
มีอะไรใหม่ และดีอย่างไร? กับบริการรับ-โอนเงินแบบ "พร้อมเพย์ - PromptPay" (Any ID)
เดือนนี้แล้วนะคะ ที่บรรดาธนาคารพาณิชย์หลายแห่งจะเปิดให้ประชาชนอย่างเราๆ เริ่มลงทะเบียนใช้บริการระบบการเงินที่มีชื่อว่า "พร้อมเพย์" หรือ "PromptPay" แต่หลายคนอาจยังสงสัยว่า เจ้าระบบพร้อมเพย์ที่พูดๆ กันอยู่นี้คืออะไร วิธีใช้งานจะซับซ้อนหรือไม่ และมีข้อดีอะไรบ้างที่เราควรสมัครใช้บริการ วันนี้ CheckRaka.com มีรายละเอียดในเรื่องนี้มาฝากกันค่ะ
"พร้อมเพย์ - PromptPay" คืออะไร?
"พร้อมเพย์ - PromptPay" คือ บริการโอนเงินและรับเงินรูปแบบใหม่ ที่ใช้เพียงหมายเลขโทรศัพท์มือถือ และ/หรือ เลขประจำตัวประชาชน แทนการโอนเงินแบบเดิมที่ต้องใช้เลขที่บัญชีเงินฝากของผู้รับเงิน (ซึ่งมีหลายหลักและยากต่อการจดจำ) ช่วยให้เรา (รวมถึงภาคธุรกิจ) สามารถโอนเงินให้แก่กันได้ง่ายขึ้น อีกทั้งยังมีช่องทางการทำธุรกรรมทางการเงินให้เลือกหลากหลาย ทั้งตู้ ATM, Internet Banking, Mobile Banking หรือสาขาของธนาคาร ทำให้การใช้งานเป็นไปอย่างสะดวก รวดเร็ว ตอบสนองต่อไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตในยุคปัจจุบันมากยิ่งขึ้นค่ะ
"พร้อมเพย์ - PromptPay" มีที่มาอย่างไร?
ที่ผ่านมาหลายคนอาจเคยได้ยินผ่านหูกันมาบ้างกับชื่อโครงการการชำระเงินแบบนานานาม หรือ "Any ID" ซึ่งเป็นหนึ่งในแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ (National e-Payment) ที่รัฐบาลและธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ร่วมกันจัดทำขึ้น โดยได้รับความร่วมมือจากสมาคมธนาคารไทย และบริษัท National ITMX ผู้พัฒนาระบบ ต่อมา ธปท. ขอเปลี่ยนชื่อโครงการเป็น "พร้อมเพย์" ในภาษาไทย และ "PromptPay" ในภาษาอังกฤษ เพื่อให้สื่อความหมายถึงเรื่องการโอนและการชำระเงินที่สะดวก พร้อมทำธุรกรรมทางการเงินได้ทุกที่ ทุกเวลานั่นเองค่ะ
"พร้อมเพย์ - PromptPay" มีข้อดีอะไรบ้าง
1. ค่าธรรมเนียมการโอนเงินถูกลง
เรื่องค่าธรรมเนียมคงเป็นปัจจัยอันดับต้นๆ ที่ทำให้หลายคนเลือกว่าจะโอนเงินผ่านธนาคารไหน? ช่องทางอะไร? ซึ่งขอบอกไว้ตรงนี้เลยค่ะว่า หากไม่อยากต้องมาเปรียบเทียบค่าธรรมเนียมกันให้ปวดหัวอีกต่อไป ก็ควรหันมาใช้ระบบการโอนเงินแบบ "พร้อมเพย์ - PromptPay" นะคะ เพราะค่าธรรมเนียมการโอนจะ "ถูกลงกว่าเดิม" เพื่อจูงใจให้คนหันมาใช้ระบบนี้กันมากขึ้น โดยโครงสร้างการคิดค่าธรรมเนียมจะแตกต่างจากการโอนเงินในปัจจุบัน ดังนี้
ไม่มีการคิดค่าธรรมเนียมแยกรายการแบบในเขต/ข้ามเขต
ไม่มีการคิดค่าธรรมเนียมรายการโอนในธนาคารเดียวกัน/ต่างธนาคาร
