• โทรศัพท์มือถือ
  • โทรศัพท์มือถือ
  • ค้นหาแบบละเอียด
  • จอแสดงผล PLS-LCD vs IPS LCD ต่างกันอย่างไร? ตัวไหนน่าใช้มากกว่ากัน!

    29 มี.ค. 64 594

    จอแสดงผล PLS-LCD vs IPS LCD ต่างกันอย่างไร? ตัวไหนน่าใช้มากกว่ากัน! 

    ในช่วงนี้หลายคนอาจเริ่มเห็น Samsung รวมถึงอีกหลายแบรนด์นำจอแสดงผล "PLS-LCD" ออกมาใช้บนผลิตภัณฑ์กันมากขึ้น จนทำให้หลายคนอาจเกิดข้อสงสัยขึ้นมาว่าจอชนิดนี้คืออะไร? หรือมีข้อดีและข้อเสียอย่างไร? รวมถึงมีความแตกต่างจากจอ IPS LCD ที่เป็นจอยอดนิยมบนสมาร์ตโฟนในปัจจุบันนี้ตรงไหน? ดังนั้นเพื่อไขข้อสงสัยเหล่านี้ ที่อาจเกิดขึ้นกับบางคนที่กำลังเลือกซื้อสมาร์ตโฟนเครื่องใหม่กันอยู่ ผมเลยขอหยิบข้อมูลง่ายๆ ของจอ PLS-LCD มาเล่าผ่านบทความนี้ เพื่อให้เห็นถึงความต่างของจอแสดงผลทั้งสอชนิดนี้ และให้ข้อมูลในมุมต่าง ๆ ที่อาจช่วยในการตัดสินใจในการซื้อสมาร์ตโฟนเครื่องใหม่ของแต่ละคนได้ ไปพร้อม ๆ กันครับ

    PLS-LCD Display คืออะไร?

    "PLS-LCD" เป็นหน้าจอแสดงผล LCD รูปแบบหนึ่ง (Type) ที่ทาง Samsung นำมาพัฒนาต่อยอดขึ้นใหม่จากเทคโนโลยีจอแสดงผล LCD ทั่วไปในตลาด เพื่อแก้ปัญหาของหน้าจอ LCD ที่มีขอบเขตการใช้งานให้ดีขึ้น โดยชื่อของ PLS เป็นอักษรย่อมาจากคำว่า ' Plane to Line Switching ' เป็นชื่อเทคโนโลยีการผลิตหน้าจอแสดงผล ที่มีการจัดเรียงและการสลับการจัดวางโมเลกุลของชั้นคริสตัลเหลว (LC) ที่เป็นโครงสร้างของหน้าจอ LCD ใหม่ ส่งผลให้หน้าจอมีการแสดงสีสันได้คมและสดใสมากขึ้นกว่าจอภาพแบบ Twisted nematic (TN) ที่เป็นพื้นฐานในการพัฒนาจอ LCD ขนิดนี้ขึ้นมา และนิยมใช้กันแต่ก่อนอย่างแพร่หลาย
    หรือกล่าวแบบง่าย ๆ ก็คือ จอแสดงผล PLS-LCD เป็นจอ LCD รูปแบบหนึ่งที่มีการพัฒนาในเรื่องของจัดเรียงองค์ประกอบภายในหน้าจอใหม่ จนทำให้คุณภาพในการแสดงผลที่เคยเป็นจุดอ่อนของจอ LCD ทำได้ดีขึ้นในเรื่องของมุมมองภาพ, ความสว่าง และสีสัน จนทำให้รับชมได้อรรถรสมากขึ้นเมื่อเทียบกับจอ LCD ทั่วไปที่เราใช้งานกันมาอย่างยาวนาน โดยมีแบรนด์อย่าง Samsung เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์เทคโนโลยีในการผลิตนี้นั่นเอง

