:
รู้จักเช็คราคา|ติดต่อเรา

ถ้าขี่รถมอเตอร์ไซค์ล้ม แล้วจะกลับมาขี่ใหม่แบบสนิทใจได้อย่างไร ?

17 เม.ย. 64 2,465

ถ้าขี่รถมอเตอร์ไซค์ล้ม แล้วจะกลับมาขี่ใหม่แบบสนิทใจได้อย่างไร ?

ความจริงคือ ไม่มีใครอยากล้ม แต่ไบค์เกอร์ส่วนใหญ่ไม่มีใครไม่เคยล้มสักครั้ง จะด้วยเหตุผลที่ไม่เข้าท่า ล้มแบบโง่ๆ หรือหลุดล่วงในวันลงแทร็คเดย์ก็ตาม มันเกิดขึ้นกับเรากับเราทกุคนได้เสมอ เรื่องของเรื่องคือ เราจะกลับมาขี่ใหม่แบบไม่ระแวงได้ไหม แล้วล้มกลับบ้านไปจะบอกกับคนที่บ้านอย่างไรดี

เหตุผลที่เกิดขึ้นของแต่ละคนเวลาล้มไม่เหมือนกัน สถานการณ์คนละอย่าง มีแต่ตัวคุณเองเท่านั้นที่บอกถึงที่มาที่ไปได้ดีที่สุด สิ่งสำคัญคือ คุณต้องสื่อสัตย์กับตัวเอง ถ้าเพราะคุณลนตื่นเต้น มันก็เป็นเรื่องปกติ คุณแก้มันได้ เวลากับชั่วโมงบินจะช่วยได้เสมอ คุณต้องมองให้ออกว่าที่ล้มมันเกิดจากอะไร เพื่อที่จะแก้ไขปรับปรุงต่อไปได้
มันคงไม่มีกรอบเวลาตายตัวว่านานขนาดไหนหลังจากล้มหนักมาแล้วจะกลับมาขี่ได้ใหม่ (กรณีตัวคุณไม่ได้เป็นอะไรมากหรือหายแล้วแต่ยังแหยงอยู่)  และแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน สรุปง่ายๆ คือ จนกว่าคุณจะรู้สึกดีและมั่นใจกับการขี่อีกครั้ง การเริ่มฝึกซ้อมหรือค่อยๆ กลับมาขี่ก็เป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยเยียวยาได้เช่นกัน

กรณีคุณเอารถตัวเองไปล้ม การหันมาดูแลซ่อมแซมปรับเปลี่ยนพาร์ตใหม่ๆ ให้ดีขึ้น หรือสวยขึ้น อาจช่วยสร้างความมั่นใจให้กลับมาได้เร็วเช่นกัน เช่น ยางดีๆ ที่เหมาะสมกับถนนและสภาพแวดล้อมที่ขี่จริงๆ และควรเป็นแบรนด์ที่ได้รับกายอมรับและน่าเชื่อถือ เช่น พีเรลลี่ ฯลฯ เมื่อคุณซ่อมแซม ตลอดจนอัพเกรดทุกอย่างแล้ว ความรู้สึกใหม่ๆ กับรถอาจช่วยให้คุณกลับมามั่นใจ และควบคุมทุกอย่างได้ดีอีกครั้ง

ท้ายที่สุดตัวคุณจะรู้ดีว่าถึงเวลาที่จะกลับมาขี่ใหม่ได้เมื่อไหร่ บางคนอาจถึงกับต้องเปลี่ยนรถคันใหม่ หรือเปลี่ยวแนวรถไปเลย ให้เวลากับตัวคุณเองในการตัดสินใจ อย่างรีบกดดันตัวเองต้องกลับมาขี่ขณะที่ใจยังไม่พร้อม แล้วถ้าคุณยังฝังใจกับโค้งหรือจุดที่เคยล้ม โปรดอย่าเลือกที่จะเลี่ยงไปทางอื่นเพื่อลืมมันเลย เพราะสักวันคุณจะยิ้มขณะขี่ผ่านจุดนั้นได้ แค่ช่วงเริ่มต้นก็อาจต้องขี่แบบระวังหน่อย ผ่านให้บ่อยแล้วจะดีเอง

