รู้จักเช็คราคา|ติดต่อเรา

เลือกอะไรดี? "รีไฟแนนซ์" หรือ "ทนใช้หนี้เดิมต่อ"

8 มี.ค. 64 15,924
เลือกอะไรดี? "รีไฟแนนซ์" หรือ "ทนใช้หนี้เดิมต่อ"

เลือกอะไรดี? "รีไฟแนนซ์" หรือ "ทนใช้หนี้เดิมต่อ"

ทุกวันนี้ เพื่อนๆ ยังคงต้องก้มหน้าก้มตาใช้หนี้ขั้นต่ำบัตรเครดิต หรือสินเชื่อบุคคลดอกเบี้ยสูงอยู่หรือไม่? ถ้าใช่...มีอยู่กี่ใบ? แล้วเงินที่ใช้จ่ายหนี้กับรายได้ที่รับเข้ามาทุกเดือนพอใช้จ่ายอย่างอื่นด้วยมั้ย? คำถามพวกนี้อาจทำให้ใครหลายคนเจ็บจี๊ดขึ้นมาทันที เพราะอาจจะกำลังเผชิญกับชะตากรรมนั้นอยู่ ปัญหาเหล่านี้ต้องมีทางออก แต่ทางออกนั้นคือทางไหน? วันนี้ CheckRaka มีคำตอบมาฝากเพื่อนๆ กันนะคะ อ้อ...ลืมไป!! เพื่อนๆ อย่าเพิ่งเลือกทางออกด้วยการกู้หนี้นอกระบบนะคะ เพราะนั่นไม่ใช่หนทางในการแก้ปัญหานี้ แต่จะเพิ่มปัญหาให้มากขึ้นอีกแน่นอน
ทำความรู้จักกับ "สินเชื่อรีไฟแนนซ์"
"รีไฟแนนซ์" อธิบายง่ายๆ ก็คือ การกู้เงินแบงค์ใหม่ที่ดอกเบี้ยต่ำกว่ามาจ่ายแบงค์เก่าที่ดอกเบี้ยสูงกว่า เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่คนส่วนใหญ่ใช้ลดหนี้เดิมที่มีอยู่ ให้รายได้ที่รับมาพอกับรายจ่ายที่จะต้องเสียไปในแต่ละเดือน แต่การรีไฟแนนซ์ในลักษณะนี้จะมีประโยชน์ก็ต่อเมื่อเราขอกู้สินเชื่อรีไฟแนนซ์มาแล้ว นำมาโปะหรือปิดยอดของหนี้บัตรเครดิตหรือสินเชื่อบุคคลดอกเบี้ยสูงที่มีอยู่ให้หมด พร้อมกับทำการยกเลิกบัตรเครดิตหรือสินเชื่อบุคคลนั้นทันที และไม่กลับไปใช้มันอีก เพื่อไม่ให้เป็นการแก้ปัญหาแบบวนในอ่าง ไม่เช่นนั้น ท้ายที่สุดแล้วจะทำให้มีหนี้สินเพิ่มมากขึ้นและไม่มีทางจบ อย่าเป็นคนที่ต้องติดบัญชีดำจนเครดิตเสียเด็ดขาด (ดูบทความ "เครดิตเสีย...ติดบัญชีดำ" ต้องทำยังไง?) เพราะถ้าใครมีปัญหาเรื่องเครดิตบูโรแล้วจะไม่สามารถขอกู้สินเชื่อไม่ว่าประเภทใดได้เลยค่ะ

