• ร่วมฝ่าวิกฤต Covid-19 กับ "มาตรการเยียวยาลูกหนี้สินเชื่อ และบัตรเครดิต" จากทุกธนาคาร

    26 มี.ค. 63 1,314

    ร่วมฝ่าวิกฤต Covid-19 กับ "มาตรการเยียวยาลูกหนี้สินเชื่อ และบัตรเครดิต" จากทุกธนาคาร

    นาทีนี้ต้องยอมรับว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส Covid-19 ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างในหลายภาคส่วน และด้วยมาตรการที่เข้มงวดในการสกัดกั้นการแพร่เชื้อ ไม่ว่าจะเป็นการปิดห้างฯ ร้านค้า และสถานที่ต่างๆ ย่อมส่งผลต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ทั้งการผลิต การบริโภค และการลงทุนทั้งสิ้น และด้วยเหตุนี้ธนาคารต่างๆ จึงได้ออกมาตรการให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ของธนาคาร ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไว้หลากหลายรูปแบบ ซึ่งทางทีมเช็คราคาขอร่วมเป็นกำลังใจให้ทุกคนฝ่าวิกฤต Covid-19 นี้ไปให้ได้ โดยพวกเราได้รวบรวมมาตรการในเรื่องสินเชื่อรายย่อย (สินเชื่อเงินสด และบัตรเครดิต) ไว้ให้ ลูกหนี้ และผู้ได้รับผลกระทบทั้งหลายมาเช็กข้อมูลกันได้ที่นี่เลย

    มาตรการการให้ความช่วยเหลือจาก "ธนาคารกรุงเทพ"

    ธนาคารกรุงเทพ มีการปรับเพิ่มมาตรการช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจ ครอบคลุมลูกค้าสินเชื่อธุรกิจ ลูกค้าสินเชื่อบัตรเครดิต ลูกค้าสินเชื่อบ้านและบุคคล ที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจ ทั้งจากสงครามการค้า (Trade War) ภัยแล้ง และการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 พร้อมขยายระยะเวลาให้ความช่วยเหลือถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2564 ซึ่งเป็นสิ่งเพิ่มเติมจากที่เคยประกาศไปก่อนหน้านี้ โดยธนาคารมีการพิจารณาปรับและผ่อนปรนเงื่อนไขการชำระหนี้ และการพิจารณาปรับปรุงโครงสร้างหนี้ให้แก่ลูกค้าเป็นรายกรณี 
    • ลูกค้าสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย และสินเชื่อบุคคลอื่นๆ
      - ธนาคารขยายระยะเวลาการชำระหนี้ ผ่อนผันให้ปลอดการชำระเงินต้นสูงสุดไม่เกิน 12 เดือน
      - ปรับยอดผ่อนชำระรายเดือนลงสูงสุด 40% ไม่เกิน 24 เดือน
      - ปรับลดอัตราดอกเบี้ยให้ระยะเวลาหนึ่ง
      - ยกเว้นดอกเบี้ยผิดนัด ซึ่งเกิดจากปัญหาสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ
    • ลูกค้าสินเชื่อบัตรเครดิต
      - ธนาคารช่วยเหลือโดยผ่อนผันให้ไม่ต้องผ่อนชำระหนี้ตามยอดเรียกเก็บไม่เกิน 3 รอบบัญชี
      - ปรับลดอัตราผ่อนชำระหนี้บัตรเครดิตขั้นต่ำให้ต่ำกว่า 10% ของยอดคงค้าง
      - ปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงจากอัตราปกติ 50% ไม่เกินเดือนธันวาคม 2564
      - ยกเว้นดอกเบี้ยจากหนี้ที่ค้างชำระ ซึ่งเกิดจากปัญหาสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ
    ลูกค้าสามารถติดต่อขอทราบรายละเอียดและขอใช้บริการดังกล่าวได้ที่สำนักธุรกิจและสาขาของธนาคาร หรือสอบถามข้อมูลเบื้องต้นได้ที่บัวหลวงโฟน โทร. 1333 หรือ 02-645-5555 ส่วนการบริการสมาชิกบัตร โทร. 02-638-000 

    มาตรการการให้ความช่วยเหลือจาก "ธนาคารกรุงไทย"

