ค้นหา บัตรเครดิต/บัตรเดบิต credit card
รีวิวบัตรเครดิต/บัตรเดบิต : รีวิว บัตรเครดิต KTC JCB Platinum

รีวิว บัตรเครดิต KTC JCB Platinum

วันที่ : 26 มิ.ย. 61
เข้าดูทั้งหมด: 56,007 คน

รีวิวบัตรเครดิต เคทีซี เจซีบี แพลทินัม (KTC JCB Platinum)
"สนุกกับ Japanese Lifestyle เติมเต็มความสุข ด้วยสิทธิพิเศษที่เต็มไปด้วยความหมาย" นี่คือคำจำกัดความของ บัตรเครดิต KTC JCB Platinum บัตรเครดิตที่บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือที่เราคุ้นเคยกันในนามสั้นๆ ว่า KTC ได้ร่วมมือกับ JCB ผลิตบัตรฯ นี้ขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์สำหรับคนที่ชื่นชอบชีวิตในรูปแบบ Japanese Style เพื่อตอกย้ำในการพัฒนาของบัตรเครดิต KTC JCB Platinum จึงได้มีการปรับเปลี่ยนดีไซน์ใหม่จากหน้าบัตรแบบเดิม (ซึ่งก็เท่ากับว่าได้มีการเปลี่ยนมาเป็นแบบที่ 3 แล้ว) โดยลายล่าสุดนั้นจะบ่งบอกความเป็นตัวตนที่แท้จริงของผู้ถือบัตรให้ชัดเจนมากขึ้น และเมื่อมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลง เราจึงไม่รอช้าที่จะมาอัปเดตให้เพื่อนๆ ได้ดูว่า นอกจากหน้าบัตรที่เปลี่ยนไปแล้วนั้น ยังมีสิทธิประโยชน์อะไรที่เปลี่ยนแปลงบ้าง?
ไปดูก่อนว่า บัตร JCB คืออะไร?
"บัตร JCB" เป็นบัตรเครดิตประเภทหนึ่งที่ออกโดยประเทศญี่ปุ่น ย่อมาจากคำว่า "Japan Credit Bureau" ก็คล้ายๆ กับประเภทบัตร VISA หรือ MASTERCARD นั่นเอง ซึ่งบริษัท KTC นั้นก็เคยมีบัตรเครดิตร่วมกับ JCB มานานมากแล้ว ที่มีชื่อว่า บัตรเครดิต KTC JCB KAKKOII (Gold) และวันนี้ก็เปลี่ยนโฉมมาเป็นเจ้า "บัตรเครดิต KTC JCB Platinum" นี่แหละ เพราะได้มีการเพิ่มสิทธิประโยชน์ขึ้นมาระดับนึงจากบัตรเดิม และล่าสุดก็มีการเปลี่ยนลายหน้าบัตรอย่างที่เรากำลังจะอัปเดตให้ชมกันนี้
แกะกล่องรีวิวความสวยงามของตัวบัตรฯ (หน้าบัตรแบบเก่า ที่มีการปรับปรุงครั้งที่ 2)

บัตรเครดิต KTC JCB Platinum มาพร้อมแพคเกจซองสีน้ำตาล
จ่าหน้าซองถึงผู้รับบัตรไว้เรียบร้อย ส่งถึงมือผู้รับแน่นอนค่ะ

ด้านหลังซองสีน้ำตาลก็เช่นกันค่ะ เรียบๆ ไม่หวือหวามาก ปิดด้วยสก๊อตเทปใส แน่นหนาพอสมควร

เมื่อแกะซองออกมาแล้ว ก็จะเจอเอกสารเยอะแยะมากมาย ประกอบไปด้วยหนังสือสิทธิประโยชน์ของบัตรฯ
(Welcome Book) ข้อตกลงและเงื่อนไขของการใช้บัตรฯ เอกสารแสดงรายละเอียดของวงเงินบัตรฯ
และวันกำหนดชำระเงิน รวมไปถึงโปรโมชั่นต่างๆ ที่มอบให้สมาชิกผู้ถือบัตรฯ ค่ะ

ตัวบัตรฯ จะติดอยู่กับเอกสารอีกแผ่นนึงที่พับครึ่งไว้ ซึ่งพอกางออกมา จะเจอบัตรฯ ติดอยู่ พร้อมกับรายละเอียดโปรโมชั่นสำหรับสมาชิกใหม่ติดทับตัวบัตรฯ อีกทีนึงค่ะ และเอกสารแผ่นนั้นก็มีคำอธิบายว่าส่วนต่างๆ บนตัวบัตรฯ นั้นมีอะไรบ้าง?
 
เมื่อแกะบัตรฯ ออกมาแล้ว จะเห็นว่าตัวบัตรฯ ด้านหน้ามีสีดำอมเทานิดๆ มีรูปภาพและลวดลายที่สื่อถึงประเทศญี่ปุ่นอย่างชัดเจนและสวยงามเลยทีเดียว (ก็น่าจะได้ใจคนที่ชอบสไตล์เรียบๆ คลาสสิค แต่แฝงไปด้วยเสน่ห์ น่าค้นหา ไปเต็มๆ) ด้านมุมซ้ายบนสุดเป็นโลโก้ ธนาคารกรุงไทย มุมขวาบนสุดเป็นชื่อประเภทบัตร "JCB Platinum" และโลโก้ KTC
ถัดลงมาตรงกลางเป็นชิพการ์ด และหมายเลขบัตรเครดิตทั้ง 16 หลัก ไล่ลงมาจะเป็นเดือน ปี ที่บัตรหมดอายุ ตามด้วยชื่อผู้บัตรเป็นภาษาอังกฤษ ท้ายสุดที่ขาดไม่ได้ตรงมุมล่างซ้ายคือ สัญลักษณ์ JCB นั่นเองค่ะ
 
