รู้จักเช็คราคา|ติดต่อเรา

มาทำความรู้จัก Android GO สมาร์ทโฟนสเปคเบา ๆ ก็ใช้งานกันได้ลื่น ๆ

12 มี.ค. 64 2,564

มาทำความรู้จัก Android GO สมาร์ทโฟนสเปคเบา ๆ ก็ใช้งานกันได้ลื่น ๆ

ช่วงหลังมานี่เราคงจะได้ยินชื่อ "Android Go" กันบ่อยขึ้น หลังจากที่หลายแบรนด์เริ่มนำระบบปฏิบัติการนี้มาใช้กับสมาร์ตโฟนราคาประหยัดของตัวเอง ซึ่งแน่นอนว่าสิ่งที่ตามมาก็คงไม่พ้นคำถามที่ว่า แล้ว Android Go มันต่างจาก Android ปกติอย่างไร หรือแม้แต่ Android Go เหมือนกันกับ Android One หรือไม่ วันนี้เราจะมาไขข้อสงสัยกันค่ะ


Android Go คืออะไร

เริ่มมาจากในช่วงปลายปี 2017 กูลเกิลได้เปิดตัวระบบปฏิบัติการตัวใหม่ในชื่อ Android Go หรือชื่อเต็มคือ Android (Go Edition) ซึ่งจุดเด่นอยู่ที่ความเบาของตัวระบบที่ถูกออกแบบมาเพื่อสมาร์ตโฟนราคาประหยัดที่มีแรมไม่สูงและความจุน้อย ตอบสนองการใช้งานสมาร์ตโฟนระดับเริ่มต้น เพื่อขยายตลาดไปยังผู้ใช้อีกหนึ่งพันล้านคน ตามยุทธศาสตร์ "Next Billion User (NBU)" ของกูลเกิลนั่นเอง

Android Go แตกต่างจาก Android ที่เรารู้จักอย่างไร

จากที่เกริ่นไปในตอนแรกว่า Android Go ถูกออกแบบมาให้มีความเบาเพื่อสมาร์ตโฟนราคาประหยัดโดยเฉพาะ แต่อันที่จริงแล้ว ระบบของ Android Go มีพื้นฐานการทำงานแบบเดียวกันกับระบบ Android เวอร์ชันปกติที่เรารู้จัก แต่ถูกปรับแต่งประสิทธิภาพการทำงานและความเสถียรให้เหมาะกับการทำงานบนตัวสมาร์ตโฟนที่สเปคไม่ได้แรงมากนัก ซึ่ง Android Go ในเวอร์ชันแรกมีชื่อว่า Android Oreo (Go Edition) ก็ถูกปรับแต่งโดยมีพื้นฐานของระบบปฏิบัติการจาก Android 8.1 Oreo จึงทำให้ผู้ใช้งานยังได้ฟีเจอร์พื้นฐานของแอนดรอยด์แบบครบครันเหมือนเดิม
คอนเซ็ปต์นี้อาจจะฟังดูคุ้น ๆ คล้ายกับ Android One โครงการรุ่นพี่ที่เปิดตัวไปก่อนหน้าเมื่อปี 2014 ต่างกันตรงที่ Android One จะมีข้อจำกัดในการรองรับสเปกของสมาร์ตโฟน แต่ Android Go สามารถรองรับสเปกได้ทุกรุ่น เพราะถูกทำมาให้ดึงทรัพยากรออกมาใช้น้อยที่สุด โดยปัจจุบัน Android One จะถูกเรียกว่า Pure Android เสียมากกว่า ซึ่งชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าเป็นแอนดรอยด์ปกติเพียว ๆ ไม่ได้มีการเพิ่มประสิทธิภาพใด ๆ เข้ามา ในขณะที่ Android Go จะปรับปรุงทั้งการใช้พลังงาน ไม่ว่าจะเป็น RAM หรือ ROM รวมไปถึงความไวในการใช้งานให้ดียิ่งขึ้นกว่าเวอร์ชั่นเดิมอีกด้วย

