• รถมอเตอร์ไซค์ใหม่
  • รถมอเตอร์ไซค์ใหม่
  • ค้นหาแบบละเอียด
  • รีวิว BMW F 900 R และ F 900 XR สัมผัสเทคโนโลยีขั้นเทพ พร้อมชมโรงงานผลิต ณ จังหวัดระยอง

    11 ก.ย. 63 1,330
    รีวิว BMW F 900 R และ F 900 XR สัมผัสเทคโนโลยีขั้นเทพ พร้อมชมโรงงานผลิต ณ จังหวัดระยอง
    บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ประเทศไทย นำคณะสื่อมวลชนมุ่งหน้าสู่จังหวัดระยอง เพื่อเปิดประสบการณ์ความสนุกสนานและสมรรถนะทรงพลังในสไตล์ไดนามิก โรดสเตอร์และแอดเวนเจอร์ สปอร์ต จากมอเตอร์ไซค์ขนาดมิดไซส์สองรุ่นใหม่ล่าสุด บีเอ็มดับเบิลยู F 900 R และบีเอ็มดับเบิลยู F 900 XR บนระยะทางรวมกว่า 280 กิโลเมตร พร้อมเข้าชมสายการผลิตมอเตอร์ไซค์บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ณ โรงงานของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ จังหวัดระยอง หนึ่งในโรงงานประกอบมอเตอร์ไซค์ที่สำคัญของบีเอ็มดับเบิลยูในภูมิภาคเอเชีย 
    กิจกรรมทดสอบรถครั้งนี้ จัดขึ้นภายใต้แนวคิด "BMW Motorrad Discoveride" เพื่อสร้างประสบการณ์การขับขี่ที่สนุกสนานและปลอดภัย โดยสื่อมวลชนได้ทดสอบฟีเจอร์และสมรรถนะต่างๆ ของบีเอ็มดับเบิลยู F 900 R และบีเอ็มดับเบิลยู F 900 XR อย่างเต็มที่ตลอดสองวัน เริ่มต้นด้วยการขับขี่บนเส้นทางจากสนามเอ็นดูโร่ พาร์ค ไทยแลนด์ จังหวัดชลบุรี เพื่อเตรียมความพร้อมเรื่องอุปกรณ์การขับขี่และรับฟังคำแนะนำเกี่ยวกับรถมอเตอร์ไซค์สองรุ่นใหม่จากทีมมาร์แชล ก่อนมุ่งหน้าสู่โรงงานของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย ในจังหวัดระยอง และเดินทางเข้าสู่ที่พักในวันแรกของกิจกรรม
    เส้นทางสุดมันพร้อมฝนกระหน่ำ 
    การเดินทางในวันแรกเมื่อออกจากสนามเอ็นดูโร่ พาร์ค ไทยแลนด์ เริ่มต้นด้วยเส้นทางรอบอ่างเก็บน้ำบางพระที่มีทางโค้งสนุกๆ ให้ทำความคุ้นเคยกับรถด้วยความเร็วที่ไม่สูงมากนัก ต่อด้วยเส้นทางรอบอ่างเก็บน้ำ
    หนองค้อที่เป็นถนนตัดผ่านพื้นที่เกษตรกรรมและมีทรายปกคลุมถนนในบางช่วง ซึ่งสื่อมวลชนได้ทดสอบระบบป้องกันการลื่นไถลของรถที่ตอบสนองได้ทุกสภาพพื้นผิวและเปลี่ยนค่าการทำงานในจังหวะที่รถเอียงอยู่ในโค้ง รวมถึงระบบช่วงล่าง Dynamic ESA ช่วยให้ขับขี่ผ่านทุกอุปสรรคบนถนนโดยไม่ต้องกลัวว่ารถจะเสียการควบคุม อีกทั้งยังได้ทดลองแรงบิดของรถที่พรั่งพรูลงพื้นถนนได้อย่างฉับไวตั้งแต่รอบต้นๆ ของเครื่องยนต์บนถนน