มาถึงด้านหลังตัวบัตรฯ กันบ้าง ซึ่งเป็นสีเดียวกันกับด้านหน้า ไล่จากด้านบนสุดเป็น เบอร์ติดต่อของ Call Center ที่สามารถติดต่อได้ตลอด 24 ช.ม. จากนั้นเป็นแถบแม่เหล็ก พื้นที่สำหรับลายมือชื่อของเจ้าของบัตร และสัญลักษณ์
ที่บ่งบอกว่าบัตรฯ ใบนี้สามารถนำไปใช้ได้ที่ต่างประเทศที่มีเครื่องหมาย Cirrus ค่ะ

หน้าตาของหนังสือ KTC Welcome Book ที่ภายในนั้นจะมีรายละเอียดเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ต่างๆ ของตัวบัตรฯ ซ่อนอยู่
ดีไซน์ใหม่ล่าสุด!! บัตรเครดิต KTC JCB PLATINUM (หน้าบัตรแบบที่ 3)
และนี่ก็คือ ดีไซน์ใหม่ล่าสุดของบัตรเครดิต KTC JCB Platinum ที่นอกจากจะเปลี่ยนสีจากเดิมเป็นสีน้ำเงินเข้ม มีลวดลายกราฟิคเกี่ยวกับความเป็นประเทศญี่ปุ่นแล้ว ยังเพิ่มลายหน้าเสือที่มีความดุดันและแข็งแรง มีความขรึมอยู่ในตัว เหมาะสำหรับคนที่ชื่นชอบความทันสมัยจริงๆ ค่ะ ใครชอบลายนี้และอยากมีไว้ในครอบครองก็อย่ารอช้านะคะ สมัครผ่านช่องทางออนไลน์ กันได้เลย แต่ถ้าใครยังลังเลว่าจะสมัครหรือไม่สมัครดี? ลองไปดูสิทธิประโยชน์ของบัตรใบนี้กันก่อนก็ได้ค่ะ ตามรายละเอียดด้านล่างนี้เลย
สิทธิประโยชน์โดดเด่นของบัตรฯ

KTC FLEXI บริการแบ่งชำระค่าสินค้า/ บริการ ผ่านบัตรเครดิต KTC
การแบ่งชำระค่าสินค้าหรือบริการต่างๆ นั้นถือว่าเป็นสวรรค์น้อยๆ ของนักช้อปเลยก็ว่าได้ ยิ่งมีผ่อน 0% ด้วยยิ่งดีค่ะ และแน่นอนว่าบัตรเครดิต KTC JCB Platinum ใบนี้ก็ตอบโจทย์ด้วยการให้เราแบ่งจ่ายง่ายๆ ในอัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0% นานสูงสุดถึง 10 เดือน ด้วย KTC FLEXI หรือถ้าหากบังเอิญว่าทำการรูดสินค้า / บริการไปแล้ว และต้องการแบ่งจ่ายในเดือนถัดไป ก็สามารถโทรไปขอแบ่งจ่ายได้กับบริการ KTC FLEXI by PHONE โดยอัตราดอกเบี้ยจะอยู่ที่ 0.80% ผ่อนนานสูงสุด 10 เดือน และสิ่งที่พิเศษก็คือ เมื่อช้อปที่ประเทศญี่ปุ่น จะสามารถผ่อนได้ในอัตราดอกเบี้ยพิเศษอยู่ที่ 0.69%
ส่วนลดตั๋วเครื่องบินภายในประเทศสูงสุด 4%
สิทธิพิเศษในการได้รับส่วนลดเมื่อซื้อตั๋วเครื่องบินภายในประเทศถึง 4% จากราคาเต็มของตั๋วปกติ โดยสามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่ KTC WORLD TRAVEL SERVICE
สิทธิพิเศษเมื่อเดินทางทั่วโลกด้วยบัตรเครดิต KTC JCB Platinum :
1. บริการ JCB Airport Lounge
สามารถเข้าใช้บริการห้องพักรับรองในสนามบิน (Airport Lounge) ณ ประเทศญี่ปุ่นทั้ง 28 แห่ง, ฮ่องกง, จีน, เกาหลี, สิงคโปร์ และฮาวาย โดยการเข้าใช้บริการที่ญี่ปุ่น ฮาวาย และจีน นั้นสามารถใช้ได้ฟรีๆ แบบไม่จำกัดจำนวนครั้ง แต่สำหรับการใช้บริการที่ฮ่องกง สิงคโปร์ และเกาหลี สามารถใช้ได้ฟรี จำนวน 2 ครั้ง ต่อบัตร ต่อสนามบิน ใน 1 ปี (ส่วนการใช้ห้องรับรองตั้งแต่ครั้งที่ 3 เป็นต้นไปที่ฮ่องกง สิงคโปร์ และเกาหลี ลูกค้าบัตร JCB Platinum จะเสียค่าบริการตามอัตรามาตรฐานของห้องรับรองแต่ละแห่ง)
ทั้งนี้ ผู้ถือบัตรหลักและบัตรเสริมสามารถเข้าไปใช้บริการที่ห้องพักรับรองระหว่างรอเดินทางได้โดยไม่ต้องเสียค่าเข้าใช้ (ส่วนผู้ติดตามอาจต้องเสียค่าเข้าค่ะ) และต้องแสดงบัตรเครดิต หรือตั๋วเครื่องบินต่อหน้าเจ้าหน้าที่ก่อนเข้าด้วยค่ะ ส่วนสิ่งอำนวยความสะดวกที่ห้องรับรองที่ฟรีนั้นจะมีจำพวกน้ำดื่ม แต่อาหาร น้ำบางชนิด และเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ต้องเสียเงินเพิ่ม ซึ่งเงื่อนไขของการใช้บริการห้องรับรองของแต่ละประเทศนั้นอาจจะแตกต่างกันไป ผู้ถือบัตรฯ จะต้องสอบถามรายละเอียดให้เข้าใจก่อนเสมอ ไปดูกันดีกว่าว่าสนามบินแต่ละประเทศนั้นมีที่ไหนบ้าง?
  • ประเทศฮ่องกง : สนามบินหลัก Hong Kong International Airport