    ธนาคารกรุงไทย เพิ่มมาตรการช่วยเหลือลูกค้าทุกกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติเศรษฐกิจ ดังนี้
    • ลูกค้ารายย่อยที่กู้สินเชื่อบ้าน สินเชื่อบุคคล พักชำระเงินต้นสูงสุด 12 เดือน
    ติดต่อขอรับความช่วยเหลือได้ทุกสาขาและสำนักงานธุรกิจทั่วประเทศ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ Krungthai Contact Center 02-111-1111

    มาตรการการให้ความช่วยเหลือจาก "ธนาคารกรุงศรีอยุธยา" และ "กรุงศรี คอนซูมเมอร์"

    ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ ออกมาตรการช่วยเหลือลูกค้าผู้ประกอบการรายย่อย และลูกค้าบุคคลที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ใหม่ 2019 (COVID-19) ระยะเวลาโครงการสิ้นสุด ธันวาคม 2564 โดยมีรายละเอียด ดังนี้
    ลูกค้าสินเชื่อที่อยู่อาศัย และสินเชื่อบุคคล
    • พักชำระหนี้เงินต้น สูงสุดไม่เกิน 6 เดือน
    • ปรับลดจำนวนเงินผ่อนชำระค่างวด
    ลูกค้ากรุงศรี คอนซูมเมอร์ (สำหรับผู้ที่อยู่ในอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19)
    • พักชำระหนี้ สูงสุดไม่เกิน 3 เดือน
    • หลังจากนั้น สำหรับลูกค้าบัตรเครดิต ลดอัตราการผ่อนชำระจาก 10% เป็น 5% และ
    • สำหรับลูกค้าสินเชื่อส่วนบุคคล ลดอัตราการผ่อนชำระจาก 5% เป็น 3% หรือปรับลดยอดผ่อนชำระรายเดือนเป็นรายกรณี
    ลูกค้ากรุงศรีสามารถติดต่อขอทราบรายละเอียดจากธนาคารและบริษัทในเครือกรุงศรี กรุ๊ป ดังนี้
    - ลูกค้าสินเชื่อที่อยู่อาศัย สินเชื่อบุคคล และลูกค้าสินเชื่อเพื่อธุรกิจรายย่อย ติดต่อสาขาของธนาคารหรือ Krungsri Call Center 1572
    - ลูกค้ากรุงศรี คอนซูมเมอร์ ติดต่อศูนย์บริการลูกค้าของแต่ละบริษัทภายใต้กรุงศรี คอนซูมเมอร์
    • ศูนย์บริการสมาชิกบัตรเครดิตกรุงศรีอยุธยา 02-646-3555
    • ศูนย์บริการสมาชิกบัตรเครดิต เซ็นทรัล เดอะวัน 02-627-8111
    • ศูนย์บริการสมาชิกบัตรกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ 02-345-6789
    • ศูนย์บริการสมาชิกบัตรเครดิตเทสโก้ โลตัส วีซ่า 1712

    มาตรการการให้ความช่วยเหลือจาก "ธนาคารกสิกรไทย"

    เพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบจากภาวะการชะลอตัวของเศรษฐกิจโดยรวม ธนาคารกสิกรไทย เดินหน้าลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ MOR ลง 0.25% เหลือ 6.62% และลด MRR ลง 0.12% เหลือ 6.50% เพื่อช่วยลดภาระให้แก่ลูกค้าของธนาคารโดยเฉพาะกลุ่มลูกค้า SME และ บุคคลธรรมดา โดยมีมาตรการสำหรับลูกค้ารายย่อย ดังนี้
    • สินเชื่อบัตรเครดิต และ สินเชื่อส่วนบุคคล : ผ่อนชำระเฉพาะดอกเบี้ย ถึงรอบบัญชีเดือนธันวาคม 2563
    ทั้งนี้ ธนาคารไม่ได้มีการลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์บุคคลธรรมดาแต่อย่างใด หากแต่ลดเฉพาะอัตราดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์นิติบุคคลลง 0.05% และ เงินฝากประจำลง 0.10%-0.25% โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 24 มีนาคม 2563 เป็นต้นไป
    สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ K-Contact Center โทร. 02-888-8888

    มาตรการการให้ความช่วยเหลือจาก "ธนาคารเกียรตินาคิน"

