รู้จักเช็คราคา|ติดต่อเรา

'พง Hammerhead' เรื่องราวของชายที่หลงใหลใน Bigbike 'ขั้นสุด' พร้อมแชร์ประสบการณ์ขับขี่ 'โคตรสุด' กับตัวพัน ที่คุณไม่ควรพลาด

19 ต.ค. 64 1,675
'พง Hammerhead' เรื่องราวของชายที่หลงใหลใน Bigbike 'ขั้นสุด' พร้อมแชร์ประสบการณ์ขับขี่ 'โคตรสุด' กับตัวพัน ที่คุณไม่ควรพลาด
เมื่อพูดถึงความฝันของผู้ชายไทยหลายๆ คน ‘บิ๊กไบค์’ น่าจะเป็นหนึ่งในความฝันที่อยากครอบครองไว้สักคัน ซึ่งความชอบในบิ๊กไบค์นี้ทำให้เกิดการรวมกลุ่มของคนที่มีความชอบเหมือนๆ กัน จนกลายเป็น community ต่างๆ จะเห็นได้จากแฟนเพจบน Facebook มีกลุ่มความสนใจนี้เกิดขึ้นมากมาย เป็นที่ที่เอาไว้แลกเปลี่ยนมุมมอง ทัศนคติ มิตรภาพร่วมกัน ซึ่งทำให้เราเจอชายที่หลงใหลใน Bigbike มากๆ วันนี้เราจะพาทุกคนมาทำความรู้จักกับ คุณ พง Hammerhead กันครับ
 
 
ทำความรู้จักกับคุณ พง Hammerhead 
สวัสดีครับ ผมพงศกร เพชรเจริญ หรือชื่อในวงการ Biker จะรู้จักกันในชื่อ ‘พง Hammerhead’ ปัจจุบันเป็น Founder & Owner บริษัท แฮมเมอร์เฮด กรุ้ป จำกัด เราเป็นร้านขาย Riding Gear (หมวกกันน็อค รวมไปถึงอุปกรณ์ในการขับขี่มอเตอร์ไซค์) อยู่ในย่านเลียบทางด่วนรามอินทราฯ แน่นอนครับว่าเป็นเจ้าของร้านแบบนี้ จะไม่ได้ใช้งานรถมอเตอร์ไซค์เลย มันก็คงจะเป็นไปไม่ได้ 

ถ้าถามว่าผมมีรถเก๋งไหม แน่นอนว่ามีนะครับ แต่เหตุผลเดียวกันกับที่ตู้เย็นมีทั้งช่องฟรีซและช่องธรรมดา เพราะมันทำหน้าที่กันคนละแบบ หลักๆ เลยที่ทำให้ตัดสินใจเลือกใช้ช่องฟรีซ ในที่นี้คือมอเตอร์ไซค์ ด้วยการจราจรของบ้านเรา ไปไหนแต่ละครั้งเรียกได้ว่าเหน็ดเหนื่อยเหลือเกิน ใช้ชีวิตอยู่บนรถยนต์ในแต่ละวันรวมๆ แล้ว 3-4 ชั่วโมง ยังไม่นับรวมค่าน้ำมันและทางด่วน พอยิ่งคิดยิ่งทวีคูณความรู้สึก ก็นั่นแหละครับถ้ามองหาทางออกของปัญหานี้มี 2 อย่างที่คิดได้ คือ 1.ลาออกจากงานมาอยู่บ้านเฉยๆ กับ 2.เปลี่ยนวิธีการไปทำงาน และแน่นอนว่าตัวเลือกแรกมันไม่มีอยู่จริง มอเตอร์ไซค์จึงเป็นทางออกสุดท้าย ไลฟ์สไตล์ของผมถึงเริ่มเปลี่ยนไป วันนี้ผมขอพาไปท่องเที่ยวพร้อมกับแชร์ประสบการณ์ให้อ่านกันครับ หวังว่าจะช่วยเหลือผู้ที่ต้องการเป็นเจ้าของรถหรือกำลังเลือกซื้อรถ Bigbike อยู่ ไม่มากก็น้อย
 