Plaza Premium Lounge (Arrival Hall)
  • ประเทศสิงคโปร์ : สนามบินหลัก Singapore Changi Airport ทั้งหมด 2 แห่ง คือ Plaza Premium Lounge และ The Green Market (TGM)

Plaza Premium Lounge

The Green Market (TGM)
  • ประเทศเกาหลีใต้ : สนามบินหลัก Incheon International Airport ทั้งหมด 2 แห่ง คือ SKY HUB Lounge และ Matina Lounge

SKY HUB Lounge

Matina Lounge
  • ฮาวาย : สนามบินหลัก Honolulu International Airport "IASS Hawaii Lounge"

IASS Hawaii Lounge
2. บริการเหนือระดับเมื่อเดินทางต่างประเทศ (Concierge Service)

แน่นอนว่าบัตรเครดิตใบนี้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อสิทธิประโยชน์หลักเมื่อนำไปใช้ในประเทศญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นการเข้าใช้งาน JCB Global WiFi ส่วนลดเมื่อซื้อสินค้า และแอปพลิเคชันสมาร์ทโฟนต่างๆ เพื่อใช้งานระหว่างการท่องเที่ยวในญี่ปุ่น รวมไปถึงบริการห้องรับรองที่ JCB Plaza Lounge ใน 9 ประเทศ และบริการเลขาส่วนตัวผ่าน JCB Plaza ทั่วโลก เพื่อคอยอำนวยความสะดวกให้เราระหว่างเดินทางท่องเที่ยวยังต่างประเทศ.. ลองไปดูรายละเอียดลึกๆ กันค่ะว่ามีอะไรบ้าง?
  • คู่มือส่วนลดในสนามบินจาก JCB.. จะได้รับสิทธิพิเศษจากร้านค้า และร้านอาหารที่ JCB ขอแนะนำในสนามบินนานาชาตินาริตะ, สนามบินนานาชาติชูบุเซ็นแทรร์, สนามบินนานาชาติคันไซ, สนามบินนิวชิโตเสะ, สนามบินฮาเนดะ, สนามบินฟุกุโอกะ และสนามบินนาฮา (ดูเพิ่มเติม)

  • สิทธิพิเศษตั๋วโดยสารรถบัสของสนามบิน.. โดยจะได้รับส่วนลด 20% สำหรับตั๋วโดยสารรถบัสของสนามบินจากสนามบินไปยังย่านดาวน์ทาวน์!
 
  • สิทธิพิเศษที่โตเกียวทาวเวอร์.. รับส่วนลด 30% เมื่อซื้อบัตรขึ้นจุดชมวิวหลัก (ความสูง 150 เมตร) ที่ร้านค้าใน Tokyo Tower ที่เข้าร่วมรายการ

  • สิทธิพิเศษที่เกียวโตทาวเวอร์.. รับส่วนลด 30% เมื่อซื้อบัตรเข้าชมด้วยบัตร JCB โดยสามารถรับส่วนลดบัตรได้สูงสุด 5 ใบ ต่อการซื้อ 1 ครั้ง

นอกจากนี้ยังมีสิทธิพิเศษต่างๆ ทั่วโลก เช่น
  • JCB PLAZA Web - คู่มือแนะนำสิทธิพิเศษในต่างประเทศ สามารถหาข้อมูลเกี่ยวกับสิทธิพิเศษและคำแนะนำต่างๆ ได้ เพื่อให้ได้สัมผัสประสบการณ์การเดินทางที่ดีที่สุด ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร บัตรเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยว สปา หรือสนามกอล์ฟต่างๆ ค่ะ
  • JCB PLAZA เป็นเสมือนเคาน์เตอร์บริการในต่างประเทศ ซึ่งตั้งอยู่ทั่วโลก โดยจะมีพนักงานคอยให้ความช่วยเหลือในการจองบริการกับร้านค้าในเครือข่ายของ JCB และคอยตอบคำถามต่างๆ เกี่ยวกับการท่องเที่ยวของเรา เพิ่มความอุ่นใจไปอีกทางหนึ่งค่ะ และล่าสุดก็มีบริการ Wi-Fi ที่พร้อมให้เราได้ใช้งานฟรีๆ ด้วยค่ะ บริการ JCB PLAZA แบ่งออกเป็นทั้งในญี่ปุ่นและทั่วโลก ลองไปดูตำแหน่งที่ตั้งของแต่ละที่กันค่ะ
    - JCB PLAZA ในญี่ปุ่น ทั้ง JCB Plaza Tokyo และ JCB Plaza Kyoto มีบริการมากมาย สำหรับลูกค้าต่างชาติที่ถือบัตร JCB และเดินทางมาประเทศญี่ปุ่น ทั้งการจองร้านอาหารและบริการต่างๆ การแนะนำข้อมูลการท่องเที่ยวเป็นภาษาอังกฤษ จีน เกาหลี และญี่ปุ่น โดยเราสามารถใช้คอมพิวเตอร์ WiFi และชาร์จโทรศัพท์มือถือได้ฟรี และเรายังมีบริการหนังสือนำเที่ยวและข้อมูลต่างๆ จากนิตยสาร นอกจากนี้ยังมีบริการรับฝากสัมภาระฟรีในหนึ่งวันอีกด้วย
    - JCB PLAZA Lounge เป็นพื้นที่สำหรับพักผ่อนของลูกค้าบัตร JCB โดยมีให้บริการในหลายเมืองใหญ่ JCB PLAZA Lounge เป็นหนึ่งในบริการจาก JCB PLAZA ที่ให้บริการเครื่องดื่ม เก้าอี้นวด และบริการอื่นๆ ที่มีในห้องรับรองทั่วไป นอกจากนั้นยังมีอินเตอร์เน็ตและหนังสือนำเที่ยวให้บริการอีกด้วย (สามารถเลือกดูตำแหน่งที่ตั้งของ JCB PLAZA LOUNGE ได้ที่นี่)