    ธนาคารเกียรตินาคิน ออกมาตรการให้ความช่วยเหลือกลุ่มลูกค้าสินเชื่อธุรกิจโรงแรม และกลุ่มลูกค้าสินเชื่อรายย่อย ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา โดยการพักชำระหนี้เงินต้นสำหรับลูกค้าสินเชื่อธุรกิจโรงแรมทั้งหมด และลดดอกเบี้ย และพิจารณาการขยายระยะเวลาชำระหนี้เป็นรายกรณีสำหรับกลุ่มลูกค้าสินเชื่อรายย่อย
    มาตรการสำหรับลูกค้ารายย่อย
    • พักชำระหนี้สูงสุด 6 เดือน
    • ให้ส่วนลดดอกเบี้ย
    • ขยายระยะเวลาผ่อนชำระหนี้ 
    สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 02-165-5555

    มาตรการการให้ความช่วยเหลือจาก "ธนาคารซีไอเอ็มบี (ไทย)"

    สำหรับลูกค้าธนาคารซีไอเอ็มบี (ไทย) ที่ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจจาก "COVID -19" และประสงค์จะเข้าร่วมโครงการให้ความช่วยเหลือ ธนาคารมีมาตรการไว้รองรับ โดยมีรายละเอียด ดังนี้ สามารถติดต่อเพื่อขอทราบรายละเอียดเพิ่มเติม และเข้าร่วมโครงการได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
    มาตรการสำหรับลูกค้ารายย่อย 
    • ผ่อนปรนการผ่อนชำระค่างวดชั่วคราว
    • ลดภาระการผ่อนชำระ
    • ขยายระยะเวลาการผ่อนชำระหนี้
    สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อสาขาของธนาคาร หรือ CIMB THAI Care Center โทร. 02-626-7777

    มาตรการการให้ความช่วยเหลือจาก "ธนาคารทิสโก้"

    ธนาคารทิสโก้ พร้อมดูแลลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 โดยมีมาตรการช่วยเหลือ ดังนี้
    ลูกหนี้รายย่อย
    • ผ่อนปรนการชำระเงินต้นชั่วคราวไม่เกิน 6 เดือน
    • ลดภาระการผ่อนชำระ
    • ขยายระยะเวลาการชำระหนี้
    • ลดค่าธรรมเนียม
    สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 02-080-6000 หรือ 02-633-6000 กด 1

    มาตรการการให้ความช่วยเหลือจาก "ธนาคารทหารไทย"

    ธนาคารทหารไทย ออกมาตรการ "ตั้งหลัก" เพื่อเยียวยาลูกค้าผู้ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจ อันเนื่องมาจากสถานการณ์ต่างๆ ที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจทั้งทางตรงและทางอ้อม เช่น การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา (COVID-19), ภัยแล้ง, ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว หรือสงครามการค้า ที่ส่งผลกระทบต่อรายได้ การดำเนินชีวิต หรือการประกอบธุรกิจ ระยะเวลาโครงการ ตั้งแต่วันที่ 18 ก.พ. 63 - 31 ธ.ค. 64 โดยมีรายละเอียด ดังนี้
    มาตรการสำหรับลูกค้ารายย่อย
    • สินเชื่อบุคคล ทีเอ็มบี : มาตรการความช่วยเหลือ สำหรับลูกค้า Cash2Go พักชำระหนี้ (เงินต้นและดอกเบี้ย) ได้สูงสุดไม่เกิน 3 เดือน และเมื่อครบกำหนดให้กลับมาชำระหนี้ตามปกติ ขยายระยะเวลาการชำระคืนเงินกู้เพิ่มขึ้นอีก 3 เดือน หรือจนกว่าจะชำระคืนเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยครบถ้วน
    • บัตรกดเงินสด ทีเอ็มบี : มาตรการความช่วยเหลือ สำหรับลูกค้าบัตรกดเงินสด Ready Cash ยกเว้นการชำระคืนเงินต้นและดอกเบี้ยได้สูงสุดไม่เกิน 3 รอบบัญชี ตั้งแต่รอบบัญชีที่ 4 ลูกค้ากลับมาชำระหนี้ตามปกติ โดยมีเงื่อนไขการชำระในรอบบัญชีที่ 4 จะนับรวมเงินต้นและดอกเบี้ยที่ค้างชำระตั้งแต่ 3 รอบบัญชีก่อนหน้า โดยไม่ถือว่าเป็นการผิดนัดชำระหนี้
    • บัตรเครดิต ทีเอ็มบี : มาตรการความช่วยเหลือ สำหรับลูกค้าบัตรเครดิต TMB
      - ยกเว้นการชำระยอดการใช้จ่ายบัตรเครดิต เป็นเวลา 3 รอบบัญชี นับจากวันที่ลูกค้าโทรติดต่อเข้ามาแจ้งความประสงค์ โดยลูกค้าสามารถเริ่มชำระยอดใช้จ่ายบัตรเครดิต ตั้งแต่รอบบัญชีที่ 4 เป็นต้นไป
      - สำหรับการคิดดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียม (ถ้ามี) จะคำนวณตามปกติ แต่ไม่ถูกบันทึกเป็นการผิดนัดชำระหนี้ โดยรอบบัญชีที่ 4 ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจะถูกคำนวณจากเงินต้นคงค้างรวมกับดอกเบี้ย
      - กรณีมียอดแบ่งจ่ายรายเดือน TMB So GooOD, โปรแกรมผ่อนชำระ (IPP) และ บริการ TMB เงินสดผ่อนชิลล์ๆ ลูกค้าต้องดำเนินการชำระยอดผ่อนชำระของ 3 รอบบัญชีก่อนหน้า ในรอบบัญชีที่ 4
    สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 1588 

