รู้จักเช็คราคา|ติดต่อเรา

รีวิว HUAWEI MatePad 11 แท็บเล็ตหน้าจอสวย Refresh Rate 120Hz ลำโพง 4 ตัวทรงพลัง Harman Kardon รองรับ M-Pencil (2nd Generation) จับทุกแรงกด 4096 ระดับ

25 ต.ค. 64 3,703
รีวิว HUAWEI MatePad 11 แท็บเล็ตหน้าจอสวย Refresh Rate 120Hz ลำโพง 4 ตัวทรงพลัง Harman Kardon รองรับ M-Pencil (2nd Generation) จับทุกแรงกด 4096 ระดับ
ช่วงนี้จะเห็นว่าทาง Huawei ได้เปิดตัวแท็บเล็ตรุ่นใหม่ออกมาอย่างต่อเนื่องเลยครับ มีให้เลือกซื้อในทุกระดับราคา แถมยังมาพร้อมคุณภาพที่สูง และดีไซน์ที่สวยงาม แถมยังจัดเต็มในทุกๆรายละเอียดเลยทีเดียว สำหรับวันนี้ผมมีรีวิวแท็บเล็ตระดับรองท๊อป ที่มีฟีเจอร์อัดแน่น ดีไซน์ที่สวยงาม และสเปคที่แรงมาก เพียงพอต่อการใช้งานทั้งระดับมืออาชีพ จนถึงผู้ใช้งานทั่วไป และน้องๆ ในวัยเรียนมาฝากกันครับกับ HUAWEI MatePad 11 ที่มาพร้อมจุดเด่นมากมาย ไม่ว่าจะเป็นหน้าจอ IPS ขนาด 10.95 นิ้ว ความละเอียด QHD 2560 x 1600 pixels อัตราส่วน 16:10 และมาพร้อมค่า Refresh Rate 120Hz เป็นครั้งแรกของแท็บเล็ตจาก Huawei ซึ่งรุ่นนี้บอกได้เลยครับว่าทีหน้าจอที่สวยงามมากๆ ใช้งานได้ดีทั้งกลางแจ้งและในร่ม
นอกจากนี้ยังมาพร้อมชิปเซ็ตตัวแรงอย่าง Qualcomm Snapdragon 865 รวมไปถึงรองรับการใช้งานคู่กับดินสออัจฉริยะ HUAWEI M-Pencil (2nd Generation) ที่รองรับแรงกดได้มากถึง 4096 ระดับ และมีค่าความหน่วงต่ำเพียงแค่ 2 ms เท่านั้น และรองรับ HUAWEI Smart Magnetic Keyboard และเมาส์ ทำให้สามารถใช้งานได้เสมือน Laptop เครื่องนึงเลยทีเดียว และพร้อมใช้งานระหว่างแล็ปท็อป และแท็บเล็ตเข้าด้วยกันด้วยฟีเจอร์ Huawei Share
HUAWEI MatePad 11 มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ Matte Grey และ Isle Blue โดยมีการวางจำหน่ายแบ่งเป็น 2 ทางเลือก ให้ได้เลือกซื้อกันดังนี้ครับ
  • HUAWEI MatePad 11 หน่วยความจำ 6GB + 128 GB (รุ่น WiFi) สี Matte Grey พร้อม HUAWEI M-Pencil (2nd generation) บรรจุภายในกล่อง ในราคา 19,990 บาท
  • HUAWEI MatePad 11 หน่วยความจำ 6GB + 128 GB (รุ่น WiFi) สี Isle Blue ราคา 15,990 บาท
สำหรับดินสอ HUAWEI M-Pencil (2nd generation) ใครที่สนใจมีวางจำหน่ายแยกราคา 4,490 บาท และ HUAWEI Smart Magnetic Keyboard (Compatible with HUAWEI MatePad 11) ราคา 5,290 บาท (ถ้าซื้อ HUAWEI MatePad 11 จะได้รับ Keyboard รุ่นนี้เป็นของแถมนะครับ วันนี้ - 15 ส.ค. 64 เท่านั้น พร้อมรับสิทธิพิเศษจากแอปฯ ต่างๆ ได้แก่ HUAWEI Cloud 1 เดือน (50GB), HUAWEI Video VIP 1 เดือน, WPS Office VIP 3 เดือน และ FilmoraGo HD VIP 3 เดือน) เป็นโปรโมชั่นที่คุ้มค่ามากๆเลยครับ เท่ากับว่าสามารถซื้อเครื่องได้ในราคาที่ถูกเอามากๆ