(JCB PLAZA Tokyo)
 
(JCB PLAZA Kyoto)
  • JCB Plaza Call Center บริการฟรีที่พร้อมให้บริการ ทั้งสามารถโทรจองร้านอาหาร และสปาในเครือข่ายของ JCB ได้ล่วงหน้า ก่อนการเดินทาง และยังมีบริการช่วยเหลือในกรณีมีเหตุขัดข้องหรือเหตุฉุกเฉินระหว่างการท่องเที่ยวตลอด 24 ชม. (มีบริการในภาษาอังกฤษ จีน เกาหลี ญี่ปุ่น และอื่นๆ)

  • บริการเช่ารถยนต์จาก JCB สิทธิพิเศษในการใช้บริการ Hertz Rent-a-Car ในกว่า 60 ประเทศทั่วโลก Hertz Rent-a-Car มีรถหลากหลายรุ่นที่เราสามารถเลือกได้ตามแผนการท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางเพื่อธุรกิจหรือ เพื่อพักผ่อน โดยให้ส่วนลดสูงสุดถึง 10% จากราคาประหยัด หรือ 5-20% จากราคามาตรฐานปกติ

สิทธิพิเศษของบัตรฯ ที่ประเทศญี่ปุ่น (แบบมีกำหนดระยะเวลา)
  • รับส่วนลด 10% จาก LUGGAGE - FREE TRAVEL ในประเทศญี่ปุ่น
    - เมื่อเดินทางท่องเที่ยวไปถึงประเทศญี่ปุ่น ก็สามารถไปเที่ยวต่อได้ทันที โดยสามารถเลือกใช้บริการ LUGGAGE-FREE TRAVEL เพื่อส่งสัมภาระต่างๆ ของเราจากสนามบินตรงไปยังโรงแรม หรือส่งต่อจากโรงแรมที่พักปัจจุบันไปยังโรงแรมถัดไปได้
    - วันนี้ - 31 มี.ค. 62

  • JCB ห้างสรรพสินค้า Takashimaya Shinjuku - รับบัตรของขวัญ JCB มูลค่าสูงสุด 50,000 เยน
    - เมื่อต้องการช้อปปิ้ง ซื้อสินค้าที่ห้างฯ Takashimaya Shinjuku โดยทุกๆ การใช้จ่าย 20,000 เยน ในหนึ่งวัน (ไม่รวมภาษี) จะได้รับบัตรของขวัญ JCB 1,000 เยน รับสูงสุด 50,000 เยน เมื่อใช้จ่าย 1,000,000 เยนในหนึ่งวัน
    - วันนี้ - 31 ม.ค. 62

  • ส่วนลดสุดพิเศษจากบัตรเครดิต JCB กับบริการรถทัวร์ชมเมืองโตเกียว Hato Bus!
    - รับส่วนลด 15% เมื่อซื้อบริการรถทัวร์ชมเมืองโตเกียว Hato Bus ในภาษาอังกฤษหรือจีน และจ่ายด้วยบัตรเครดิต JCB โดยจะต้องทำการจองที่นั่งผ่านการโทรจองที่ JCB Plaza Call Center หรือไปที่ JCB Plaza เท่านั้น
    - วันนี้ - 31 มี.ค. 62

  • อิ่มอร่อยกับหม้อไฟนาเบะเมื่อมีบัตรเครดิต JCB
    - รับส่วนลด 10% ณ ร้านอาหารที่ร่วมรายการ อาทิ Nabezo, Mo-Mo-Paradise เมื่อแสดงคูปองสิทธิพิเศษและชำระเงินด้วยบัตรเครดิต JCB
    - วันนี้ - 30 ก.ย. 62

  • รับส่วนลดเมื่อช้อปปิ้งที่ Universal Studios Japan
    - รับส่วนลด 500 เยน เมื่อใช้จ่ายอย่างน้อย 6,666 เยน (รวมภาษี) เมื่อแสดงคูปองและชำระด้วยบัตรเครดิต JCB ที่ร้านค้าใดก็ได้ใน Universal Studios Japan
    - วันนี้ - 31 มี.ค. 62