    มาตรการการให้ความช่วยเหลือจาก "ธนาคารไทยพาณิชย์"

    ธนาคารไทยพาณิชย์ ออกมาตรการพิเศษ เพื่อช่วยเหลือธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยว รวมถึงธุรกิจอื่นๆ ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 (Covid-19) โดยสนับสนุนให้ธุรกิจที่เกี่ยวข้องสามารถรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าวได้อย่างแข็งแกร่ง และสำหรับลูกค้าบุคคล และผู้ประกอบการรายย่อย ธนาคารมีมาตรการ ดังนี้
    • สินเชื่อบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล : พักชำระยอดขั้นต่ำสูงสุด 6 เดือน
    สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร.02-777-7777

    มาตรการการให้ความช่วยเหลือจาก "ธนาคารไทยเครดิตเพื่อรายย่อย"

    ธนาคารไทยเครดิต ออกมาตรการสำหรับลูกหนี้ไมโคร / นาโนไฟแนซ์ / ไมโคร SMEs / บุุคคลทุกผลิตภัณฑ์ โดยมีรายละเอียด ดังนี้
    1. ลดการผ่อนชำระหนี้
    • พักชำระหนี้สูงสุดไม่เกิน 6 เดือน จากนั้นขยายระยะเวลาผ่อนชำระไม่เกิน 24 เดือน
    • ขยายระยะเวลาผ่อนชำระสูงสุดไม่เกิน 24 เดือน (สามารถลดชำระค่างวด หรือชำระเฉพาะดอกเบี้ย หรือ เงินต้นได้) 
    2. เสริมสภาพคล่อง
    • ให้เงินทุนหมุนเวียนเพิ่มเติม 2 แสน - 30 ล้านบาท ผ่อนชำระไม่เกิน 8 ปี
    • ระยะเวลารับสมัครสินเชื่อ 1 มีนาคม 2563 - 31 ธันวาคม 2563
    สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 02-203-6500
    - กด 1  สินเชื่อไมโครเอสเอ็มอี/ สินเชื่อบุคคล (ทุกผลิตภัณฑ์)
    - กด 2  สินเชื่อนาโนและไมโครไฟแนนซ์ (ทุกผลิตภัณฑ์)
    หรือ Call Center โทร 02-697-5454

    มาตรการการให้ความช่วยเหลือจาก "ธนาคารธนชาต"