การเชื่อมต่อ และรายละเอียดสเปค พร้อมผลทดสอบ HUAWEI MatePad 11
  • Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac/6, dual-band, Wi-Fi Direct, hotspot
  • Bluetooth 5.1, A2DP, LE
  • GPS
  • USB Type-C 3.1
  • หน้าจอ IPS LCD ขนาด 10.95 นิ้ว ความละเอียด QHD 2560 x 1600 pixels (276 ppi) อัตราส่วนหน้าจอ 16:10, DCI-P3, Refresh Rate 120Hz, ผ่านการรับรองจาก TUV Rheinland Dual Certification ช่วยถนอมสายตาและลดแสงสีฟ้า
  • มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ Matte Grey และ Isle Blue
  • ทำงานบน HarmonyOS 2.0
  • ชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 865
  • CPU Octa-core (1x2.84 GHz Kryo 585 & 3x2.42 GHz Kryo 585 & 4x1.8 GHz Kryo 585)
  • GPU Adreno 650
  • RAM 6GB (LPDDR4X)
  • ROM 128GB (UFS 3.1) รองรับ microSDXC
  • เซ็นเซอร์ Accelerometer, gyro, proximity, compass
  • แบตเตอรี่ความจุ 7,250 mAh รองรับชาร์จเร็ว Fast Charging 22.5W และ Reverse Charging 5W
  • กล้องหน้าความละเอียด 8MP F2.0
  • กล้องหลังความละเอียด 13MP F1.8, PDAF
  • บันทึกวีดีโอ 4K 30FPS, 1080P 30FPS (กล้องหน้ารองรับสูงสุด 1080P 30FPS)
  • ลำโพง 4 ตัว จูนเสียงโดย Harman Kardon
  • ไมโครโฟน 4 ตัว พร้อมเทคโนโลยี AI ลดเสียงรบกวน
  • ราคาเปิดตัว 15,990 บาท และ 19,990 บาท มาพร้อม HUAWEI M-Pencil (2nd generation)
  • ทดสอบด้วยแอปพลิเคชัน AnTuTu Benchmark ทำไปได้ 632,591 คะแนน
  • ทดสอบ MultiTouch รองรับ 10 จุด
  • ทดสอบด้วยแอปพลิเคชัน AndroBench ทำความเร็ว Storage ในการอ่านอยู่ที่ 1622.11 MB/s และการเขียน 702.18 MB/s (UFS 3.1) ทำความเร็ว RAM ในการอ่านอยู่ที่ 175.43 MB/s และการเขียน 224.71 MB/s (LPDDR4X)
  • รองรับ DRM L1 รองรับ Netflix HD
  • ทดสอบสัญญาณ GPS จับสัญญาณได้รวดเร็ว
แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนาน ติดต่อกันข้ามวัน
HUAWEI MatePad 11 ที่วางจำหน่ายในประเทศไทยจะเป็นโมเดลที่รองรับ Wi-Fi เท่านั้นครับ ไม่มีรุ่น 5G เข้ามาทำตลาดในประเทศไทย ทำให้การใช้งานยาวนานตลอดวันด้วยแบตเตอรี่ความจุสูง 7,250 mAh รองรับชาร์จเร็ว Fast Charging 22.5W และ Reverse Charging 5W ใครที่ห่วงในเรื่องระยะเวลาการใช้งานที่ต่อเนื่องสบายใจได้เลยครับ
บางเบา พร้อมดีไซน์สีเดียวตลอดทั้งเครื่อง
