ค้นหา รถมอเตอร์ไซค์ใหม่ motorcycle
รีวิวรถมอเตอร์ไซค์ใหม่ : รีวิว Honda Click 150i 2018 สัมผัสแรก สมรรถนะเยี่ยม โดนใจ

รีวิว Honda Click 150i 2018 สัมผัสแรก สมรรถนะเยี่ยม โดนใจ

วันที่ : 4 มิ.ย. 61
เข้าดูทั้งหมด: 18,009 คน
(รีวิว) Honda Click 150i 2018 สัมผัสแรก สมรรถนะเยี่ยม โดนใจ
เพราะยังติดใจดีไซน์ของฮอนด้าสกู๊ตเตอร์ที่เรียกว่า คลิก! (Click) ที่ออกมาตั้งแต่รุ่นแรกๆ ปี 2006 จนทุกวันนี้ 10 ปีแล้ว ที่ยังใช้มันเดินทางไปยังจุดหมายอยู่ทุกวัน ถึงแม้จะมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบและดีไซน์ของคลิก ออกมาแล้วหลากหลายเวอร์ชั่น แต่ตัวนี้ ปี 2018 ที่ได้เห็นตอนเปิดตัว พูดเลยว่าคลิก 2018 รุ่นนี้ ตอบโจทย์ทุกเพศทุกวัยและความล้ำไปอีกขั้นของ สกู๊ตเตอร์ที่หลายๆ คนเพียงซื้อไว้จ่ายตลาด แต่ขอบอกเลยว่ามันไปได้ไกลกว่านั้น ถ้าได้ลองเก็บกระเป๋าแล้วขับหล่อๆ ออกไปทำงาน หรือจะเดินทางไปให้ไกลกว่าที่ใช้ในชีวิตประจำวัน บอกได้เลยว่าสนุกแน่! 

Honda Click 150i 2018 หล่อเข้ม โฉบเฉี่ยว ยางใหม่ขนาดใหญ่ ไม่มียางใน

Honda Click  125i 2018 มีทั้งแบบล้อแมกซ์และซี่ลวด (ราคาต่างกัน)
เห็นดีไซน์หรูหรา รูปตาโฉบเฉี่ยว ก็อยากจะลองสมรรถนะและอัตราเร่งแล้ว ซึ่งในเครื่องยนต์ 150i ที่เราจะทำการทดสอบ เป็นเครื่องยนต์ใหม่ ครั้งแรกของ Honda Click i 150i cc ที่เป็นระบบ eSP เครื่องแรง ให้อัตราเร่งดีขึ้น มาพร้อมหม้อกรองขนาดใหญ่ ให้การขับขี่สนุกเร้าใจกว่าเดิม และอีกหนึ่งความปลอดภัยเพิ่มเติมกับระบบ "สตาร์ทอัจฉริยะ" ที่มีเหมือนรุ่นพี่ PCX 150 แต่สำหรับ Click 150i ใหม่! กับกุญแจสมาร์ทคีย์ เมื่อกดรีโมท ก่อนบิดปุ่มสตาร์ท ต้องกดปุ่มปลดล็อคที่แฮนด์บาร์ เพื่อสตาร์ทเครื่องยนต์ เสริมความปลอดภัยอีกขั้น (มีเฉพาะ 150i) ซึ่งระบบนี้มีในรถกลุ่มบิ๊กไบค์ แต่สกู๊ตเตอร์น้องเล็กตัวใหม่จัดให้!

ก่อนบิดกดปลดล็อคที่ปุ่มตรงแฮนด์ขวา (วงกลมแดง) และค่อยบิดสตาร์ท และสามารถปิดระบบ Idling Stop ได้
ได้เวลาทดสอบและเป็นโอกาสดีที่ A.P. Honda เชิญไปทดสอบขับ ทั้ง Honda Click 125i และ Honda Click 150i แต่เราจะเน้นการทดสอบที่ 150i เป็นหลัก โดยแบ่งการทดสอบเป็น 3 Station คือ ทดสอบความแรง (Performance)ทดสอบความกล้า (Agility) และทดสอบความท้าทาย (Challenge) 