 
จุดเริ่มต้นของความชอบใน ‘บิ๊กไบค์’
ขอเล่าย้อนไปช่วงที่ผมวัยรุ่น จากประสบการณ์การใช้มอเตอร์ไซค์ มาประมาณ 20 ปี หากไม่ได้นับรวมพวกรถมอเตอร์ไซค์ชั้นครู ที่ฝึกสอนผมขี่ในสมัยวัยรุ่นอย่าง Suzuki Akira รถ Bigbike คันแรกที่ใช้ ก็คือ ‘Ducati Monster 796’ ครับ ผมขอเรียก สั้นๆ ว่า M796 แล้วกันครับ M796 เป็นรถประเภท Sport Naked รูปทรงเปลือยเปล่า ไม่มีแฟริ่งด้านหน้า เพื่อโชว์สัดส่วนรวมถึงเครื่องยนต์ให้เห็นได้ชัดเจน คันถัดมาก็ยังคงอยู่ในค่ายแดงครับ ขยับเปลี่ยนรุ่นให้ใหม่ขึ้นเป็น Ducati Monster 821 ซึ่ง M821 เรียกว่าแทบไม่ได้ต่างอะไรกับ M796 เลย อาจจะมีแค่พวกเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาเพิ่มบ้าง หากถามว่าทำไมไม่เปลี่ยนแบรนด์และทำไมยังคงอยู่กับ Ducati นั่นคือความดุดันและก้าวร้าว และสิ่งที่ Ducati มีมาโดยตลอดจนถึงทุกวันนี้คือเสียงเครื่องยนต์ที่มีความเป็นเอกลักษณ์ นั่งทานอาหารริมทางไม่ต้องหันไปมองแค่เพียงได้ยินเสียงก็สามารถรู้ได้เลยว่านี่คือเสียงของ Ducati แต่หนังสือไม่ได้มีแค่เล่มเดียวในโลก อาหารไม่ได้อร่อยแค่ร้านประจำ แค่กล้าที่จะเปลี่ยนและลองสิ่งใหม่ๆ นั่นจึงทำให้ผมค้นพบประสบการณ์ใหม่ กับ BMW Motorrad
 
ทำไมถึงเลือก BMW Motorrad S1000RR ?
เครื่องยนต์น่าจะเป็นสิ่งที่ดึงดูดผู้ชายแบบผมให้รู้สึกต้องการครอบครอง ที่สุดของ 4 ล้อ ก็คือ Supercar แต่ที่สุดของ 2 ล้อ มันแน่นอนอยู่แล้วครับตอบได้เต็มประตูว่า BMW S1000RR 1000CC สัญชาติเยอรมัน หากใครกำลังมองหา “ซุปเปอร์ไบค์ ตัวพัน” เพื่อจับจองเป็นเจ้าของอยู่นั้น BMW S1000RR เป็นอีก 1 ทางเลือกที่ดีไม่หยอกครับ ยิ่งถ้าหากมองภาพตลาดโดยรวมของ Bigbike จากหลากหลายค่าย ไม่ว่าจะเป็นทั้งทางฝั่ง เอเชียหรือยุโรป ยังไงคงหนีไม่พ้น เจ้า BMW S1000RR อยู่ดี ที่อยู่ในตัวเลือกท้อปๆ มาอย่างยาวนาน มันคือรถที่ชาว Biker หลายท่านให้การยอมรับว่าเป็น สุดยอด Bigbike ของสายซิ่งอย่างแท้จริง
 
 
 
BMW Motorrad S1000RR ในมุมมองของคุณพงแตกต่างจากรุ่นอื่นๆ ที่เคยมีอย่างไรบ้าง ?
จุดเริ่มต้นประสบการณ์ใหม่กับ BMW S1000RR ในปี 2018 ของผม เจ้า S1000RR ทำให้เราตัดใจจากรถ Naked ที่เคยใช้งานมาหลายคันหลายปี ความรู้สึกเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง แรงลมที่เข้าปะทะตัวผู้ขับขี่ ที่เคยเจอ กลับหายไป การขับขี่ทางไกลแล้วต้องเกร็งเกาะแฮนด์เดิ้ลบาร์ เพื่อไม่ให้ตัวปลิว ก็ไม่มีอีกต่อไป
 