แต่จะคิดค่าธรรมเนียมการโอนจากวงเงินที่เราโอนไปแทน
ไม่กำหนดจำนวนครั้งในการโอนต่อวัน
วงเงินสูงสุดในการโอนต่อรายการ ต่อวันนั้นจะขึ้นอยู่กับธนาคารที่เราผูกบัญชีเป็นผู้กำหนด

2. ไม่ต้องจำเลขที่บัญชีเงินฝาก
เพียงแค่บอกตัวเลขง่ายๆ ที่เราจดจำกันได้ดีอยู่แล้วอย่าง เบอร์โทรศัพท์มือถือ 10 หลัก หรือ เลขบัตรประจำตัวประชาชน 13 หลัก ที่ได้ลงทะเบียนในระบบ "พร้อมเพย์ - PromptPay" และผูกกับเลขที่บัญชีธนาคารไว้ ผู้โอนก็จะสามารถโอนเงินให้แก่เราได้ทันที โดยที่เราไม่ต้องเสียเวลาจำหรือหาเลขที่บัญชี และผู้โอนก็ไม่จำเป็นต้องสอบถามเลขที่บัญชี หรือสาขาของบัญชีที่ต้องการโอนเงินให้เราอีกต่อไป ซึ่งจะช่วยให้การรับและโอนเงินเป็นเรื่องง่ายขึ้น ต่างจากระบบการโอนเงินแบบเดิม ที่ผู้โอนจะต้องสอบถามเลขที่บัญชี (รวมถึงธนาคารและสาขาของธนาคาร) ให้แน่ชัดเสียก่อน จึงจะสามารถโอนเงินให้แก่เราได้ค่ะ
3. รับ - โอนเงินได้สะดวก รวดเร็วขึ้น
"พร้อมเพย์ - PromptPay" ช่วยอำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวันมากขึ้นค่ะ เพราะเราสามารถทำธุรกรรมทางการเงินได้ทุกที่ ทุกเวลา จากหลากหลายช่องทาง ไม่ว่าจะเป็น ATM, Internet Banking, Mobile Banking หรือสาขาของธนาคาร ทำให้การรับ-โอนเงินให้คนในครอบครัว โอนเงินซื้อของ/จ่ายค่าเดินทาง โอนเงินค่าอาหารมื้อค่ำที่แชร์กันกับเพื่อนๆ เป็นไปอย่างง่ายดาย
ทั้งนี้ แม้ว่ารัฐบาลจะไม่ได้บังคับให้ทุกคนต้องสมัครใช้ "พร้อมเพย์" หรือ "Any ID" แต่โดยส่วนตัวแล้ว ขอแนะนำให้ทยอยไปลงทะเบียนไว้จะดีกว่านะคะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่จำเป็นต้องรับเงินสวัสดิการจากภาครัฐ เช่น รับเบี้ยยังชีพผู้พิการ, เบี้ยยังชีพคนชรา, เงินชดเชยรายได้เกษตรกร, มาตรการเพิ่มรายได้ให้แก่ผู้มีรายได้น้อย, โครงการผู้ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ ฯลฯ รวมถึงมนุษย์เงินเดือนหรือผู้มีเงินได้ทั้งหลายที่ต้องรับเงินคืนภาษีจากกรมสรรพากร ซึ่งเมื่อเราลงทะเบียนสมัครใช้ "พร้อมเพย์ - PromptPay" แล้ว ก็สามารถรับเงินตรงเข้าบัญชีได้เลย ไม่ต้องเดินทางไปรับเงินด้วยตัวเอง และไม่ต้องกังวลว่าเอกสารหรือเช็คคืนภาษีที่จะส่งมาให้นั้นจะมาถึงหรือไม่ เมื่อใด ช่วยเพิ่มความสะดวกให้แก่เราได้มากขึ้นค่ะ
4. ปลอดภัย หายห่วง