HUAWEI MatePad 11 มาพร้อมดีไซน์ที่ดูเรียบและสมาร์ท สีเดียวตลอดทั้งเครื่อง โดยเครื่องที่นำมาทดสอบจะเป็นสี Matte Grey วัสดุจะเป็นหน้าจอกระจก ขอบตัวเครื่องจะเป็นโลหะ และฝาหลังจะเป็นพลาสติก ดีไซน์ตัวเครื่องมีน้ำหนักเบาครับเพียงแค่ 485 กรัม และมีความบางเพียง 7.3 มม. เท่านั้นเอง แถมตัวเครื่องมีความโค้งมน ทำให้จับถือได้สบายมือมากๆ ไม่รู้สึกระคายเคืองแม้จะใช้งานเป็นเวลานาน นอกจากนี้ยังส่ง HUAWEI M-Pencil (2nd generation) และ HUAWEI Smart Magnetic Keyboard สำหรับ HUAWEI MatePad 11 โดยเฉพาะมาให้ทดสอบอีกด้วย
หน้าจอ IPS LCD ขนาด 10.95 นิ้ว ความละเอียด QHD 2560 x 1600 pixels (276 ppi) อัตราส่วนหน้าจอ 16:10, DCI-P3, Refresh Rate 120Hz, ผ่านการรับรองจาก TUV Rheinland Dual Certification ช่วยถนอมสายตาและลดแสงสีฟ้า เป็นหน้าจอที่สวยงาม สีสันสดใส คมชัด ใช้งานกลางแจ้งสบายๆ การใช้งานไหลลื่นเนียนตามากๆสมกับเป็นหน้าจอ Refresh Rate 120Hz และขอบจอบางเฉียบ กล้องหน้าความละเอียด 8MP F2.0
ฝาหลังค่อนข้างเป็นรอยนิ้วมือง่ายครับ แต่ก็สามารถทำความสะอาดได้ง่าย ด้านขวาจะเป็นชุดกล้องความละเอียด 13MP F1.8 พร้อมไฟแฟลช LED และไมโครโฟน ด้านล่างจะมีระบุว่า Sound by Harman Kardon
ด้านบนประกอบด้วยชุดไมโครโฟนอีก 3 ตัว (รวมตรงบริเวณกล้อง HUAWEI MatePad 11 จะมีไมโครโฟนทั้งหมด 4 ตัวครับ) มาพร้อมเทคโนโลยี AI ลดเสียงรบกวน ทำให้การสนทนาเวลาประชุม Online ต่างๆมีความชัดเจน และช่วยตัดเสียงเวลาเราพิมพ์ข้อความต่างๆผ่านคีย์บอร์ดได้อีกด้วย และปุ่มปรับระดับเสียง ส่วนด้านล่างจะมีช่องใส่ microSDXC
ด้านซ้ายจะมีปุ่ม Power และลำโพง 2 ตัว ส่วนด้านขวาจะมีพอร์ท USB Type-C 3.1 พร้อมลำโพงอีก 2 ตัว จูนเสียงโดย Harman Kardon เสียงดังมากๆ แถมคุณภาพเสียงดีเยี่ยมอีกด้วย เป็นแท็บเล็ตอีกรุ่นที่มาพร้อมลำโพงที่น่าทึ่งครับ
HUAWEI M-Pencil (2nd generation) รุ่นนี้จะจับถนัดมือกว่ารุ่นแรกครับ ดีไซน์คล้ายคู่แข่งมากๆเลย ไม่มีปุ่มที่ทำให้มือลั่น ตัวดินสอต้องเชื่อมต่อผ่าน Bluetooth และรองรับชาร์จไร้สายผ่านตัวแท็บเล็ตผ่านระบบแม่เหล็ก รองรับแรงกดได้มากถึง 4096 ระดับ และมีค่าความหน่วงต่ำเพียงแค่ 2 ms เท่านั้น ช่วยให้การเขียนหรือวาดภาพมีความเป็นธรรมชาติมากๆครับ
HUAWEI Smart Magnetic Keyboard เป็นรุ่นที่ออกแบบมาสำหรับ HUAWEI MatePad 11 ดีไซน์คล้ายๆรุ่นก่อนๆ ผิวสัมผัสแบบหนัง PU ทำเป็นลาย Saffiano คล้ายๆลายกระเป๋าหนังของ Prada ช่วยให้จับถนัดมือไม่ลื่น ด้านในเป็นผ้ากึ่งยางที่ไม่เกาะฝุ่น ปุ่มต่างๆมีขนาดและเว้นช่องว่างได้เหมือน Laptop เลยครับ เปลี่ยนภาษาด้วยการกด CTRL + SHIFT แป้นอักษรตอบสนองการพิมพ์ได้ดี แต่ตัวทดสอบมีแต่ภาษาอังกฤษนะครับ แต่ตัวจำหน่ายจริงน่าจะมาพร้อมภาษาไทยด้วย การยึดติดประกบด้วยแม่เหล็ก แรงดูดแน่นหนาดี แต่เวลาถือก็ควรระวังนิดนึงนะครับ สามารถปรับองศาการเอียงหน้าจอได้ 2 ระดับ (จริงๆน่าจะออกแบบให้มีที่เก็บ M-Pencil ในตัวนะครับ เพราะเวลาพกพามันอาจจะหลุดหายได้ง่ายๆเลย)