 
เริ่มด้วยรูปลักษณ์ภายนอกของ S1000RR กันก่อน คราวนี้มันไม่ใช่ Sport Naked อีกต่อไปแล้ว มันคือ Super sport ที่ผู้ออกแบบได้แรงบันดาลใจจากสัตว์นักล่าความเร็วสูงใต้ท้องทะเลอย่าง ฉลาม ที่ไม่มีใครไม่รู้จัก เป็น Inspire ในการออกแบบ ครีบที่แฟริ่งด้านข้างจึงเป็นส่วนที่ทำให้เห็นได้ชัดที่สุดว่าทำไม ฉายาของรถรุ่นนี้ จึงเป็น ฉลาม ที่หลายคนในวงการสองล้อ ยังไงก็รู้จักดี วนมาที่ไฟหน้าเอกลักษณ์ที่โดดเด่น ตรงนี้จะเรียกว่าเด่นไม่รู้จะได้หรือไม่ หลายคนต่างให้สมยานามจากฉลามเฉยๆ เป็นฉลามตาเหล่ ด้วยดีไซน์โคมไฟหน้าที่ไม่เท่ากัน รถโฉมแรกปี 2012 โคมไฟด้านซ้ายของรถ จะใหญ่กว่าด้านขวา แฟนๆ เฝ้ารอเห็นความเปลี่ยนแปลง ตัวผมเองก็แอบลุ้นอยู่เช่นกัน พอปี 2015 รถโฉมใหม่จึงออกมาเป็นโคมด้านขวาจะใหญ่กว่าด้านซ้าย นั่นคือแค่สลับข้างกันเฉยๆ แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น ด้วยความที่ไม่เหมือนใครจึงทำให้สิ่งที่ดูเหมือนเป็นข้อด้อย กลับกลายเป็นข้อดีหรือเป็น Symbolic ของรถรุ่นนี้ไปโดยปริยาย แต่ปัจจุบันโฉมปี 2020 เปลี่ยนหน้าตาเรียกได้ว่ายกเซ็ต ไฟหน้าสองข้างเท่ากันเป็นที่เรียบร้อย และแน่นอนว่าฉายาต้องเปลี่ยนไปเช่นกัน จากปลาฉลาม สู่ ปลาทู!!
 
 
มาถึงประสบการณ์การใช้งานจริงกันบ้างครับ เครื่องยนต์ของ M796 และ M821 ของ Ducati ยังจัดอยู่ในประเภทเครื่องยนต์ 800CC ภาษา Biker จะเรียกกันว่า “มันไม่สุด” พอเมื่อกลายเป็น S1000RR ชื่อรุ่นบ่งบอกได้ชัดเจนครับว่ามันคือรถ 1000CC ตอนแรกเราไม่ค่อยทราบหรอกครับ ว่ามันดีกว่าอย่างไร เรามีของเราก็พึงพอใจในสิ่งที่มีแล้ว แค่เปลี่ยนจาก M796 เป็น M821 ภรรยาก็ตาขวางแล้ว บางสิ่งบางอย่างมันฝังลึก อยู่ในใจ ว่าเราชอบอะไรกันแน่ จริงๆ แล้วกล้าพูดตรงนี้เลยครับว่า Ducati Monster เป็น Bigbike ที่ดีเลยครับ ที่ตัดสินใจซื้อเพราะตอนนั้น ขออนุมัติงบประมานได้แค่นั้นจริงๆ เมื่อโตขึ้นความรับผิดชอบมากขึ้นครับ แต่ด้วย Inner ลึกๆ มันฉุดไม่อยู่ ตัดสินใจขออนุมัติอีกครั้ง แต่ก็แลกมาด้วยสิ่งอื่นๆ ครับ ขออนุญาตไม่บอกแล้วกัน จนสุดท้ายได้มันมาครอบครองในที่สุด กับรถที่มีระบบเครื่องยนต์ 4 สูบ 1000CC ที่เหล่าวัยรุ่นไทยเรียกว่าตัวพัน หากคุณใช้ในชีวิตประจำวัน ยังไงก็ใช้ CC ที่ BMW Motorrad ให้มาไม่หมด แต่หากเป็นถนนในเมืองอย่างกรุงเทพฯ ขุมพลังที่มีอยู่นั้นเสมือนราชสีห์ถูกขังไม่สามารถปลดปล่อยพลังที่มีทั้งหมดได้ มันอาจจะทำให้คุณอึดอัดกับแรงม้าที่มีแต่ไม่มีที่ให้ม้ามันวิ่ง เดินคันเร่งได้พอใจฟู ก็ต้องยกคันเร่งเพราะไฟแดง ที่มีถี่เหลือเกิน แต่หากต้องการปลดปล่อยก็สามารถนำไปปลดปล่อยในสนามได้อย่างเต็มที่ กำลังเครื่องยนต์มีเหลือเพียงพอให้ใช้ได้กับการแข่งขันเป็นกิจกรรมยามว่างได้อีกด้วย
 