ระบบการโอนและชำระเงินแบบ "พร้อมเพย์ - PromptPay" มีความปลอดภัยสูงตามมาตรฐานสากล และอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของธนาคารแห่งประเทศไทยอย่างใกล้ชิด เช่นเดียวกับการโอนเงินประเภทต่างๆ ที่มีให้บริการอยู่ในปัจจุบัน ทำให้ผู้ใช้บริการอย่างเราๆ มั่นใจได้ค่ะว่า เงินที่เราโอนไปนั้นจะส่งตรงถึงมือผู้รับอย่างครบถ้วนและถูกต้องแน่นอน โดยเรายังสามารถตรวจสอบรายการโอนเงินย้อนหลังได้อีกด้วยนะคะ และในอีกแง่หนึ่งนั้น...ระบบพร้อมเพย์ก็ยังช่วยลดความเสี่ยงจากการพกพาเงินสด ที่หากหากเราระมัดระวังไม่มากพอก็อาจเผลอทำเงินตกหล่น สูญหาย หรือหากโชคร้ายก็อาจถูกขโมยไประหว่างการเดินทางได้ด้วยค่ะ
5. สอดคล้องกับเทคโนโลยี มุ่งสู่ e-Payment
ในอนาคตอันใกล้ เราจะเห็นรูปแบบการชำระเงินที่ใช้เงินสดน้อยลง แต่จะเปลี่ยนเป็นการใช้จ่ายผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเทคโนโลยีและอินเทอร์เน็ตเข้ามามีบทบาทมากขึ้น คล้ายกับต่างประเทศที่ใช้ e-Payment กันอย่างแพร่หลาย ซึ่งขณะนี้ รัฐบาลก็กำลังผลักดันนโยบายการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Payment) ทั้ง 5 โครงการ ได้แก่
- โครงการระบบการชำระเงินแบบ Any ID หรือที่รู้จักกันในชื่อใหม่ว่า "พร้อมเพย์ - PromptPay" ซึ่งรัฐบาลร่วมกับธนาคารต่างๆ ได้เริ่มเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนกันแล้วในขณะนี้
- โครงการขยายการใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ มีจุดประสงค์เพื่อให้ประชาชนหันมาใช้จ่ายผ่านบัตรเดบิต (Debit card) และบัตรเครดิต (Credit Card) กันมากขึ้น โดยก่อนหน้านี้ก็ได้รณรงค์ให้ประชาชนหันมาใช้บัตรเดบิตแบบที่มีชิปการ์ด ซึ่งจะช่วยเพิ่มความปลอดภัยจากการใช้บัตรฯ มากขึ้นด้วย
- โครงการระบบภาษีและเอกสารธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาระบบให้เป็นแบบ e-Tax Invioce และ e-Receipt ช่วยอำนวยความสะดวกในการยื่นภาษีและเอกสารการทำธุรกรรมมากขึ้น
- โครงการ e-Payment ภาครัฐ ส่งเสริมให้หน่วยงานภาครัฐรับ-จ่ายเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์ และจะเริ่มโอนเงินสวัสดิการประชาชนผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ในเดือนกันยายน 2559 ที่จะถึงนี้
- โครงการให้ความรู้และส่งเสริมการใช้ธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ เป็นการกระจายข่าวสารและให้ความรู้แก่ประชาชนในทุกด้าน ทุกภาคส่วน เพื่อให้ได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน และสามารถทำธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ได้

การเริ่มต้นใช้งาน "พร้อมเพย์ - PromptPay"
1. ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง?
