ไอคอนบทความ

บทความดอกเบี้ยเงินฝาก

icon-filter ค้นหาดอกเบี้ยเงินฝากแบบละเอียด
product filter
product filter
product filter
product filter

3 อันดับธนาคาร ผลประกอบการดี กำไรสูง (ไตรมาส 3 ประจำปี 2560)

Share
3 อันดับธนาคาร ผลประกอบการดี กำไรสูง (ไตรมาส 3 ประจำปี 2560)

3 อันดับธนาคาร ผลประกอบการดี กำไรสูง (ไตรมาส 3 ประจำปี 2560) 

แล้วไตรมาส 3 ประจำปี 2560 ก็ผ่านไป เราลองมาดูผลประกอบการของธนาคารกันดีกว่าว่า 3 อันดับแรกที่โดดเด่น กำไรสู๊ง ... สูง! จะเป็นธนาคารใดกันบ้าง และจะเป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ของผู้ลงทุน และผู้ใช้บริการ หรือเปล่า 

อันดับ 1 คือ ธนาคารไทยพาณิชย์ ประกาศผลกำไรสุทธิไตรมาส 3 ปี 2560 จำนวน 10,130 ล้านบาท


ธนาคารไทยพาณิชย์และบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิในไตรมาส 3/2560 (งบการเงินรวมก่อนสอบทาน) ที่จำนวน 10,130 ล้านบาท ลดลง 12.2% จากปีก่อน เป็นผลมาจากการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญเพิ่มขึ้น และเตรียมการปฏิบัติตามมาตรฐานบัญชี IFRS 9 ที่จะใช้ในปี 2562 นอกจากนี้ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 13.8% สืบเนื่องจากแผนยุทธศาสตร์ของธนาคารในการปรับองค์กรและเทคโนโลยีสู่ยุคดิจิทัล สำหรับผลประกอบการของธนาคารในช่วงเก้าเดือนแรกของปี 2560 ธนาคารมีกำไรสุทธิจำนวน 33,953 ล้านบาท ลดลง 2.7% จากปีก่อน
รายได้ดอกเบี้ยสุทธิตามงบการเงินรวมในไตรมาส 3/2560 มีจำนวน 23,272 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 4.8% จากปีก่อน ส่วนใหญ่จากการขยายตัวของสินเชื่อ 4.3%
รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยตามงบการเงินรวมในไตรมาส 3/2560 มีจำนวน 11,419 ล้านบาทลดลง 4.6% จากปีก่อน จากการลดลงของกำไรจากเงินลงทุน และรายได้สุทธิจากการรับประกันภัย อย่างไรก็ตาม รายได้ค่าธรรมเนียมสุทธิและกำไรจากธุรกรรมเพื่อค้าและปริวรรตเงินตราต่างประเทศปรับตัวดีขึ้น
อัตราส่วน NPL ในไตรมาส 3/2560 อยู่ที่ 2.75% เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาส 2/2560 ที่ 2.65% ธนาคารได้ตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญจำนวน 7,554 ล้านบาท หรือ 1.52% ของสินเชื่อรวมในไตรมาสนี้ ส่งผลให้อัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพปรับตัวดีขึ้นเป็น 136.4% ณ สิ้นไตรมาส 3/2560 จาก 133.5% ณ สิ้นไตรมาส 2/2560
นายอาทิตย์ นันทวิทยา กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า "ธนาคารยังดำเนินธุรกิจด้วยความรอบคอบต่อไป ด้วยเงินกองทุนที่แข็งแกร่ง และระดับสำรองหนี้สูญที่สูงเพิ่มขึ้น และในช่วงไตรมาส 3 นี้ ธนาคารได้เพิ่มความสะดวกให้กับลูกค้าในการทำธุรกรรมในชีวิตประจำวันผ่านโทรศัพท์มือถือด้วย SCB Easy Application ซึ่งเป็นผลจากการลงทุนด้านเทคโนโลยี ซึ่งธนาคารจะทยอยนำเสนอรูปแบบการให้บริการด้วยนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่ทำให้ลูกค้าสะดวกใช้และมีความมั่นใจในการใช้บริการ ธนาคารเชื่อว่าสิ่งดังกล่าวจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการสร้างความเจริญเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับธนาคาร"

