตามสไตล์ ให้พลังสูงสุดไม่ต่ำกว่า 400 แรงม้า และเคลมระยะทางใช้งานไว้ที่ 463 กม. ต่อการชาร์จเต็ม ด้านรูปลักษณ์ภายนอกสวยสไตล์คูเป้ มองภายนอกแทบไม่รู้ว่ารถคันนี้เป็นอีวี 100 % ชวนให้คิดว่าเป็นเอสยูวีพรีเมียมเครื่องยนต์แรงๆ รุ่นหนึ่ง ครั้งนี้เป็นโอกาสดีที่เราจะได้สัมผัสการใช้งานรถอีวีอย่างใกล้ชิด ติดตามกับการทดสอบอาวดี้ อี-ทรอน สปอร์ตแบค จากทีมงาน ทีมงานคาร์กูรู ไทยแลนด์ โดย เช็คราคา.คอม ได้เลย 
    สำหรับการทดสอบวิ่งในคลิปนี่เป็นการขับใช้งานในเมืองอย่างเดียว การใช้รถพลังไฟฟ้าคันใหญ่ในเมือง น่าจะเป็นความท้าทายอย่างหนึ่ง เราขับทดสอบจากที่ชาร์จเต็มอยู่ 3 วัน ระหว่างนั้นได้ไปแวะไปจอดชาร์จที่สเตชั่นในห้างฯ 2 ครั้ง วันละครั้งใช้เวลา 1 ชั่วโมงตัวเลขบนหน้าจอขึ้นได้ระยะทางเพิ่มราว 40 กม. (ได้มากน้อยกว่าก็ขึ้นอยู่กับลักษณะการขับ) 
    ภายนอก
    ภายนอกของ อี-ทรอน สปอร์ตแบค แทบไม่ต้องบรรยายให้มากความเพราะน่าจะโดนใจใครหลายคนกว่าเดิมจากการออกแบบให้แนวหลังคาลาดลงแบบคูเป้ (Sportback) รูปทรงภายนอกไม่ได้แค่ออกแบบให้เป็นเอสยูวีพรีเมียม รายละเอียดอย่างตำแหน่งการวางแบตเตอรี่ หรือองค์ประกอบต่างๆ ของพาร์ตรถอีวีที่แตกต่างจากรถเครื่องยนต์สันดาปทั่วไปก็ส่งผลต่อการดีไซน์ไม่น้อย อย่างไรก็ตาม อาวดี้ อี-ทรอน สปอร์ตแบค ยังดูแล้วรู้สึกเหมือนเอสยูวีพรีเมียมทั่วไป ไม่ได้โดดจนล้ำแปลกตา เพียงแต่มีรายละเอียดในบางจุดเท่านั้นที่บ่งบอกว่าเป็นรถอีวี อย่างน้อยก็พื้นที่ให้เสียบปลั๊กบริเวณซุ้มหน้าขวา ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าเป็นการออกแบบที่ยอดเยี่ยมและลงตัว ไม่ล้ำจนหลุดไปไกลจนทำให้ไม่กล้าใช้ นอกจากนี้ยังตอกย้ำความโดดเด่นในแบบสปอร์ตมากขึ้นด้วยชุดแต่ง S ไลน์ ไม่ว่าจะเป็นช่องดักลมด้านหน้า, สปอยเลอร์หลัง เพลทบันไดโลโก S รวมแล้วเป็นรายละเอียดที่ช่วยให้ อี-ทรอน ดูดีขึ้นอีก
    ภายใน
    ภายในห้องโดยสาร ไม่รู้จะบรรยายไปทำไม เพราะมันสวยล้ำสมัย หรูหราแต่ดูอนาคต เข้าไปนั่งแล้วความรู้สึกคือ ต่างจากรถพรีเมียมระดับเดียวกัน ไม่ใช่หรูกว่าหรือทันสมัยกว่า แต่เป็นอีกอารมณ์ที่หาไม่ได้จากรถแบรนด์อื่น แดชบอร์ดด้านหน้าออกแบบตอบสนองความเป็นอีวีด้วยการตัดปุ่ม สวิชต์ หรือแม้แต่การทดแทนเกียร์ด้วยแป้นดันตำแหน่งเกียร์ (?) ที่โคตรดีงาม แต่ก็งงงวยอยู่สักพักถึงคุ้นใช้งาน ด้านจอแสดงข้อมูลการขับเรียกว่า