.png)
หมดเวลาแล้วกับการซื้อประกันแบบงงๆ เลือกยังไงให้ตอบโจทย์เราทั้ง "ภาษี" และ "ความคุ้มครอง"
ปัจจุบัน สินค้าประกันในเมืองไทยเราเริ่มเยอะขึ้นเรื่อยๆ หลายคนก็งงๆ รู้แค่ว่าประกันซื้อแล้วได้ความคุ้มครองมาบ้าง ได้ลดหย่อนภาษีมาบ้าง แต่จะมีสักกี่คนที่เข้าใจ และเลือกซื้อประกันพวกนี้ได้ตรงตามความต้องการ และคุ้มเงินที่เสียไป ประกันที่เราเจอกันบ่อยๆ ก็มีทั้งประกันคุ้มครองชีวิต ประกันสุขภาพ ประกันบำนาญ และประกันแบบสะสมทรัพย์ วันนี้ เรามาดูกันครับว่า ถ้าเราไม่เน้นประกันคุ้มครองชีวิตมาก แต่อยากให้ดูแลเรื่องสุขภาพ เป็นเงินออมระยะยาว และได้ประโยชน์ภาษีด้วย ระหว่างประกัน 3 ตัวนี้ คือประกันสุขภาพ บำนาญ และสะสมทรัพย์ ตัวไหนจะเหมาะกับเรา
คำถามแรก: ใครควรซื้อประกันพวกนี้บ้าง ?
ตอบแบบง่ายๆ เลย ใครที่ไม่ได้สนใจ 3 เรื่องต่อไปนี้ ก็ไม่ต้องซื้อประกันพวกนี้เลยนะครับ
1. คนที่อยากบริหารความเสี่ยงเรื่องค่ารักษาพยาบาล
ไม่ว่าเราจะอายุเท่าไหร่ ถ้าเราต้องการบริหารความเสี่ยงเกี่ยวกับสุขภาพ (เช่น ทำงานที่มีความเสี่ยงต่อสุขภาพ หรืออายุเริ่มเยอะ) แล้วถ้าเกิดปัญหาสุขภาพ ล้มป่วย ไม่สามารถทำงานได้ เราจะอยากได้เงินมาช่วยจ่ายค่ารักษาพยาบาล
ไม่ว่าเราจะอายุเท่าไหร่ ถ้าเราต้องการบริหารความเสี่ยงเกี่ยวกับสุขภาพ (เช่น ทำงานที่มีความเสี่ยงต่อสุขภาพ หรืออายุเริ่มเยอะ) แล้วถ้าเกิดปัญหาสุขภาพ ล้มป่วย ไม่สามารถทำงานได้ เราจะอยากได้เงินมาช่วยจ่ายค่ารักษาพยาบาล
2. คนที่อยากมีเงินออมในรูปแบบอื่นที่ไม่ใช่เงินฝาก
หากเราอยากหาที่เก็บเงินแล้วได้ผลประโยชน์ในระดับหนึ่ง และไม่อยากฝากในรูปเงินฝาก หรือซื้อตราสารหนี้ หรือตราสารทุนต่างๆ เราควรหันมามองประกันประเภทสะสมทรัพย์ครับ
หากเราอยากหาที่เก็บเงินแล้วได้ผลประโยชน์ในระดับหนึ่ง และไม่อยากฝากในรูปเงินฝาก หรือซื้อตราสารหนี้ หรือตราสารทุนต่างๆ เราควรหันมามองประกันประเภทสะสมทรัพย์ครับ
3. คนที่อยากลดภาษีบุคคลธรรมดาที่ต้องเสียแต่ละปี
หากเรามีรายได้ในระดับหนึ่งที่ต้องเสียภาษีบุคคลธรรมดาตอนสิ้นปี และอยากได้ประกันเป็นตัวช่วยในการลดจำนวนภาษีที่ต้องเสีย ประกันทั้ง 3 ประเภทคือ ประกันสุขภาพ ประกันแบบสะสมทรัพย์ และประกันบำนาญ (รวมถึงประกันชีวิตทั่วไปที่คุ้มครอง 10 ปีขึ้นไป) จะตอบโจทย์เราได้ครับ ส่วนคำถามว่าต้องมีรายได้เท่าไหร่ถึงต้องเสียภาษี และใช้ประโยชน์จากประกันพวกนี้ได้ หลักการก็คือถ้าเป็นคนโสด รายได้ต่อเดือนต้องอย่างน้อยประมาณ 27,000 บาทครับ ถึงจะเข้าเกณฑ์ต้องเสียภาษี และคุ้มที่จะซื้อประกันพวกนี้
หากเรามีรายได้ในระดับหนึ่งที่ต้องเสียภาษีบุคคลธรรมดาตอนสิ้นปี และอยากได้ประกันเป็นตัวช่วยในการลดจำนวนภาษีที่ต้องเสีย ประกันทั้ง 3 ประเภทคือ ประกันสุขภาพ ประกันแบบสะสมทรัพย์ และประกันบำนาญ (รวมถึงประกันชีวิตทั่วไปที่คุ้มครอง 10 ปีขึ้นไป) จะตอบโจทย์เราได้ครับ ส่วนคำถามว่าต้องมีรายได้เท่าไหร่ถึงต้องเสียภาษี และใช้ประโยชน์จากประกันพวกนี้ได้ หลักการก็คือถ้าเป็นคนโสด รายได้ต่อเดือนต้องอย่างน้อยประมาณ 27,000 บาทครับ ถึงจะเข้าเกณฑ์ต้องเสียภาษี และคุ้มที่จะซื้อประกันพวกนี้

คำถามสอง: แล้วประกันสุขภาพ สะสมทรัพย์ หรือบำนาญซื้อตัวไหนดี ?