จากประสบการณ์ล้มแบ่งออกเป็น 3 ประเภทการขี่ 1. บนถนนสาธารณะ ถ้าล้มจะมีความเสี่ยงมากที่สุด เพราะไม่มีพื้นที่ปลอดภัยรองรับ และมีตัวแปรมากมายทั้งรถร่วมทางและสิ่งก่อสร้าง ซึ่งถ้าพลาดพลั้งโอกาสบาดเจ็บหนักหรือเสียชีวิตมีสูงมาก 2. ในสนามแข่ง มีความเสี่ยงน้อยกว่าเพราะมีรันออฟพื้นที่ปลอดภัยรองรับหลายจุด อีกทั้งยังมีชุดแข่งที่เซฟตี้ได้ดีกว่าทั่วไป อย่างไรก็ตามก็มีนักแข่งเสียชีวิตจากอุบัติเหตุในสนามมาตลอดเช่นกัน และ 3. เส้นทางออฟโร้ด ทางธรรมชาติ การขี่แบบแอดเวนเจอร์มักไปกันไม่เร็วมาก แต่ด้วยสภาพเส้นทางที่คาดเดาได้ยากมักทำให้การขี่ล้มเป็นเรื่องปกติ ที่สำคัญคือ ชุดสวมใส่ต้องมีมาตรฐานปกป้องได้ตามที่กำหนด 

การล้มในข้อ 1. และ 3.  โดยเฉพาะ 3. แม้ไม่รุนแรง แต่ที่ช่วยได้ดีมาก คือ หมวก ถุงมือ ชุดพร้อมการ์ด และรองเท้าหุ้มข้อแบบหนังผสม เมื่อมีประสบการณ์ออกทริปมากขึ้น และได้เรียนรู้การขี่และแก้ไขเอาตัวรอดจากผู้รู้อย่างถูกวิธีก็จะช่วยคลายความกดดันและรับมือกับสถานการณ์ได้ดี 

ส่วนข้อ 1. การล้มบนถนนสาธารณะเป็นความเสี่ยงอย่างมาก ส่วนใหญ่เกิดจากความประมาทและมั่นใจเกินไปทั้งนั้น ถ้าขี่ด้วยความระมัดระวังและกลัวบ้างก็มักจะรอบคอบมากกว่า และที่สำคัญเหมือนกันคือ อุปกรณ์และชุดเซฟตี้ถ้าใส่ครบถ้วนก็จะช่วยผ่อนหนักเป็นเบาได้เป็นอย่างดี ซึ่งผู้เขียนได้ผ่านประสบการณ์ตรงนี้มาแล้ว จึงตระหนักดีกว่า หมวกกันน็อค เสื้อ-กางเกงการ์ด รองเท้าหุ้มข้อ ล้วนช่วยได้ดีอย่างคาดไม่ถึง แม้เราต้องขี่ระยะใกล้ ทำให้หลายคนมักเกิดความชะล่าใจ และพอมีอุบัติเหตุจากที่ควรเจ็บไม่มากก็จะกลายเป็นหนัก ดังนั้นสิ่งสำคัญนอกจากความไม่ประมาท คือ ชุุดและอุปกรณ์ ส่วนการกลับมาขี่หลังจากเกิดอุบัติเหตุ อย่างที่บทความข้างต้นได้เกริ่นมาก ผู้เขียนบอกได้เลย สำหรับ ข้อ 1 สิ่งที่ยากคือ การขี่ผ่านจุดเดิมที่เคยล้ม แม้ผ่านหลายครั้งก็อดคิดไม่ได้ แต่ข้อดีคือ จุดนั้นเสมือนการเตือนสติให้ขี่อย่างรอบคอบไม่ประมาทเสมอ 

การขี่ด้วยความกลัวบ้างและระวังมีสติมักดีเสมอ การขี่ด้วยความมั่นใจเกินไปหลายครั้งมักลงเอยด้วยอุบัติเหตุ หรือต่อให้ขี่ช้าแต่ขาดสติก็เกิดอุบัติเหตุได้เช่นกัน 
แท็กที่เกี่ยวข้อง ขี่มอเตอร์ไซค์ให้ปลอดภัย ขับขี่มอเตอร์ไซค์ ขี่มอเตอร์ไซค์ให้ปลอดภัย ขับขี่มอเตอร์ไซค์ ขี่มอเตอร์ไซค์ให้ปลอดภัย ขับขี่มอเตอร์ไซค์
เขียนโดย ชลัคร ช่วยชู Motorbike Guru

ช่องทางติดตาม Motorbike Guru