Android Go ใช้งานแอปพลิเคชันอะไรได้บ้าง

เมื่อเจ้า Android Go ถูกเน้นไปที่ความเบาของระบบ ข้อสงสัยที่ตามมาของใครหลายคนคือ แล้วเราจะสามารถใช้งานอะไรบน Android Go ได้บ้าง ซึ่งต้องตอบว่า สามารถใช้งานได้เหมือนสมาร์ตโฟนในระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ทั่วไปเลย เพราะนอกจากความสามารถในการทำงานบนสมาร์ตโฟนสเปคไม่สูงแล้ว Android Go ยังให้เรื่องความประหยัดพื้นที่ ทั้งตัวระบบที่ถูกปรับแต่งให้กินพื้นที่น้อยลง การช่วยประหยัดดาต้าอินเทอร์เน็ต และแอปพลิเคชั่นของกูลเกิลขนาดเล็กที่ทำออกมาเพื่อซัพพอร์ต Android Go โดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็น YouTube Go, Google Go, Maps Go, Gmail Go และ Files Go
สำหรับแอปพลิเคชั่นใช้งานโซเชียลมีเดียที่ส่วนใหญ่มีปัญหาเรื่องขนาดของแอปฯ ที่กินพื้นที่ค่อนข้างเยอะ ซึ่งอาจไม่เหมาะกับการใช้งานบนสมาร์ตโฟนสเปกเริ่มต้น ทางต้นสังกัดของแอปพลิเคชั่นก็ได้มีการปล่อยเวอร์ชัน "Lite" ออกมา ที่ตัดทอนเอาความเทอะทะและฟีเจอร์บางอย่างออกไปให้เหลือเพียงการใช้งานพื้นฐาน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ของแอปพลิเคชั่นที่กินพื้นที่น้อยลง เช่น Facebook Lite, Messenger Lite, Line Lite, Twitter Lite, Instagram Lite เป็นต้น ซึ่งทั้งหมดที่ยกตัวอย่างมานี้ สามารถใช้งานบน Android Go ได้อย่างสบาย ๆ เลยแน่นอน

ข่าวคราวล่าสุดเกี่ยวกับเวอร์ชั่นของ Android Go

Android 10 (Go Edition) ถือเป็นเวอร์ชันล่าสุดของเจ้า Android Go ที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งได้เปิดตัวช่วงปลายปี 2019 และเริ่มใช้งานในปี 2020 ซึ่งแน่นอนว่าต้องมาพร้อมกับประสิทธิภาพการใช้งานที่ลื่นไหลและเร็วขึ้นกว่าเวอร์ชั่นที่ผ่าน ๆ มา สามารถเปิดแอปฯ ได้ไวกว่าเวอร์ชันก่อน 10% และเพิ่มการประหยัดพื้นที่การใช้งานของหน่วยความจำ ปลอดภัยยิ่งขึ้นด้วยระบบรักษาความปลอดภัยที่เรียกว่า "Adiantum" ซึ่งให้ความปลอดภัยในระดับเดียวกับผู้ใช้ Android ทั่วไป เพิ่มฟีเจอร์ Google Lens ช่วยเรื่องการอ่านป้ายหรือข้อความต่าง ๆ รวมไปถึงการแปลภาษาอย่างรวดเร็ว 

สำหรับ Android 11 (Go Edition) ที่มีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการไปแล้วตั้งแต่ช่วงปลายปี 2020 ด้วยทีเด็ดที่ชูเป็นจุดขายหลัก นั่นคือสามารถเปิดแอปฯ ได้ไวกว่าเวอร์ชันก่อนถึง 20% โดยการเปลี่ยนแปลงส่วนใหญ่ เป็นการยกเอาความสามารถของ Android 11 มาใส่เพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็น conversations, one-time Permission และ permissions auto-reset ซึ่งนอกจากฟีเจอร์ที่ได้กล่าวมาแล้ว กูลเกิลยังได้นำเอา gesture navigation (การปัดนิ้วด้วยท่าทางต่าง ๆ เพื่อสั่งการ) ใส่เข้ามาให้ด้วย ส่วนข่าวคราวว่าจะมีการปล่อยออกมาให้ใช้งานเมื่อไหร่นั้น คงต้องรอติดตามกันต่อไป