คำถามต่อมาคือ ถ้าเรามีเงินอยู่ก้อนหนึ่ง เราควรจะซื้อประกันตัวไหนดี คำตอบตายตัวคงไม่มีครับ แต่กว้างๆ ก็น่าจะเป็นแบบว่า เราให้ความสำคัญกับเรื่องอะไรเป็นหลัก (เช่น ออมเงิน หรือความคุ้มครอง) เราเป็นเสาหลักของครอบครัวไหม (ถ้าไม่มีเรา ครอบครัวอาจไม่มีรายได้) อาชีพ หรือ Lifestyle เรามีความเสี่ยงไหม (ถ้าเสี่ยง ควรเน้นประกันสุขภาพ) เราจ่ายเบี้ยประกันในแต่ละปีได้เยอะแค่ไหน หรือแต่ละปีเราเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเยอะแค่ไหน (เช่น ถ้าเยอะ ก็ซื้อประกันได้หลายประเภท และหลายกรมธรรม์) ตารางข้างล่างนี้น่าจะเป็น Guideline ช่วยตอบคำถามเบื้องต้นได้ครับ
| ประกันสุขภาพ (Health Insurance) | ประกันแบบสะสมทรัพย์ (Endowment Insurance) | ประกันบำนาญ (Annuity Insurance) | |
| เหมาะกับใคร |
|
|
|
| ลักษณะเด่นและประโยชน์ | ประกันสุขภาพที่ซื้อกับบริษัทประกันชีวิตมักจะขายพ่วงมาพร้อมกับประกันคุ้มครองชีวิต โดยประกันสุขภาพพวกนี้ หากเราล้มป่วย หรือได้รับอุบัติเหตุถึงขั้นต้องเข้าโรงพยาบาล บริษัทประกันจะจ่ายเงินให้เราสำหรับเป็นค่ารักษาพยาบาล หรือค่าชดเชยกรณีเราไม่สามารถทำงานได้ต้องนอนอยู่โรงพยาบาล แต่หากเราอยากเน้นประกันสุขภาพอย่างเดียวเท่านั้น โดยไม่ต้องการซื้อพ่วงกับประกันคุ้มครองชีวิต เราก็สามารถทำได้ โดยซื้อโดยตรงกับบริษัทประกันวินาศภัย (ไม่ใช่บริษัทประกันชีวิต) | ประกันคุ้มครองชีวิตที่ออกแบบมาให้ผู้ถือกรมธรรม์สะสมทรัพย์ พร้อมกับมีความคุ้มครองแถมมาด้วย ซึ่งการสะสมทรัพย์มักจะได้รับผลประโยชน์ในกรณีหลักๆ ดังต่อไปนี้คือ (ก) กรณีเสียชีวิต (ข) กรมธรรม์ถึงปีที่มีการจ่ายผลประโยชน์เงินคืน และ (ค) ครบกำหนดสัญญาประกันภัย | ประกันคุ้มครองชีวิตที่เน้นการออมเงินคล้ายๆ กับแบบสะสมทรัพย์ แต่ประกันแบบบำนาญจะเป็นการออมเงินเพื่อการเกษียณโดยเฉพาะ โดยมีระยะเวลาการจ่ายเบี้ยประกันที่หลากหลายเช่นครั้งเดียวแบบ Single Premium หรือแบบหลายปี เช่น 5-10 ปี และเราจะเริ่มได้รับเงินคืนก็ต่อเมื่อเราอายุครบ 55 ปีแล้ว โดยการจ่ายเงินคืนจะมีได้ทั้งแบบจ่ายเงินคืนระหว่างกรมธรรม์ หรือรวมจ่ายทีเดียวเมื่อครบกรมธรรม์ |
| สิทธิทางภาษี | เบี้ยประกันคุ้มครองสุขภาพสามารถนำไปลดหย่อนภาษีตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 15,000 บาท และเมื่อรวมกับเบี้ยประกันคุ้มครองชีวิตต้องไม่เกิน 100,000 บาท |