หลายๆ ท่านที่เลือกซื้อมอเตอร์ไซค์เพราะต้องการใช้ในชีวิตประจำวัน แต่ยังมีอีกหลายท่านที่ซื้อเพราะต้องการใช้ในการเดินทาง ที่รถยนต์ไม่สามารถให้ได้ กลิ่นดินหญ้า จากสองข้างทาง หรือกลิ่นจากปศุสัตว์ตามต่างจังหวัดที่ขับผ่าน บางทีมันก็เติมเต็มความรู้สึกในการเดินทางได้เป็นอย่างดี BMW Motorrad S1000RR มันชัดเจนอยู่แล้วครับว่าเป็นรถประเภท Superbike ถามว่าเอามาเดินทางไกลๆ ทำได้ไหม มันทำได้ครับ แต่อาจจะทำได้ไม่ดีพอเท่ากับรถประเภท Touring ด้วยท่าทางการนั่งที่ต่างกัน ความเมื่อยล้า เกิดขึ้นได้อย่างแน่นอน สู้เขาไม่ได้ แต่ใจล้วนๆ ครับ ที่ทำได้ ไกลแค่ไหนก็ทำได้ทั้งนั้น หากใจมันไปถึง ถ้าหากคุณเคยลองใช้รถที่ CC น้อยๆ แล้วออกเดินทางไปกับรถ “ตัวพัน” ผมกล้ายืนยันตรงนี้เลยครับว่าเหนื่อยสายตัวแทบขาดในการเร่งตามให้ทันกลุ่ม หลายคนใช้เหตุผลเหล่านี้ครับในการผลักตัวเองให้เปลี่ยนรถ เป็นรถที่ดีมากขึ้น สำหรับการเดินทางแล้ว ระบบอำนวยความสะดวกของ S1000RR ยังมีอีกมาก ไม่ว่าจะเป็น Cruise Control ที่โดยปกติเราจะเห็นฟังก์ชั่นนี้บนรถ 4 ล้อ กับฟังก์ชั่นการล็อคความเร็ว แต่ S1000RR ก็มีให้มาใช้งาน ซึ่งเท่าที่ผมทราบ Superbike ทรง Sport มีแค่ S1000RR ที่มีระบบนี้ เจ้าอื่นๆ ยังไม่มีในฐานข้อมูลของผมครับ Cruise Control สำหรับสายเดินทางไกล ลดอาการเมื่อยล้าได้เป็นอย่างดี ส่วนตัวผมได้มีโอกาสใช้งานมันเรียกได้ว่าบ่อยครั้งมากๆ หรือเรียกว่า ทุกครั้งที่ไปทริปก็ว่าได้ จนเพื่อนๆ ต่างบอกว่าผมขี้โกง คันอื่นๆ ขี่เมื่อยตลอดทาง ทุ่นพลังงานให้ได้พักข้อมือและยืดเส้นยืดสายบ้าง และยิ่งในพื้นที่ที่รถแทบจะไม่มีอย่างตาม ต่างจังหวัด นั่นคือความสบายที่เราจะได้รับอย่างแน่นอน ยังไม่หมดเพียงเท่านั้น ระบบที่ใครหลายๆ คน ยังคง ฉงนอยู่ว่าให้มาเพื่อ?? นั่นคือระบบ Heat Grip หรือระบบอุ่นมือ ไอ้ระบบนี้ตอนแรกผมก็ค่อนข้างไม่เก็ตครับ ให้มาเพื่ออะไรกันไม่เข้าใจ บ้านเราร้อนเหมือนมีพระอาทิตย์ 9 ดวง จะอุ่นมือไปเพื่ออะไร พอใช้งานรถนานๆ เข้า ก็ถึงบางอ้อ ส่วนตัวผมเองได้มีโอกาสใช้ระบบ Heat Grip นี้หลายต่อหลายครั้งด้วยกัน แล้วใช้ในตอนไหนนะ บ้านเราก็ไม่ได้หนาวขนาดนั้น ใช่ครับใช้ตอนลุยฝน เมื่อฝนตกอุณหภูมิเปลี่ยนทำให้อากาศเย็นมากขึ้น ดูเหมือนจะชิลๆ เย็นกำลังดี แต่เมื่อคุณขับขี่ด้วยความเร็วในระดับนึง จะทราบทันทีว่า แรงลมที่มาปะทะ มีผลอย่างยิ่ง ยิ่งปะทะมือที่เปียกมันยิ่งเย็นยะเยือก มี Heat Grip มันก็อุ่นสบายดีเหลือเกิน ยิ่งถ้าขึ้นภูทับเบิก หรือขึ้นดอยใดๆ ล่ะก็ หมดกังวลเลยครับ
 