    ธนาคารธนชาต ออกมาตรการ "ตั้งหลัก" เพื่อเยียวยาลูกค้าผู้ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจ อันเนื่องมาจากสถานการณ์ต่างๆ ที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจทั้งทางตรงและทางอ้อม เช่น การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา (COVID-19), ภัยแล้ง, ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว หรือสงครามการค้า ที่ส่งผลกระทบต่อรายได้ การดำเนินชีวิต หรือการประกอบธุรกิจ ระยะเวลาโครงการ ตั้งแต่วันที่ 18 ก.พ. 63 - 31 ธ.ค. 64 โดยมีรายละเอียด ดังนี้
    มาตรการสำหรับลูกค้ารายย่อย
    • สินเชื่อบุคคล ธนชาต : มาตรการความช่วยเหลือ สำหรับลูกค้า ผลิตภัณฑ์ Welfare / Pilot Loan/ Scholar Loan/ Smart benefit/ บำเหน็จค้ำประกัน พักชำระหนี้ (เงินต้นและดอกเบี้ย) ได้สูงสุดไม่เกิน 3 เดือน และเมื่อครบกำหนดให้กลับมาชำระหนี้ตามปกติ
    • บัตรกดเงินสด ธนชาต : มาตรการความช่วยเหลือ สำหรับลูกค้าบัตรกดเงินสด Flash Plus ลดยอดชำระขั้นต่ำ (ไม่รวม Sabai Cash / IPP) จาก 3% หรือ 500 บาท เหลือ 1% หรือ 100 บาท สูงสุดไม่เกิน 3 เดือน และเมื่อครบกำหนดให้กลับมาชำระหนี้ตามปกติ
    • บัตรเครดิต ธนชาต : มาตรการความช่วยเหลือ สำหรับลูกค้า บัตรเครดิตธนชาต ลดยอดชำระบัตรเครดิตขั้นต่ำ (โดยไม่รวม Sabai Cash / IPP) จาก 10% เหลือ 5% หรือ 500 บาท สูงสุด ไม่เกิน 3 เดือน และเมื่อครบกำหนดให้กลับมาชำระหนี้ตามปกติ
    สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ Thanachart Contact Center โทร. 1770

    มาตรการการให้ความช่วยเหลือจาก "ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์"

    ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ออกมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ธุรกิจและลูกหนี้รายย่อย ที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจและสถานการณ์ต่างๆ เช่น สงครามการค้า ภัยแล้ง การเบิกจ่ายงบประมาณล่าช้าของภาครัฐ สถานการณ์การระบาดของไวรัสโคโรนา โดยมีรายละเอียด ดังนี้
    • ผ่อนปรนเงื่อนไขการชำระ เช่น ปลอดเงินต้นสูงสุด 12 เดือน และ ขยายระยะเวลาเงินกู้ เพื่อให้ภาระการผ่อนชำระลดลง หลังหมดช่วงปลอดเงินต้น
    • สนับสนุนสินเชื่อเงินทุนหมุนเวียนเพิ่ม
    • ลดดอกเบี้ยให้ลูกค้าในช่วงที่มีปัญหา สูงสุดไม่เกิน 12 เดือน โดยพิจารณาเป็นรายๆ ไป
    • ช่วยเหลืออื่นๆ ตามที่เห็นสมควรโดยพิจารณาเป็นรายๆ ไป  
    สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Call Center โทร 02-359-0000 หรือ 1327

    มาตรการการให้ความช่วยเหลือจาก "ธนาคารยูโอบี"

    ธนาคารยูโอบี พร้อมที่จะให้การสนับสนุนด้วยมาตรการช่วยเหลือลูกค้าธุรกิจ ลูกค้าเอสเอ็มอีและลูกค้ารายบุคคล ที่ได้รับผลกระทบ โดยมีมาตรการผ่อนปรนเงื่อนไขการชำระหนี้ ขยายเวลาการชำระหนี้ รวมถึงลดอัตราการผ่อนชำระหนี้บัตรเครดิตขั้นต่ำและสินเชื่อบุคคล โดยมีรายละเอียดมาตรการสำหรับลูกค้าบุคคล ดังนี้
    ลูกค้าบุคคล : สินเชื่อบุคคล บัตรเครดิต บัตรกดเงินสด
    • ปรับลดอัตราชำระขั้นต่ำ
    • ปรับลดอัตราดอกเบี้ย
    • ขยายระยะเวลาผ่อนชำระ (สินเชื่อบุคคล กรณีพิเศษเท่านั้น)
    ลูกค้าสามารถแจ้งความประสงค์ในการขอรับความช่วยเหลือนี้ได้ โดยติดต่อศูนย์บริการลูกค้าธนาคารยูโอบี โทร. 02-285-1555

    มาตรการการให้ความช่วยเหลือจาก "ธนาคารเพื่อการเกษตร และสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)"

    ธ.ก.ส. ออกมาตรการให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย ครอบคลุมลูกหนี้เกษตรกร บุคคล ผู้ประกอบการ และสถาบัน โดยมีรายละเอียด ดังนี้
    • ขยายระยะเวลาชำระหนี้ ไม่เกิน 20 ปี ปลอดเงินต้นไม่เกิน 3 ปีแรก
    • ปรับลดอัตราดอกเบี้ย
    • ให้สินเชื่อเพิ่มเติมเพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนหรือค่าใช้จ่ายประกอบอาชีพ
    สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร.02-555-0555

    มาตรการการให้ความช่วยเหลือจาก "ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.)"