เลือกลดหนี้ด้วย "รีไฟแนนซ์" หรือ "ทนก้มหน้าก้มตาใช้หนี้เดิม" ต่อไป แบบไหนเหมาะกับเรา?
ทุกอย่างต้องมีทางออก มันอยู่ที่ว่าเราจะเลือกทางไหนก็แค่นั้นเอง แต่เราต้องเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับชีวิตเราจริงมั้ยค่ะ งั้นเรามาดูกันว่าตกลงแล้วเราจะเลือกลดหนี้ด้วย "รีไฟแนนซ์" หรือจะทนก้มหน้าก้มตาใช้หนี้เดิมต่อไปดี เริ่มด้วยการเปรียบเทียบข้อดี-ข้อเสียของตัวเลือกทั้งสองนี้กันนะคะ
ทางเลือก ข้อดี ข้อเสีย
1. ลดหนี้ด้วยรีไฟแนนซ์
  • มีเงินก้อนในการชำระหนี้เก่า
  • ลดค่าใช้จ่ายในการผ่อนชำระต่อเดือนได้
  • จ่ายดอกเบี้ยในอัตราถูกกว่าหนี้เดิม
  • ส่วนใหญ่จะได้ดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก
  • มีโอกาสได้เริ่มต้นวางแผนทางการเงินใหม่
  • แบ่งเบาหนี้ระยะสั้น แต่อาจเป็นหนี้นานขึ้น
  • อาจก่อให้เกิดหนี้สินล้นพ้นตัว หากขาดการวางแผนทางการเงินที่ดี
2. ทนใช้หนี้เดิมต่อไป
  • ไม่ต้องเป็นหนี้ก้อนใหม่เพิ่ม
  • ต้องจ่ายหนี้ด้วยอัตราดอกเบี้ยสูงต่อไป
  • ต้องดิ้นรนหาเงินมาจ่ายหนี้ให้พอในแต่ละเดือน หากรายรับไม่พอกับรายจ่าย ซึ่งอาจจะทำให้เราตัดสินใจไปกู้เงินนอกระบบได้
  • ถ้าเรายังคงชำระหนี้ขั้นต่ำอยู่ จะทำให้ดอกเบี้ยมีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
จากข้อสรุปข้างต้นนี้ เราอาจจะเห็นว่าถ้าเรามาถึงทางตัน โดยที่เราเป็นมนุษย์เงินเดือนที่ต้องจ่ายหนี้เกินรายได้ที่รับมาทุกเดือนจนมาถึงเดือนที่เงินเก็บที่เคยมีก็ไม่เหลือแล้ว เราก็ควรต้องเลือกที่จะลดหนี้ด้วยการขอกู้สินเชื่อรีไฟแนนซ์เพื่อเอามาจ่ายหรือปิดหนี้เก่าให้ค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือนเราลดลงบ้าง (เป็นการต่อลมหายใจอีกเฮือก!!)
6 ข้อควรรู้ก่อน Refinance

สินเชื่อรีไฟแนนซ์ที่น่าสนใจในช่วงนี้
เพื่อนคนไหนที่กำลังมองหาสินเชื่อรีไฟแนนซ์ดีๆ ดอกเบี้ยต่ำกว่าหนี้เดิมเพื่อต้องการปิดยอดหนี้ทั้งหลายที่มีให้เหลือเพียงหนี้ยอดเดียวหรือให้เหลือน้อยที่สุด แต่จะมีสินเชื่อแบบนี้ที่ไหนบ้าง...วันนี้ธนาคารกรุงไทยได้ปล่อย "สินเชื่อกรุงไทย Super Easy" พร้อมมาให้บริการด้วยดอกเบี้ยโปรโมชั่นในโอกาสเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปี เป็นการช่วยชำระยอดหนี้จากบัตรเครดิตและสินเชื่อบุคคลต่างๆ จากธนาคารอื่นที่กำลังเป็นปัญหาหนักอกสำหรับบางคน เพื่อช่วยให้มีสภาพคล่องทางการเงินที่ดีขึ้น

"สินเชื่อกรุงไทย Super Easy" เป็นสินเชื่อบุคคลแบบไม่มีหลักประกัน รับวงเงินโดนๆ ถึง 5 เท่าของรายได้สุทธิ สูงสุดไม่เกิน 1,000,000 บาท กู้ได้ง่ายๆ แบบไม่ต้องมีคนค้ำ ไม่ต้องมีหลักประกัน และผ่อนสบายๆ ยาวถึง 60 งวด สามารถ Refinance หนี้บัตรเครดิตหรือสินเชื่อดอกเบี้ยสูงจากธนาคารอื่นได้ด้วยดอกเบี้ยโปรโมชั่นในโอกาสเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปีของธนาคารกรุงไทย ด้วยการมอบของขวัญสุดพิเศษ ในอัตราดอกเบี้ยต่ำเพียง 18% ต่อปี (สำหรับพนักงานที่มีรายได้ประจำ)

วัตถุประสงค์ในการกู้

  • เพื่อการอุปโภค บริโภค
  • เพื่อชำระหนี้ที่มีกับสถาบันการเงินอื่น (เฉพาะสินเชื่อบุคคล และบัตรเครดิต)