 
อีกหนึ่งฟังก์ชั่นที่ ผมใช้บ่อยที่สุดใช้ทุกครั้งที่สตาร์ทรถออกจากบ้านเลยครับ อยากจะแนะนำ เพราะมันน่าจะโดนใจวัยรุ่นแบบสุดๆ คือระบบเกียร์ Quick Shifter ทั้ง ขึ้นและลง เปลี่ยนเกียร์ได้อย่างไหลลื่นโดยไม่ต้องผ่อนคันเร่งแล้วบีบครัชแต่อย่างใดตรงนี้ผมค่อนข้างชื่นชอบเป็นพิเศษเมื่อได้สัมผัสมัน รอบเครื่องรวมถึงความเร็วไม่มีตก เตะเกียร์แต่ละครั้งเสียงท่อ Back Fire ดังที ก็ขนลุกที มันคือความฟินสำหรับสาวก BMW Motorrad S1000RR แน่นอนครับนอกจากความฟินแล้ว ข้อดีของมันอีกอย่างคือความปลอดภัยครับ ถ้าหากคุณเคยได้ยินคำว่า Engine Break ถูกต้องครับ เมื่อเกิดความจำเป็นต้องเบรกอย่างกระทันหัน Quick Shifter ทำให้เราเปลี่ยนเกียร์ลงต่ำได้เร็วแค่ไหน ก็ปลอดภัยมากขึ้นเท่านั้น
 
บทสรุปเรื่องราวของการเดินทางและประสบการณ์ใช้งานจริงกับ BMW Motorrad S1000RR
การใช้งานเวลาเดินทางก่อนเลย ลองเดินทางเป็นกลุ่มแบบ เช้าเย็นกลับก็ได้ สถานที่ที่ Biker ไทยชอบไป ใกล้ๆ กรุงเทพฯ มีเยอะแยะมากมาย คุณอาจจะได้ประสบการณ์ใหม่ๆ ได้เพื่อนใหม่ๆ Connection มากขึ้น เวลาออกเดินทางไปแล้ว ไม่ว่าจะกับกลุ่มไหน แต่สิ่งเดียวที่ดึงทุกคนมารวมกันมันคือ Bigbike นี่ล่ะครับ อย่างน้อยๆ มีสิ่งที่คุณกับทุกคนในกลุ่มชื่นชอบเหมือนกัน ยังไง ก็คุยกันรู้เรื่อง และก็เป็นอีกสิ่งที่ทำให้เราได้ข้อมูลที่อาจเป็นประโยชน์กับเราในการใช้งานรถ ได้คำแนะนำจากผู้มีประสบการณ์มากกว่าเรา ตอนนี้ในประเทศของเรา กลุ่ม Bigbike นี่เรียกได้ว่า มีแบบนับไม่ถ้วนครับ ต้องมีสักกลุ่มที่เขามี ไลฟ์สไตล์เดียวกันกับคุณบ้างล่ะ เปิดใจแล้วบิดไปเลยครับ
 