    ลอง F 900 R สายพริ้ว ครบทุกรุ่นย่อย 
    ในการทดสอบในช่วงแรกทีมงานเช็คราคาได้สลับขับขี่ F 900 R ทั้งครบ 3 รุ่นย่อย ซึ่งความจริงเรื่องของสมรรถนะและระบบเทคโนโลยีการขับขี่นั้นแบบเดียวกัน แตกต่างเพียงระบบครุซคอนโทรล และโช๊คอัพไฟฟ้า เป็นต้น 
    สมรรถนะเครื่องยนต์ 2 สูบเรียงความจุ 895 ซีซี 99 แรงม้าที่ 8,500 รอบต่อนาที แรงบิด 88 นิวตันเมตรที่ 6,750 รอบต่อนาที ที่พัฒนาใหม่หมดทั้งตัว พร้อมองศาการจุดระเบิดที่ 270/450 องศา และระบบเก็บเสียงแบบใหม่ มอบเสียงทรงพลังและเร้าใจยิ่งขึ้น พร้อมระบบคลัตช์แบบ anti-hopping เกียร์ 6 จังหวะที่ไม่ต้องใช้คลัตช์เมื่อเข้าตั้งแต่เกียร์ 2 ขึ้นไป แบบ Quick Shift เหมือนรถแข่งนั่นเอง นับเป็นเทคโนโลยีหนึ่งเดียวในรถระดับนี้ 
    ขับสนุกมากครับ! ...บอกเลย ใช้คลัตช์เพียงแค่ตอนออกตัวเท่านั้น ที่เหลืองัดขึ้น-ลง ได้ฟิลลิ่งเหมือนรถแข่งเลยทีเดียว การเข้าเกียร์ในช่วง 1 - 2 อาจมีกระตุกบ้าง แต่เกียร์ต่อๆ ไปจะเริ่มนุ่มนวลขึ้น รวมถึงตอบตบเกียร์ลงด้วย 
    ในช่วงทางตรงรถสไตล์เนกเก็ตจะมีลมปะทะแรงหน่อย แต่กำลังเครื่องยนต์และน้ำหนักรถ (รวมตัวผู้ทดสอบ) หนักกำลังดีทำให้รถมีความนิ่งแม้จะเปิดคันเร่งสุดทุกเกียร์ที่รอบราวๆ 7 - 8 พัน ก็ยังคงเอาอยู่ แต่ในการขับขี่ครั้งนี้ส่วนมากจะใช้โหมด "Rain" เป็นหลัก เพราะมีฝนตกหนักมากถนนเปียกลื่น และในทางโค้งช่วงอ่าวเก็บน้ำก็มีดินโคลนไหลผ่านถนนบ้าง แต่ระบบควบคุมการทรงตัว  
    ช่วงที่ต้องเทโค้งและออกจากโค้งเมื่อผ่านผิวถนนลื่น รู้สึกได้ถึงระบบ Dynamic Traction Control (DTC) ป้องกันการลื่นไถลของล้อหลังและการยกตัวของล้อหน้าในจังหวะเปิดคันเร่งแบบทันที่ ช่วยตัดกำลังและควบคุมไม่ให้ล้อลื่นไถล ทำให้ควบคุมรถได้ง่าย และเมื่อผิวยางสัมผัสถนนดีขึ้นระบบก็จะปล่อยให้เร่งขึ้นไปได้อย่างปลอดภัย และการเข้าโค้งทำได้ดีควบคุมง่าย   
    เจ้าระบบนี้เองที่มีเซ็นเซอร์ตรวจจับแบบ Dynamic นั่นคือ จะตรวจจับทั้งแนวตั้งแนวเอียงเป็นองศาอีกด้วย เนื่องจากเมื่อรถเอียงมากๆ ยางสัมผัสถนนเพียงแก้มยางเท่านั้น ระบบก็จะคำนวนทั้งความเร็วล้อหน้า-หลัง ความเอียงและคันเร่งว่าอันตรายเกินไปหรือไม่ ฉลาดเว่อร์! นับเป็นรุ่นแรกที่มีระบบทันสมัยแบบนี้ในรถมอเตอร์ไซค์คลาสนี้ โดยรวมแล้วขับขี่เล่นโค้งได้สนุกระบบช่วงล่างที่ไม่แข็งและนุ่มเกินไป แต่ทางเรียบๆ แบบคอนกรีตก็จะกระเด้งไปสักหน่อยครับ นับเป็นรถใหญ่สายพลิ้วในโค้งอย่างลงตัว 
