ไอคอนบทความ

บทความดอกเบี้ยเงินฝาก

icon-filter ค้นหาดอกเบี้ยเงินฝากแบบละเอียด
product filter
product filter
product filter
product filter

แจกโพย "รู้ทันบัญชีเงินฝาก"

Share
แจกโพย "รู้ทันบัญชีเงินฝาก"
บัญชีเงินฝากเป็นช่องทางการออมที่อยู่คู่กับเรามาเนิ่นนาน จนทำให้หลายคนมองข้ามความสำคัญของเงื่อนไขต่างๆ กันไป ซึ่งปัจจุบันการฝากเงินในบัญชีเงินฝากก็มีเงื่อนไขต่างๆ เพิ่มขึ้น ทั้งเงื่อนไขที่เราอาจจะมองข้ามไป หรือเงื่อนไขที่ธนาคารอาจจะไม่ได้บอกเราทั้งหมด วันนี้ เราได้รวบรวมเงื่อนไขบัญชีเงินฝากที่ควรรู้ มาฝากกันค่ะ กับ แจกโพย "รู้ทันบัญชีเงินฝาก" จะมีอะไรบ้าง เราทราบกันแล้วหรือไม่ หรือมีเรื่องอะไรที่เราเข้าใจผิดอยู่บ้าง ตามมาดูพร้อมๆ กันเลยค่ะ 
 
1. ถอนเงินเป็นศูนย์ ไม่ใช่การปิดบัญชี 
 
หลายๆ คนอาจจะเข้าใจว่า เมื่อเราไม่ต้องการใช้บัญชีเงินฝากเล่มนี้เราก็แค่ถอนเงินออกมาเป็นศูนย์บาท ก็เท่ากับเราปิดบัญชีเงินฝากเรียบร้อยแล้ว ซึ่งเป็นความเข้าใจผิดค่ะ เพราะโดยทั่วไปการฝากเงินในบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ ธนาคารจะคิดดอกเบี้ยให้ผู้ฝากทุกวัน แต่จะจ่ายดอกเบี้ยให้ผู้ฝากปีละ 2 ครั้ง คือ ในเดือนมิถุนายน และธันวาคม ซึ่งดอกเบี้ยที่ได้รับในแต่ละงวด หากไม่มีการถอนเงินออกมา ก็จะมารวมเป็นเงินต้นสำหรับคิดดอกเบี้ยในแต่ละวันต่อไปด้วย 

ดังนั้น…ในความเป็นจริงของการฝากเงิน ตัวอย่างเช่น "บัญชีเงินฝากออมทรัพย์" 
  • ธนาคารจะมีการคิดคำนวณดอกเบี้ยให้ทุกวันตามยอดคงเหลือรายวัน แต่ธนาคารจะจ่ายดอกเบี้ยให้ผู้ฝากเมื่อถึงกำหนด คือ สิ้นเดือนมิถุนายน และสิ้นเดือนธันวาคมของทุกปี 
  • หากผู้ฝากถอนเงินเป็นศูนย์บาท ณ วันที่ 31 ตุลาคม ก็จะมีดอกเบี้ยคงค้างที่จะได้รับจากยอดเงินฝาก (ครึ่งปีหลัง) ก่อนหน้าการถอนเงิน คือ ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม - 30 ตุลาคม ซึ่งธนาคารจะมีการคำนวณเก็บไว้ในระบบ เพื่อรอจ่ายตอนปลายปี (เดือนธันวาคม) อีกครั้งหนึ่ง 
  • สรุปจากกรณีตัวอย่าง การถอนเงินเป็นศูนย์บาท ก็ไม่เท่ากับการปิดบัญชีนะคะ เพราะสิ้นปีผู้ฝากจะได้รับดอกเบี้ยคงค้างโอนเข้าบัญชีมาอีก
หากต้องการปิดบัญชีเงินฝากจริงๆ สิ่งที่เราควรทำ คือ ต้องแจ้งความประสงค์กับพนักงานว่าเราต้องการปิดบัญชีเงินฝากเล่มนี้ ธนาคารจะคำนวณดอกเบี้ยคงค้างที่เหลือให้เราพร้อมกับถอนยอดเงินต้นในบัญชีทั้งหมดค่ะ 
 