 
BMW Motorrad S1000RR จากประสบการณ์ตรงจากการใช้งานมาหลายปีครับ สรุปข้อดีข้อเสียให้อ่านกันแบบเข้าใจง่ายๆ เลยครับ เริ่มที่ข้อเสียก่อนแล้วกันครับ แน่นอนว่ารถสัญชาติยุโรปอย่างเยอรมัน คงหลีกหนีไม่พ้นเรื่องราคาที่สูง มันไม่ใช่แค่ราคารถ มันรวมไปถึงราคาอะไหล่และของตกแต่งอีกมากมาย ถ้าเทียบกับรถสัญชาติญี่ปุ่นถือว่าห่างกันเรียกว่าเยอะพอสมควรเลย แต่ในข้อเสียยังมีข้อดีอยู่นั่นคือ ตอนนี้โรงงานการผลิตมาตั้งอยู่ในประเทศไทย ทำให้ราคาอะไหล่และราคาค่า Maintenance นั้นถูกลงมากว่าเมื่อหลายปีก่อนมาก มิหนำซ้ำ เมื่อจ่ายเงินซื้อรถมือหนึ่งมาแล้ว BMW Motorrad ยังมี โปรแกรมที่เรียกว่า BMSI ติดมากับตัวรถด้วย นั่นหมายความว่าการ Maintenance การเช็คระยะ เราไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด จนกว่าจะครบสัญญาโปรแกรม BMSI อันนี้ ดี เรียกว่าดีมากๆ ขอชื่นชม เพราะทำให้เราประหยัดเงินไปได้มากทีเดียว ข้อเสียอีกอย่างของรถ 1000CC คือ อัตราสิ้นเปลืองการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง ด้วยเครื่องยนต์ที่มีพละกำลังมากมาย ก็ต้องการอาหารการกินอย่างมากมายเช่นเดียวกัน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นหากเปรียบเทียบกับรถยนต์ ยังไงก็ถือว่าประหยัดกว่ามากๆ ใช้งานรถ 1 สัปดาห์ ครึ่ง ถึง 2 สัปดาห์ ในการเติมน้ำมันเชื้อเพลิง 1 ครั้ง
 
ถึงตรงนี้แล้วก็แทบจะเถียงไม่ได้เลยครับว่า ทำไมหลายๆ คนถึงเลือกรถรุ่นนี้ จากรถหลายๆ รุ่นที่เป็นคู่แข่ง มุมมองจากทั้งกลุ่มผู้ขับขี่ Bigbike ต่าง Feedback กลับมาด้วยความสรรเสริญหรือวัยรุ่นจะเรียกสั้นๆ ง่ายๆว่า “โคตรสุด” ก็จริงดังว่าครับ ผมถือว่าตั้งแต่ลองขับขี่มาหลากหลายรุ่น รุ่นนี้สำหรับผม ถือว่าสุดจริงๆ โดยไม่มีข้อโต้แย้งแต่อย่างใด ผมค่อนข้างมั่นใจ ยังมีชายไทยอีกหลายท่าน ที่ต้องการเป็นเจ้าของรถซุปเปอร์สปอร์ตไบค์ คลาส 1000CC อย่าง BMW S1000RR จาก Bigbike ทั้งหมดในชีวิตมันคือความหลงใหลครับ แต่สำหรับ S1000RR สำหรับผมมันคือความรัก
 
 
อยากบอกอะไรกับคนที่หลงใหลใน Bigbike เหมือนกันกับคุณ
ผมจะไม่บอกว่าคุณต้องใช้ ต้องซื้อ รถรุ่นนี้หากต้องการเดินทาง ผมอยากจะแนะนำให้เลือกรถที่เหมาะกับตัวคุณเองที่สุด เลือกที่เราชอบ เรารับผิดชอบกับมันไหว ไม่ต้องกังวลว่ารถช้าเพื่อนไม่รอ หรือถึงไม่พร้อมเพื่อนนำมาเป็นเหตุผลว่า ฉันจะต้องซื้อให้สุด มันอาจจะมีส่วนต่างแค่หลักนาทีครับ เขาถึงก่อนเราไม่นาน แต่เราก็ถึงเหมือนกันครับผม สุดท้ายนี้หากใครผ่านมาแถวเลียบด่วนรามอินทรา แวะมาเจอกันได้ที่ร้าน Hammerhead หรือพูดคุยกันได้ที่ www.facebook.com/th.hammerhead ครับ
 
แท็กที่เกี่ยวข้อง Ducati Monster 796 รถมอเตอร์ไซค์ Ducati BMW Motorrad S1000RR
เขียนโดย เช็คราคา.คอม Motorbike Guru

ช่องทางติดตาม Motorbike Guru