    นอกจากนี้ F 900 R/XR รุ่นที่มีระบบเบรก ABS Pro ที่มีระบบ "ตัดกำลังเครื่องยนต์" ทันทีเมื่อใช้เบรกด้านหน้าอย่างรุนแรง นั่นคือ สามารถ "กำเบรกหน้า" อย่างเต็มแรงได้อย่างปลอดภัย ลดกำลังจากเครื่องยนต์และเหลือไว้เพียง "แรงเฉื่อย" จึงทำให้หยุดรถได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น แต่ระบบนี้ยังไม่กล้าลองเหมือนกันครับ   
    F 900 XR ขี่สบายสายเดินทาง
    F 900 XR ถูกออกแบบให้เป็นรถเน้นการเดินทางไกลๆ ยาวๆ ด้วยท่านั่งที่สูงหลังตรงสไตล์รถทัวร์ริ่ง ซึ่งที่จริงก็มี 3 รุ่นย่อย แต่ในทริปนี้มีให้ลองในรุ่นกลางและท็อป เพราะรุ่นเริ่มต้นต่างกันแค่อุปกรณ์และออปชัน นอกนั้นการขี่คาดว่าใกล้เคียงกัน แต่ก็ยังมีแอบออกแบบรถ 2 รุ่นคือ Sport และ Exclusive ที่ให้ความแตกต่างกันเล็กน้อยนั่นคือ 
    F 900 XR Sport ท่านั่งยังมีความโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย แฮนด์ต่ำกว่า และพักเท้าที่จับความรู้สึกได้ว่าปลายเท้าทิ้งลงพื้นเยอะกว่า ยังแอบเน้นไปทางสปอร์ตบ้าง 
    ส่วนรุ่น F 900 XR Exclusive นั้น นอกจากแตกต่างที่ชิวบังใหญ่ขึ้น มีแฮนด์การ์ดแล้ว แฮนด์ก็สูงกว่า พักเท้าเกือบตรงขนาดกับพื้น ลำตัวจะตั้งตรงกว่า เน้นขับแบบทัวร์ริ่งจริงจังกว่า ท่านั่งสบายกว่า ทั้งนี้ก็ขึ้นกับความชอบและสรีระของแต่ละบุคคลด้วย
    ส่วนสมรรถถะการขับเครื่องยนต์มีกำลังแรงอัตราเร่งดีพอๆ กับใน F 900 R ตัวเตี้ยนั่นเอง แต่ในรุ่น XR นั้น อาจเข้าโค้งได้ "ดื้อ" กว่า และการเบรกการซิกแซกจะมีความโยนตัวมากกว่าเล็กน้อย เพราะความสูงของระยะยืด-ยุบของโช๊คอัพนั่นเอง แต่นั่นก็ไม่ทำให้ความสนุกในการขับลดลงเลย กลับทำให้นุ่มนวลและรูดทางขรุขระได้เป็นอย่างดี 
    สำหรับการทดสอบใช้งานโหมดต่างๆ ในทริปนี้ได้ลองโหมด "Rain" เกือบตลอดทางเพราะเจอฝนทั้งไปและกลับ ซึ่งจะช่วยลดอาการออกตัวกระชาก ป้องกันล้อหมุนฟรี แต่ถ้าเปิดคันเร่งมากขึ้น พลังเครื่องยนต์ก็จะออกมาเรื่อยๆ และระบบช่วยเหลือทุกระบบจะทำงานรวดเร็วมากเป็นพิเศษ ปลอดภัยมั่นใจมากที่สุด เรียกว่าใช้โหลดนี้ขับตลอดทุกสภาวะเลยก็ย่อมได้ครับ  
