• รถมอเตอร์ไซค์ใหม่
  • รถมอเตอร์ไซค์ใหม่
  • ค้นหาแบบละเอียด
  • รีวิว ฮอนด้า CBR250RR ใหม่ สปอร์ตไลท์เวทกับการวิ่งถนน (Test Ride Review)

    31 ก.ค. 62 10,294
    รีวิว ฮอนด้า CBR250RR ใหม่ สปอร์ตไลท์เวทกับการวิ่งถนน (Test Ride Review)
    Honda CBR250RR หลังจากที่ทีมงาน MotorBikeGuru ได้เคยทดสอบขี่ CBR250RR ในสนามแข่งจริง อย่าง ช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต กันไปแล้วเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา หนนี้ได้โอกาสนำมาขี่จริงบนถนน เสมือนการใช้งานในชีวิตประจำวัน มาดูกันว่า สปอร์ตไลท์เวท งานเมดอินเจแปน ที่มีราคาค่าตัวไม่เกินสามแสนบาทจะตอบสนองขี่บนถนนเมืองไทยที่ไม่เหมือนที่ใดในโลกได้ดีแค่ไหน โดยเฉพาะการใช้งานในเมืองที่มีการจราจรหนาแน่น
    สเปคและจุดเด่น
    Honda CBR250RR ขุมพลังความแรงจากญี่ปุ่นเป็นเครื่องยนต์พิกัด 249 ซีซี DOHC 4 วาล์ว 2 สูบเรียง ระบายความร้อนด้วยน้ำ ให้กำลังสูงสุด 38 แรงม้า ที่ 12,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 23 นิวตันเมตร ที่ 11,000 รอบต่อนาที ตัวเครื่องขนาดกระทัดรัด น้ำหนักเบา ส่งกำลังผ่านเกียร์ 6 สปีด ลงยางหน้าแบบทูปเลส 110 / 70R17, หลัง 140 / 70R17 โดยมีน้ำหนักตัว 168 กก. เบาะสูง 790 มม.
    การเดินทางและสมรรถนะ
    Honda CBR250RR หลังจากได้ทดลองขี่จริงในสนามแข่งมาแล้ว วึ่งตอนนั้นไม่คิดว่า CBR250RR จะตอบสนองการใช้งานในเมืองได้ดีดั่งใจเท่าไหร่ แต่ถ้าไม่ได้นำมาขี่จริงบนถนนก็ดูเหมือนจะเป็นการด่วนตัดสินใจสรุปเกินไป จึงทำให้เราลองนำสปอร์ตไบค์รหัสร้อน เมดอินเจแปน มาลองขี่ในเมืองให้รู้กัน 
    หลังจากได้รับรถมาก็แทบไม่ต้องทำความรู้จักอะไรกันมาก เพราะคุ้นเคยกันมาพอสมควร แต่การขี่ครั้งนี้จะต่างไปจากครั้งก่อนโดยสิ้นเชิง เพราะตัวแปรบนถนนทำให้การขี่นั้นไม่เหมือนในสนาม ผู้เขียนเริ่มจากวิ่งในเมืองย่านชิดลมมุ่งหน้าถนนแจ้งวัฒนะที่การจราจรช่วงกลางวันไม่หนาแน่นเท่าไหร่ โดยเริ่มกับโหมด Comfort ที่ไม่ได้ใช้เลยตอนทดสอบในสนาม หลังจากขี่มาหาที่เก็บภาพแถวโลคัลโรด ความรู้สึกกับโหมด Comfort คือ อดทนไว้ เป็นโหมดที่ชวนอึดอัดในการใช้งาน แม้จะต้องขี่ในเมืองที่การจราจรหนาแน่นก็ตาม เดี๋ยวจะบอกให้อีกทีว่าโหมดนี้ควรใช้ตอนไหน ผู้เขียนขี่มากว่า 2 ชั่วโมงก็ทนไม่ไหวเปลี่ยนไปเป็นโหมด Sport แทน พร้อมเปลี่ยนเส้นทางมุ่งหน้าไปถนนพหลโยธินที่กำลังสร้างแนวรถไฟฟ้า นับเป็นการใช้งานเสมือนจริงแบบคนเมือง 