| เบี้ยประกันคุ้มครองชีวิตแบบบำนาญสามารถลดหย่อนภาษีได้ตามเบี้ยประกันที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 15% ของรายได้พึงประเมิน และไม่เกิน 200,000 บาท (หรือ 300,000 บาท ในกรณีที่ไม่เคยมีประกันคุ้มครองชีวิตแบบอื่นๆ) แต่ถ้ารวมกับเงินที่จ่ายเข้ากองทุนประเภทเดียวกันอื่นๆ เช่น กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กบข. กองทุนสงเคราะห์ตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน และเงินลงทุนกองทุน RMF แล้วต้องไม่เกิน 500,000 บาท |
| เบี้ยประกัน |
|
|
|
ตัวอย่างประกันของจริง
เพื่อให้เห็นภาพง่ายๆ เราขอยกตัวอย่างประกันสุขภาพ ประกันแบบสะสมทรัพย์ และประกันบำนาญของจริงที่ขายกันอยู่ในตลาด ณ ปัจจุบันนี้มาเปรียบเทียบให้เข้าใจง่ายๆ กันดูนะครับ โดยเราจะขอยกตัวอย่างของธนาคารธนชาต (ซึ่งรับประกันโดย บมจ. พรูเด็นเชียลประกันชีวิต (ประเทศไทย)) ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนการทำบทความนี้มาให้ดูกัน
| ประโยชน์ด้านภาษี | คุ้มครองอะไรบ้างเบื้องต้น | |
| Perfect Saver 20/20 Package "แพคเกจประกันชีวิต และสุขภาพ" เป็นประกันคุ้มครองชีวิตแบบสะสมทรัพย์ควบคู่ความคุ้มครองสุขภาพ เหมาะกับคนที่ใส่ใจดูแลสุขภาพ ชำระเบี้ยฯ และคุ้มครองยาวนานถึง 20 ปี |
| ด้านความคุ้มครองชีวิต
ด้านความคุ้มครองสุขภาพ คุ้มครองหลากหลาย ในจำนวนที่แตกต่างกัน เช่น ค่ายาใน รพ. ค่าศัลยกรรม ค่าห้องผ่าตัด ค่ารักษาพยาบาลกรณีอุบัติเหตุฉุกเฉิน ค่าวินิจฉัยโรคด้วยรังสีเอ๊กซ์ ค่าปรึกษาแพทย์ใน รพ. เป็นต้น ขึ้นอยู่กับแผนประกันที่เลือก |
| ธนชาต ปันผลเพิ่มสุข "ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์" เป็นประกันคุ้มครองชีวิตแบบสะสมทรัพย์ ชำระเบี้ยสั้นเพียง 6 ปี แต่ให้ความคุ้มครองชีวิตยาวนานถึง 15 ปี รับเงินคืนเป็นประจำทุกปี และยังได้รับเงินคืนก้อนใหญ่เมื่อครบกำหนดสัญญา |
| ด้านความคุ้มครองชีวิต
ด้านการสะสมทรัพย์
|
| Perfect Annuity 85/5 "ประกันชีวิตบำนาญ" เป็นประกันคุ้มครองชีวิตแบบบำนาญ ชำระเบี้ยฯสั้นเพียง 5 ปี และรับเงินบำนาญ 15% ของทุนประกันภัยทุกปีตั้งแต่อายุ 60 ปี จนถึง 85 ปี และอุ่นใจด้วยความคุ้มครองชีวิตสูงถึง 200% ของทุนประกันภัยตั้งแต่ปีแรก |
| ด้านความคุ้มครองชีวิต
ด้านการสะสมทรัพย์
|
อ่านมาถึงตรงนี้ ก็หวังว่าพวกเราจะพอมีไอเดียเลือกประกันได้ตรงกับความต้องการของตัวเอง และครอบครัวมากขึ้นนะครับ หากใครสนใจควรศึกษาทำความเข้าใจในรายละเอียดความคุ้มครอง และเงื่อนไขก่อนตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง โดยสามารถศึกษาข้อมูลประกันเหล่านี้เพิ่มเติมได้ที่ธนาคารธนชาต ในฐานะนายหน้าประกันชีวิต โดยกดดูตามรูปด้านบนได้เลยนะครับ
แท็กที่เกี่ยวข้อง
ประกัน
ธนาคารธนชาต
ธนชาต
ประกันชีวิต
ประกันสุขภาพ
ลดหย่อนภาษี
ประกันบำนาญ
ประกันสะสมทรัพย์
เขียนโดย
เช็คราคา.คอม
Money Guru
พูดคุยกับกูรูได้ที่