คุณสมบัติผู้กู้

  • พนักงานที่มีเงินเดือนประจำ เงินเดือนขั้นต่ำ 20,000 บาท และมีอายุงานไม่น้อยกว่า 1 ปี
  • ผู้ประกอบการรายย่อย มีรายได้สุทธิขั้นต่ำ 20,000 บาท และประกอบกิจการมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี
  • ไม่มีประวัติเสียหายด้านการเงิน หรือมีหนี้สินล้นพ้นตัว และ
  • มีคุณสมบัติอื่นๆ ตามที่ธนาคารกำหนด (โปรดตรวจสอบโดยตรงได้ที่ธนาคารกรุงไทย โทร. 0-2111-1111)

วงเงินให้กู้

  • พนักงานที่มีเงินเดือนประจำ ให้วงเงินกู้ได้ไม่เกิน 5 เท่าของรายได้ปัจจุบัน สูงสุดไม่เกิน 1 ล้านบาท
  • กรณีผู้ประกอบการร้านค้ารายย่อยทั่วไปให้วงเงินกู้ได้ไม่เกิน 5 เท่าของรายได้สุทธิ (เฉลี่ยไม่น้อยกว่า 6 เดือน) สูงสุดไม่เกิน 5 แสนบาท

ระยะเวลาให้กู้

สามารถเลือกผ่อนชำระได้ตั้งแต่ 12 เดือน ไปจนถึง 60 เดือน

อัตราดอกเบี้ย

  • พนักงานที่มีเงินเดือนประจำ ให้เรียกเก็บดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 20 ต่อปี
    (Promotion! สำหรับพนักงานที่มีเงินประจำ สมัครและได้รับอนุมัติตั้งแต่ 1 มกราคม - 31 มีนาคม 2559 รับอัตราดอกเบี้ยพิเศษ 18%ตลอดอายุสัญญา)
  • ผู้ประกอบการร้านค้ารายย่อยทั่วไป ให้เรียกเก็บดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 22 ต่อปี

เอกสารและหลักฐานประกอบการขอกู้

  • เอกสาร/หลักฐานใบแจ้งยอดบัญชี (Statement) หนี้สินเชื่อบุคคลหรือหนี้บัตรเครดิตเดือนล่าสุด หรือเอกสารอื่นในลักษณะเดียวกัน กรณีขอสินเชื่อเพื่อชำระหนี้
  • หนังสือรับรองรายได้จากหน่วยงานต้นสังกัดหรือสลิปเงินเดือนล่าสุด หรือต้นฉบับหลักฐานอื่นที่แสดงการมีรายได้ที่เชื่อถือได้ของผู้กู้
  • สำเนาทะเบียนบ้าน และสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
  • สำหรับกรณีบุคคลทั่วไป ที่มีรายได้ประจำต้องมี Statement บัญชีเงินฝากไม่น้อยกว่า 3 เดือน และกรณีผู้ประกอบการร้านค้าย่อยทั่วไปต้องมี Statement บัญชีเงินฝากที่ดำเนินธุรกิจย้อนหลัง 1 ปี หรือสำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียน (หากมี) หรือสำเนาทะเบียนการค้า (หากมี)

สิทธิประโยชน์เพิ่มเติม

  • ลูกค้าที่ผ่านการพิจารณาสินเชื่อสามารถเลือกทำบัตร KTB Loan Convenience Card นอกจากเป็นบัตรที่ใช้เบิกถอนเงิน และชำระค่าสินค้าและบริการเหมือนบัตร Debit Card ทั่วไปแล้ว ยังสามารถใช้บัตรดังกล่าวเพื่อเรียกดูยอดเงินคงเหลือ ยอดหนี้ค้างชำระและสามารถใช้ชำระหนี้เงินกู้ผ่านตู้ ATM
  • ลูกค้าที่ผ่านการพิจารณาสินเชื่อสามารถเลือกทำประกันชีวิตกลุ่ม 400 บาทต่อจำนวนเงินเอาประกันภัย 100,000 บาท และบวกเพิ่ม 75 บาททุกราย (เป็นค่าเบี้ยสำหรับค่ารักษาพยาบาลจากอุบัติเหตุ 75 บาทต่อรายต่อปี)
แท็กที่เกี่ยวข้อง รีไฟแนนซ์ refinance หนี้เก่า หนี้ใหม่ รีไฟแนนซ์ refinance หนี้เก่า หนี้ใหม่ รีไฟแนนซ์ refinance หนี้เก่า หนี้ใหม่
เขียนโดย เช็คราคา.คอม Money Guru

ช่องทางติดตาม Money Guru