ฟิลิปส์ บรรลุผลลัพธ์การดำเนินธุรกิจสีเขียวในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก มุ่งผลักดันความรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อมในวงการเฮลท์แคร์ ภายใต้หลักแนวคิด ESG

ข่าว icon 31 ส.ค. 66 icon 285
การเติบโตขององค์กรไม่เฉพาะการเติบโตด้านรายได้และกำไรเท่านั้น แต่เรายังต้องคำนึงถึงการดำเนินธุรกิจในด้านความรับผิดชอบต่อสังคมที่เราดำเนินธุรกิจอยู่ เพื่อผลักดันให้องค์กรเติบโตอย่างยั่งยืน ปัจจุบัน ฟิลิปส์ได้มีการบูรณาการแนวคิดด้านความยั่งยืนเข้ามาเป็นหนึ่งในกลยุทธ์หลักในการดำเนินธุรกิจ โดยยึดหลักแนวคิดความรับผิดชอบ 3 ด้าน ได้แก่ ด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental) อาทิ การลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ การลดขยะที่ปล่อยสู่ธรรมชาติ ฯลฯ ด้านสังคม (Social) การช่วยเหลือชุมชน ผู้ด้อยโอกาส และเพิ่มการเข้าถึงสาธารณสุขอย่างเท่าเทียม และด้านธรรมาภิบาล(Governance) คือ ความโปร่งใสในการดำเนินงาน และการรายงานทางภาษีที่ตรวจสอบได้ เพื่อให้เหมาะสมต่อบริบทในการดำเนินธุรกิจของฟิลิปส์ทั้งในระดับโลก และระดับประเทศหรือชุมชนที่เราเข้าไปดำเนินธุรกิจ
ปัจจุบัน ปัญหาสภาพอากาศและสิ่งแวดล้อมนับเป็นอีกหนึ่งปัญหาสำคัญที่ทั่วโลกกำลังให้ความสนใจ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาโลกร้อน มลภาวะทางอากาศ การลดลงของทรัพยากรธรรมชาติและพลังงาน การเพิ่มขึ้นของประชากรโลกที่มีผลต่อการใช้ทรัพยากรที่มากขึ้น การเพิ่มขึ้นของขยะและของเสีย เป็นต้น
ฟิลิปส์ ในฐานะผู้นำด้านเทคโนโลยีเพื่อการดูแลสุขภาพระดับโลก ตระหนักถึงความสำคัญเกี่ยวกับปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม เราจึงมุ่งมั่นที่จะดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม โดยการบูรณาการทั้งการพัฒนาและนำเสนอนวัตกรรมและเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม กระบวนการผลิต โมเดลธุรกิจแบบหมุนเวียน (circular business model) การดำเนินงานและกระบวนการทำงานภายในบริษัท ตลอดจนกระบวนการซัพพลายเชน (supply chain) เพื่อส่งเสริมการดำเนินงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ผู้ป่วย และชุมชน
นางสาวแครอไลน์ คลาร์ก ซีอีโอ และรองประธานบริหาร ฟิลิปส์ เอเชีย-แปซิฟิก กล่าวว่า “จำนวนประชากรในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกยังคงเพิ่มขึ้น และมีการใช้พลังงานมากขึ้นเช่นกัน ทำให้ต้องมีการคำนึงถึงความยั่งยืนแบบองค์รวมในกระบวนการในองค์กร ที่เริ่มตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบไปจนถึงขั้นตอนสุดท้ายที่ส่งมอบสินค้าให้แก่ลูกค้า ที่ฟิลิปส์เราต้องการสร้างจุดยืนในการเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีเพื่อการดูแลสุขภาพอย่างยั่งยืน ด้วยการมุ่งเน้นเกี่ยวกับโซลูชั่นส์และผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และนวัตกรรมที่ยั่งยืน ไปจนถึงความตั้งใจในการดำเนินงานที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนให้น้อยลงในทุกกระบวนการ เรายังทำงานอย่างใกล้ชิดกับลูกค้าในวงการเฮลท์แคร์และพาร์ทเนอร์คู่ค้าของเรา เพื่อสร้างวงการเฮลท์แคร์สีเขียวในอนาคตอย่างยั่งยืนมากขึ้นในภูมิภาคนี้”