2. บัญชีเงินฝากไม่เคลื่อนไหวเกิน 1 ปี ธนาคารจะปิดบัญชีนั้นทันที
 
สำหรับกรณีบัญชีเงินฝากไม่เคลื่อนไหว แต่ยังมียอดเงินฝากคงเหลือในบัญชีอยู่ ธนาคารจะไม่ได้ทำการปิดบัญชีเงินฝากนั้นทันที แต่จะมีเงื่อนไขการเก็บค่าธรรมเนียมรักษาบัญชีเงินฝาก เช่น ตัวอย่างค่าธรรมเนียมของธนาคารกรุงเทพ ธนาคารจะมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมรักษาบัญชีเงินฝากสะสมทรัพย์ 50 บาท/เดือน สำหรับบัญชีเงินฝากที่มียอดเงินคงเหลือต่ำกว่า 2,000 บาท และไม่เคลื่อนไหวตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไป เป็นต้น 
 
ซึ่งสามารถสรุปได้เป็น 2 กรณี คือ

2.1 กรณีที่มียอดเงินฝากคงเหลือในบัญชีเกินยอดเงินฝากที่ธนาคารกำหนด เช่น มากกว่า 2,000 บาท ธนาคารจะไม่เก็บค่าธรรมเนียมรักษาบัญชี  และเมื่อเราต้องการใช้เงินก็สามารถนำสมุดบัญชีไปถอนเงินมาใช้ได้ตามปกติค่ะ 
 
2.2 กรณีมียอดเงินฝากคงเหลือน้อยกว่าที่ธนาคารกำหนด ธนาคารจะมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการรักษาบัญชี เช่น 
  • บัญชีเงินฝากออมทรัพย์เล่มหนึ่ง มียอดเงินฝากคงเหลือในบัญชี 200 บาท 
  • เมื่อบัญชีไม่มีการเคลื่อนไหวเกิน 12 เดือน หรือตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไป ในเดือนที่ 13 ธนาคารจะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมรักษาบัญชีเงินฝาก เดือนละ 50 บาท 
  • เมื่อลูกค้ามีทำการเคลื่อนไหวบัญชีเงินฝาก ธนาคารก็จะระงับการเก็บค่าธรรมเนียมรักษาบัญชีในเดือนถัดไป และสามารถใช้บัญชีเงินฝากได้ตามปกติ
  • หากลูกค้ายังไม่การเคลื่อนไหวบัญชี ธนาคารก็จะหักค่าธรรมเนียมไปทุกเดือน และเมื่อยอดเงินคงเหลือในบัญชีเป็นศูนย์บาท ธนาคารถึงจะทำการปิดบัญชีเล่มนั้นค่ะ 
*ยอดเงินฝากคงเหลือขั้นต่ำ 2,000 บาทเป็นเพียงการยกตัวอย่างเท่านั้น แต่ละธนาคารอาจจะกำหนดยอดเงินฝากขั้นต่ำไม่เท่ากัน โปรดสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจากธนาคารที่ใช้บริการอีกครั้ง
 
3. สมุดบัญชีเงินฝากหาย ต้องแจ้งความ และไปทำใหม่ที่สาขาที่เปิดบัญชีเท่านั้น 
 
 
สำหรับกรณี "สมุดบัญชีเงินฝากหาย" จากที่เราเคยทราบเงื่อนไขกันมา คือเจ้าของบัญชีต้องไปแจ้งความที่สถานีตำรวจในท้องที่เพื่อนำเอกสารใบแจ้งความ พร้อมบัตรประชาชนไปดำเนินการขอออกสมุดคู่ฝากเล่มใหม่ที่ธนาคารสาขาที่เปิดบัญชีไว้ และเสียค่าธรรมเนียมในการออกสมุดคู่ฝากเล่มใหม่ 50 - 100 บาท แล้วแต่ข้อกำหนดของธนาคารนั้นๆ 
 