Station ที่ 1 ทดสอบความกล้า  (Agility)
ด่านนี้จะเป็นการทดสอบการเข้าโค้งในมุมแคบ และการทรงตัว โดยจะให้ขับคนละ 2 รอบ ซึ่งต้องยอมรับว่า Click 150i ทำออกมาได้ดีในการเลี้ยว และยังควบคุมรถได้ง่าย ด้วยความกว้างของตัวรถที่มีขนาด 679 mm ให้วงเลี้ยวได้แคบสุด 1.9 m น้ำหนักเบาที่สุดใน AT ขนาด 150 cc  


การยึดเกาะถนนหากใช้ในชีวิตประจำวันการเข้าโค้งที่เป็นมุมหักศอก รถไม่มีอาการไถล ในจังหวะที่ต้องผ่อนคันเร่ง ยังสามารถบังคับและตีวงแคบและทรงตัวแบบเอาอยู่ ไม่มีชะงักให้เสียจังหวะ ยังเร่งและเลี้ยงตัวรถเข้าโค้งได้อย่างมั่นใจ รอบแรกมีเกรง แต่พอคุ้นชินกับตัวรถในรอบที่ 2 ทำให้กล้าและมั่นใจในการเข้าโค้งเพราะรถบังคับง่าย ต้องชมเครื่องยนต์ใหม่ที่มีส่วนช่วยให้รถมีกำลังและอัตราเร่งดีขึ้น

Station ที่ 2 ทดสอบความท้าทาย  (Challenge)
ในด่านนี้นอกจากจะทดสอบความท้าทายตัวรถแล้ว เหล่านักทดสอบที่มีภรรยาก็ท้าทายปังตอ!! ไม่แพ้กัน อิอิ เพราะด่านนี้ให้ทดสอบเหมือนจริง โดยมีคนซ้อนท้ายเหมือนในชีวิตประจำวันซึ่ง A.P. Honda ก็จัดน้องๆ สาวสวยหุ่นพริตตี้ มาซ้อนท้ายรับแรงเหวี่ยง(ตอนโค้ง) แรงกระแทก (เวลาแตะเบรก) ให้พี่ๆ นั่งขับ ใส่อารมณ์ได้เต็มที่ (ท่าทางและวัดพละกำลัง) โดยการเพิ่มน้ำหนักให้มีการซ้อนท้ายผ่านโค้งหักศอก และกรวยที่ตั้งวางเป็นรูปตัว S ให้เราได้ทดสอบสมรรถนะและสถานการณ์จริง นอกจากเครื่องยนต์ที่ให้อัตราเร่งดีขึ้น 150i ยังมาพร้อมกับยางใหม่ขนาดใหญ่ขึ้น โดยยางหน้าขนาด 90/80 -14 หลัง 100/80 -14 รับน้ำหนักได้สบายๆ 

ในการเข้าโค้งและออกตัวเมื่อมีน้ำหนักเพิ่มขึ้น โดยรวมแล้วถึงจะบรรทุกแบบมีคนซ้อน รถยังพลิ้วและเข้าโค้งได้ดี จังหวะที่โค้งกว้างแตะเบรกเล็กน้อย รถไม่มีการชะงักให้ตกใจ ยังไหลไปได้เรื่อยๆ ทำให้ช่วงโค้งบางจังหวะเลี้ยงไปแบบไม่ต้องแตะเบรก แฮนด์บาร์ควบคุมง่าย มั่นใจทั้งคนขับและคนซ้อน 

Station ที่ 3 ทดสอบความแรง (Performance)
ด่านนี้เป็นการทดสอบ ให้รู้ถึงพละกำลังอัตราเร่งของเครื่องยนต์และการออกตัว ซึ่งจะขับกัน 3 รอบสนามทดสอบ มีด่านสลาลมให้ขับกันในระยะที่ต่างกัน ในจังหวะที่ต้องเพิ่มความเร็วขึ้นเรื่อยๆ ด่านนี้สำหรับนักทดสอบจะได้บิดกันเต็มที่ ซึ่งในช่วงออกตัวที่ความเร็วปานกลางไปจนถึงสลาลมแรก และเพิ่มความเร็วตามระยะทางของด่านที่ 2 และ 3 ตามลำดับ 