ปัจจุบัน ระบบสาธารณสุขมีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เป็น 4.4% ของการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ทั้งหมดทั่วโลก ซึ่งมากกว่าอุตสาหกรรมการบิน และการขนส่ง  สำหรับธุรกิจโรงพยาบาล โดยเฉลี่ยเกิดขยะวันละ 13 กิโลกรัมต่อเตียงต่อวัน และยังเป็นขยะอันตรายถึง 25%  ถึงแม้ว่าเทคโนโลยีทางการแพทย์จะมีส่วนสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพและผลลัพธ์ในการดูแลรักษาผู้ป่วย
แต่ในกระบวนการผลิต การใช้งาน และการกำจัดทิ้งก็ทำให้เกิดขยะ การใช้พลังงาน และการก่อมลภาวะด้วยเช่นกัน ฟิลิปส์ เราจึงได้ริเริ่มและนำแนวทางการดำเนินงานอย่างยั่งยืนมาใช้ในทุกกระบวนการขององค์กร ตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบไปจนถึงขั้นตอนสุดท้ายที่ส่งมอบสินค้าให้แก่ลูกค้า และทำงานร่วมกับผู้ให้บริการสาธารณสุขและพันธมิตร เพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ
ผลักดันนวัตกรรมและโซลูชั่นส์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก
การประยุกต์ใช้โซลูชั่นส์แบบหมุนเวียน (circular solutions) เป็นปัจจัยสำคัญในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ในปี ค.ศ. 2022 ยอดขายในกลุ่มผลิตภัณฑ์และโซลูชั่นส์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกมีสัดส่วนถึง 10.8% ซึ่งเพิ่มจากปี ค.ศ. 2021 ที่มีสัดส่วน 9.1% นอกจากนี้ ฟิลิปส์ ยังได้นำเสนอบริการอัพเกรดและซ่อมบำรุงให้กับเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ให้กับโรงพยาบาล หรือโปรแกรมเครื่องเก่าแลกเครื่องใหม่ ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยยืดอายุการใช้งานให้กับเครื่องมือและอุปกรณ์เท่านั้น แต่ยังช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนฯ และลดขยะ เพื่อลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมในระยะยาวอีกด้วย โดยในปี ค.ศ. 2022 ฟิลิปส์ในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก มีเครื่องมือทางการแพทย์ที่เข้าร่วมโปรแกรมอัพเกรด ซ่อมบำรุง หรือแลกเปลี่ยนเครื่องมากถึง 340 เครื่อง ซึ่งมากกว่าปี ค.ศ. 2021 ที่มีประมาณ 200 เครื่องเข้าร่วมโปรแกรมสร้างนวัตกรรมที่ยั่งยืน
ฟิลิปส์ ได้นำความเชี่ยวชาญด้านนวัตกรรมและการออกแบบอีโคดีไซน์ (EcoDesign) มาออกแบบนวัตกรรมเพื่อช่วยลดการใช้ทรัพยากรและพลังงาน หลีกเลี่ยงการใช้ส่วนประกอบที่เป็นอันตราย ออกแบบให้นวัตกรรมสามารถนำมาหมุนเวียนใหม่ได้ หรือบรรจุภัณฑ์ที่ง่ายต่อการรีไซเคิลและนำกลับมาใช้ใหม่ ยกตัวอย่างเช่น เทคโนโลยีที่เป็นเอกสิทธิ์เฉพาะของฟิลิปส์ BlueSeal helium-free in operations ในเครื่องเอ็มอาร์ไอ (MRI) ซึ่งสามารถลดการใช้ก๊าซฮีเลียมจาก 1,500 ลิตร เหลือเพียง 7 ลิตรเท่านั้น ถือเป็นการลดใช้ก๊าซฮีเลียมที่มีอยู่อย่างจำกัดได้มากทีเดียว ปัจจุบันเครื่องเอ็มอาร์ไอจากฟิลิปส์ที่มาพร้อมเทคโนโลยีดังกล่าว ติดตั้งไปแล้วกว่า 600 เครื่องทั่วโลก โดยสามารถลดการใช้ก๊าซฮีเลียมได้ถึง 1 ล้านลิตร ตั้งแต่ปีค.ศ. 2018 และยังลดการใช้พลังงานได้ถึง 53% ต่อการสแกนผู้ป่วย 1 ครั้ง
นอกจากนี้ ฟิลิปส์ ยังมีการพัฒนาและคิดค้นนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่คำนึงถึงความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมตั้งแต่ในกระบวนการออกแบบ โดยจากหลักการอีโคดีไซน์ เทคโนโลยีใหม่ในกลุ่มผลิตภัณฑ์และการบริการที่ยั่งยืนจึงถูกออกแบบโดยคำนึงถึงการลดการใช้พลังงาน และได้รับการตอบรับที่ดีในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก โดยมีสัดส่วนถึง 73.7% ของยอดขายในกลุ่มสินค้าประเภทนี้ สำหรับระดับโลก ฟิลิปส์มีแผนที่จะออกแบบผลิตภัณฑ์และบริการทั้งหมด 100% ภายใต้หลักอีโคดีไซน์ภายในปี ค.ศ. 2025 เพื่อปรับปรุงการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ลดการใช้ทรัพยากร วัตถุดิบ และบรรจุภัณฑ์ หลีกเลี่ยงส่วนประกอบที่เป็นอันตราย และประยุกต์ใช้แนวคิดหมุนเวียนในอายุการใช้งานของผลิตภัณฑ์ทั้งหมด