Virtual cockpit plus ขนาด 12.3 นิ้ว และจอควบคุมมัลติฟังก์ชันแบบสัมผัส พร้อมตอบสนองการสั่งงาน (haptic feedback) ขนาด 8.6 นิ้ว ที่เฟี้ยวสุดคือเขียนด้วยนิ้วลากไปบนจอได้เลย การเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนก็ง่ายดายด้วย Audi smartphone interface ระบบเครื่องเสียงแแบรนด์ Bang & Olufsen สมราคารถ แต่ที่ชอบคือ หลังคาพาโนรามิคเลื่อน เปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า ช่วยให้ห้องโดยสารปลอดโปร่งได้ง่ายแค่เปิดเป็นมูนรูฟ ภายใน S ไลน์คือมีเบาะนั่งหุ้มหนัง Valcona คู่หน้าแบบ S Sports ตกแต่งแบบ diamond cut พร้อมสัญลักษณ์ S line พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันท้ายตัดหุ้มหนังแบบสปอร์ต พร้อมสัญลักษณ์ S line และ Paddle shift ด้านพื้นที่เก็บของด้านหลังกว้างมากตัวเลขเคลมไว้ที่ 615 ลิตร ถ้าต้องการพื้นที่เพิ่ม เบาะหลังก็พับได้อีก คือ ทุกอย่างตอบสนองได้ในแบบที่เราคุ้นเคยผสมผสานกับสิ่งใหม่ๆ ได้อย่างลงตัว
    สมรรถนะการขับ
    การขับทดสอบเน้นไปที่ขับใช้งานในเมืองเป็นหลัก หลังรับรถจากอาวดี้ ประเทศไทย เข้าไปนั่งงงทำความคุ้นเคยกับตำแหน่งท่านั่ง และการใช้งานต่างๆ โดยเฉพาะเกียร์อยู่สักพักก็หวดออกมาขึ้นทางด่วนเลย ช่วงแรกเป็นการขับบนถนนที่ค่อนข้างเปิดโล่งอย่างทางด่วนและถนนรอบนอกพระราม 3 (ช่วงนี้ก็โล่งมากเกือบทุกเส้น) มาจอดพักถ่ายรูปรถ พร้อมทำความคุ้นเคยฟังก์ชันการใช้งานและอินเตอร์เฟซต่างๆ ทั้งหมดคือ ล้ำสมัยและแตกต่างจากที่คุ้ยเคยมาไม่น้อย แต่ขอเน้นไปที่ฟิลลิ่งการขับและสมรรถนะของเอสยูวีพรีเมียมคันนี้ก่อน อย่างแรกคือ อัตราเร่ง ที่เป็นตัวบอกความแตกต่างและชี้ให้เห็นถึงการเป็นสมถรรนะของมอเตอร์ไฟฟ้าพลังแรงอย่างแท้จริง อี-ทรอน ที่มีมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว พลักดันด้านหน้าและหลังแยกกัน แต่ขับเคลื่อนไปพร้อมกันแบบ quattro ทันทีที่กระแทกแป้นคันเร่งตัวรถทะยานพุ่งไปข้างหน้าแบบไม่มีรีรอหรือแลคเลยแม้แต่น้อย แรงบิดที่ไหลและดึงอย่างต่อเนื่องไม่มีทีท่าว่าจะตกและชะลอ อดยิ้มอย่างทึ่งไม่ได้ มันไม่ใช่อัตราเร่งที่จะหาได้ในรถเครื่องยนต์สันดาปทั่วไป ฟิลเหมือนจรวดที่พุ่งไปข้างหน้าไม่หยุดจนกว่าจะยก เบรกตอบสนองการชะลอหยุดทั้งความเร็วต่ำ ปานกลาง และสูงได้ดีเยี่ยม ก็รถเยอรมันระดับนี้ เพียงแต่เบรกไฟฟ้าฟิลลิ่งก็จะไม่เหมือนกับที่เราคุ้นเคย
