
ME MOVE และ ME SAVE คู่หูบัญชีใหม่ จาก ME by TMB ยืดหยุ่นทั้งใช้จ่ายง่าย แถมได้ดอกเบี้ยเยอะ
หลายคนคงเคยใช้บัญชี ME กันมาบ้างแล้วนะคะ และตอนนี้ทาง ME by TMB ได้เปิดตัวบัญชีใหม่ "บัญชี ME MOVE" โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นบัญชีสำหรับใช้จ่ายโดยเฉพาะ ให้เราสามารถโอนเงินไปธนาคารไหนก็ได้ โดยไม่เสียค่าธรรมเนียม ส่วนบัญชี ME เดิม ก็มีการเปลี่ยนชื่อเป็น "บัญชี ME SAVE" ที่คงวัตถุประสงค์เดิมของบัญชีคือ เป็นบัญชีเพื่อการออม และรับดอกเบี้ยสูง หากใครต้องการเปิดบัญชี ME MOVE จำเป็นต้องมีบัญชี ME SAVE ก่อน จึงจะสามารถเปิดบัญชีใหม่ได้ ทำให้หลายคนสงสัยว่า แล้วทำไมต้องมี 2 บัญชี และ 2 บัญชีนี้แตกต่างกันอย่างไร ที่สำคัญ คือ มีจุดเด่น-จุดด้อย อย่างไรบ้าง วันนี้เรามาสรุปให้ได้รู้กันเลยนะคะ
"ME SAVE" และ "ME MOVE" คู่หูบัญชีใหม่ ใช้เดี่ยวก็ได้ ใช้คู่ก็ดี

บัญชี ME MOVE และบัญชี ME SAVE เป็น 2 บัญชีที่เน้นตอบโจทย์ดิจิทัลไลฟ์สไตล์ทางการเงินของคนรุ่นใหม่ ทั้งเก็บและใช้อย่างเต็มรูปแบบ โดย "บัญชี ME SAVE" เป็นบัญชีที่เน้นเรื่องการออม ให้ผลตอบแทนมากกว่าบัญชีออมทรัพย์ทั่วไป รับดอกเบี้ยสูง 1.7% ต่อปีหรือ 4.5 เท่าของออมทรัพย์ทั่วไป ถ้าใครที่เน้นออมเงินดอกเบี้ยสูงก็สามารถเลือกเปิดบัญชี ME SAVE ก็จะตรงกับความต้องการมากค่ะ ส่วน "บัญชี ME MOVE" เป็นบัญชีที่เน้นการใช้จ่ายดิจิทัล เพื่อให้ลูกค้ามีความคล่องตัวในการทำธุรกรรม ภายใต้คอนเซ็ปต์ "อยากใช้ได้ใช้ อยากเก็บได้มากกว่า" โดยสามารถใช้จ่ายได้อย่างสะดวก ปลอดภัย และปลอดค่าธรรมเนียม 100% แต่บัญชี ME MOVE จะไม่มีดอกเบี้ยนะคะ และถ้าต้องการเปิดบัญชี ME MOVE จำเป็นต้องมีบัญชี ME SAVE ก่อนจึงจะสามารถเปิดบัญชี ME MOVE ได้
พูดง่ายๆ คือ ใครเน้นใช้ต้องมีบัญชี ME MOVE ส่วนใครเน้นเก็บ และได้ดอกเบี้ยสูงต้องมีบัญชี ME SAVE แต่ที่ดียิ่งกว่าคือ หากเราใช้ทั้ง 2 บัญชี ในบัญชี ME MOVE แม้จะไม่มีดอกเบี้ยเงินฝาก แต่จะมีฟังก์ชันใหม่ Balance Sweep ที่ทำให้เราสามารถตั้งค่าการโอนเงินคงเหลือ ตามระยะเวลาที่เรากำหนดไว้ จากบัญชี ME MOVE เข้ามาเก็บไว้ในบัญชี ME SAVE เพื่อรับดอกเบี้ยสูงได้ ทำให้เราไม่ต้องเสียโอกาสในการรับดอกเบี้ย และในบัญชี ME MOVE เราก็สามารถทำธุรกรรมต่างๆ ได้โดยไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม
โดยลูกค้า ME by TMB ที่เปิดใช้บริการบัญชี ME SAVE อยู่แล้ว สามารถเปิดใช้บริการบัญชี ME MOVE ได้ง่ายๆ ตามนี้นะคะ
1. หลังจากเข้า Application ME >> กดรหัสผ่าน >> จะมีข้อมูลบัญชี ME SAVE ที่เรามีอยู่ขึ้นมาให้ และมีแนะนำบัญชี ME MOVE ด้านบนนะคะ หากเราต้องการทราบรายละเอียดเราสามารถกดที่ "เพิ่มเติม" ได้เลยค่ะ

