ไอคอนบทความ

บทความดอกเบี้ยเงินฝาก

icon-filter ค้นหาดอกเบี้ยเงินฝากแบบละเอียด
product filter
product filter
product filter
product filter

3 อันดับธนาคาร ผลประกอบการดี กำไรสูง (ไตรมาสแรก ประจำปี 2560)

Share
3 อันดับธนาคาร ผลประกอบการดี กำไรสูง (ไตรมาสแรก ประจำปี 2560)

3 อันดับธนาคาร ผลประกอบการดี กำไรสูง (ไตรมาสแรก ประจำปี 2560)

จบไตรมาส 1 ประจำปี 2560 กันไปเรียบร้อยแล้วนะคะ เราลองมาดูผลประกอบการของธนาคารกันดีกว่าว่า 3 อันดับแรกที่โดดเด่น กำไรสู๊ง ... สูง! จะเป็นธนาคารใดกันบ้าง และจะเป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ของผู้ลงทุน และผู้ใช้บริการ หรือเปล่า

อันดับ 1 คือ ธนาคารไทยพาณิชย์


ธนาคารไทยพาณิชย์ และบริษัทย่อย ประกาศผลการดำเนินงานประจำไตรมาส 1/2560 (งบการเงินรวมก่อนสอบทาน) มีผลกำไรสุทธิจำนวน 11,912 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.0% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2559 ซึ่งเป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ และรายได้ค่าธรรมเนียมสุทธิ รวมถึงการลดลงของค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัย 
รายได้ดอกเบี้ยสุทธิ ตามงบการเงินรวมในไตรมาส 1/2560 มีจำนวน 22,561 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 4.1% จากไตรมาส 1/2559 เป็นผลมาจากการขยายตัวของสินเชื่อ 6.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย ตามงบการเงินรวมในไตรมาส 1/2560 มีจำนวน 10,624 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 33.2% จากไตรมาส 1/2559 เป็นผลจากการเติบโตอย่างต่อเนื่องของรายได้ค่าธรรมเนียมสุทธิ และรายได้สุทธิจากการรับประกันภัยที่ดีขึ้นจากการลดลงของค่าใช้จ่ายในการ รับประกันภัย
อัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพต่อสินเชื่อรวม ในไตรมาส 1/2560 อยู่ที่ 2.70% เพิ่มขึ้น 0.06% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2559 ส่วนใหญ่เกิดจากสินเชื่อเคหะและสินเชื่อธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม สำหรับไตรมาสนี้ ธนาคารได้ตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญจำนวน 5,010 ล้านบาท หรือ 1.03% ของสินเชื่อรวม ส่งผลให้อัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพเพิ่มขึ้น เป็น 133.4% ณ สิ้นไตรมาส 1/2560 จาก 122.8% ณ สิ้นไตรมาส 1/2559

อันดับ 2 คือ ธนาคารกสิกรไทย


ธนาคารกสิกรไทย ประกาศผลการดำเนินงานสำหรับไตรมาส 1 ปี 2560 โดยธนาคารและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิจำนวน 10,171 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.45% จากไตรมาสที่ 1 ของปี 2559
ผลการดำเนินงานสำหรับไตรมาส 1 ปี 2560 เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2559 ธนาคารและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิจำนวน 10,171 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนจำนวน 525 ล้านบาท หรือ 5.45% เกิดจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้นจำนวน 888 ล้านบาท หรือ 4.00% โดยอัตราผลตอบแทนสินทรัพย์ที่ก่อให้เกิดรายได้สุทธิ (Net interest margin: NIM) อยู่ที่ระดับ 3.41% อย่างไรก็ตาม รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยลดลงจำนวน 2,034 ล้านบาท หรือ 11.59% ส่วนใหญ่เป็นผลมาจากรายได้สุทธิจากการรับประกันภัย และรายได้จากผลิตภัณฑ์ตลาดทุนที่ลดลง รวมถึงการตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญตามภาวะเศรษฐกิจ ทั้งนี้ อัตราส่วนค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานอื่น ๆ ต่อรายได้จากการดำเนินงานสุทธิ (cost to income ratio) ในไตรมาสนี้อยู่ที่ระดับ 39.44%