    ธอส. ประกาศมาตรการช่วยเหลือลูกค้า ทีได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจ และ COVID-19 ให้ชำระเฉพาะดอกเบี้ย กรอบวงเงินสินเชื่อลูกค้าธนาคาร 20,000 ล้านบาท โดยแสดงหลักฐานหรือเอกสาร หรือข้อมูลอื่นที่เชื่อมโยงผลกระทบที่เกิดขึ้นได้ ซึ่งครอบคลุมทั้งลูกค้าที่ยังมีสถานะปกติ และลูกค้าที่มีสถานะเป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้หรือ NPL แบ่งเป็น 3 กรณี ประกอบด้วย  
    1. กรณีอยู่ระหว่างการใช้อัตราดอกเบี้ยตาม Promotion (ยื่นคำร้องได้ตั้งแต่บัดนี้ จนถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2563) ให้ชำระเฉพาะดอกเบี้ยรายเดือน ระยะเวลาไม่เกิน 6 เดือน (ยกเว้นลูกค้าโครงการสินเชื่อตามที่ธนาคารกำหนด) และเมื่อผ่อนชำระครบตามเงื่อนไข สามารถกลับไปใช้อัตราดอกเบี้ยตามเงื่อนไขของสัญญาเดิม
    2. กรณีพ้นระยะเวลาการใช้อัตราดอกเบี้ยตาม Promotion (ยื่นคำร้องได้ตั้งแต่บัดนี้ จนถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2563) ให้ผ่อนชำระ ดังนี้
    • ลูกค้ารายย่อย / สวัสดิการ ให้ใช้อัตราดอกเบี้ย MRR -1.25% ต่อปี ให้ชำระเฉพาะดอกเบี้ย รายเดือน ระยะเวลาไม่เกิน 6 เดือน และให้พักชำระดอกเบี้ยค้างเดิมไว้ก่อน (ปัจจุบันอัตราดอกเบี้ย MRR ธอส. เท่ากับ 6.375 % ต่อปี) เมื่อผ่อนชำระครบตามเงื่อนไขให้กลับไปใช้อัตราดอกเบี้ยตามเงื่อนไขของสัญญาเดิม
    • ลูกค้าที่ใช้บริการสินเชื่อเพื่อซื้อ/ปลูกสร้างแฟลต ให้ใช้อัตราดอกเบี้ย MLR -1.25% ต่อปี ให้ชำระเฉพาะดอกเบี้ยรายเดือน ระยะเวลาไม่เกิน 6 เดือน และให้พักชำระดอกเบี้ยค้างเดิมไว้ก่อน (ปัจจุบันอัตราดอกเบี้ย MLR ธอส. เท่ากับ 5.875 % ต่อปี) เมื่อผ่อนชำระครบตามเงื่อนไข สามารถกลับไปใช้อัตราดอกเบี้ยตามเงื่อนไขของสัญญาเดิม
    3. กรณีมาตรการช่วยเหลือลูกค้าผู้ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ที่รายได้ได้รับผลกระทบจากการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวจากประเทศกลุ่มเสี่ยง ให้ลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้และเงินงวดผ่อนชำระไม่เกิน 4 เดือน คิดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้เหลือ 1.00% ต่อปี และให้ชำระเฉพาะดอกเบี้ยรายเดือน เปิดให้ยื่นคำขอใช้มาตรการได้ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2563  
    สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ ธอส. ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ (Call Center) โทร 02-645-9000

    มาตรการการให้ความช่วยเหลือจาก "ธนาคารออมสิน"

