• รถมอเตอร์ไซค์ใหม่
  • รถมอเตอร์ไซค์ใหม่
  • ค้นหาแบบละเอียด
  • เพลิดเพลินไปกับ YAMAHA MT-15 และ XSR155 สองสไตล์ยอดนิยมของคลาส 155

    4 พ.ย. 63 1,528

    เพลิดเพลินไปกับ YAMAHA MT-15 และ XSR155 สองสไตล์ยอดนิยมของคลาส 155

    ยามาฮ่า MT-15 Born Of Darkness และ XSR155 Sport Heritage สองจักรยานยนต์คลาส 155 ซีซี ที่มีพื้นฐานเดียวกัน ต่างกันด้วยสไตล์ระหว่าง สปอร์ตเน็กเก็ตของ MT-15 กับ โมเดิร์นคลาสสิกของ XSR155 เป็นทางเลือกให้กับผู้ที่ชื่นชอบความเร้าใจจากระบบ VVA ถ่ายทอดกำลังด้วยเกียร์ 6 สปีด ให้ทุกการควบคุมเป็นไปได้ดั่งใจ แต่เลือกสไตล์ที่ชอบได้ระหว่างลุคปราดเปรียวสนุกสนานของเอ็มที-หนึ่งห้ากับ ความคลาสสิกแบบเอ็กซ์เอสอาร์หนึ่งห้าห้า  
    ทีมงานเช็คราคา.คอม มีโอกาสนำจักรยานยนต์สองรุ่นนี้มาขี่ออกทริปทางไกลด้วยปลายทางเดียวกัน แต่ใช้เส้นทางแตกต่างกันในช่วงแรกเพื่อสะท้อนคาแรคเตอร์ที่แตกต่างกันด้วย โดยคันแรก Yamaha MT-15 ขี่โดยแอดบอม จากเพจมอเตอร์ไบค์กูรู คันที่สอง Yamaha XSR155 ขี่โดยแอดช้างจากเพจมอเตอร์ไบค์กูรู เช่นกัน เส้นทางเริ่มต้นกันที่แยกราชประสงค์ กลางใจเมืองกรุงเทพฯ มุ่งหน้าสู่จังหวัดสระบุรีเพื่อพักเช็คอินจิบกาแฟ ก่อนเดินทางต่อไปพักเติมพลังชิมความอร่อยกันในจังหวัดลพบุรี พร้อมเดิมทางกลับแบบรวดเดียวด้วยระยะทางรวมกว่า 500 กม.
    จุดเริ่มต้นของทริปสุดท้าทายกับ พลังเครื่องยนต์ยามาฮ่า 155 ซีซี VVA เริ่มจากแยกราชประสงค์ แบ่งสายการเดินทาง มุ่งหน้าสู่สระบุรีเป็นลำดับแรก ในส่วนของ Yamaha MT-15 ขี่โดยแอดบอม ได้ใช้เส้นทางด้านถนนราชพฤกษ์ ขี่ยาวสู่ถนนสาย 3111 ปทุมธานี-สามโคก-เสนา ต่อด้วยทางหลวงหมายเลข 9 ถนนกาญจนาภิเษก แล้วตัดเข้าสู่ถนนหมายเลข 32 สายเอเซีย ต่อด้วยถนนสาย 3056, 3470, 4047 และ 3048 เป็นอันถึงที่หมายร้านดัลลัส คอฟฟี่ โรสเตอร์ เพื่อรอพบกับ Yamaha XSR155 ที่ขี่มาอีกเส้นทาง พักและแลกเปลี่ยนข้อมูล ความรู้สึกที่ขี่มาจากกรุงเทพฯ ว่าเป็นอย่างไรบ้าง 