คะแนนสะสม KTC Forever Rewards และการแลกรับเป็นเครดิตเงินคืนหรือของกำนัล

ทุกๆ การใช้จ่ายผ่านบัตรฯ 25 บาท จะได้รับคะแนนสะสม Forever Rewards 1 คะแนน และรับคะแนนสะสมเป็น 2 เท่า เมื่อใช้จ่ายทั้งช้อป ชิม ชิล ผ่านบัตรฯ ที่ประเทศญี่ปุ่น รับกันได้แบบไม่จำกัดยอดรับคะแนนสะสมสูงสุดกันเลยทีเดียวค่ะ (โดยที่คะแนนสะสมอีก 1 เท่า นั้นจะปรากฎอยู่ในใบแจ้งยอดของเดือนถัดไป) และที่สำคัญ "คะแนนสะสมนี้ไม่มีวันหมดอายุ" นอกจากนั้นผู้ถือบัตรฯ ยังสามารถเลือกได้ว่าจะนำคะแนนสะสมไปทำอะไร หรือแลกรับของรางวัลเองได้ โดยมีเงื่อนไขในการใช้คะแนนสะสมดังนี้
  • แลกรับสินค้า ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ใช้คะแนนแลกซื้อสินค้า/ บริการได้ พร้อมมีบริการจัดส่งฟรี ที่ KTC U SHOP แอปพลิเคชันสำหรับคนใช้ KTC ค่ะ
  • ใช้แทนเงินสด หรือรับเป็นเครดิตเงินคืน โดยที่ทุกๆ 1,000 คะแนน ใช้แทนเงินสด 100 บาท หรือแลกรับเป็นเครดิตเงินคืนเข้าบัญชีบัตรฯ
  • ร่วมแบ่งปันและทำบุญ สามารถนำคะแนนสะสมไปทำบุญกับมูลนิธิ หรือองกรค์การกุศลต่างๆ โดยทุกๆ 1,000 คะแนน เท่ากับเงินบริจาค 100 บาท (ตามรูป) 
  • แลกไมล์ / ตั๋วเครื่องบินได้ง่ายๆ กับสายการบินชั้นนำ สามารถโอนคะแนนสะสม Forever Rewards เป็นไมล์ หรือคะแนนสะสมสายการบินพันธมิตรที่ร่วมรายการ เพื่อแลกเป็นตั๋วโดยสารเครื่องบิน ที่พัก หรือบริการต่างๆ โดยเกณฑ์ในการแลกคะแนนเป็นไมล์สะสมเดินทางกับสายการบินต่างๆ เป็นดังนี้
    - ROYAL ORCHID PLUS ของสายการบินไทย
    อัตราแลก 2 คะแนนสะสม Forever Rewards ต่อ 1 ROP Mile เทียบเท่าทุกการใช้จ่ายในประเทศ 50 บาท แลกได้ 1 ไมล์ ROP
    - FLYER BONUS ของสายการบินบางกอกแอร์เวยส์
    อัตราแลก 1,000 คะแนนสะสม Forever Rewards ต่อ 500 คะแนนสะสมฟลายเออร์โบนัส (2 คะแนนสะสม : 1 Flyer Bonus) เทียบเท่าทุกการใช้จ่ายในประเทศ 50 บาท แลกได้ 1 Flyer Bonus
    - BIG Points ของสายการบินแอร์เอเชีย
    อัตราแลก 2 คะแนนสะสม Forever Rewards ต่อ 1 คะแนนสะสม BIG Points เทียบเท่าทุกการใช้จ่ายในประเทศ 50 บาท แลกได้ 1 BIG Points
ตัวอย่างการใช้คะแนนสะสมแลกเป็นไมล์ของบัตรเครดิตในระดับใกล้เคียงกัน
ROYAL ORCHID PLUS ของสายการบินไทย
  • บัตรเครดิตกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ วีซ่า แพลทินัม ทุกการใช้จ่าย 20 บาท รับคะแนนสะสม 1 คะแนน
    อัตราการแลกคะแนนต่อไมล์เท่ากับ 2 คะแนนสะสม : 1 ROP Mile (เทียบเท่าทุกการใช้จ่าย 40 บาท แลกได้ 1 ไมล์ ROP)
  • บัตรเครดิตแพลทินัม ธนาคารกรุงเทพ ทุกการใช้จ่าย 25 บาท รับคะแนนสะสม 1 คะแนน
    อัตราการแลกคะแนนต่อไมล์เท่ากับ 2 คะแนนสะสม : 1 ROP Mile (เทียบเท่าทุกการใช้จ่าย 50 บาท แลกได้ 1 ไมล์ ROP)
FLYER BONUS ของสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส
  • บัตรเครดิตกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ วีซ่า แพลทินัม ทุกการใช้จ่าย 20 บาท รับคะแนนสะสม 1 คะแนน
    อัตราการแลกคะแนนพรีเมียมทุกๆ 1,000 คะแนน ต่อ 10 คะแนน Flyer Bonus (เทียบเท่าทุกการใช้จ่าย 2,000 บาท ต่อ 1 คะแนนสะสม Flyer Bonus )
  • บัตรเครดิตแพลทินัม ธนาคารกรุงเทพ ทุกการใช้จ่าย 25 บาท รับคะแนนสะสม 1 คะแนน
    อัตราการแลกคะแนนสะสมเป็นไมล์ทุกๆ 1,500 คะแนน ต่อ 10 คะแนน Flyer Bonus (เทียบเท่าทุกการใช้จ่าย 3,750 บาท ต่อ 1 คะแนนสะสม Flyer Bonus)
เมื่อเปรียบเทียบอัตราการแลกคะแนนสะสมกับบัตรเครดิตอื่นๆ ในระดับใกล้เคียงที่ยกตัวอย่างมาข้างต้น จะเห็นว่าอัตราการแลกคะแนนสะสมของบัตรเครดิต KTC JCB Platinum นั้นก็อยู่ในเกณฑ์กลางๆ คือยังเป็นเรท 25 บาท ต่อ 1 คะแนนสะสม Forever Rewards (25 บาท : 1 คะแนน) แต่จะได้รับคะแนนสะสมเป็น 2 เท่า ก็ต่อเมื่อไปใช้จ่ายในประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น (25 บาท : 2 คะแนน) และในส่วนของการแลกคะแนนสะสมเป็นไมล์ของสายการบินต่างๆ ก็เช่นกัน ซึ่งยังเห็นข้อแตกต่างไม่มากจนเกินไป ถือว่าอยู่ในระดับกลางๆ ส่วนในมุมของผู้ที่ชอบท่องเที่ยวหรือเดินทางไปประเทศญี่ปุ่นบ่อยๆ แล้ว ผู้เขียนคิดว่าน่าจะมีบัตรฯ ใบนี้ไว้สักใบก็ไม่เสียหายอะไร และที่ชอบอีกอย่างหนึ่งในเรื่องคะแนนสะสมก็คือ "คะแนนสะสมไม่มีวันหมดอายุ" ซึ่งถือว่าเป็นการยืดหยุ่นระยะเวลาในการนำคะแนนไปแลกเป็นของรางวัลหรือแลกเป็นไมล์ได้มากเลยทีเดียวค่ะ