อินเตอร์เฟส และฟีเจอร์ที่น่าสนใจต่างๆ
HUAWEI MatePad 11 ทำงานบน HarmonyOS 2.0 หน้าตาอินเตอร์เฟสสวยงาม ใช้งานง่าย และเหมือน Android เลยครับ (จริงๆก็คือ Android เลยละครับ แต่ตัด GMS ออกทั้งหมด และใส่ HMS เข้าไปแทนอย่างสมบูรณ์แบบ) โดยส่วนตัวผมสามารถใช้งานได้อย่างราบลื่นไม่มีปัญหาเลยครับ จริงๆผมว่าเพียงแค่เปิดใจก็ใช้งานได้แล้วนะครับ ข้อจำกัดต่างๆมันมองมุมกลับได้ง่ายนิดเดียว
ในส่วนของสเปคมาพร้อม Qualcomm Snapdragon 865, RAM 6GB (LPDDR4X), ROM 128GB (UFS 3.1) รองรับ microSDXC สเปคดีมากครับ ผลทดสอบออกมาเลยคะแนนสูง ความเร็วและความลื่นไหลทำได้ดีมาก มอบประสบการณ์การใช้งานระดับพรีเมี่ยมในราคาเบาๆเริ่มต้นเพียง 15,990 บาท เท่านั้นเอง
HarmonyOS 2.0 หน้าตาอินเตอร์เฟสเหมือน Android แทบทุกอย่างครับ ไม่ต้องกลัวว่าจะใช้ไม่เป็นเพราะจริงๆไม่ต่างกันเลย รุ่นนี้ไม่มีสแกนลายนิ้วมือนะครับ จะมีเฉพาะสแกนใบหน้า และมีฟีเจอร์โคลนแอปพลิเคชั่น เพื่อใช้แอปเดียวกัน 2 ID ในเครื่องเดียวเหมือนกัน รวมทั้งแม้จะไม่มี Google Assistant แต่ก็มี Huawei Assistant ด้วยนะครับใช้ชื่อว่า "Celia" อ่านว่า "ซีเลีย" นะครับ (ยังไม่รองรับภาษาไทย) ซึ่งบริการต่างๆของ Huawei Assistant จะมีมาให้ครบเหมือนทางฝั่ง Google เลยนะครับ ไม่ว่าจะเป็นคำสั่งเสียง AI Voice, การค้นหาสิ่งต่างๆ และการเลือกซื้อสินค้าผ่านกล้องด้วย AI Lens, ค้นหาสินค้าและเปรียบเทียบราคาข้ามแพลตฟอร์มผ่าน AI Touch เป็นต้น
PrivateSpace สร้างพื้นที่ใหม่แยกออกจากพื้นที่ส่วนตัวอย่างสิ้นเชิง เหมือนเรามี Tablet เครื่องใหม่เลยครับ โดยสามารถสลับพื้นที่ใช้งานด้วยรหัสผ่าน มีประโยชน์มากๆนะครับ เพราะเราสามารถให้คนในครอบครัว หรือเพื่อนที่ทำงานใช้อุปกรณ์เครื่องนี้ร่วมกับเราได้ โดยไม่ต้องกลัวว่าข้อมูลส่วนตัวเราจะโดนพบเห็นโดยไม่ตั้งใจ รวมทั้งไม่มีใครมาก่าวก่ายข้อมูลต่างๆในเครื่องของเราได้อีกด้วย นอกจากนี้ HarmonyOS 2.0 ยังคงมีฟีเจอร์อย่าง Tablet Clone สำหรับอำนวยความสะดวกในการโอนถ่ายข้อมูลจากเครื่องเก่าของเรามายังเครื่องใหม่ได้ง่ายนิดเดียว