    หลังจากวนเวียนขี่ไปตามเส้นพหลโยธินเก็บภาพไปเรื่อยๆ จนใกล้เย็นก็พอบอกความแตกต่างจากช่วงเช้าได้ว่าโหมด Sport ตอบสนองการใช้งานในเมืองได้อย่างยอดเยี่ยม การเปิดคันเร่งเพื่อออกตัวเป็นไปอย่างกระฉับกระเฉง ผสานกับความคล่องตัว น้ำหนักรถที่เบา ทำให้เลาะเลี้ยวไปตามจังหวะการเคลื่อนตัวได้อย่างใจ หรือช่วงที่ถนนมีจังหวะโล่งก็สามารถเร่งทำความเร็ว สนุกไปกับอัตราเร่งได้ทันที การขับเคลื่อนเกียร์ต่อเกียร์ CBR250RR ทำได้อย่างราบรื่น เมื่อวิ่งบนถนนหลวง นับเป็นความประทับใจปนแปลกใจไม่น้อย ส่วนโหมด Sport+ นั้นได้ลองช่วงสั้นๆ พอสรุปได้ว่าเหมาะกับการขี่ทางไกล เดินทางไปตามถนนเขาที่มีความคดเคี้ยวก็คงสนุกไม่น้อย สำหรับโหมด Comfort ที่เกริ่นไว้ว่าเหมาะสมกับการขี่ช่วงไหน สำหรับผู้เขียนมันเหมาะกับการขี่ชิลตอนเดินทางไกลแบบอยากสัมผัสธรรมชาติทั้งสองข้างทาง หรือไปเรื่อยๆ แบบขี่ไปคิดไป เป็นช่วงพักเบรกการเดินทางโดยที่ไม่ต้องหยุด
    หลังจากนั้นได้ขี่กลับเข้าในเมืองเพื่อวิ่งกลางคืนเส้นทางคือ ถนนสีลม การเลาะเลี้ยวฝ่ารถติดช่วงหัวค่ำของสีลมด้วย CBR250RR เป็นงานที่ไม่ได้สร้างความลำบากใจเหมือนกับการขี่บิ๊กไบค์ และก็ไม่น่าเบื่อเหมือนมอเตอร์ไซด์คลาสเล็ก นอกจากนี้รูปลักษณ์ที่โดดเด่น สปอร์ตสวยงาม แถมยังสะดุดตาด้วยไฟหน้าคู่ส่องสว่างแบบฟูลแอลอีดี ทำให้เห็นรายละเอียดบนถนนด้านหน้าชัดเจน นอกจากนี้ดีไซน์ของตัวรถยังเรียกความสนใจจากผู้คนรอบข้างให้หันมามองได้ จนถึงเวลาเกือบ 21.00 น. ผู้เขียนมาจอดแวะทานมื่อเย็นเหมือนคนเมืองทั่วไปและขี่กลับบ้านด้วยความพึงพอใจใน CBR250RR กว่าเดิม นับเป็นรถอีกรุ่นที่อยู่ในลิสต์มอเตอร์ไซด์ประทับใจของปี 2019 
    บทสรุปและความคุ้มค่า
    Honda CBR250RR เป็นที่ฮือฮานับตั้งแต่เปิดตัวเพราะเป็นมอเตอร์ไซด์สปอร์ตตัวแรงในคลาสไม่เกิน 300 ซีซี และนำเข้าจากญี่ปุ่น เปิดตัวด้วยราคา 249,000 บาท สามารถจับต้องเป็นเจ้าของได้ไม่ยากสำหรับหลายคน แต่ด้วยราคาที่เกินรุ่นพี่อย่าง CBR500R อยู่ราว 3 หมื่นบาท ทำให้หลายคนตั้งคำถามถึงความคุ้มค่า จริงๆ ก็เปรียบเหมือนบุฟเฟ่ต์บางครั้ง เราอาจไม่จำเป็นต้องกินเยอะขนาดนั้น ขอเลือกกินที่อร่อยจริงๆ และอิ่มเหมือนกัน จ่ายเท่ากันหรือแพงกว่าหน่อยก็อาจมีความสุขมากกว่าด้วยซ้ำ เช่นเดียวกับ CBR250RR ที่ทดสอบในสนามแข่งแล้วว่าให้ความสนุก และได้อารมณ์รถแข่งชัดเจนกว่าถ้าเทียบกับ CBR500R อีกทั้งเมื่อมาลองขี่บนถนนเสมือนการใช้งานจริงในครั้งนี้ก็รู้สึกได้ถึงความคล่องตัวและใช้งานง่าย ทั้งยังมีโหมดการขี่ให้เลือกได้ตามความชอบ ด้านเทคโนโลยีต่างๆ หลายจุดนำมาจากรุ่นพี่ราคาแพงอย่าง CBR1000R 
    สรุป แค่มองรูปลักษณ์ภายนอกก็รู้สึกได้ถึงความพรีเมียมที่เหนือกว่ารถระดับเดียวกัน ด้วยรายละเอียดการประกอบ ตลอดจนวัสดุที่ใช้ตามมาตรฐานงานผลิตญี่ปุ่น และขุมเครื่องยนต์ที่ตอบรับการขี่ได้อย่างสนุกสนานทั้งบนถนนและในสนามแข่ง ก็น่าจะทำให้หลายคนตัดสินใจอยากจะได้เจ้า CBR250RR มาไว้ในครอบครอง ถ้าคิดว่าต้องเช่าซื้อ เมื่อคำนวณสินเชื่อโดยกรุงศรี ออโต้ เพื่อเป็นแนวทางการซื้อ ลองใช้เงินดาวน์ราว 4 หมื่นปลาย ก็สามารถผ่อน 48 งวด ได้ที่ 4 พันกว่าบาทต่อเดือนเท่านั้น 
    • ชลัคร ช่วยชู
    • ชลัคร ช่วยชู
      Motorbike GURU Thailand

    รีวิวรถมอเตอร์ไซค์ล่าสุด