ความสำเร็จในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนฯ ในการดำเนินงานในทุกกระบวนการภายในองค์กร
ฟิลิปส์ทั่วโลก มีการนำหลักการ carbon-neutral หรือความเป็นกลางทางคาร์บอนมาใช้ในการดำเนินงานขององค์กรตั้งแต่ปี ค.ศ. 2020 และในปี ค.ศ. 2022 ฟิลิปส์สามารถนำพลังงานหมุนเวียนมาใช้ได้ถึง 77% ซึ่งสูงกว่าเป้าที่ตั้งไว้ที่ 75% ในปี ค.ศ. 2025 และยังลดการขนส่งและกระจายสินค้าที่ต้องปล่อยก๊าซคาร์บอนฯ ได้ถึง 22% ผ่านนโยบายการขนส่งสินค้าทางอากาศที่เข้มงวด และการปรับเปลี่ยนสถานที่ตั้งคลังสินค้าให้เหมาะสม จนทำให้ CDP องค์กร NGO ระดับโลกในด้านการตรวจสอบเกี่ยวกับการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ให้ฟิลิปส์ติดอันดับ เอ-ลิสต์ (A-List) เป็นปีที่ 10 ติดต่อกันในรายงาน CDP Climate Change และในปี ค.ศ. 2022 ฟิลิปส์เป็นบริษัทเทคโนโลยีเพื่อการดูแลสุขภาพบริษัทแรกที่ได้รับการรับรองจากสถาบัน Science Based Targets initiative (SBTi) ว่าสามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ในทุกกระบวนการภายในองค์กรตามเป้าหมายที่วางไว้ตามกรอบ Scope 1-3 นอกจากนี้ 41% ของซัพพลายเออร์ (supplier) ทั่วโลกของฟิลิปส์ ยังมีการดำเนินงานด้านความยั่งยืนในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนฯ และฟิลิปส์ตั้งเป้าให้ 50% ของซัพพลายเออร์ทั่วโลกมีการดำเนินงานด้านความยั่งยืนภายในปีค.ศ. 2025
นายวิโรจน์ วิทยาเวโรจน์ ประธานและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟิลิปส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ฟิลิปส์ เรามีเป้าหมายในการพัฒนาคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของผู้คนทั่วโลกให้ดีขึ้นปีละ 2.5พันล้านคนทั่วโลก ภายในปีค.ศ. 2030 ดังนั้น เราจึงมุ่งมั่นในการนำเสนอนวัตกรรมอันทรงคุณค่า ควบคู่กับการดำเนินงานภายใต้แนวคิด ESG ที่เราได้ทำงานร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้อง ภาครัฐและภาคเอกชน ในการขับเคลื่อนความยั่งยืนที่กระทบต่อโลก ประเทศ หรือชุมชนที่เราดำเนินธุรกิจอยู่ สำหรับในประเทศไทย เราก็ดำเนินธุรกิจภายใต้หลัก ESG เช่นกัน เรามีการนำเสนอนวัตกรรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม อาทิ เครื่อง MR7700 ที่ลดการใช้ก๊าซฮีเลียม หรือการให้ความรู้และนำเสนอบริการในการอัพเกรดเครื่อง การซ่อมบำรุงเครื่องเป็นประจำ นอกจากนี้ เรายังมีโปรแกรมเครื่องเก่าแลกเครื่องใหม่ ที่ให้ลูกค้าสามารถนำเครื่องเก่าขายคืนบริษัทเพื่อซื้อเครื่องใหม่ทดแทน โดยเราจะนำเครื่องเก่าส่งคืนบริษัทแม่เพื่อไปเข้าโปรแกรม Refurbish ต่อไป เพื่อยืดอายุการใช้งานเครื่องและลดขยะจากการทิ้งเครื่องได้ และเรายังมีความร่วมมือกับองค์กรด้านสุขภาพในการให้ความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพ การพัฒนาทักษะของบุคลากรทางการแพทย์ การสนับสนุนหน่วยตรวจโรคหัวใจในพื้นที่ห่างไกล เป็นต้น เพราะเรามองถึงการดำเนินงานและขับเคลื่อนธุรกิจอย่างยั่งยืน”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ฟิลิปส์ philips