2. หลังจากกดเลือกเพิ่มเติม จะมีข้อมูลของบัญชี ME MOVE ให้เราศึกษาข้อมูลเบื้องตนก่อนนะคะ และหากสนใจเปิดบัญชีก็สามารถเลือกที่แถบสีชมพูด้านล่าง "เปิดบัญชี ME MOVE เลย"

3. จะแสดงข้อตกลงและเงื่อนไขการใช้บริการ ME MOVE ให้เราอ่านก่อนนะคะ เมื่ออ่านและกดยอมรับข้อตกลงก็จะมีให้เราตรวจสอบข้อมูลส่วนตัวค่ะ

4. เมื่อตรวจสอบเรียบร้อยเราสามารถกดยืนยันข้อมูล >> ระบบจะเข้าสู่หน้าให้เราใส่ Password เพื่อยืนยันการเปิดบัญชีค่ะ >> จะมีหน้าจอยืนยันการเปิดบัญชี ME MOVE สมบูรณ์ หมายถึงว่าเราเปิดบัญชี ME MOVE เรียบร้อยแล้วนะคะ

ME MOVE กับฟังก์ชัน Balance Sweep ที่จะช่วยเพิ่มโอกาสให้เงินงอกเงย
Balance Sweep ฟังก์ชันใหม่ในบัญชี ME MOVE ที่จะช่วย MOVE เงินจากบัญชี ME MOVE ที่ไม่มีดอกเบี้ยไปรับดอกเบี้ยสูงในบัญชี ME SAVE แบบอัตโนมัติ เพียงแค่เราตั้งค่ายอดเงินคงเหลือไว้ในบัญชี ME MOVE แค่ยอดที่เราต้องการใช้จ่าย เงินส่วนที่เกินจากยอดดังกล่าว ฟังก์ชัน Balance Sweep จะทำหน้าที่ MOVE เงินไปรับดอกเบี้ยสูงที่บัญชี ME SAVE โดยเราสามารถตั้งค่าการ Sweep เงินได้บ่อยตามที่เราต้องการ ไม่ว่าจะเป็นทุกวัน ทุกสัปดาห์ หรือทุกเดือน
เช่น ถ้าเราต้องการให้มีเงินคงเหลือเพื่อไว้ใช้จ่ายในบัญชี ME MOVE 3,000 บาท และต้องการให้ยอดเงินส่วนที่เกินจากนี้ ถูกโอนเข้าไปเก็บไว้ในบัญชี ME SAVE ทุกวัน เราสามารถเข้าไปตั้งค่า Balance Sweep ไว้ที่ 3,000 บาท และเลือกความถี่ในการ Sweep เงินเป็นทุกวัน โดยระบบจะทำการโอนเงินในช่วงเวลาประมาณ 21.00 น. ตามรอบความถี่ที่เราตั้งค่าไว้ ดังนั้น หากมีคนโอนเงินมาในบัญชี ME MOVE เกินจากยอดนี้ ระบบ Balance Sweep จะทำการ Sweep เงินส่วนที่เกินไปเก็บไว้ในบัญชี ME Save เพื่อรับดอกเบี้ยสูงต่อไป
สรุป! จุดเด่น-จุดด้อยของบัญชี ME MOVE และ ME SAVE
หลังจากที่เราได้ทราบถึงรายละเอียดของ "บัญชี ME SAVE" และ "บัญชี ME MOVE" กันแล้ว เรามาสรุปกันค่ะว่าทั้ง 2 บัญชี มีจุดเด่น-จุดด้อยอย่างไรบ้าง
| ประเภทบัญชี | จุดเด่น | จุดด้อย |
บัญชี ME MOVE![]() |
|
|
บัญชี ME SAVE![]() |
|
|
แม้ปัจจุบันการใช้บริการธนาคารทางออนไลน์จะสร้างความสะดวกสบายให้กับผู้ใช้บริการเป็นอย่างมาก แต่สิ่งที่เรายังคงต้องคำนึงถึง ก็คือเรื่องความปลอดภัย เพราะถึงแม้ธนาคารจะสร้างระบบความปลอดภัยอย่างแน่นหนา แต่การทำธุรกรรมออนไลน์ก็ยังคงเสี่ยง และเป็นเป้าหมายที่น่าสนใจสำหรับ "แฮคเกอร์" อยู่เสมอ ยังไงใช้บริการสะดวกแล้วก็อย่าลืมปิดความเสี่ยงต่างๆ กันด้วยนะคะ สร้างความอุ่นใจ เงินไม่ไปไหนแน่นอนค่ะ :)
เขียนโดย
เช็คราคา.คอม
Money Guru
พูดคุยกับกูรูได้ที่