ความคุ้มครองในด้านต่างๆ ที่บัตรฯ มอบให้
เวลาจะเดินทางไปท่องเที่ยวหรือพักผ่อนหย่อนใจทั้งในและต่างประเทศ บัตรฯ นี้ก็เพิ่มความมั่นใจให้ผู้ถือบัตรได้ทุกระหว่างการเดินทาง เมื่อใช้บัตรฯ ชำระค่าตั๋วโดยสารยานพาหนะสาธารณะ กับการรับประกันความคุ้มครองอุบัติเหตุทั้งตัวผู้ถือบัตรเอง รวมถึงคู่สมรสและบุตรที่มีอายุไม่เกิน 23 ปีบริบูรณ์ ด้วยวงเงินสูงสุดถึง 8,000,000 บาทค่ะ พร้อมด้วยประกันกระเป๋าเดินทางสูญเสียและสูญหายจากการเดินทางไปต่างประเทศด้วยวงเงินสูงสุดถึง 40,000 บาท/ครั้งอีกด้วย
เปรียบเทียบความคุ้มครองอุบัติเหตุจากการเดินทางของบัตรระดับใกล้เคียงกัน
  • บัตรเครดิตเทสโก้ โลตัส วีซ่า แพลทินัม ประกันอุบัติเหตุการเดินทางทั้งในและต่างประเทศ ด้วยวงเงินคุ้มครองสูงสุด 6,000,000 บาท สำหรับผู้ถือบัตรและครอบครัว
  • บัตรมาสเตอร์การ์ด แพลตตินั่ม (ในนามบริษัท ออล-เวย์ส จำกัด) รับความคุ้มครองอุบัติเหตุสูงสุด 10,000,000 บาท รวมถึงอุบัติเหตุจากการเดินทาง เที่ยวบินล่าช้า กระเป๋าเดินทางล่าช้า และกระเป๋าเดินทางสูญหาย
  • บัตรเครดิต SCB Ultra Platinum มีความคุ้มครองอุบัติเหตุระหว่างการเดินทางไปต่างประเทศในวงเงินสูงสุด 250,000 เหรียญสหรัฐฯ ซึ่งตีค่าเป็นเงินไทยจะอยู่ที่ประมาณ 8,000,000 บาท (ขึ้นอยู่กับอัตราแลกเปลี่ยน ณ ขณะนั้น)
จะเห็นว่าบัตรฯ ใบนี้ให้ความคุ้มครองอุบัติเหตุระหว่างเดินทางที่มีมากพอสมควร เมื่อเทียบกับบัตรเครดิตระดับใกล้ๆ กันแล้ว อีกทั้งยังรับประกันสิ่งของเครื่องใช้ให้เพิ่มเติมเวลาที่เราเดินทางอีกด้วย ก็น่าจะเพิ่มความอุ่นใจไปได้ระดับหนึ่งค่ะ
คุณสมบัติของผู้มีสิทธิ์สมัครบัตรฯ
คุณสมบัติของผู้สมัครบัตรหลัก
  • ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์
  • มีรายได้รวมขั้นต่ำ 15,000 บาทขึ้นไป ต่อเดือน
คุณสมบัติของผู้สมัครบัตรเสริม
  • อายุ 15 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป สูงสุดไม่เกิน 80 ปี
  • กรณีที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ ต้องมีหนังสือยินยอมจากบิดา / มารดา หรือผู้แทนโดยชอบธรรม เว้นแต่ว่าเป็นบุตรของผู้ถือบัตรหลักเอง
  • ต้องแนบสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของทั้งบัตรหลักและบัตรเสริมพร้อมใบสมัคร และสำเนาทะเบียนบ้านของบัตรเสริมไปด้วย
ค่าธรรมเนียมรายปี
  • ฟรี ค่าธรรมเนียมแรกเข้า ทั้งบัตรหลักและบัตรเสริม
  • ฟรี ค่าธรรมเนียมรายปีตลอดชีพ โดยไม่มีเงื่อนไข
  • อัตราดอกเบี้ย : 15% ต่อปี, ค่าธรรมเนียมการใช้วงเงิน 3% ต่อปี รวมกันสูงสุดไม่เกิน 18% ต่อปี
ค่าธรรมเนียมรายปีของบัตรฯ ในระดับใกล้เคียงกัน
  • บัตรเครดิต กรุงศรี เจซีบี แพลทินัม ฟรีค่าธรรมเนียมแรกเข้าและรายปีตลอดชีพ ทั้งบัตรหลักและบัตรเสริม
  • บัตรเครดิตเจซีบีกสิกรไทย แพลทินัม
    - ฟรีค่าธรรมเนียมแรกเข้า ทั้งบัตรหลักและบัตรเสริม
    - มีค่าธรรมเนียมรายปี 3,500 บาท/ บัตร/ ปี ทั้งบัตรหลักและบัตรเสริม (ฟรี ค่าธรรมเนียมรายปีปีแรก และปีถัดไปฟรีอัตโนมัติ เมื่อใช้จ่าย 12 ครั้ง/ ปี)
  • บัตรเครดิต ยูโอบี โยโล่ แพลทินัม
    - ฟรีค่าธรรมเนียมแรกเข้า ทั้งบัตรหลักและบัตรเสริม
    - มีค่าธรรมเนียมรายปี 2,000 บาท/ บัตร/ ปี สำหรับบัตรหลัก (ฟรีค่าธรรมเนียมรายปีในปีถัดไปเมื่อใช้จ่ายผ่านบัตร 100,000 บาท/ปี) ส่วนบัตรเสริมฟรี ไม่มีเงื่อนไข
เมื่อเทียบกับบัตรเครดิตเจ้าอื่นๆ ที่ยกตัวอย่างมาข้างต้นแล้ว จะเห็นว่าบัตรเครดิต KTC JCB Platinum นั้นฟรีทั้งค่าธรรมเนียมแรกเข้าและค่าธรรมเนียมรายปี แต่บัตรฯ อื่นต้องใช้จ่ายเป็นจำนวนเงินตามที่ธนาคารกำหนด (ต่อปี) จึงจะได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียมดังกล่าว ดังนั้น สำหรับใครที่ใช้จ่ายผ่านบัตรไม่บ่อยเท่าไรนัก ก็สบายใจ ไร้ความกังวลเรื่องค่าธรรมเนียม เมื่อถือบัตรฯ ใบนี้ได้เลยค่ะ
สรุปวิเคราะห์รวบยอดสิทธิพิเศษต่างๆ ของบัตรฯ
ได้รู้ถึงรายละเอียดของบัตรเครดิต KTC JCB Platinum โดยแยกออกเป็นหัวข้อต่างๆ กันแล้วนะคะ ต่อไปจะเป็นส่วนของการสรุปภาพรวมของบัตรฯ ค่ะ ว่าโดยรวมแล้วบัตรเครดิตใบนี้ให้สิทธิประโยชน์อย่างไร มากน้อยแค่ไหน? และบัตรฯ ใบนี้เหมาะสำหรับใครบ้าง (ดูบทความ : อยากสมัครบัตรเครดิตสักใบ.. ทำไมต้องเลือก KTC ??)
  • จุดเด่นของบัตรฯ :