อันดับ 2 คือ ธนาคารกสิกรไทย ประกาศผลกำไรสุทธิไตรมาส 3 ปี 2560 จำนวน 9,473 ล้านบาท


ผลการดำเนินงานสำหรับไตรมาส 3 ปี 2560 เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาส 2 ปี 2560 ธนาคารและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิจำนวน 9,473 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนจำนวน 487 ล้านบาท หรือ 5.42% ส่วนใหญ่เกิดจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้นจำนวน 367 ล้านบาท หรือ 1.57% และมีอัตราผลตอบแทนสินทรัพย์ที่ก่อให้เกิดรายได้สุทธิ (Net interest margin: NIM) อยู่ที่ระดับ 3.47% รวมถึงรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นจำนวน 468 ล้านบาท หรือ 2.93% ส่วนใหญ่เป็นผลมาจากรายได้จากผลิตภัณฑ์ตลาดทุน และรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิเพิ่มขึ้น ในขณะที่รายได้สุทธิจากการรับประกันภัยลดลง นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานอื่น ๆ เพิ่มขึ้นจำนวน 487 ล้านบาท หรือ 3.07% ส่งผลให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานอื่น ๆ ต่อรายได้จากการดำเนินงานสุทธิ (Cost to income ratio) อยู่ที่ระดับ 40.70%
ณ วันที่ 30 กันยายน 2560 ธนาคารและบริษัทย่อย มีสินทรัพย์รวมจำนวน 2,863,314 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2559 จำนวน 20,036 ล้านบาท หรือ 0.70% ส่วนใหญ่เป็นการเพิ่มขึ้นของรายการระหว่างธนาคารและตลาดเงินสุทธิ และเงินให้สินเชื่อ สำหรับเงินให้สินเชื่อด้อยคุณภาพต่อเงินให้สินเชื่อ (%NPL gross) ณ วันที่ 30 กันยายน 2560 อยู่ที่ระดับ 3.30% ขณะที่สิ้นปี 2559 อยู่ที่ระดับ 3.32% อัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญต่อเงินให้สินเชื่อด้อยคุณภาพ (Coverage ratio) ณ วันที่ 30 กันยายน 2560 อยู่ที่ระดับ 140.66% ขณะที่สิ้นปี 2559 อยู่ที่ระดับ 130.92% สำหรับอัตราส่วนเงินกองทุนทั้งสิ้นต่อสินทรัพย์เสี่ยงของกลุ่มธุรกิจทางการเงินธนาคารกสิกรไทยตามหลักเกณฑ์ Basel III ณ วันที่ 30 กันยายน 2560 อยู่ที่ 18.23% โดยมีอัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 อยู่ที่ 15.91%