    แต่ก็มีช่วงแห้งๆ ให้ลองสลับเป็น "Road" ที่เอาไว้ใช้ถนนแห้งๆ ระบบความช่วยเหลือจะทำงานก็ต่อเมื่อเริ่มตรวจจับได้ว่า "เสียอาการ" จึงเริ่มทำงาน เรียกว่าจะช้ากว่าโหมด "Rain" เล็กน้อย เพื่อความดิบๆ ในการขับขี่ยังคงอยู่ 
    มาถึงโหมดสุดโหดนั่นคือ Dynamic นั่นคือ การปิดหรือสั่งการระบบความช่วยเหลือให้ทำงานน้อยที่สุด สำหรับการขับขี่ที่ต้องการพลัง ความดิบ และสมรรถนะในการเร่งแซงที่ไม่ต้องการความช่วยเหลือใดๆ เลย แต่อย่างน้อยในระบบนี้ก็ยังคงแอบทำงานช่วยเหลืออยู่ห่างๆ อย่างห่วงๆ นั่นคือ ทำช้ามากเป็นพิเศษกว่าโหมดอื่น
    อย่างที่เล่ามาในตระกูล F 900 R และ XR จะมาพร้อมเทคโนโลยีในการขับขี่ที่ล้ำสมัยมากมาย ไม่ว่าจะเป็นระบบป้องกันการลื่นไถลของล้อหลัง (MSR) จากการชะลอตัวหรือลดเกียร์ โดยจะควบคุมและเปลี่ยนแปลงกำลังของเอนจิ้นเบรกตามสภาพการยึดเกาะของถนนและ Riding Mode ที่เลือกใช้งานอยู่ในขณะนั้น ระบบเบรก ABS Pro ที่บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราดนำมาติดตั้งในมอเตอร์ไซค์ขนาดมิดไซส์เป็นครั้งแรก มีจุดเด่นอยู่ที่การใช้เบรกหน้าแบบฉับพลันในจังหวะที่รถเอียงอยู่ในการเลี้ยวโค้งโดยไม่เสียเสถียรภาพการทรงตัว พร้อมระบบ Dynamic Brake Control (DBC) ที่ช่วยตัดกำลังขับและแรงดึงแปรผันจากเครื่องยนต์ในจังหวะที่ผู้ขับขี่ใช้เบรกแบบฉับพลัน    
    ระบบโช๊คที่สามารถปรับโหมดได้ในรุ่นโช๊คไฟฟ้านั้น สังเกตได้จากกระบอกโช๊คหลังสีทองที่มี 2 ชุดคือ ตัวโช๊คอัพและชุดมอเตอร์ไฟฟ้าปรับระดับความแข็งอ่อน ด้วยการเลือกที่สวิตช์บนแฮนด์ซ้าย จากการปรับนั้นอาจไม่ค่อยรู้สึกต่างกันมากนัก เนื่องจากระบบปรับค่านี้จะเป็นแบบ Dynamic ซึ่งจะมีเซ็นเซอร์ตรวจจับและคำนวนค่าความแข็งอ่อนในแบบ "มีระยะยืดหยุ่น" ในแต่ละช่วงความหนืด จึงไม่ค่อยรับมากนัก ในการขับขี่จึงเลือกใช้แบบ "Road" เป็นหลักมากกว่า "Dynamic" ครับ 
    ชมโรงงานระดับโลกแหล่งผลิต BMW Motorrad 
    เมื่อทดสอบขับขี่กันอย่างสนุกแล้วก็ถึงโรงงานของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย เพื่อเยี่ยมชมขั้นตอนการประกอบบีเอ็มดับเบิลยู F 900 R และ F 900 XR ที่มีมาตรฐานระดับโลก ที่เพิ่มขี่กันมานี่เอง!
    บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทยแห่งนี้ ตั้งแต่เปิดตัวโรงงานในปี 2543 โรงงานของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย จังหวัดระยอง ได้ทำการประกอบรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ไปแล้วรวมกว่า 155,000 คัน ซึ่งเริ่มการประกอบมอเตอร์ไซค์บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด รุ่นแรก เมื่อปี 2557 
    ในปี 2547 เป็นต้นมา โรงงานบีเอ็มดับเบิลยู ระยอง ได้ประกอบรถยนต์และมอเตอร์ไซค์กว่า 52,000 คันเพื่อส่งออกสู่ 5 ประเทศในภูมิภาค ซึ่งรวมไปถึงประเทศจีน มาเลเซีย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ และอินเดีย
    ปัจจุบัน มีรถยนต์และมอเตอร์ไซค์จำนวน 16 รุ่น รถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู 7 รุ่น ได้แก่ บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 3, บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 3 Gran Turismo, บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 5, บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 7 รุ่นฐานล้อยาว, บีเอ็มดับเบิลยู X1, บีเอ็มดับเบิลยู X3 และบีเอ็มดับเบิลยู X5 
    บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด 9 รุ่นได้แก่ บีเอ็มดับเบิลยู R 1250 GS Adventure, บีเอ็มดับเบิลยู R 1250 GS, บีเอ็มดับเบิลยู F 900 XR, บีเอ็มดับเบิลยู F 900 R, บีเอ็มดับเบิลยู F 850 GS Adventure, บีเอ็มดับเบิลยู F 850 GS, บีเอ็มดับเบิลยู F 750 GS, บีเอ็มดับเบิลยู S 1000 R และบีเอ็มดับเบิลยู S 1000 RR
    เม็ดเงินการลงทุนของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย ในปี 2562 มีมูลค่ารวมราว 5,960 ล้านบาท มีศักยภาพในการผลิตมอเตอร์ไซค์ เป็นจำนวน 6,200 คันในปี 2562 และในปี 2560 เป็นต้นมาโรงงานบีเอ็มดับเบิลยู ระยอง ได้รีไซเคิลขยะอุตสาหกรรมเป็นจำนวนกว่า 6,900 ตัน ภายใต้โครงการ "Zero Waste to Landfill" หรือการลดขยะสู่การฝังกลบให้เป็นศูนย์
    สำหรับการผลิตในกะกลางวัน โรงงานจะใช้พลังงานแสงอาทิตย์เป็นส่วนใหญ่ จากแผงโซลาร์เซลล์กว่า 4,000 ตารางเมตรที่ติดตั้งอยู่บนหลังคาของโรงงาน
    นอกจากนี้โรงงานบีเอ็มดับเบิลยู ระยอง ยังโดดเด่นในด้านความหลากหลายของแรงงาน โดยพนักงานในสายการผลิตของบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด กว่า 22% เป็นผู้หญิง และนักศึกษาอาชีวะกว่า 80 คนได้เข้าร่วมโครงการ BMW Dual Excellence ซึ่งมุ่งเน้นการสร้างเสริมความรู้ความสามารถในด้านวิศวกรรมเมคคาทรอนิกส์ (Mechatronics) และการจัดการโลจิสติกส์ (Logistics) ภายใต้ความร่วมมือกับสถาบันเทคโนโลยีจิตรลดาและวิทยาลัยเทคนิคสัตหีบ
    BMW MOTORRAD CONNECTED เก็บข้อมูลครบทุกการขับขี่ 
    หลังชมโรงงานเสร็จแล้วในช่วงบ่าย ทดลองเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนเข้ากับระบบติดต่อสื่อสารของมอเตอร์ไซค์ เพื่อเก็บข้อมูลการขับขี่ผ่านแอปพลิเคชัน BMW MOTORRAD CONNECTED และเปลี่ยนหน้าจอแสดงผล TFT บนตัวรถให้แสดงผลในโหมดสปอร์ต ซึ่งจะแสดงการวัดรอบเครื่องยนต์เหมือนการแสดงผลแบบเข็มวัด พร้อมฟังก์ชันแสดงผลองศาการเอียงของรถ การทำงานของระบบ Dynamic Traction Control (DTC) ระดับการใช้เบรกในระหว่างการขับขี่ 