    PLS-LCD Display VS IPS-LCD Display

    ที่นี้ถ้าหากหยิบจอ PLS-LCD มาเทียบกับจอแสดงผล "IPS-LCD" ที่เป็นลิขสิทธิ์ของบริษัท LG เป็นอย่างไรบ้าง? ก่อนอื่นต้องเกริ่นก่อนว่า จอแสดงผลทั้งสองรูปแบบนี้คือจอแบบ LCD ทั้งคู่นะครับ เพียงแต่มีรูปแบบ (Type) ที่แตกต่างกันออกไปโดยแยกไปตามเทคโนโลยีการผลิตของแต่ละเจ้าของเท่านั้น ดังนั้นขอบเขตการทำงานหรือมุมมองภาพ รวมไปถึงโทนสีสันต่าง ๆ ยังคงอยู่ในขอบเขตและข้อจำกัดของจอแบบ LCD ทั้งหมด
    โดยที่จอ IPS-LCD (In-Plane Switching Liquid-Crystal Display) เป็นจอแสดงผล LCD ที่มีความโดดเด่นในเรื่องของขอบเขตและความเที่ยงตรงของสี ที่ทำได้ใกล้เคียงกับสีจริงเป็นอย่างมาก จนนิยมใช้เป็นหน้าจอสำหรับตกแต่งภาพจากโปรแกรมแต่งภาพต่าง ๆ บนคอมพิวเตอร์ รวมทั้งยังเป็นจอแสดงผล LCD ที่ให้มุมมองกว้าง มีค่าความสว่างสูง และตอบสนองได้ไว จึงเป็นที่นิยมในการใช้งานบนจอแสดงผลคอมพิวเตอร์และสมาร์ตโฟนอย่างแพร่หลายจนมาถึงปัจจุบัน
    ในขณะที่จอแสดงผล PLS-LCD ของ Samsung เป็นจอแสดงผล LCD ที่ทางซัมซุงเคลมไว้ว่า ถูกพัฒนาขึ้นมาให้มีประสิทธิภาพที่ดีกว่าจอ IPS-LCD ในเรื่องของสีสัน, ความคมชัด, ความสว่าง, มุมมองของภาพ และการตอบสนอง ซึ่งทั้งหมดที่ว่าทำได้ดีกว่าราว ๆ 10-15% เมื่อเทียบกับจอ IPS-LCD รวมทั้งยังประหยัดพลังงานได้มากกว่าประมาณ 5-10% อีกด้วย หรือก็คือเป็นจอที่ทำได้ดีกว่า IPS LCD ในทุกด้านคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ก็ราวๆ 10-15% นั่นเอง

    สรุป 

    อย่างไรก็ตามถึงแม้ทาง Samsung จะเคลมว่า จอ PLS-LCD ถูกพัฒนาขึ้นมาใหม่จนทำให้มีประสิทธิภาพการแสดงผลในภาพรวมที่ดีกว่าจอ IPS-LCD อยู่ประมาณ 10-15% แต่เมื่อถูกนำมาใช้งานจริงบนผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น จอคอมพิวเตอร์ หรือ จอสมาร์ตโฟน เสียงจากผู้ใช้งานส่วนมากจะกล่าวไปในทิศทางเดียวกันว่า แยกผลลัพธ์ของจอทั้งสองชนิดไม่ออกเลย เพราะถือว่าให้ผลลัพธ์ออกมาในระดับที่ใกล้เคียงกันมาก ในขณะที่ส่วนที่เหลือก็จะเลือกชื่นชอบไปตามความชอบโทนสีของตัวเองนั่นเอง
    โดยในปัจจุบันจอ PLS-LCD บนฝั่งอุปกรณ์เคลื่อนที่อย่าง 'สมาร์ตโฟน' จะมีเพียงซัมซุงที่เป็นเจ้าของเพียงแบรนด์เดียวเท่านั้นที่เลือกใช้งาน นอกนั้นจะยังคงใช้เป็นหน้าจอ IPS-LCD กันซะส่วนใหญ่ แต่ทางฝั่งของคอมพิวเตอร์-โน็ตบุ๊ค จะเริ่มเห็นหลาย ๆ แบรนด์นำจอชนิดนี้ไปใช้งานกันเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ แล้ว 
    สุดท้ายก็ต้องบอกว่า "ขึ้นอยู่กับความชอบ" ของแต่ละคนแล้วล่ะครับว่า ชื่นชอบสไตล์การแสดงผลในภาพรวมของจอแสดงผลตัวไหนมากกว่า ในเมื่อในด้านประสิทธิภาพถือทำออกมาได้ในระดับที่ไล่เลี่ยกันมาก ๆ ที่เหลือก็อยู่ที่ความชอบส่วนบุคคลแล้ว ก็จะคล้าย ๆ กับเวลาที่เราถามเพื่อนว่า "ภาพวาด อันไหนสวยกว่ากัน?" แต่ละคนก็จะมีสไตล์ความชอบที่แตกต่างกันตามมุมมองด้านศิลป์ของตัวเองนั่นเอง

    แท็กที่เกี่ยวข้อง :

    • วินระพี นาคสวัสดิ์
    • วินระพี นาคสวัสดิ์
      MOBILE GURU Thailand

    บทความล่าสุดอื่นๆ