การเริ่มต้นใช้งานระบบการชำระเงินแบบ "พร้อมเพย์ - PromptPay" นั้นไม่ยากเลยค่ะ เพียงแค่เตรียมเอกสารเพื่อลงทะเบียน 3 อย่าง ดังนี้
- สมุดบัญชีหรือเลขที่บัญชีเงินฝาก
เราสามารถเลือกบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ หรือบัญชีเงินฝากกระแสรายวันของธนาคารใดก็ได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นธนาคารของรัฐ และบัญชีนั้นก็ไม่จำเป็นจะต้องมีบัตรเดบิต (Debit Card) หรือบัตร ATM นะคะ แต่มีข้อแม้ว่าจะต้องไม่ใช่บัญชีออมทรัพย์พิเศษ เช่น ME By TMB และต้องไม่เป็นบัญชีร่วม/และ/หรือ นะคะ - บัตรประจำตัวประชาชน
- หมายเลขโทรศัพท์มือถือ
สามารถใช้ได้ทั้งเบอร์โทรศัพท์มือถือแบบรายเดือน และเติมเงิน โดยเบอร์นั้นต้องลงทะเบียนผู้ใช้งานซิมไว้แล้ว ส่วนหมายเลขโทรศัพท์บ้านนั้นไม่สามารถใช้ลงทะเบียนได้ค่ะ เพราะในการใช้งานจริงจะมีการส่ง SMS รหัส OTP (One Time Password) มาให้เรายืนยันด้วย และหากใครไปลงทะเบียนที่สาขาธนาคารก็อาจพกหลักฐานที่แสดงว่าเราเป็นเจ้าของเบอร์โทรศัพท์ เช่น ใบแจ้งหนี้โทรศัพท์มือถือ ไปด้วยก็ดีนะคะ
2. ติดต่อลงทะเบียนได้ที่ไหน?
เราสามารถลงทะเบียนใช้งานระบบ "พร้อมเพย์ - PromptPay" ได้ถึง 4 ช่องทาง คือ
- เครื่อง ATM
- Internet Banking
- Mobile Banking
- สาขาธนาคาร
- ธนาคารกรุงเทพ
- ธนาคารกรุงไทย
- ธนาคารกรุงศรีอยุธยา
- ธนาคารกสิกรไทย
- ธนาคารเกียรตินาคิน
- ธนาคารซิตี้แบงก์
- ธนาคารซีไอเอ็มบีไทย
- ธนาคารทหารไทย
- ธนาคารทิสโก้
- ธนาคารไทยพาณิชย์
- ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร
- ธนาคารธนชาต
- ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย
- ธนาคารยูโอบี
- ธนาคารแลน์ แอนด์ เฮ้าส์
- ธนาคารออมสิน
- ธนาคารอาคารสงเคราะห์
3. รูปแบบการผูกบัญชีเป็นอย่างไร?
รูปแบบการผูกบัญชีนั้นสามารถทำได้หลายลักษณะ ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับว่าเจ้าของบัญชี และเจ้าของเบอร์โทรศัพท์มือถืออย่างเราๆ จะกำหนดไว้เป็นอย่างไรนะคะ โดยหลักเกณฑ์ที่ ธปท. กำหนดไว้ มีดังนี้
- เลขบัตรประจำตัวประชาชน ผูกได้กับ บัญชีเงินฝาก 1 บัญชีเท่านั้น
- เบอร์โทรศัพท์มือถือ 1 เบอร์ ผูกได้กับ บัญชีเงินฝาก 1 บัญชีเท่านั้น
- บัญชีเงินฝาก 1 บัญชี สามารถผูกกับเบอร์โทรศัพท์มือถือได้สูงสุดตามที่ธนาคารแต่ละแห่งกำหนด
- บัญชีเงินฝากธนาคาร 1 บัญชี ผูกได้กับ ทั้งเลขประจำตัวประชาชน และหมายเลขโทรศัพท์มือถือ

4. เริ่มลงทะเบียน และเริ่มใช้งานได้เมื่อใด?