ซึ่งการที่เจ้าของบัญชีต้องแจ้งความ และต้องไปดำเนินการที่สาขาที่เปิดบัญชี ก็เพื่อเป็นการยืนยันตัวตนว่าเป็นเจ้าของบัญชีตัวจริง เพราะเจ้าหน้าที่ธนาคารสาขาที่เปิดบัญชีย่อมสามารถพิสูจน์ตัวตนของลูกค้าได้ง่ายกว่า 

แต่ปัจจุบัน ด้วยเทคโนโลยี และการเชื่อมต่อของระบบต่างๆ ก็มีบางธนาคารที่เราสามารถขอออกสมุดคู่ฝากเล่มใหม่ต่างสาขาได้ โดยที่ไม่ต้องใช้เอกสารแจ้งความ ใช้เพียงบัตรประชาชนใบเดียว และชำระค่าธรรมเนียมการออกสมุดคู่ฝาก ก็จะได้รับสมุดคู่ฝากเล่มใหม่แล้วค่ะ เช่น ธนาคารกรุงศรีอยุธยา, ธนาคารไทยพาณิชย์ เป็นต้น 
 
4. บัญชีเงินฝากออมทรัพย์ ฝากเท่าไหร่ก็ได้ ไม่ต้องเสียภาษีดอกเบี้ยรับ
 
ตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากร คือ คนที่ได้รับดอกเบี้ยจากบัญชีเงินฝากออมทรัพย์รวมกันทุกธนาคารไม่เกิน 20,000 บาท จะได้รับสิทธิ์ในการยกเว้นภาษีหัก ณ ที่จ่าย 15% แต่จะต้องยินยอมให้ธนาคารส่งข้อมูลดอกเบี้ยให้กรมสรรพากร หากไม่ยินยอมก็จะหมดสิทธิ์ในการรับการยกเว้นภาษีดังกล่าว
  • เมื่อได้รับดอกเบี้ยจากบัญชีเงินฝากออมทรัพย์รวมทุกบัญชีจากธนาคารแห่งเดียวกันเกิน 20,000 บาทในปีภาษีนั้น ธนาคารมีหน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย 15% และนำส่งกรมสรรพากร
  • หากมีการฝากออมทรัพย์หลายธนาคาร และมีดอกเบี้ยรับรวมกันทุกแห่งเกินกว่า 20,000 บาท ในปีภาษีนั้น ผู้ฝากมีหน้าที่แจ้งแก่ธนาคารผู้จ่ายดอกเบี้ย เพื่อให้ดำเนินการหักภาษี ณ ที่จ่ายและนำส่งกรมสรรพากร
     

สำหรับการฝากเงินไว้ในบัญชีเงินฝากประเภทต่างๆ ถึงจะไม่ได้มีความเสี่ยงมากเหมือนกับการลงทุน ในหุ้น หรือกองทุน แต่เราก็ควรศึกษาเงื่อนไข ข้อกำหนดต่างๆ เพราะหากเกิดปัญหา หรือข้อสงสัยอะไร ก็จะได้หาแนวทางแก้ไขที่ถูกต้องได้นะคะheart
แท็กที่เกี่ยวข้อง บัญชีเงินฝาก
เขียนโดย เช็คราคา.คอม Money Guru

Line กูรู
พูดคุยกับกูรูได้ที่

แนะนำบัญชีเงินฝากประจำล่าสุด

ธนาคารทิสโก้ ธนาคารทิสโก้
ธนาคารเกียรตินาคินภัทร ธนาคารเกียรตินาคินภัทร
ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย
ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์

บทความดอกเบี้ยเงินฝากล่าสุด

ดูทั้งหมด

ข่าวดอกเบี้ยเงินฝากล่าสุด

ดูทั้งหมด