    - น่าจะเป็นเรื่องของการได้รับคะแนนสะสม Forever Rewards 2 เท่า เมื่อใช้จ่ายที่ประเทศญี่ปุ่น โดยไม่ต้องกลัวว่าจะโดนชาร์จค่าความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนแพง เพราะบัตรฯ นี้ชาร์จไม่เกิน 2% จากยอดการใช้จ่าย แถมยังสามารถแบ่งจ่ายคืนได้สบายๆ ด้วยบริการ KTC FLEXI อัตราดอกเบี้ย 0% นานสูงสุด 10 เดือน หรือสามารถโทรไปขอแบ่งชำระภายหลังได้ด้วยบริการ KTC FLEXI by PHONE อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0.80% นานสูงสุด 10 เดือนเช่นกัน (แต่ถ้าเป็นค่าใช้จ่ายที่ญี่ปุ่นสามารถแบ่งจ่ายได้ด้วยอัตราดอกเบี้ยเพียง 0.69% ต่อเดือนเท่านั้นค่ะ)
    ยกตัวอย่าง กรณีที่เรารูดซื้อของชิ้นใหญ่ๆ ด้วยบัตรเครดิต KTC ในเดือนๆ นึง แล้วคิดว่าเราไม่สามารถจ่ายคืนได้แบบเต็มจำนวน หรือกลัวว่าถ้าจ่ายขั้นต่ำแล้วจะเสียดอกเบี้ยแพง สามารถโทรไปขอแบ่งจ่ายได้ ก็จะช่วยลดภาระการใช้จ่ายลงได้ และยังเป็นการช่วยบริหารจัดการค่าใช้จ่ายรายเดือนที่ดีในอีกรูปแบบหนึ่งค่ะ (ดูบทความ รูดบัตรเครดิตต่างประเทศ: รู้มั้ยแต่ละบัตรชาร์จค่าธรรมเนียมกันเท่าไร?)
    - ส่วนอีกเรื่องหนึ่งที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยก็คือ "ค่าธรรมเนียม" เพราะฟรีทั้งค่าธรรมเนียมแรกเข้าและค่าธรรมเนียมรายปีตลอดชีพ ซึ่งถ้าเปรียบเทียบกับสิทธิประโยชน์ต่างๆ ที่บัตรฯ มอบให้แล้ว ถือว่าคุ้มเกินคุ้มกับการใช้จ่ายแบบไม่มีขีดจำกัดแถมยังได้ถือบัตรฟรีๆ แบบไม่มีเงื่อนไขอีกด้วย
  • ข้อสังเกตที่ควรรู้ก่อนใช้ :
    - ประเภทบัตร JCB สำหรับประเทศไทยในปัจจุบันนั้นยังไม่แพร่หลายมากนัก เพราะโดยส่วนใหญ่แล้วทางร้านค้าทั่วๆ ไป มักจะรับบัตรฯ ประเภท VISA หรือ MASTERCARD มากกว่า ซึ่งเพื่อนๆ บางคนที่มีบัตรฯ นี้อยู่แล้ว เวลาจะไปใช้บัตรฯ เพื่อทานอาหารหรือช้อปปิ้ง อาจจะต้องสอบถามกับทางร้านหรือสังเกตดีๆ ก่อนว่า มีป้ายรับบัตรประเภท JCB หรือไม่ก่อนเข้าไปใช้บริการ
    - บัตรเครดิต JCB ที่ออกในประเทศไทย (ซึ่งรวมกับบัตรนี้ด้วย) ไม่สามารถเข้าใช้บริการ Airport Lounge ที่สนามบินสุวรรณภูมิได้ ซึ่งถือว่ายังไม่โอเคค่ะ เพราะผู้ใช้บัตรฯ อาจจะต้องการ relax หรือความสะดวกสบายก่อนการเดินทางบ้าง แต่กลับไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ตรงนี้ ก็ถือว่ายังคงต้องพัฒนาและปรับปรุงกันต่อไปเพื่อให้ทันคู่แข่ง
  • คะแนนสะสม : ทุกๆ ยอดการใช้จ่ายปกติภายในประเทศ 25 บาท เท่ากับคะแนนสะสม Forever Rewards 1 คะแนน (25 บาท = 1 คะแนน) ถือว่าเป็นเรทกลางๆ ทั่วไปของบัตรเครดิต แต่ถ้าเราไปใช้จ่ายที่ประเทศญี่ปุ่น เราจะได้คะแนนสะสมเพิ่มเป็น 2 เท่า (25 บาท = 2 คะแนน) อันนี้ถือว่าเป็นการเพิ่มสิทธิประโยชน์สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการไปท่องเที่ยวและใช้จ่ายที่ประเทศญี่ปุ่นค่ะ เพราะการได้รับคะแนนสะสมไวกว่านั้นถือว่าเป็นที่ปรารถนาของใครหลายๆ คน ที่ชอบการสะสมคะแนนแล้วนำไปแลกเป็นไมล์สะสมของสายการบินต่างๆ หรือแลกรับเป็นของกำนัล ก็ถือว่าได้ใช้คะแนนสะสมให้เกิดประโยชน์ และอีกหนึ่งข้อดีของบัตรเครดิต KTC JCB Platinum คือ "คะแนนสะสมไม่มีวันหมดอายุ"
    ซึ่งโดยปกติแล้ว คะแนนสะสมของบัตรเครดิตทั่วไปจะมีวันหมดอายุอยู่ที่ราวๆ 2 - 5 ปี คือถ้าใครลืมใช้สิทธิ์แลกคะแนนสะสมก็ถือว่าพลาดไปเลย แต่กรณีของบัตรฯ KTC นี้ ไม่ต้องกังวลเรื่องนั้นเลยค่ะ แต่ก็อย่าลืมตรวจสอบโปรโมชั่นการแลกคะแนนเป็นของรางวัลด้วยนะคะ จะได้ไม่พลาดของรางวัลที่เราอาจจะกำลังอยากได้อยู่ (ดูบทความ : คะแนนสะสมบัตรเครดิต แบงค์ไหนแลกอะไรได้บ้าง... ง่ายๆ แค่คลิก)
  • รายได้ขั้นต่ำในการสมัคร : จากที่เคยทราบมาว่าบัตรเครดิตระดับแพลทินัม (Platinum) นั้น จะต้องมีเงินเดือนขั้นต่ำตั้งแต่ 35,000 - 50,000 บาทขึ้นไป จึงจะสมัครได้ เพราะฉะนั้นข้อนี้จึงถือว่าเป็นข้อดีอีกอย่างหนึ่งของบัตรฯ KTC ที่เปิดโอกาสให้คนในระดับทั่วไป ที่มีรายตั้งแต่ 15,000 บาทต่อเดือน ได้ใช้บัตรเครดิตที่มีคุณภาพ ในขณะที่เงื่อนไข - ข้อกำหนดไม่ยุ่งยาก และไม่ซับซ้อนจนเกินไป
  • บัตรฯ นี้เหมาะกับใคร? : บัตรเครดิต KTC JCB Platinum เหมาะกับผู้ที่ชื่นชอบการใช้ชีวิตสไตล์ญี่ปุ่น ไม่ว่าจะช้อป กิน เที่ยว เพราะบัตรฯ นี้ให้ส่วนลดและสิทธิพิเศษค่อนข้างมากเลยทีเดียว เอาเป็นว่าใครที่เป็นสาวกของอาหารญี่ปุ่น และต้องเดินทางไปประเทศญี่ปุ่นอยู่บ่อยๆ ไม่ควรพลาดจริงๆ ค่ะ