    สำหรับแอดบอมที่ขี่ MT-15 พบว่าการขี่ทางไกลกับรถคลาส 155 ซีซี VVA ที่ใช้ความเร็วในการเดินทางสูงสุดอยู่ไม่เกิน 120 กม./ชม. ให้ความคล่องตัวอย่างมากเวลาเจอสภาพการจราจรหนาแน่น เช่น ช่วงในเมือง, ช่วงซ่อมถนนที่มีการลดช่องทางเดินรถ ฯลฯ การขี่ด้วยความเร็วเดินทาง 80-120 กม./ชม. ทำได้สบายๆ การเร่งแซงรถช้าได้พลังจากระบบวาล์วแปรผันเสริมดันผ่านได้ตามที่คิด ระบบเบรกชะลอรถรองรับความเร็วการเดินทางได้ดี ส่วนหนึ่งก็พยายามรักษาความเร็วให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมในแต่ละเส้นทาง ตลอดระยะทางที่ขี่มา เพื่อความปลอดภัยสูงสุด อย่างไรก็ตามเมื่อมาถึงร้านดัลลัสฯ จุดนัดหมายแรก หลังพักเช็คอินจิบกาแฟและเปลี่ยนข้อมูลการขี่พร้อมเตรียมสลับรถเพื่อเดินทางไปร้านสหายคาเฟ่ จังหวัดลพบุรี อันเป็นจุดหมายต่อไปนั้น ฝนก็กระหน่ำลงมาทำให้การขี่อีก 42 กม. มีความท้าทายมากขึ้น ด้วยสภาพถนนที่เปียกลื่น 
    หลังจากเติมพลังด้วยกาแฟเลิศรส สนทนาถึงฟีลลิ่งการขี่ พอแยกความต่างเบื้องต้นระหว่างรถสองรุ่นนี้ได้ว่า ท่านั่งที่ขยับได้สะดวกกว่าต้องยกให้ XSR-155 ให้ความนุ่มนวลจากวัสดุเบาะและลุยถนนได้หลากหลายอย่างสบายใจ ด้วยยางแบบดูอัลเพอร์โพส การขี่ถนนต่างจังหวัด ด้วยเส้นทางสายรองทำให้เจอพื้นผิวถนนที่แตก เป็นลอน หลุม และซ่อมแซมบ่อย ในส่วนของ MT-15 ให้ซุ่มเสียงจากเครื่องยนต์ที่ดังเร้าใจ ตอบสนองคันเร่งได้กระฉับกระเฉงกว่า อย่างไรก็ตามคงต้องรอสรุปหลังสลับรถขี่ไปจนถึงร้านสหายคาเฟ่อีกครั้ง
    การขี่ในช่วงจากสระบุรีไปลพบุรีแม้ใช้ระยะทาง 42 กม. แต่รถทั้งสองคันที่ขี่ไปพร้อมกันก็ต้องเผชิญกับฝนกระหน่ำในหลายช่วง ชุดขี่ก็เปียกปอน ถนนเปียก หลายช่วงเป็นแอ่ง เนิน มีน้ำขัง แต่ด้วยคุณภาพของรถยามาฮ่าที่ดี ทำให้การขี่บนถนนเปียกเป็นไปอย่างมั่นคง ไม่พบอาการใดๆ ให้กังวล ไม่ว่าจะเป็นการเร่ง เบรกชะลอหยุด เข้าออกโค้ง นับเป็นความเชื่อมั่นที่น่าประทับใจในรถคลาส 155 ซีซี จากยามาฮ่าจริงๆ 