สำหรับใครที่กังวลในเรื่องของแอปพลิเคชั่นบน HarmonyOS 2.0 จะมาพร้อม HUAWEI APPGallery ซึ่งมีแอปให้เลือกดาวน์โหลดมากมาย โดยเฉพาะแอปสำคัญๆด้านการเงินมีมาให้ครบทุกธนาคารเลยครับ แต่ก็ต้องยอมรับว่าเกมหลายๆเกม รวมทั้งแอป Social ยอดนิยมส่วนมากยังไม่มีมาให้อย่างเป็นทางการ (แต่ว่าก็มี Line นะครับ) ซึ่งทาง HUAWEI ก็แก้ปัญหาตรงนี้ผ่านทาง Petal Search ค้นหาแอปพลิเคชั่นอะไรก็เจอ อย่างที่ผมค้นหา Facebook ก็สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ผ่าน APKPure แต่ด้วย Petal Search ทำให้ทุกอย่างง่ายยิ่งขึ้น โดยจัดเตรียมให้เราดาวน์โหลดได้อย่างสะดวกสบาย ไม่มีขั้นตอนยุ่งยากเหมือนกับการค้นหาเองผ่าน Browser เลยครับ
แต่ด้วยข้อจำกัดนะครับ สำหรับแอปพลิเคชั่นที่ต้องการบริการ Google Play Services จะไม่สามารถใช้งานบน HarmonyOS 2.0 ได้ครับ ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ต้องพยายามพูดคุยและพัฒนากันต่อไป แอปยอดนิยมอย่าง Disney+ Hotstar และ Adobe Illustrator Draw ก็ไม่รองรับนะครับ
ส่วนการใช้งานต่างๆสำหรับคนที่เคยชินใน Google Mobile Service ก็สามารถเปลี่ยนมาใช้บริการของ Huawei Mobile Service แทนได้ครอบคลุมทั้งหมด ซึ่งผมว่ามันอยู่ที่การปรับตัวนะครับ ง่ายนิดเดียว
แอปความบันเทิง Streaming Content ต่างๆรองรับเพียบครับ ไม่ว่าจะเป็น Line TV, WeTV, iQIYI (อ้ายฉีอี้), bilibili เป็นต้น และรุ่นนี้มาพร้อมลำโพง 4 ตัว จูนเสียงโดย Harman Kardon คุณภาพเสียงสุดยอดเกินตัวมากๆครับ ไม่แพ้รุ่นใหญ่เลย รับรองว่าจะต้องประทับใจในคุณภาพเสียงของแท็บเล็ตรุ่นนี้กันอย่างแน่นอน เหมาะกับความบันเทิงมากๆครับ
แอปพลิเคชั่น Social Network ต่างๆใช้งานได้ดีไม่มีปัญหา รวมทั้งแอปแชทอย่าง Line และ Messenger
App Multiplier สามารถใช้งานแอปพลิเคชั่นที่รองรับการแบ่งหน้าจอได้พร้อมกัน ความลื่นไหลในการใช้งานทำได้ยอดเยี่ยม (ใช้งานได้สูงสุด 4 หน้าจอ)
การเล่นเกมบนแท็บเล็ตเป็นอะไรที่ผมชอบมากๆเลยครับ เพราะภาพเต็มตาเล่นได้สะใจจริงๆ ด้วยสเปคระดับนี้ Qualcomm Snapdragon 865 สามารถเล่นเกม ROV ได้ที่เฟรมเรท 60FPS นิ่งๆ ตั้งแต่ต้นจนจบเกมเลยครับ และทดสอบกับเกม PUBG Mobile สามารถปรับภาพได้ที่ระดับ HDR HD และค่าเฟรมเรทระดับสูงสุดได้สบายๆ
ในส่วนของ HUAWEI M-Pencil (2nd generation) น่าประทับใจมากๆครับ เขียนได้ลื่นไหล และให้สัมผัสเวลาเขียนใกล้เคียงกับเขียนบนกระดาษมากทีเดียว ดินสออัจฉริยะรุ่นนี้รองรับแรงกดได้มากถึง 4096 ระดับ และมีค่าความหน่วงต่ำเพียงแค่ 2 ms เหนือกว่ารุ่นแรกมากๆเลยครับ จากการที่ทดสอบกับแอปพลิเคชั่น Autodesk SketchBook ผมพอใจมากๆเลยครับ ทำให้รู้สึกอยากกลับมาวาดรูปเล่นเป็นงานอดิเรกอีกครั้ง หลังจากที่แทบจะไม่ได้วาดรูปเลย