สำหรับผู้ที่สนใจ สามาถลงทะเบียนและผูกบัญชีเพื่อใช้งานระบบการชำระเงินแบบ "พร้อมเพย์" ได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย และยังไม่มีระยะเวลาสิ้นสุดการลงทะเบียนกำหนดไว้ ใครพร้อมก่อนก็ทยอยลงทะเบียนกันได้เลยนะคะ
การลงทะเบียน
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประกาศเลื่อนการให้บริการพร้อมเพย์ สำหรับธุรกรรมระหว่างบุคคลธรรมดา (บริการโอนเงินรายย่อย ระหว่างประชาชนด้วยกัน) ออกไปเป็นไตรมาสแรกของปี 2560 เพื่อเตรียมความพร้่อมของระบบให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น (จากเดิมที่คาดว่าจะเริ่มให้บริการได้ภาในเดือนตุลาคม 2559) แต่สำหรับการโอนเงินสวัสดิการจากภาครัฐสู่ประชาชน จะพร้อมให้บริการภายในปี 2559 นี้ค่ะ
การลงทะเบียน
- ลงทะเบียนล่วงหน้า
ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 59 นี้ ธนาคารที่มีความพร้อมจะเปิดให้ประชาชนสามารถลงทะเบียนล่วงหน้าเพื่อใช้งานระบบพร้อมเพย์ โดยจะแจ้งผลการลงทะเบียนให้เราทราบผ่าน SMS, E-mail ตามที่เราระบุไว้ หลังวันที่ 15 กรกฎาคม 2559 - ลงทะเบียนปกติ
วันที่ 15 ก.ค. 59 เป็นต้นไป ระบบกลางพร้อมให้บริการลงทะเบียน ซึ่งเราสามารถไปลงทะเบียนได้ตามช่องทางต่างๆ ของธนาคารพาณิชย์ทุกแห่ง และจะทราบผลการลงทะเบียนทันทีค่ะ
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประกาศเลื่อนการให้บริการพร้อมเพย์ สำหรับธุรกรรมระหว่างบุคคลธรรมดา (บริการโอนเงินรายย่อย ระหว่างประชาชนด้วยกัน) ออกไปเป็นไตรมาสแรกของปี 2560 เพื่อเตรียมความพร้่อมของระบบให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น (จากเดิมที่คาดว่าจะเริ่มให้บริการได้ภาในเดือนตุลาคม 2559) แต่สำหรับการโอนเงินสวัสดิการจากภาครัฐสู่ประชาชน จะพร้อมให้บริการภายในปี 2559 นี้ค่ะ
5. คำถามยอดฮิตของการใช้งาน "พร้อมเพย์ - PromptPay"
เพื่อให้กระจ่างมากขึ้น CheckRaka.com ก็ได้รวบรวมคำถามที่หลายคนอาจยังมีข้อสงสัยเพิ่มเติม เกี่ยวกับการใช้งานในระบบ "พร้อมเพย์ - PromptPay" มาฝากกันด้วยนะคะ
| ถาม : ควรเลือกบัญชีไหน ธนาคารอะไร เพื่อลงทะเบียน "พร้อมเพย์ - PromptPay" |
| ตอบ : การตัดสินใจเลือกบัญชีเงินฝากเพื่อลงทะเบียนนั้น ควรขึ้นอยู่กับความพึงพอใจและความสะดวกในการใช้งานของแต่ละคนเป็นหลักค่ะ เพราะเมื่อลงทะเบียนแล้ว ข้อมูลของเราจะเข้าสู่ "ระบบกลาง" ซึ่งการทำธุรกรรมต่างๆ รวมถึงอัตราค่าธรรมเนียมจะใช้มาตรฐานเดียวกันค่ะ |
| ถาม : หากไม่ละทะเบียน จะสามารถใช้งาน "พร้อมเพย์ - PromptPay" ได้หรือไม่ |
ตอบ : ขึ้นอยู่กับว่าเราเป็นผู้โอนหรือผู้รับโอนเงิน โดยหากเป็น...