อันดับ 3 คือ ธนาคารกรุงเทพ ประกาศผลกำไรสุทธิไตรมาส 3 ปี 2560 จำนวน 8,161 ล้านบาท


ธนาคารกรุงเทพและบริษัทย่อย มีรายได้ดอกเบี้ยสุทธิจำนวน 16,825 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.7 เทียบกับไตรมาส 3 ปี 2559 และส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิอยู่ที่ร้อยละ 2.30 สำหรับรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยมีจำนวน 11,651 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 7.0 สาเหตุหลักจากกำไรสุทธิจากเงินลงทุนและรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิ โดยส่วนใหญ่มาจากค่าธรรมเนียมจากบริการกองทุนรวมและบริการประกันผ่านธนาคาร และค่าธรรมเนียมจากการอำนวยสินเชื่อ สำหรับค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานมีจำนวน 11,939 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 1.3 ทำให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้จากการดำเนินงานอยู่ที่ร้อยละ 41.9 ส่งผลให้กำไรสุทธิ (ส่วนที่เป็นของธนาคาร) สำหรับไตรมาส 3 ปี 2560 มีจำนวน 8,161 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.2 จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน
ณ สิ้นเดือนกันยายน 2560 ธนาคารมีเงินให้สินเชื่อจำนวน 1,938,619 ล้านบาท อยู่ในระดับใกล้เคียงกับ ณ สิ้นปี 2559 สำหรับสินเชื่อด้อยคุณภาพคิดเป็นร้อยละ 3.8 ของเงินให้สินเชื่อรวม อย่างไรก็ตาม ธนาคารยังคงติดตามดูแลคุณภาพสินเชื่ออย่างใกล้ชิดและรักษาระดับเงินสำรองค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญของธนาคารอยู่ที่ 135,840 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 7.0 ของเงินให้สินเชื่อ
ด้านเงินกองทุน ในเดือนกันยายน 2560 ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ออกประกาศเรื่อง แนวทางการระบุและกำกับดูแลธนาคารพาณิชย์ที่มีนัยต่อความเสี่ยงเชิงระบบ (Domestic Systemically Important Banks: D-SIBs) โดยกำหนดให้ธนาคารในฐานะธนาคารพาณิชย์ที่มีนัยต่อความเสี่ยงเชิงระบบต้องดำรงเงินกองทุนส่วนเพิ่มเพื่อรองรับความเสียหาย (Higher loss absorbency) โดยให้ทยอยดำรงอัตราส่วนเงินกองทุนส่วนเพิ่มอีกร้อยละ 0.5 ในแต่ละปี เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2562 จนอัตราส่วนเพิ่มเป็นร้อยละ 1.0 ในวันที่ 1 มกราคม 2563
สำหรับธนาคารหากนับกำไรสุทธิสำหรับไตรมาส 3 ปี 2560 รวมเข้าเป็นเงินกองทุนแล้ว อัตราส่วนเงินกองทุนทั้งสิ้น อัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 ที่เป็นส่วนของเจ้าของ และอัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 ต่อสินทรัพย์เสี่ยงของธนาคารและบริษัทย่อยจะอยู่ในระดับประมาณร้อยละ 19.1 ร้อยละ 17.3 และร้อยละ 17.3 ตามลำดับ ทั้งนี้ เงินกองทุนของธนาคารอยู่ในระดับที่สามารถรองรับการดำรงเงินกองทุนส่วนเพิ่มตาม D-SIBs เรียบร้อยแล้ว สำหรับส่วนของเจ้าของ ณ วันที่ 30 กันยายน 2560 มีจำนวน 393,019 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 12.8 ของสินทรัพย์รวม และมูลค่าตามบัญชีเท่ากับ 205.89 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 7.34 บาท จากสิ้นปี 2559

เป็นอย่างไรกันบ้างคะกับ 3 อันดับธนาคารผลประกอบการสูงในไตรมาสที่ 3 ปี 2560 คงตรงใจใครหลายๆ คนกันนะคะ สำหรับผู้ใช้บริการอย่างเราๆ ท่านๆ ก็หวังว่าจากผลประกอบการที่สูงขึ้นของแต่ละธนาคารจะส่งผลมาถึงการให้บริการที่ดียิ่งขึ้น สะดวกสบายมากขึ้น รวมถึงมีความปลอดภัยมากขึ้น ซึ่งเชื่อแน่ว่าแต่ละธนาคารก็กำลังพัฒนาเพื่อให้สอดรับกับสังคมยุค 4.0 กันอย่างทั่วหน้า และหากใครสนใจรายละเอียดในส่วนอื่นๆเพิ่มเติม ลองหาข้อมูลจากเว็บไซต์ของธนาคารที่คุณๆ สนใจได้เลยนะคะ แล้วพบกันใหม่ในบทความหน้าค่ะ
เขียนโดย เช็คราคา.คอม Money Guru

Line กูรู
พูดคุยกับกูรูได้ที่

แนะนำบัญชีเงินฝากประจำล่าสุด

ธนาคารทิสโก้ ธนาคารทิสโก้
ธนาคารเกียรตินาคินภัทร ธนาคารเกียรตินาคินภัทร
ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย
ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์

บทความดอกเบี้ยเงินฝากล่าสุด

ดูทั้งหมด

ข่าวดอกเบี้ยเงินฝากล่าสุด

ดูทั้งหมด