    แอดบอม ขี่แล้วบอกว่า "ด้วยวัยชอบ XSR-155 มากกว่า เพราะเบาะตอนเดียวนั่งสบาย แฮนด์ที่ยกง่ายต่อการควบคุม"

     ร้านสหายคาเฟ่ จังหวัดลพบุรีราวบ่ายสามโมง เรานั่งพักทานอาหารสรุปการขี่รถทั้งสองรุ่นกันอีกครั้ง ในส่วนของแอดบอมพบว่า รถทั้งสองรุ่นตอบสนองการใช้งานทั่วไปได้ดี ขี่ง่าย คล่องตัว ให้อัตราเร่งที่ดี เบรกไว้วางใจได้ แต่ด้วยคาแรคเตอร์ที่แตกต่าง ทำให้ชื่นชอบ XSR-155 มากกว่าในแง่การใช้งานจริง เพราะด้วยเบาะนั่งตอนเดียวขยับย้ายนั่งสบาย ตำแหน่งแฮนด์ยกช่วยให้สบายต่อการควบคุม อาจติดองศาที่ลีนไปด้านหน้ามากไปนิด แต่ก็สามารถปรับตั้งได้ หน้าจอบอกความเร็วและข้อมูลเป็นแบบแอลซีดีทรงกลมอ่านง่ายในทุกมุมมอง นอกจากนี้ยังให้ความประหยัดระดับ 40 กม./ลิตร. นับว่าดีเยี่ยม อัตราเร่งรู้สึกเหมือนไม่ฉับไวเท่า MT-15 แต่ก็ดีและเนียนลงตัวกับสไตล์ของรถ ทำให้ขี่แล้วผ่อนคลายกว่า นอกจากนี้เสียงการทำงานของเครื่องยนต์ที่ผ่านท่อไอเสียก็ไม่ดังเท่า เป็นรถที่เหมาะกับสายชิล เท่ และเน้นลุคสบายๆ ไปกับการขี่ทั้งใกล้ไกล แต่ MT-15 เองก็เป็นเน็กเก็ตไบค์น้องเล็กที่ขี่สนุก ให้อัตราเร่งที่น่าประทับใจ และได้ลุคที่หล่อปราดเปรียว
    ในช่วงขากลับจากลพบุรี ทันทีที่ขยับรถออกจากร้านฝนก็เทกระหน่ำแบบหนักหน่วง ทำให้ต้องชะลอการเดินทาง พอฝนซาลงจึงได้ออกเดินทางกันราวห้าโมงเย็นเพื่อมุ่งหน้ากลับเข้ากรุงเทพฯ งานนี้ต้องขี่ฝ่าความมืด ก็นับเป็นการพิสูจน์ระบบไฟส่องสว่างของรถทั้งสองรุ่นที่ช่วยให้การขี่ทางไกลยามค่ำคืนมั่นใจ ไม่ใช่แค่ความมืดที่เราต้องฝ่าฟัน ในช่วง อ.หนองแค จ.สระบุรี พายุฝนที่เทกระหน่ำมาสักพักเริ่มแรงจะพัดรถเซ และมองผ่านชิลด์ไม่เห็นทัศนวิสัยจึงต้องแวะจอดพักกันในปั๊มน้ำมัน รอจนฝนเบาลงจึงเดินทางขี่กันต่อ ทั้งรถและคนขี่ต่างเปียกทั่วทุกจุด แต่ก็พากันทะยานไปข้างหน้าอย่างมุ่งมั่น แม้คนขี่จะเริ่มล้าบ้าง แต่ด้วยมาตรฐานที่ดีของตัวรถยามาฮ่า ทำให้การเดินทางครั้งนี้สมบูรณ์แบบและจบลงแบบไร้ปัญหาและอุบัติเหตุใดๆ ผู้ขี่ทั้งสองคันถึงกรุงเทพฯ กันตอนสามทุ่ม พร้อมกับความรู้สึกเชื่อมั่นและประทับใจในรถทั้งสองรุ่นนี้จริงๆ

    แอดช้าง ขี่แล้วบอกว่า "ระหว่าง 2 รุ่นนี้ชอบสมรรถนะและท่านั่งของ MT-15 มากกว่า"