ปิดท้ายด้วยโปรโมชั่นเด่นๆ จากบัตรเครดิต KTC JCB Platinum (ถึงวันที่.... )
พิเศษ! พบกับโปรโมชั่นต่างๆ ที่บัตรเครดิต KTC JCB Platinum มอบให้ค่ะ ไม่ว่าจะช้อป กิน เที่ยว สุขภาพ ความสวยความงาม และอื่นๆ อีกมากมาย ที่สมาชิกบัตรฯ เท่านั้นจะได้รับ
สิทธิพิเศษจากร้านค้าในประเทศไทย
สิทธิพิเศษที่ยูโนะโมริ ออนเซ็น แอนด์ สปา

รับส่วนลด 15% สำหรับค่าเข้าออนเซ็นและเมนูสปา A La Carte (วันนี้ - 31 มี.ค. 62)
รับส่วนลดบน Agoda

Agoda ให้บริการจองโรงแรมมากกว่า 1 ล้านแห่งทั่วโลก รับส่วนลดสูงสุด 8% จากโรงแรมที่เลือก (วันนี้ - 30 ก.ย. 61)
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 02-123-5000 หรือเว็บไซต์ www.ktc.co.th
แก้ไขล่าสุด : 26 มิ.ย. 61
โดย
:
อัจฉราพรรณ สายตรง
กองบรรณาธิการ เช็คราคา.คอม
 
 

รีวิวบัตรเครดิต/บัตรเดบิตล่าสุด