ข่าวและอีเว้นท์การเงินล่าสุด



icon gotop

เว็บไซต์นี้มีการเก็บคุกกี้เพื่อเพิ่มความพึงพอใจในการใช้งานเว็บไซต์ และช่วยให้เราปรับปรุง และนำเสนอเนื้อหาตรงตามความสนใจของท่าน ท่านสามารถดู Privacy Notice และ ดู Cookies Policy ของเราได้ ที่นี่ ทั้งนี้ ท่านจะยินยอมให้เราเก็บคุกกี้ทั้งหมด หรือให้เก็บแค่บางส่วนโดยการคลิกเลือก ตั้งค่า

ท่านสามารถเลือกให้ความยินยอมการเก็บคุกกี้เป็นเรื่องๆ ได้ที่นี่

เมื่อคุณเข้าชมเว็บไซต์ หรือแอปพลิเคชั่น checkraka เราอาจจัดเก็บ หรือดึงข้อมูลจากเบราว์เซอร์ของคุณในรูปแบบของคุกกี้ และเทคโนโลยีอื่นที่คล้ายคลึง เช่น tag และ pixel (เรียกรวมกันว่า “คุกกี้”) ซึ่งมักเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้โดยตรง แต่ช่วยให้คุณใช้งานเว็บไซต์ได้ปลอดภัย และตรงตามความต้องการมากขึ้น คุณอาจไม่ยินยอมให้เราเก็บคุกกี้บางประเภทได้ โดยการคลิกตามหัวข้อข้างล่างนี้

ประเภทคุกกี้
อ่านเพิ่มเติม ที่นี่
ยินยอม / ไม่ยินยอม
คุกกี้ที่จำเป็นต้องมีเสมอ
(Strictly Necessary)
คุกกี้สำหรับการใช้งานเว็บไซต์
(Functionality)
คุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและวิเคราะห์
(Performance & Analytics)
คุกกี้เพื่อการตลาด
(Marketing)