    อี-ทรอน ที่เป็นเอสยูวีมุมีมมองสูง เห็นได้ชัดกว้างไกล ตรงนี้ยิ่งช่วยให้มั่นใจทุกครั้งที่ทำความเร็ว และการใช้งานในเมืองโซนที่มีรถหนาแน่น น้ำหนักพวงมาลัยปรับตามโหมด มีแบบอแดปทีฟให้ได้เลือก อย่างไรก็ตามข้อจำกัดที่เจอหลังจากขับสนุกมาเกือบเต็มวันก็คือ ระดับไฟฟ้ากับระยะทางที่เหลือ บอกตรงๆ ว่าทำให้รู้สึกกังวลไม่น้อย เพราะมันไม่เหมือนรถเครื่องยนต์สันดาปที่เติมน้ำมันได้ตลอด อี-ทรอน คือ อีวี ต้องชาร์จไฟเท่านั้น ผู้เขียนหาที่พึ่งง่ายๆ ในห้างสรรพสินค้าซึ่งหลายที่มีที่จอดพร้อมสเตชั่นชาร์จไว้รองรับ เลยเข้าไปจอดชาร์จซึ่งช่วงนี้ยังให้บริการฟรีอยู่ หลังชาร์จไปได้ 1 ชม. ก็พบว่าได้ระยะทางเพิ่มขึ้นมาประมาณ 40 กม. นับว่าน้อยกว่าที่คาดเนื่องจากเป็นสเตชั่นชาร์จแบบไทป์ทูธรรมดา ไม่ใช่ควิกชาร์จ (ในหลายประเทศที่สเตชั่นชาร์จแพร่หลาย มักเป็นแบบควิกชาร์จ ทำให้อี-ทรอน จอดชาร์จครึ่งชั่วโมงได้ไฟเข้าแบตเตอรี่ถึง 80%) ทำให้หลังจากชาร์จเสร็จก็ต้องเริ่มคำนวนระยะทางตลอด จุดนี้ไม่ใช่จุดอ่อนของรถแต่เป็นความไม่พร้อมของสเตชั่นชาร์จในบ้านเรา ซึ่งต้องใช้เวลากันสักพัก แต่จริงๆ ถ้าชาร์จข้ามคืนจากที่บ้าน และวางแผนการเดินทางก็จะสะดวกขึ้น ไม่ต้องมากังวล พื้นที่ชาร์จตามห้างฯ ก็ไว้แค่จอดรถชาร์จรอ กรณีแวะทำธุระ
    สรุป 
    อาวดี้ e-tron sportback  เอสยูวีพรีเมียม ที่ยืนไร้คู่แข่งในตลาดอีวีตอนนี้ ด้วยราคาระดับ 5 ล้านกว่าบาท มองบนในกลุ่มเครื่องยนต์ไฮบริดมี ปอร์เช่ Cayenne E-Hybrid Coupe แต่แพงกว่าหลักล้าน ด้านล่างมี บีเอ็มดับเบิลยู X5 xDrive45e M Sport ที่ราคาต่ำกว่าแต่ก็เพียง 3 หมื่นบาท ถ้าเป็นผู้เขียนต้องเลือกเอสยูวีหรูไฮเทค และนำพาสู่ยุครถยนต์ไฟฟ้าอันใกล้คงต้องเลือก อี-ทรอน แน่นอนว่าคนที่เลือกรถรุ่นนี้ ย่อมไม่ได้มีรถหลักเพียงคันเดียวในบ้าน ถ้าเลือกต้องมองข้ามเรื่องความสะดวกในการชาร์จ แต่ถ้าคุณวางแผนการวิ่งในแต่ละวันดีกลับไปชาร์จที่บ้านข้ามคืนมันก็ไม่มีปัญหา (เว้นไฟดับ) ส่วนตัวมอง อี-ทรอน คือ ประตูบานเดียวในกลุ่มเอสยูวีพรีเมียมที่เปิดให้คุณก้าวเข้าไปสัมผัสกับโลกของอีวีเต็มตัว และจากนั้นไม่ว่าพอมีอีวีรุ่นใหม่ๆ ทยอยออกสู่ตลาด คุณก็จะมองอย่างเข้าใจและพร้อมที่จะเปิดรับได้เร็วกว่าใคร 



    • ชลัคร ช่วยชู
    • ชลัคร ช่วยชู
      Car GURU Thailand

    รีวิวล่าสุดอื่นๆ

    สนใจทดลองขับ