HUAWEI M-Pencil (2nd generation) ไม่มีปุ่มสั่งงาน แต่จะใช้ระบบสัมผัสแทนครับ สามารถเข้าถึงคำสั่งพื้นฐานด้วยการแตะที่ดินสิเบาๆเท่านั้นเอง
มาพร้อมฟีเจอร์แปลงเนื้อหาที่เขียนด้วยลายมือ เป็นข้อความตัวพิมพ์ได้แบบเรียลไทม์ เรียกว่า Free Script ซึ่งจากการทดสอบทำได้แม่นยำมากๆครับ ลายมือผมแย่มากๆ ก็ยังแปลงออกมาได้ถูกต้อง รองรับหลายภาษาน่าเสียดายที่ยังไม่รองรับภาษาไทยนะครับ
HUAWEI MatePad 11 มาพร้อมอุปกรณ์เสริมที่จะช่วยให้ทำงานได้ระดับ Laptop กับ HUAWEI Smart Magnetic Keyboard ที่มาพร้อมแป้นพิมพ์ขนาดมาตรฐานแบบเดียวกับ Laptop ทั้วไป พร้อมทำงานผ่านฟีเจอร์ HUAWEI Share ซึ่งสามารถทำงานร่วมกันระหว่าง Laptop และ Tablet ของ HUAWEI อย่างไร้รอยต่อ กับฟีเจอร์ HUAWEI Multi-screen Collaboration with laptop มี 3 โหมด ได้แก่
Mirror Mode ควบคุมคำสั่งต่างๆบนแล็ปท็อป ผ่านแท็บเล็ตได้เลย ช่วยให้การนำเสนองานต่างๆ ทำได้ง่ายยิ่งขึ้น
Extend Mode ขยายจอแสดงผลสำหรับแล็ปท็อป เพิ่มพื้นที่สำหรับแสดงเนื้องานให้มากขึ้น สามารถย้ายงานจากบนแล็ปท็อปไปใว้บนหน้าจอแท็บเล็ตได้ เหมือนกับตัวแท็บเล็ตเป็นหน้าจอเสริม เพิ่มความสะดวกสบายในการทำงานนอกสถานที่
Collaborate Mode เชื่อมโยงข้อมูลระหว่างแล็ปท็อปและแท็บเล็ต โดยสามารถทำงานแยกจากการเป็นเอกเทศได้เลยครับ กลายเป็นว่าเรามีแล็ปท็อปเพิ่มอีกเครื่องนึงผ่านตัวแท็บเล็ต
สเปคกล้อง
HUAWEI MatePad 11 มาพร้อมกล้องหน้าความละเอียด 8MP F2.0 และกล้องหลังความละเอียด 13MP F1.8, PDAF บันทึกวีดีโอ 4K 30FPS, 1080P 30FPS (กล้องหน้ารองรับสูงสุด 1080P 30FPS) จากการทดสอบกล้องคุณภาพใช้ได้เลยครับ แต่ลูกเล่นค่อนข้างน้อยมากๆ ไม่มีโหมด Portrait อะไรให้เล่นเลย แต่ความคมชัดทำได้ดีทีเดียว รวมทั้งกล้องหน้าก็คุณภาพดีครับ อย่างน้อยก็มี Beauty Mode มาให้ใช้นะครับ แต่ก็ไม่ได้ปรับแต่งอะไรมากนัก เรามาดูตัวอย่างภาพถ่ายจากแท็บเล็ตรุ่นนี้กันครับ
ภาพที่ได้จากกล้องหน้าของ HUAWEI MatePad 11
ภาพที่ได้จากกล้องหลังของ HUAWEI MatePad 11
สรุป
HUAWEI MatePad 11 เป็นแท็บเล็ตที่น่าสนใจมากๆในช่วงราคานี้เลยครับ ดีไซน์สวยงาม บางเบา หน้าจอสวยมากๆแถมได้ค่า Refresh Rate 120Hz ผ่านการรับรองจาก TUV Rheinland Dual Certification ช่วยถนอมสายตาและลดแสงสีฟ้า สเปคสูง Qualcomm Snapdragon 865 และ Storage ก็เป็นมาตรฐาน UFS 3.1 แถมยังรองรับ microSDXC ช่วยขยายพื้นที่จัดเก็บข้อมูล แบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ยาวนานความจุ 7,250 mAh รองรับชาร์จเร็ว Fast Charging 22.5W และ Reverse Charging 5W แถมลำโพง 4 ตัว จูนเสียงโดย Harman Kardon น่าประทับใจมากๆครับ เสียงดีมากจริงๆ และมาพร้อมไมโครโฟน 4 ตัว ที่ช่วยให้เสียงสนทนาคมชัด พร้อมทั้งช่วยตัดเสียงรบกวน