|
| ถาม : หากทำรายการโอนเงินผ่าน "พร้อมเพย์ - PromptPay" แต่เกิดผิดพลาดจะทำอย่างไร |
| ตอบ : หากเกิดกรณีทำรายการโอนผิดพลาด เช่น เงินไม่เข้าปลายทางแต่ถูกตัดจากบัญชีต้นทางไปแล้ว หรือโอนเงินผิด ก็ควรเก็บรายละเอียดหรือหลักฐานในการโอนเงินต่างๆ และรีบแจ้งให้ธนาคารต้นทางของผู้โอนเงินทราบเพื่อตรวจสอบ ซึ่งธนาคารต่างๆ ก็ได้มีมาตรการเตรียมพร้อมไว้แล้ว |
| ถาม : มีบัญชีและเบอร์โทรศัพท์ที่ใช้บริการ Mobile Banking อยู่แล้ว จำเป็นต้องลงทะเบียน "พร้อมเพย์" ด้วยหรือไม่ |
| ตอบ : "พร้อมเพย์ - PromptPay" กับ "Mobile Banking" เป็นคนละระบบ ไม่เกี่ยวกันค่ะ หากต้องการนำบัญชีและเบอร์โทรศัพท์ในระบบ Mobile Banking มาใช้บริการ พร้อมเพย์ - PromptPay ด้วยก็สามารถลงทะเบียนใช้งานได้ |
| ถาม : หากเบอร์โทรศัพท์มือถือของผู้รับเงินโอนถูกระงับสัญญาณ หรือถูกยกเลิกไปแล้ว จะส่งผลอย่างไรต่อการโอนเงิน |
ตอบ :
|
| ถาม : ข้อมูลการใช้งาน "พร้อมเพย์ - PromptPay" ถูกเก็บไว้ในบัตรประชาชน, บัตรเดบิต, บัตร ATM หรือไม่ |
| ตอบ : ข้อมูลต่างๆ จะถูกเก็บไว้ในระบบกลางที่มีความปลอดภัยสูง และมีระบบสำรองที่มั่นคง โดยอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของธนาคารแห่งประเทศไทยอย่างใกล้ชิด ไม่ได้ถูกเก็บไว้ในบัตรประชาชน, บัตรเดบิต หรือบัตร ATM แต่อย่างใดค่ะ หากกรณีเรามีการเปลี่ยนบัตรต่างๆ ก็ยังสามารถใข้งานรับ-โอน เงินในระบบพร้อมเพย์ได้ตามปกติค่ะ |
| ถาม : ลงทะเบียน "พร้อมเพย์ - PromptPay" ไปแล้ว แต่หากมีการเปลี่ยนแปลงเบอร์โทรศัพท์มือถือ ต้องทำอย่างไร |
ตอบ :
|
| ถาม : ใช้ "พร้อมเพย์ - PromptPay" โอนเงินไปต่างประเทศได้หรือไม่ |
| ตอบ : ไม่ได้ เนื่องจาก "พร้อมเพย์ - PromptPay" เป็นบริการโอนเงินเฉพาะภายในประเทศเท่านั้น |
| บุคคลต่างด้าวสามารถใช้ "พร้อมเพย์ - PromptPay" ได้หรือไม่ |
| ตอบ : หากบุคคลต่างด้าวมีบัญชีเงินฝากธนาคาร ก็สามารถใช้ผูกกับเบอร์โทรศัพท์มือถือที่ลงทะเบียนผู้ใช้งานซิมไว้แล้วได้ |
เชื่อว่า "พร้อมเพย์ - PromptPay" จะเป็นอีกหนึ่งบริการดีๆ ที่ทำให้เราโอนเงินไปมาหากันได้สะดวกมากขึ้น โดยบริการนี้จะมีประสิทธิภาพสูงสุดก็ต่อเมื่อประชาชนหันมาใช้บริการกันอย่างแพร่หลาย หากใครต้องการความ "ง่าย สะดวก และรวดเร็ว" ในการทำธุรกรรมก็อย่าลืมไปลงทะเบียนกันไว้นะคะ แล้วตุลาคมนี้รับรองว่าการรับและโอนเงินของเราจะกลายเป็นง่ายขึ้นอีกเยอะเลยทีเดียว :)
เขียนโดย
เช็คราคา.คอม
Money Guru
พูดคุยกับกูรูได้ที่