    ธนาคารออมสิน ออกมาตรการช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจและวิกฤตไวรัส COVID-19 ช่วยให้คุณผ่อนหนักเป็นเบา กับมาตรการช่วยเหลือผู้ถือบัตรเครดิต และสินเชื่อบัตรเงินสด (ลูกค้าที่ยังไม่เป็นหนี้ค้างชำระเกิน 90 วัน) โดยมีรายละเอียด ดังนี้
    • สินเชื่อบัตรเงินสด ปรับลดอัตราการผ่อนชำระขั้นต่ำ จากเดิม 5% เหลือ 3% 
    • บัตรเครดิต ปรับลดอัตราการผ่อนชำระขั้นต่ำ จากเดิม 10% เหลือ 5%
      *ทั้งนี้ อัตราการผ่อนชำระขั้นต่ำ ต้องไม่น้อยกว่า 500 บาท/รอบบัญชี
    • ให้สินเชื่อเพิ่มวงเงินสูงสุด 50,000 บาท ผ่อนชำระคืนสูงสุด 5 ปี และปลอดชำระหนี้ 6 งวดแรก แก่ผู้ประกอบการ ผู้มีอาชีพอิสระ พนักงานลูกจ้างที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวทั้งทางตรงและทางอ้อม ยื่นคำขอได้ภายใน 30 กันยายน 2563
    • ลดดอกเบี้ยให้สูงสุด 20% ของดอกเบี้ยจ่าย ระยะเวลา 1 ปี พักเงินต้นไม่เกิน 2 ปี และขยายเวลาชำระหนี้ ยื่นคำขอได้ภายใน 31 ธันวาคม 2563
    สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร.1115 หรือ 02-299-8888

    มาตรการการให้ความช่วยเหลือจาก "ธนาคารอิสลาม"

    ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) ออกมาตรการให้ความช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว จากสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นสะสมต่อเนื่อง เช่น สงครามการค้า ภาวะภัยแล้ง รวมไปถึงการแพร่ระบาดของโควิด-19 เพื่อแบ่งเบาภาระให้ลูกค้า โดยมีรายละเอียด ดังนี้
    • พักชำระหนี้เงินต้นและชำระเฉพาะกำไรนานสูงสุด 12 เดือน
    • ขยายระยะเวลาสินเชื่อออกไปตามระยะเวลาพักชำระหนี้เงินต้น 
    • ยกเว้นค่าชดเชยผิดนัดการชำระหนี้ที่เกิดขึ้น 
    นอกจากนี้ธนาคารจะพิจารณาเป็นกรณีพิเศษในการให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติมสำหรับลูกค้าที่ได้รับผลกระทบและประสบปัญหารุนแรง ด้วยการเพิ่มมาตรการความช่วยเหลือ เช่น ขยายระยะเวลาพักชำระหนี้เงินต้นมากกว่า 12 เดือน พิจารณาวงเงินทุนหมุนเวียนเพิ่มเติม เป็นต้น
    สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ที่ ibank Call Center โทร. 1302

    มาตรการการให้ความช่วยเหลือจาก "ธนาคารไอซีบีซี (ไทย)"

    กลุ่ม ธนาคารไอซีบีซี (ไทย) ได้ออกมาตรการช่วยเหลือสำหรับลูกค้าของธนาคารฯ ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยมีรายละเอียด ดังนี้
    • ผ่อนปรนการชำระหนี้เงินต้นชั่วคราวเป็นระยะเวลาสูงสุดไม่เกิน 12 เดือน ทั้งลูกค้าธุรกิจและลูกค้าบุคคลธรรมดา*
    • เพิ่มวงเงินสินเชื่อเพื่อช่วยเหลือการดำเนินธุรกิจของลูกค้าที่ได้รับผลกระทบ*
    • ผ่อนปรนอัตราผ่อนชำระขั้นต่ำสำหรับลูกค้าบัตรเครดิตที่ได้รับผลกระทบ*
    * ทั้งนี้ ธนาคารฯ จะพิจารณาการให้มาตรการช่วยเหลือลูกค้าปัจจุบันของธนาคารฯ เป็นรายกรณี
    สามารถติดต่อสอบถามได้ที่สาขาของธนาคาร หรือติดต่อ ICBC (Thai) Call Center 02-629-5588 

    สำหรับลูกค้าธนาคารที่ได้รับผลกระทบ และประสบปัญหาด้านการเงินจากวิกฤตไวรัส Covid-19 สามารถขอคำปรึกษาเพิ่มเติมจากธนาคาร หรือสถาบันการเงินที่เราใช้บริการอยู่ได้เลยนะคะ ทุกปัญหามีทางแก้ไข และพวกเราจะร่วมกันฝ่าวิกฤตนี้ไปด้วยกันนะคะ สู้ๆ ค่ะ :)
    ข้อมูล ณ วันที่ 24 มีนาคม 2563
    • ชนานาถ จินตกสิกรรม
    • ชนานาถ จินตกสิกรรม
      MONEY GURU Thailand

    สมัครออนไลน์

    ข้อมูลความรู้สินเชื่อเงินสดล่าสุด

    บทความล่าสุดอื่นๆ