นอกจากนี้ HarmonyOS 2.0 ก็เป็นทางเลือกใหม่ของ HUAWEI ที่น่าสนใจครับ พยายามอย่างเต็มที่จริงๆ เพราะไม่มีทางเลือก ซึ่งจากการทดสอบผมค่อนข้างพอใจมากเลยนะ และรอดูอัพเดทใหม่ๆของระบบปฏิบัติการที่ต่อยอดมาจาก Amdroid ตัวนี้อยู่
และด้วยราคาที่น่าสนใจมากๆ 15,990 บาท และ 19,990 บาท มาพร้อม HUAWEI M-Pencil (2nd generation) เป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าครับ ยิ่งถ้าซื้อในช่วงโปรโมชั่นแถม HUAWEI Smart Magnetic Keyboard ยิ่งสุดคุ้มเลย เท่ากับว่าเราสามารถซื้อเครื่อง HUAWEI MatePad 11 ในราคาที่ถูกมากๆเลยนะครับ
จุดเด่นของ HUAWEI MatePad 11
  1. ดีไซน์สวยงาม บางเพียง 7.3 มม. และมีน้ำหนักเบาเพียง 485 กรัม
  2. ตัวเครื่องมีความโค้งมน ทำให้จับถือได้สบายมือ ไม่รู้สึกระคายเคืองแม้จะใช้งานเป็นเวลานาน
  3. หน้าจอ IPS LCD ขนาด 10.95 นิ้ว ความละเอียด QHD รองรับ Refresh Rate 120Hz สวยงามมากๆ ผ่านการรับรองจาก TUV Rheinland Dual Certification ช่วยถนอมสายตาและลดแสงสีฟ้า
  4. สเปคแรง Qualcomm Snapdragon 865, RAM 6GB (LPDDR4X), ROM 128GB (UFS 3.1) รองรับ microSDXC
  5. รองรับ WiFi 6 Bluetooth 5.1 และ USB Type-C 3.1
  6. แบตเตอรี่ความจุ 7,250 mAh ใช้งานได้ยาวนาน รองรับชาร์จเร็ว Fast Charging 22.5W และ Reverse Charging 5W
  7. ลำโพง 4 ตัว จูนเสียงโดย Harman Kardon คุณภาพดีมากๆ และมาพร้อมไมโครโฟน 4 ตัว พร้อมเทคโนโลยี AI ลดเสียงรบกวน
  8. มาพร้อม HUAWEI M-Pencil (2nd generation) และ HUAWEI Smart Magnetic Keyboard ในชุดจำหน่าย (คีย์บอร์ด และสิทธิพิเศษพร้อมใช้ต่างๆ สำหรับคนที่ซื้อในช่วงโปรโมชั่น)
จุดสังเกตของ HUAWEI MatePad 11
  1. HarmonyOS 2.0 น่าใช้ และเตรียมการมาดี มีฟีเจอร์อำนวยความสะดวกในการหาและลงแอปอย่าง Petal Search นอกจากนี้ยังมีแอปต่างๆที่แทนที่ Google Mobile Service มาให้ครบถ้วนเลย แต่ผู้ใช้งานต้องปรับตัว
  2. แอปพลิเคชั่นที่เรียกหา Google Play Services จะไม่สามารถใช้งานได้
  3. วัสดุฝาหลังเป็นพลาสติก ทำให้ดูไม่ค่อยพรีเมี่ยม และเป็นรอยนิ้วมือได้ง่าย
  4. HUAWEI Smart Magnetic Keyboard เครื่องทดสอบไม่มีสกรีนแป้นไทย (ไม่แน่ใจว่าตัวจำหน่ายจริงจะมีหรือเปล่า)
แท็กที่เกี่ยวข้อง huawei matepad 11 huawei matepad huawei harman kardon
เขียนโดย ธีระ อังรัตนันท์ Tablet Guru

ช่องทางติดตาม Tablet Guru