ทำให้รู้สึกถึงจังหวะบิดยกทำได้ดี ไม่เสียการทรงตัว พลิกตัวกลับในความเร็วได้สมูธ จนไปถึงจุดที่ต้องทดสอบ Idling Stop เพื่อให้เครื่องยนต์หยุดทำงาน เมื่อเรากำเบรก ปล่อยให้เครื่องลดกำลังลงจนดับ รถจอดสนิท และเครื่องยนต์หยุดทำงานภายในไม่ถึง 5 วินาที (สังเกตจากหน้าจอไมล์แบบอัตโนมัติจะลดขีดลงเรื่อยๆ) แล้วบิดออกตัว ซึ่งระบบ Idling Stop เป็นการช่วยประหยัดเมื่อจอดติดไฟแดงนานๆ หรือจอดนิ่งๆ อยู่กับที่ บิดคันเร่งจนสุดเมื่อออกตัว คันเร่งกับเครื่องยนต์ทำงานได้สัมพันธ์กันและออกตัวได้อย่างสมูธ เร่งจนสุดปลอกสามารถทำความเร็วได้ตามกำลังเครื่องยนต์ 150 cc 

เสียงเครื่องยนต์เบา ด้วยท่อไอเสียแบบใหม่ และสั้นลง สไตล์สปอร์ต ขับสนุก ในจังหวะช่วงเบรกที่ใช้ความเร็วมากๆ รถไม่มีอาการส่ายให้น่ากังวล หากเทียบเมื่อเจอสถานการณ์จริงบนท้องถนน ถือว่า Honda Click 150i ทำทุกอย่างรับสถานการณ์ถนนบ้านเราได้ลงตัว สามารถขับขี่ไปได้ไกลกว่าแค่ทำงานในเมือง 

สรุปโดยรวม นอกจากรูปร่างหน้าตาที่ดูโฉบเฉี่ยวกว่ารุ่นก่อนๆ สมรรถนะ และอัตราเร่งดีขึ้น มีช่องเก็บของใต้เบาะใหญ่ขึ้น มาตรวัดบอกค่าต่างๆ แม้กระทั่งการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องใน 1,000 กิโลเมตรแรกของ Click 150i ก็ถูกตั้งให้เตือนผู้ขับขี่ หรือแม้กระทั่งปริมาณไฟในแบตเตอรี่ ที่มีแจ้งเตือนเมื่อแบตใก้ลจะหมด ทุกอย่างอำนวยให้ผู้ขับขี่มาแบบจัดเต็ม กับยางที่ใหญ่ขึ้นรับแรงกระแทก และรับน้ำหนักได้ดีขึ้น ผู้หญิงตัวเล็กๆ หรือผู้ชายตัวใหญ่ก็ขับขี่ได้สบายๆ แม้จะเจอสถานการณ์รถติด ก็ซอกแซก เบียดเสียดได้หายห่วง ถือว่าเป็นรถที่ครบทุกความต้องการ ขับไปทำงานก็ประหยัด ด้วยเครื่องยนต์ตัวใหม่ eSP หรือจะขับออกทริปไกลๆ ก็ไปได้อย่างสบายๆ 

เรือนไมล์ใหม่ แบบ Full Digital 

ระบบสตาร์ท แบบบิดโดยใช้กุญแจ สมาร์ท คีย์ (เหมือน PCX) 

ใต้เบาะจุของได้มากกว่าเดิม
สำหรับ Honda Click 125i มีให้เลือก 5 สี คือ สีแดง-ดำ สีดำ สีขาว-ดำ ในรุ่นล้อแมกซ์ ด้วยราคาแนะนำเริ่มต้นที่ 54,700 บาท และ สีน้ำเงิน-ดำ และ สีส้ม-ดำ ในรุ่นล้อซี่ลวด ด้วยราคาแนะนำเริ่มต้นที่ 51,000 บาท
และ Honda Click 150i โดยมีให้เลือก 3 สี คือ สีเทา สีดำ-แดง และ สีเทา-ดำ ด้วยราคาแนะนำเริ่มต้นที่ 60,200 บาท
แก้ไขล่าสุด : 4 มิ.ย. 61
โดย
:
กองบรรณาธิการ เช็คราคา.คอม
กองบรรณาธิการ เช็คราคา.คอม

รีวิวรถมอเตอร์ไซค์ล่าสุด