อันดับ 3 คือ ธนาคารกรุงไทย


ธนาคารกรุงไทย ประกาศผลประกอบการในไตรมาสที่ 1/2560 มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของธนาคาร 8,532 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 992 ล้านบาท หรือร้อยละ 13.16 ทั้งนี้รายได้หลักยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยรายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้น 479 ล้านบาท และธนาคารมีการบริหารต้นทุนอย่างเหมาะสม โดยเศรษฐกิจไทยในช่วงต้นปี ภาคการส่งออกสินค้าฟื้นตัว การบริโภคภาคเอกชนและการท่องเที่ยวขยายตัว การใช้จ่ายภาครัฐเป็นแรงขับเคลื่อนของเศรษฐกิจ เปรียบเทียบกับไตรมาส 1/2559 ธนาคารและบริษัทย่อย มีกำไรจากการดำเนินงาน 18,403 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 144 ล้านบาท หรือร้อยละ 0.79 ภายหลังหักสำรองหนี้สูญและภาษีเงินได้
ในไตรมาส 1/2560 ธนาคารและบริษัทย่อยมีเงินให้สินเชื่อ 1,913,287 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9,198 ล้านบาท จากลูกค้าภาครัฐและธุรกิจขนาดใหญ่ มีเงินฝาก 1,991,444 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19,040 ล้านบาทจากสิ้นปี 2559 ธนาคารและบริษัทย่อยได้กันสำรองหนี้สูญ และขาดทุนจากการด้อยค่าจำนวน 7,460 ล้านบาท ลดลง 1,163 ล้านบาท และมีอัตราส่วนเงินสำรองค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพ เท่ากับร้อยละ 112.11 ลดลงจากร้อยละ 121.57 ณ 31 ธันวาคม 2559
ธนาคารและบริษัทย่อยมีสินเชื่อด้อยคุณภาพ (NPL) ณ 31 มีนาคม 2560 จำนวน 100,382 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9,254 ล้านบาท หรือร้อยละ 10.15 จากลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่และลูกค้าวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมในบางอุตสาหกรรม อัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพ NPL Ratio (Net) เท่ากับร้อยละ 1.94 และ NPL Ratio (Gross) เท่ากับร้อยละ 4.36 ทั้งนี้ธนาคารได้ดูแลคุณภาพสินทรัพย์อย่างใกล้ชิด มีความระมัดระวังในการพิจารณาสินเชื่อ รวมทั้งให้ความสำคัญในการติดตามหนี้อย่างรวดเร็ว และปรับโครงสร้างหนี้ตามความเหมาะสม
ธนาคารมีเงินกองทุนชั้นที่ 1 ที่เป็นส่วนของเจ้าของและเงินกองทุนชั้นที่ 1 เท่ากับ 243,521 ล้านบาท หรือร้อยละ 13.01 ของสินทรัพย์ถ่วงน้ำหนักตามความเสี่ยง เงินกองทุนทั้งสิ้นเท่ากับ 311,466 ล้านบาท หรือร้อยละ 16.64 ของสินทรัพย์ถ่วงน้ำหนักตามความเสี่ยง สำหรับอันดับความน่าเชื่อถือของธนาคารที่ได้รับ Standard & Poor's ระยะยาว/ระยะสั้น BBB / A-2 Moody's Investors Service ระยะยาว/ระยะสั้น Baa1 / P-2

เป็นอย่างไรกันบ้างคะกับ 3 ธนาคารดาวเด่น คงตรงใจใครหลายๆ คนกันนะคะ แต่ยังมีอีกหลายธนาคารที่ผลประกอบการน่าสนใจไม่น้อย เช่น ธนาคารทิสโก้ ที่มีอัตราการเพิ่มขึ้นของกำไรสูงที่สุด โดยมีกำไร 1.49 พันล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 18% จากช่วงไตรมาสแรกของปี 2559 และธนาคารธนชาต มีกำไร 3.2 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 15% จากช่วงไตรมาสแรกของปี 2559 ซึ่งนับเป็นตัวเลขที่น่าสนใจไม่น้อย แต่สำหรับนักลงทุน หรือผู้ที่สนใจแล้ว ก็คงต้องดูรายละเอียดในส่วนอื่นๆ ประกอบกันไปด้วย ลองหาอ่านเพิ่มเติมจากเว็บไซต์ของธนาคารที่คุณๆ สนใจได้เลย แล้วพบกันใหม่ในบทความหน้าค่ะ
เขียนโดย เช็คราคา.คอม Money Guru

Line กูรู
พูดคุยกับกูรูได้ที่

แนะนำบัญชีเงินฝากประจำล่าสุด

ธนาคารทิสโก้ ธนาคารทิสโก้
ธนาคารเกียรตินาคินภัทร ธนาคารเกียรตินาคินภัทร
ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย
ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์

บทความดอกเบี้ยเงินฝากล่าสุด

ดูทั้งหมด

ข่าวดอกเบี้ยเงินฝากล่าสุด

ดูทั้งหมด