    ในการขี่เที่ยวเมืองลพบุรีในทริปนี้ขาไปกับ Yamaha XSR155 ระดับความสูงเบาะกำลังพอดี วางได้เต็มเท้า กระจกมองข้างทัศนวิสัยดีอยู่ในระดับเห็นชัดเจน มาตรวัดมองง่ายชัดเจน สวิตช์ควบคุมต่างๆ ก็ใช้งานไม่ลำบากนัก สมรรถนะการตอบสนองกับอัตราเร่งแบบไม่รีบร้อน อัตราเร่งช่วงต้นจัดจ้าน ช่วงปลายค่อยๆ มาแบบไม่เร่งรีบนัก เหมาะกับสไตล์วินเทจ ที่เน้นขี่สบายๆ ไปเรื่อยๆ เครื่องท่อไม่ดัง ระบบคลัตช์นุ่มเบามือ การเข้าเกียร์มีติดขัดในบางจังหวะนับว่าปกติของรถมี "เกียร์" เบาะนั่งขนาดใหญ่ ท่านั่งจะโน้มไปข้างหน้าเยอะกว่า เนื่องจากระดับและตำแหน่งแฮนด์ที่มีระยะห่าง อาจมีเมื่อยล้าบ้างเล็กน้อย แต่ไม่มีอาการ "สะท้านที่มือมากนัก" ระบบช่วงล่างออกไปทางนุ่มนวล แต่ถ้าวิ่งผ่านคอสะพานก็มีการดีดอยู่บ้าง และในบางช่วงของความเร็วเครื่องยนต์มีเสียง "หอน" ออกมาเล็กน้อย   
    ในช่วงเดินทางกลับได้สลับมาขี่ Yamaha MT-15 ที่มีความแตกต่างกันพอสมควรกับคาร์แร็คเตอร์ที่ดุดันตั้งแต่เสียงท่อที่ดังได้อารมณ์สปอร์ต อัตราเร่งตอบสนองเร็วทันใจ ระบบเกียร์เข้าได้นุ่มนวล เรียกว่าต้นจัดจ้านปลายไหล ส่วนท่านั่งขับขี่นับว่าสบายกว่าด้วยระยะแฮนด์สั้นแต่ยกสูงและเบาะที่ได้ระดับพอดีตัว ทำให้หลังตรงมากกว่าไม่ต้องเอนไปด้านหน้านัก แต่ว่าตัวเบาะรองนั่งแข็งและมีขนาดเล็กไปหน่อย ตัวมาตรวัดแบบสปอร์ตที่มีความสว่างมองชัดเจนกว่า แต่ในส่วนของการใช้งานสวิตช์บนแฮนด์จะไม่ถนัดนัก ต้องปรับตัวสักพักใหญ่ ช่วงล่างที่เน้นความสปอร์ตจึงให้ความหนึบมาเป็นพิเศษ จึงมีอาการกระเด้งบ้างเมื่อผ่านถนนคอนกรีตที่มีลอนคลื่น   
    สรุปโดยรวมแล้ว XSR155 ได้ความคลาสสิก ทั้งสมรรถนะที่นุ่มนวล เบาะขนาดใหญ่ อัตราเร่งมาแบบเรื่อยๆ ไม่รีบร้อน ส่วน MT-15 นั้นเน้นความสปอร์ตที่มีสมรรถนะจัดจ้านกว่า และท่านั่งที่ชันกว่า เรียกว่า 2 แบบ 2 สไตล์ ระหว่าง 2 รุ่นนี้ชอบสมรรถนะและท่านั่งของ MT-15 มากกว่า
    และนี่คือ จักรยานยนต์คลาส 155 ซีซี ที่ตอบสนองการใช้งานได้ดีทั้งในชีวิตประจำวันและการขี่ท่องเที่ยวทางไกล โดดเด่นที่ราคาค่าตัวต่ำกว่าแสนบาททั้งคู่ ให้ความประหยัดที่น่าประทับใจ ตัวรถไว้วางใจได้ดี หมดกังวลเรื่องบริการหลังการขาย เนื่องจาก มีการรับประกันทั้งคัน 5 ปี หรือ 50,000 กิโลเมตร* เป็นครั้งแรกของโลก! อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม นับเป็นตัวเลือกที่โดดเด่นสำหรับใครที่มองหาจักรยานยนต์พลังสปอร์ตพร้อมความประหยัด ทั้งยังเลือกได้สองรุ่นตามสไตล์ที่ชอบ
    เช็กสเปคทั้ง 2 รุ่น เพิ่มเติมได้ที่นี่ Yamaha MT-15 Yamaha XSR155 

    บทความล่าสุดอื่นๆ