    รวมถึงเก็บทุกข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับตัวรถและผู้ขับขี่ในช่วงบ่าย เพื่อใช้ประเมินผลการขับขี่ของทุกคนในช่วงค่ำ โดยเส้นทางช่วงบ่ายจะเป็นทางโค้งต่อเนื่องริมอ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล และทางตรงยาวก่อนถึงที่พัก หลังจากการขับขี่ในวันแรก ทีมครูฝึกยังได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับผลการขับขี่ของผู้ขับขี่ทุกคน จากข้อมูลที่เชื่อมต่อระหว่างสมาร์ทโฟนและตัวรถ รวมไปถึงข้อมูลจากหน้าจอบนตัวรถในระหว่างขับขี่ ถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ของกิจกรรมในครั้งนี้ และยังนับเป็นครั้งแรกที่ผู้ขับขี่ได้มีโอกาสสัมผัสระบบที่ทันสมัยที่สุดบนมอเตอร์ไซค์บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ซึ่งบันทึกข้อมูลการใช้งานรถและผลการขับขี่ได้อย่างละเอียดและครบถ้วน
    และในวันที่สองของกิจกรรม จะเป็นการผสมผสานทุกรูปแบบของเส้นทางที่พบได้ในประเทศไทย ทั้งเส้นทางในย่านชุมชนที่มีทางแยกร่วมค่อนข้างถี่ เส้นทางหลวงยาวๆ ที่สามารถทำความเร็วได้ รวมไปถึงทางโค้งที่มีระยะทางระหว่างโค้งแบบสั้นและแบบกว้างที่สามารถใช้ความเร็วได้ต่อเนื่อง กิจกรรมทดสอบการขับขี่ในครั้งนี้จึงเป็นการมอบประสบการณ์ที่ครบรสทั้งในด้านข้อมูล การใช้งานจริงบนเส้นทาง และการเข้าชมโรงงานบีเอ็มดับเบิลยู พร้อมคำแนะนำอย่างละเอียดจากทีมมาร์แชลเพื่อพัฒนาทักษะการขับขี่ให้เชี่ยวชาญยิ่งขึ้น
    BMW F 900 มีกี่รุ่น?
    เริ่มที่บีเอ็มดับเบิลยู F 900 R ใหม่ มี 3 รุ่นย่อยคือ 
    • F 900 R เริ่มต้น ราคา 495,000 บาท สำหรับสี Black Storm Metallic (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) 
    • F 900 R Sport เพิ่มโช๊คอัพไฟฟ้า โช๊คหน้าสีทอง ระบบเบรก ABS Pro ราคา 520,000 บาท สำหรับสี Hockenheim SilverMetallic / Racing Red (Sport Style) (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
    • F 900 R (Option) เพิ่มครุซคอนโทรล ชิวจิ๋วด้านหน้า โช๊คหน้าสีดำ ราคา 525,000 บาท สำหรับสี San Marino Blue Metallic (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) 
    บีเอ็มดับเบิลยู F 900 XR ใหม่
    • F 900 XR ราคา 535,000 บาท สำหรับสี Light White (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
    • F 900 XR Sport เพิ่มโช๊คหลังไฟฟ้า ครุซคอนโทรล ระบบเรก ABS Pro โช๊คหน้าสีทอง ราคา 550,000 บาท สำหรับสี Racing Red (Sport Style) (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
    • F 900 XR Exclusive ท่านั่งแฮนด์พักเท้าสูงขึ้น เปลี่ยนชิวหน้าใหญ่ขึ้น มีแฮนด์การ์ด โช๊คหน้าสีดำ ราคา 550,000 บาท สำหรับสี Galvanic Gold Metallic (Exclusive Style) (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) 
    สรุปความคุ้มค่า
    BMW F 900 R สำหรับผู้รักในสาย "พลิ้ว" ให้ความคล่องตัว พลิกโค้งได้สนุกควบคุมง่ายและการขับขี่นอกหรือในเมืองสะดวกสบาย น้ำหนักกำลังดีพอเหมาะกับกำลังและขนาดเครื่องยนต์ ส่วน F 900 XR สำหรับสาย "เที่ยว" นักเดินทาง ที่ชื่นชอบธรรมชาติสองข้างทาง ไม่เน้นการเล่นโค้งมากนัก แต่ก็สามารถทำได้ดีไม่แพ้กัน นั่งสบายทั้งคนขี่และซ้อน แต่ถ้าหากยังเลือกไม่ถูกต้องไปทดลองขี่ดูด้วยตัวเองก่อนว่าชอบสายพลิ้วหรือสายเที่ยวมากกว่ากัน 
    • สินธนุ จำปีศรี
    • สินธนุ จำปีศรี
      Motorbike GURU Thailand

    รีวิวรถมอเตอร์ไซค์ล่าสุด