ตอนนี้เจอ Android Go ได้ในสมาร์ตโฟนรุ่นใดบ้าง

ด้วยความตั้งใจแรกของการใช้ Android Go เจาะตลาดสมาร์ตโฟนราคาประหยัดในกลุ่มผู้ใช้งานฝั่งอินเดีย ทำให้สมาร์ตโฟนที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Android Go จะเป็นแบรนด์หรือรุ่นที่วางขายในประเทศอินเดียเป็นหลัก ซึ่งพวกเราอาจไม่คุ้นหูกันมากนัก อาทิ Ulefone, Alcatel, ZTE, Infinix เป็นต้น แต่ใช่ว่าสมาร์ตโฟนที่มากับ Android Go จะเป็นแรร์ไอเท็มสำหรับพวกเราเลยซะทีเดียว เมื่อแบรนด์ชั้นนำเองก็เลือกที่จะผลิตสมาร์ตโฟนราคาประหยัดเพื่อขยายฐานตลาดด้วยเช่นกัน
MobileGuru จึงขอยก 3 สมาร์ตโฟนที่ใช่ระบบปฏิบัติการ Android Go จาก 3 แบรนด์ที่คนส่วนใหญ่รู้จักมาแนะนำกันค่ะ จะมีอะไรบ้าง มาดูกันเลย

Samsung Galaxy M01 Core (2020)


เริ่มด้วย Samsung Galaxy M01 Core (2020) ที่ปล่อยมาเพื่อลุยตลอดสมาร์ตโฟนราคาประหยัดในอินเดีย ซึ่งถือเป็นสมาร์ตโฟน Android 10 Go Edition ในราคาที่ถูกที่สุดในอินเดียด้วยราคาต่ำว่า 5,499 รูปี หรือประมาณ 2,300 บาท เจ้า Samsung Galaxy M01 Core มาพร้อมกับหน้าจอแสดงผลแบบ PLS TFT LCD ความละเอียด HD+ 1480 x 720 พิกเซล ขนาด 5.3 นิ้ว ในอัตราส่วน 18.5:9 RAM 1GB/2GB ROM 16GB/32GB เพิ่มได้ด้วย microSD Card สูงสุด 512GB กล้องหน้าความละเอียดสูงสุด 8 ล้านพิกเซล รองรับการบันทึกวิดีโอ 1080p กล้องหน้าความละเอียด 5 ล้านพิกเซล รองรับ 2 ซิม แบตเตอรี่ความจุ 3,000 mAh สำหรับราคาตัวเครื่อง RAM1GB/ROM16GB จะอยู่ที่ประมาณ 2290 บาท ส่วน RAM 2 GB/ROM 32 GB จะอยู่ที่ประมาณ 2750 บาท ซึ่งน่าเสียดายที่ไม่ได้มีวางขายอย่างเป็นทางการในตลาดประเทศไทย

Xiaomi Redmi Go


ต่อด้วยเจ้า Xiaomi Redmi Go ซึ่งถึงแม้จะเปิดตัวมาพักใหญ่แล้ว แต่ยังถือเป็นสมาร์ตโฟนที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อย ด้วยจอแสดงผลแบบ LCD Display ขนาด 5.0 นิ้ว ความละเอียดระดับ HD (1,280 x 720) อัตราส่วน 16:9 RAM 1GB ROM 8GB กล้องหลังความละเอียด 8 ล้านพิกเซล กล้องหน้าความละเอียด 5 ล้านพิกเซล รองรับ 2 ซิม แบตเตอรี่ความจุ 3,000 mAh ซึ่งเปิดตัวด้ายราคา 2,699 บาท แต่ในปัจจุบันได้ปรับราคาลงมากแล้ว ซึ่งอยู่ราว 1500 - 1800 บาทเลยทีเดียว

Nokia 1.4


ปิดท้ายด้วย Nokia 1.4 ที่เพิ่งเปิดตัวไปหมาด ๆ เมื่อเดือนมีนาคมปี 2021 นี้ ด้วยจอแสดงผล IPS-LCD 24-bit ขนาด 6.51 นิ้ว ความละเอียด 720 x 1600 พิกเซล RAM 2GB ROM 32GB กล้องหลังความละเอียดสูงสุด 8 ล้านพิกเซล กล้องหน้าความละเอียด 5 ล้านพิกเซล รองรับ 2 ซิม แบตเตอรี่ความจุ 4,000 mAh ซึ่งถือว่าให้มาจัดเต็มเลยทีเดียวในราคา 2,690 บาท
สำหรับใครที่สนใจเจ้า Nokia 1.4 นี้ แต่ยังมีความลังเลเรื่องความแรงและการใช้งานบนระบบของ Android Go อยู่ ทาง MoblieGuru ของเราก็ได้ทำวิดีโอไขข้อสงสัยกันไว้ตรงนี้แล้ว



แท็กที่เกี่ยวข้อง android go edition android go android android go edition android go android android go edition android go android
เขียนโดย เช็คราคา.คอม Mobile Guru

ช่องทางติดตาม Mobile Guru